เด็ก 14 จาก ต จ ว. หาเงินส่ง ตัวเองเรียน จนจบปริญญาตรี
ฉันเป็นเพียงเด็กบ้านนอกคนนึงที่ยากจนครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร เป็นเหตุผลที่ฉันต้องดิ้นรนเข้ามาในเมืองกรุง เมืองที่ใครๆหลายคนใฝ่ฝันฉันเข้าเมืองกรุงโดยการนั่งรถทัวร์ ชุดที่ใส่คือชุดพละศึกษาของโรงเรียนที่ฉันพึ่งเรียนจน พร้อมกระเป๋าเป้ 1 ใบ ในนั้นประกอบด้วย ชุดนักเรียน 2 ชุดรองเท้านักเรียน เสื้อผ้าเก่าๆอีกสองสามชุด ฉันมีตังค์ติดตัวมา 1000 บาท เงินที่ยายให้ฉันมาจ่ายค่ารถทัวร์ 307 บาท เพื่อมา กทม. เหลือตังค์ติดตัว แค่693 บาท พอถึงกทม แม่ก็ไปรับฉันที่ หมอชิต และนั่งรถเมลล์ มาที่ดินแดง พอรุ่งเช้าแม่พาฉันไปสมัครเรียน ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี บ่ายมาก็พาไปสมัครงานต่อที่ ห้างบิ๊กซี เป็นพนักงานเสริ์ฟ พาร์ททาม ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในตอนนั้น มีนาคม 2548 ค่าแรงชั่วโมงละ 25 บาท ตอนนั้น ฉัน 14 ย่าง15 ปี ก็สามารถทำงานได้เพราะเมื่อก่อน รัฐบาลสนับสนุนให้นักเรียนทำงานในช่วงปิดเทอม ฉันทำงานวันละ 5 ชั่วโมงในช่วงปิดเทอม ตั้งแต่ 17.00-22.00 น. ได้ค่าจ้างวันละ 125 บาทดิฉันได้เงินไปทำงานวันละ 20 บาท โดยมีค่ารถ 6.50 บาท มีกับข้าวฟรี ค่ารถกลับ 6.50 รวม ค ช จ. ต่อวันประมาน 13 บาท ที่ เหลือ 7 บาทบางวันก็จะไปซื้อไอครีม ที่ K F C กิน บางวันไม่กินก็จะเก็บเอาไว้ สะสมกับวันพรุ่งนี้ เพื่อซื้อ ขนมเค้กกล้วยหอมที่บิ๊กซี 12 บาท /แพค พอสิ้นเดือนเงินเดือนออก ดีใจมากสำหรับเด็กอายุ 14 ปี มีเงินเดือน 3700 บาท บางเดือนได้เกือบๆ4500 บาท ในสมัยนั้นถือว่าเยอะมาก ระหว่างทำงาน เจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้ง ทำน้ำสมหกใส่ลูกค้า ทำของหล่น โดนลูกค้าด่า เสริ์ฟอาหารผิดโต๊ะ มีจ่าย คือ โดนหักเงินเดือน และชุดทำงานคือชุดนักเรียนค่ะ เป็นชุดนักเรียนคอปกทหารเรือค่ะ กระโปรงสีกรมท่า เก่าๆ ลูกค้าบางท่านเห็นก็สงสารค่ะ บางท่านก็ชมว่าขยัน บางท่านก็สอบประวัติเราเลยค่ะ บางช่วงก็มีความสุข กับการทำงานบางวันโดนลูกค้าด่าจนต้องร้องให้กลับบ้านก็มีเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องเรียนพลิกล็อคค่ะ เพราะสอบที่สุรศักดิ์มนตรีไม่ติดค่ะ ขาดไป 3 คะแนน แม่เลย พาไปสมัครเรียน ที่พณิชการแถวห้วยขวง ถือว่าโชคดีมากค่ะได้เรียน โรงเรียนพณิชที่ได้คะแนน ส ม ส 5 ดาวน์ค่าเทอม 2000 กว่าบาทค่ะ เรียน 7.45 – 13.45 ค่ะ ถือว่าเลิกไวดีค่ะ พอโรงเรียนเปิด ตอนเช้าก็ไปโรงเรียนค่ะ ตื่น 5.45 อาบน้ำ 7.20 ต้องถึงโรงเรียนเพื่อ กินข้าวเตรียมตัวเคารพธงชาติค่ะ โรงเรียนจะเริ่มเรียนไวค่ะ เลิกไว กว่าที่อื่นค่ะ เลิกเรียนก็จะนั่งรถเมลล์กลับบ้านเพื่อจะรีบไปนอน ถึงบ้าน บ่าย 2 ค่ะ นอนจากบ่าย2 ไปถึง4โมงครึ่งรีบตื่นมาอาบน้ำ แต่งชุดนักเรียนไปทำงานค่ะ ก่อนเข้างานก็ต้องกินข้าวก่อนดังนั้นต้องรีบ อาบน้ำวิ่งไปขึ้นรถเมล์ รีบขึ้นไปกินข้าวที่ทำงาน กินข้าวไป แต่งหน้าไปค่ะ ต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ ลืมบอกไป พอโรงเรียนเปิดแม่ให้วันละ 40 บาทค่ะ เพราะมีค่ารถเมลล์เพิ่มมา 4 เที่ยว ๆละ6.50 บาท ในสมัยนั้นยังไม่มีรถเมลล์ฟรีค่ะ ชีวิตช่วงนั้นลำบากมากค่ะ เกือบทุกวันต้องทำงานถึง 5 ทุ่ม กว่าจะออกมาจากห้าง จะ 5ทุ่มครึ่ง ค่ะ ใครทำงานห้างจะรู้ดีค่ะ มารอรถเมลล์หน้าเวิร์ลเทรดกว่าจะถึงบ้านเกือบๆ ตี 1 นะคะเพราะบางทีรอรถเป็น ช ม บางทีโชคร้ายรถเต็มขึ้นไม่ทันลงไปไม่ทันรออีกเป็นชั่วโมง ถึงบ้านตี 2 ก็มีค่ะ ถ้าช่วงปีใหม่เหนื่อยมากค่ะ โรงเรียนหยุดก็จริงค่ะ แต่เราต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าค่ะเพราะว่ามันเป็นนวัน หยุด ยาวลูกค้าก็จะเยอะค่ะ มา ก07.00-02.00 ทำงานถึงตีสองกว่าๆ ลงมาจากห้างไม่มีรถเมลล์นะคะเพราะปีใหม่จะมีเค้าดาวน์ไม่มีรถวิงค่ะปิดถนน ต้องเดินกลับบ้านค่ะ จะนั้งรถแทกซี่ก็ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะในแต่ละวันมีตังค์ติดตัวไม่ถึง 10 บาทด้วยซ้ำ บางทีเห็นของสวยๆ งามอยากได้ก็ได้แค่มองค่ะ เพราะว่าไม่มีเงินค่ะ เงินเดือนออกมาก็จ่ายค่าเทอมค่ะ ที่เหลือเก็บไว้ไปโรงเรียน อาหารพนักงานที่ร้านเลียงก็แค่แกงถุงนะคะ ถ้าไม่อยากกินเบื่อ ก็ไปซื้อมาม่าคัฟกินค่ะ (บางทีเบื่อแกงถุงค่ะ) ชีวิตดำเนินแบบนี้สามปีค่ะ เรียนจบ ปวชค่ะ ถือว่าช่วงนั้นลำบากมาก แทบไม่มีเวลาแม้แต่ซักผ้าค่ะเพราะวันหยุดก็จะไปโรงเรียน วันหยุดโรงเรียนต้องไปทำงานตั้งแต่เช้าค่ะ ถ้าจะซักผ้าต้องซักเวลาที่เลิกเรียนมา ก่อนที่จะไปทำงานต้องรีบซักค่ะ วันนั้นก็ไม่ได้นอน ไว้ไปนอนตอนที่รถเมลล์ติดไฟแดงค่ะ ในสมัยเรียนเพื่อนๆหลังจากเลิกเรียนก็จะไปร้านเกมส์บ้าง เดินห้างบ้าง แต่เราต้องรีบมานอนเพื่อจะไปทำงานต่อ บางที่ร่างกายไม่ไหวมีป่วยบ้างค่ะ แต่ไม่เคยขาดเรียนค่ะ แต่ลางานเพื่อพักผ่อนตอนย็นค่ะ พอจบปวช ต่อ ปวส เลยเรียนแค่ วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 08.30-17.30 ค่ะ( โชคดีนะคะ ที่โรงเรียนใกล้ที่ทำงาน )เอาเวลาที่เหลือส่วนใหญ่ไปทำงานค่ะ อ-ศ ทำงาน10.00-21.00 ส่วนเสาร์อาทิตย์ทำ18.00-22.00 ค่ะ เพราะจะได้มีค่าแรงเพิ่มค่ะ อีกอย่างค่าเทอม ปวส แพงมากค่ะ 8000 บาทต้องทำงานให้มากๆค่ะ พอโตแล้วเลยซื้อมอไชค์ไว้ขี่ไปโรงเรียนค่ะ ขี่ไปทำงานสะดวกมากขึ้นค่ะ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คือค่าเช่าบ้าน 1200 บาท ค่าเทอมๆละ 8000 บาท(ผ่อนได้) ค่างวดรถมอไชส์ 3000 บาทค่ะตอนนี้ทำงานเยอะขึ้น เงินเดือนเพิ่มมาค่ะได้เดือนละ8500 บาท ถือว่าเยอะสุดๆสำหรับเด็ก 17 ปี แต่เหนื่อยอดทน ตอนนี้เริ่มบริหารเงินเองค่ะ ใช้วันละ100 บาทค่ะ เดือนๆนึงมีเก็บบ้างเดือนละ 500 บาทค่ะ บางเดือนได้ หมื่นกว่าบาท อยู่ที่ว่าวันนักขัตย์ตฤษ์ ของเดือนนั้นๆ ค่ะ เพราะถ้าวันหยุดจะได้ค่าแรง 2 เท่าค่ะ เรียน ปวส อยู่หนึ่งปีเหนื่อยมากต้องทำงานหนักขึ้นเลยออกหาสมัครงานใหม่ เด็ก 18 ปีหางานยากนะคะเด็ก แต่ได้งานใหม่ที่ บริษัทไฟแนนท์ แห่งหนึ่งค่ะหยุดเสาร์-อาทิตย์ค่ะ เหมาะมากเลยค่ะเพราะเรียนเสาร์ – อาทิตย์ ในตอนนั้นดีใจมากค่ะ เป็นครั้งแรกที่ชีวิตเปลี่ยนค่ะ หลังจากทำงานร้านอาหารมาเกือบ 5 ปี ต้องมาทำงานออฟฟิศ เข้า 08.00-17.00 น ถือว่าสบายค่ะหยุดเสาร์- อาทิตย์ ไปเรียนค่ะ ทำได้ 2 ปีค่ะ ตอนนี้เริ่มเรียน ปริญญาตรีปี 1 (เรียนวันอาทิตยืวันเดียว)ค่ะ เปลี่ยนงานมาเรื่อยๆ มีเงินดาวน์รถเก๋งมาขับ ผ่อนเดือนละ 9307 บาทค่ะ ค่าเทอม 12000 กว่าๆค่ะ (ผ่อนได้) ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 13000 บาท/เดือน (ไม่ได้เช่าบ้านแล้วมายุกับพ่อแม่) (ค่างวดมอไชส์หมดแล้ว)วันหยุดเยอะขึ้น อดทนมาเรื่อยๆ ส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีค่ะ พอจบเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนึง ตอนนี้ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ เพราะเรา ไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียนอีกแล้ว มีเวลาอยู่กับแม่ที่แก่ชราขึ้นทุกวัน อีก 4ปีงวดรถเก๋งเราจะหมดแล้วตอนนี้เรา 23 ปีค่ะ ขอบคุณตัวเองที่ฝ่าฟัน ปัญหาอุปสรรคมากมาย บางทีสมัยที่ทำงานห้างอยากกินขนมมากเอาเงินค่ารถเมลล์ ไปซื้อขนมเลย์กิน ตอนเลิกงานต้องเดินกลับบ้านค่ะ บ่อยค่ะเดินจากราชประสงค์ไปดินแดง เดินลัดเรียบทางด่วน ม๋อเล๋ง ทะลุ สน.ดินแดงเก่า เหนื่อยเอาการ แต่ก็คุ้มการเลย์ 1ห่อนะคะ
**กำลังใจที่สำคัญทำให้ฉันมีวันนี้คือ แม่ค่ะ ฉันรักแม่มากตั้งใจเรียนเพื่อท่าน ขอบคุณแม่ที่ให้กำลังใจลูกมาโดยตลอด*************อยากเติมกำลังใจ ให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังท้อ แท้ ไม่มีเงินเรียน เลียนแบบได้นะคะ อย่าพึ่งหมดหวัง ค่าเทอมทุกที่มีผ่อนผันได้ค่ะ อย่ายอมแพ้นะคะสู้ๆค่ะ ********************
-ผู้เขียนเคยขายของข้างถนน ริมสะพานลอยหน้าราม เคยเอาเสื้อผ้ามือสองไปขาย หารายได้เสริมวันที่หยุดงาน
-เคยรับจ้างแจกใบปลิววันที่หยุดงาน
-เคยขายของตลาดนัด รับขนมตาลไปขาย
