วันนี้พ่อกับแม่เราไปหาหมอที่ รพ.ศิริราชมา คือพ่อเป็นโรคมะเร็งทางโลหิต (มัลติเปิ้ลมัยอิโลม่า) แม่เรามีอาการกล้ามเนื้อกระตุก นั่งรถจากจังหวัดตราดไปหาหมอที่โรงพยาบาลกัน 2 คน คือเราต้องทำงาน วันลาเราหมดไปตอนพาพ่อไปรักษาตัว ขากลับพ่อกับแม่นั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์มาจังหวัดตราด ด้วยความที่คนเยอะเพราะใกล้หยุดยาว รถที่นั่งมาจึงเป็นรถค่อนข้างเก่า แต่ที่รู้สึกสงสารทั้ง 2 คนมากคือ ทั้งพ่อและแม่ขึ้นรถช้าสุดด้วยความที่เป็นคนแก่และคนป่วย จึงทำให้การเคลื่อนไหวค่อนข้างช้า ทำให้ที่นั่งที่เหลือคือข้างหลังสุด พ่อเราไปเจาะไขสันหลังมาด้วย ถือไม้เท้าพยุงตัวเพราะเดินไม่คล่อง แล้วนั่งรถมาข้างหลังรถตู้เวลาขับทุกคนน่าจะเข้าใจนะว่ารุนแรงแค่ไหน พอถึงจังหวัดตราดเราไปรับพ่อกับแม่ พ่อเราแทบเดินไม่ไหว เจ็บมาก ก้าวเท้าไม่ออก อาการแม่ที่กล้ามเนื้อกระตุกอยู่แล้วมันกำเริบขึ้น เราสงสารทั้ง2คนจับใจเลย เลยมีคำถามที่ตั้งในใจว่า ทำไมสังคมไทยแล้งน้ำใจแบบนี้ พ่อเราป่วยใช้ไม้เท้าเดินนะ ไม่มีคนเห็นใจบ้างเหรอ ต้องให้คนป่วยไปนั่งเบาะหลังสุด เราเชื่อนะว่าในรถต้องมีคนหนุ่มสาวที่แข็งแรงอยู่บ้าง นี่ละสังคมไทยใครเร็วใครได้ ไม่มีคำว่าน้ำใจแล้วใช่มั้ย คนขับก็สักแต่จะขับนะ สังคมตอนนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัวแล้วใช่มั้ย
ป.ล.ยืมไอดีเพื่อนมาใช้นะ
คนไทยปัจจุบันแล้งน้ำใจมากค่ะ
ป.ล.ยืมไอดีเพื่อนมาใช้นะ