อาจเป็นเพราะกระแสของหนังที่ไม่ค่อยหวือหวาเท่ากับกระแสของนักแสดง ที่มีการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวางทั้งสื่อกระแสหลัก และกระแสรอง ประกอบกับความคิดเห็นของคนที่ไปดูทำให้เกิดแรงขับให้ต้องไปดูหนังเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่เคยไปดูหนังมานานแล้วทั้งไทย และเทศ ความรู้สึกโดยรวมก็เห็นจริงตามคำวิจารณ์ที่ว่าหนังเรื่องนี้ เสนอแต่ภาพสวยงามของปัตตานี ทั้งที่ยังคงปรากฎความรุนแรงในพื้นที่ ตามแบบของพวกโลกสวย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า อะไรมาเข้าฝันให้ผู้สร้างซึ่งเป็นบริษัทโนเนมในวงการหนังบริษัทหนึ่งกล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งนี้ ที่สวนทางกับกระแสการรับรู้ของผู้คนในสังคมอย่างสิ้นเชิง ที่แค่คิดไม่ต้องลงไปสัมผัสในพื้นทึ่ก็ขนหัวลุกกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนเกือบเป็นเรื่องปกติ แต่หนังกลับเสนอให้เห็นความสวยงามของผู้คนที่อยู่ท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่นั้น ก็อีกแระมันคงได้แค่ตอบโจทย์ที่ว่าข่าวดีคนไม่สนใจไม่เหมือนข่าวร้ายที่คนสนใจและสามารถทำงินได้มากกว่าถึงทำให้กระแสหนังไม่ค่อยดี และถูกวิจารณ์ว่าเป็นหนังพื้นๆของพวกโลกสวยที่ไม่สะท้อนสภาพปัญหา หรือข้อเท็จจริงอะไรเลยตามที่พวกคนที่อยู่ในโลกความเป็นจริง (พวกโลกไม่สวยมโนไว้) แต่อยากให้คิดในอีกแง่มุมหนึ่งของความจริงที่ว่า อะไรคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้มนุษย์ก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่เพราะความฝันหรือจินตนาการดอกรึ ที่ทำให้มนุษย์เกิดความคิดสร้างสรค์ และถ้าถือความจริงข้อนี้หนังเรื่องนี้ก็สามารถทำให้ผู้คนในสังคมนี้ รวมไปถึงผู้คนที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ปัตตานี ที่บางคนยังนึกไม่ออกเลยว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศ กล้าที่จะมีความฝันที่สวยงามเกี่ยวกับดินแดนแห่งนั้น ความฝันที่จะกลายเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้ผู้คนทึนั้นก้าวเดินไปสู่ปลายทางของความฝันที่พวกเขาแสวงหาคือสันติสุข หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีความฝันที่สวยงามที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ก็สมควรไปดู แต่หากต้องการเห็นภาพอีกด้านหนึ่ง ก็จงอย่าได้เสียเงิน เสียเวลาไปดูเลย เพราะสามารถหาเสพสิ่งที่คุณอยากเห็นได้ตามสื่อโดยทั่วไปอยู่แล้ว ปล. หากต้องการไปดูควรเช็กรอบหนังให้เรียบร้อยก่อนเพราะต้องเจอกับเรื่องราวที่เป็นมาม่าของรอบฉาย
ละติจูดที่ 6 ความจริงอีกด้านของพวกโลกสวยหรือแค่มายาคติ