ว่าด้วยการไม่หละหลวมในธรรม(ปริยัติที่ไม่เป็นงูพิษ)

กระทู้คำถาม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็กุลบุตรางพวกในกรณีนี้ เล่าเรียนปริยัติธรรม
(นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติ
วุตตกะชาตกะอัพภูตธัมมะ เวทัลละ, กุลบุตรเหล่านั้น ครั้นเล่าเรียนธรรมนั้น ๆ
แล้วก็สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรม
นั้น ๆ ด้วยปัญญา,เมื่อสอดส่องใคร่ครวญเนื้อความด้วยปัญญา,
ธรรมเหล่านั้น ย่อมทนต่อการเพ่งพิสูจน์ของกุลบุตรเหล่านั้น,
กุลบุตรเหล่านั้น เล่าเรียนธรรม ด้วยการมิได้เพ่งข้อบกพร่อง
ไม่เป็นผู้มีการข่มผู้อื่นเป็นอานิสงส์
และไม่มีการเปลื้องเสียซึ่งความนินทาเป็นอานิสงส์ ย่อมเล่าเรียนธรรม
และกุลบุตรเหล่านั้น ย่อมเล่าเรียนธรรมเพื่อประโยชน์ใด
ย่อมได้เสวยประโยชน์นั้นแห่งธรรมนั้น (ของธรรมหรือของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง)
และมิได้มีความคิดที่จะใช้เป็นเครื่องทำลายลัทธิใดลัทธิหนึ่งเป็นอานิสงส์.

ผู้รู้ทั้งหลายเล่าเรียนปริยัติธรรมเพื่อคุณประโยชน์อันใด
กุลบุตรเหล่านั้นก็ได้รับคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรม.
ธรรมเหล่านั้น ก็กลายเป็นธรรมที่กุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดี
เป็นไปเพื่อความเป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขแก่กุลบุตรเหล่า
นั้นเอง ตลอดกาลนาน. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะความที่ธรรมทั้งหลายอันกุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดีเป็นเหตุ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีความต้องการใคร่จะได้งู
เที่ยวเสาะแสวงหาอยู่ บุรุษนั้น ครั้น เห็นงูตัวใหญ่ จึงเอาท่อนไม้มี
ง่ามดังเท้าแพะกดงูนั้น ให้เป็นการถูกกดไว้อย่างดี ครั้นแล้ว จึงจับงูนั้นที่คออย่างมั่นคง.
แม้งูตัวนั้น จะพึงรัดเอามือ แขน หรืออวัยวะแห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้น
ด้วยลำตัวของมัน ก็ตามที, แต่บุรุษนั้นไม่ตาย หรือ
ไม่ต้องได้รับทุกข์เจียนตายเพราะการรัดเอาของงูนั้นเป็นเหตุ.ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะงูตัวนั้นถูกจับไว้อย่างมั่นคงดีแล้ว เป็นเหตุ;

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น : กุลบุตรบางพวกในกรณีนี้
เล่าเรียนปริยัติธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา
อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ(นานาชนิด) ---กุลบุตรเหล่านั้น
ครั้นเล่าเรียนธรรมนั้น ๆ แล้วก็สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมนั้น ๆ
ด้วยปัญญา. เมื่อสอดส่องใคร่ครวญเนื้อความ
ด้วยปัญญา, ธรรมเหล่านั้น ย่อมทนต่อการเพ่งพิสูจน์ของกุลบุตรเหล่านั้น.

กุลบุตรเหล่านั้น เล่าเรียนธรรม ด้วยการมิได้เพ่งหาข้อบกพร่อง
(ของธรรมหรือของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง) และมิได้มีความคิดที่จะ
ใช้เป็นเครื่องทำลายลัทธิใดลัทธิหนึ่งเป็นอานิสงส์. ผู้รู้ทั้งหลาย
เล่าเรียนปริยัติธรรมเพื่อคุณประโยชน์อันใด กุลบุตรเหล่านั้น
ก็ได้รับคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรม, ธรรมเหล่านั้น
ก็กลายเป็นธรรมที่กุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดี เป็นไปเพื่อความเป็น
ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขแก่กุลบุตรเหล่านั้นเองตลอดกาลนาน.ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะความที่ธรรมทั้งหลายอันกุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดีเป็นเหตุ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย
พึงทราบถึงความหมายแห่งคำพูดอันใดของเรา พึงจดจำข้อนั้น โดยประการ
ฉันนั้น,ถ้าพวกเธอยังไม่เข้าใจ เราจะทบทวนในข้อนั้นแก่เธอทั้งหลาย
หรือพวกเธอเอาไปสอบถามพวกภิกษุผู้ฉลาดดูก็ได้แล.
เราจักแสดงธรรมมีอุปมาด้วยแพแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อต้องการสลัดออก
ไม่ใช่เพื่อต้องการจะยึดถือ ท่านทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น
จงใส่ใจไว้ให้ดี เราจักกล่าว. ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
บาลี พระพุทธภาษิต อลคัททูปมสูตร มู. ม. ๑๒/๒๗๙/๒๖๘
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่