-เคยขายแผ่นซีดีมือ 2ที่หน้าราม เคยโดนเทศกิจไล่จับ
-เคยเป็นเชล์ขายรถยนต์
เด็ก 14 จาก ต จ ว. หาเงินส่ง ตัวเองเรียน จนจบปริญญาตรี
ฉันเป็นเพียงเด็กบ้านนอกคนนึงที่ยากจนครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร เป็นเหตุผลที่ฉันต้องดิ้นรนเข้ามาในเมืองกรุง เมืองที่ใครๆหลายคนใฝ่ฝันฉันเข้าเมืองกรุงโดยการนั่งรถทัวร์ ชุดที่ใส่คือชุดพละศึกษาของโรงเรียนที่ฉันพึ่งเรียนจน พร้อมกระเป๋าเป้ 1 ใบ ในนั้นประกอบด้วย ชุดนักเรียน 2 ชุดรองเท้านักเรียน เสื้อผ้าเก่าๆอีกสองสามชุด ฉันมีตังค์ติดตัวมา 1000 บาท เงินที่ยายให้ฉันมาจ่ายค่ารถทัวร์ 307 บาท เพื่อมา กทม. เหลือตังค์ติดตัว แค่693 บาท พอถึงกทม แม่ก็ไปรับฉันที่ หมอชิต และนั่งรถเมลล์ มาที่ดินแดง พอรุ่งเช้าแม่พาฉันไปสมัครเรียน ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี บ่ายมาก็พาไปสมัครงานต่อที่ ห้างบิ๊กซี เป็นพนักงานเสริ์ฟ พาร์ททาม ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในตอนนั้น มีนาคม 2548 ค่าแรงชั่วโมงละ 25 บาท ตอนนั้น ฉัน 14 ย่าง15 ปี ก็สามารถทำงานได้เพราะเมื่อก่อน รัฐบาลสนับสนุนให้นักเรียนทำงานในช่วงปิดเทอม ฉันทำงานวันละ 5 ชั่วโมงในช่วงปิดเทอม ตั้งแต่ 17.00-22.00 น. ได้ค่าจ้างวันละ 125 บาทดิฉันได้เงินไปทำงานวันละ 20 บาท โดยมีค่ารถ 6.50 บาท มีกับข้าวฟรี ค่ารถกลับ 6.50 รวม ค ช จ. ต่อวันประมาน 13 บาท ที่ เหลือ 7 บาทบางวันก็จะไปซื้อไอครีม ที่ K F C กิน บางวันไม่กินก็จะเก็บเอาไว้ สะสมกับวันพรุ่งนี้ เพื่อซื้อ ขนมเค้กกล้วยหอมที่บิ๊กซี 12 บาท /แพค พอสิ้นเดือนเงินเดือนออก ดีใจมากสำหรับเด็กอายุ 14 ปี มีเงินเดือน 3700 บาท บางเดือนได้เกือบๆ4500 บาท ในสมัยนั้นถือว่าเยอะมาก ระหว่างทำงาน เจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้ง ทำน้ำสมหกใส่ลูกค้า ทำของหล่น โดนลูกค้าด่า เสริ์ฟอาหารผิดโต๊ะ มีจ่าย คือ โดนหักเงินเดือน และชุดทำงานคือชุดนักเรียนค่ะ เป็นชุดนักเรียนคอปกทหารเรือค่ะ กระโปรงสีกรมท่า เก่าๆ ลูกค้าบางท่านเห็นก็สงสารค่ะ บางท่านก็ชมว่าขยัน บางท่านก็สอบประวัติเราเลยค่ะ บางช่วงก็มีความสุข กับการทำงานบางวันโดนลูกค้าด่าจนต้องร้องให้กลับบ้านก็มีเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องเรียนพลิกล็อคค่ะ เพราะสอบที่สุรศักดิ์มนตรีไม่ติดค่ะ ขาดไป 3 คะแนน แม่เลย พาไปสมัครเรียน ที่พณิชการแถวห้วยขวง ถือว่าโชคดีมากค่ะได้เรียน โรงเรียนพณิชที่ได้คะแนน ส ม ส 5 ดาวน์ค่าเทอม 2000 กว่าบาทค่ะ เรียน 7.45 – 13.45 ค่ะ ถือว่าเลิกไวดีค่ะ พอโรงเรียนเปิด ตอนเช้าก็ไปโรงเรียนค่ะ ตื่น 5.45 อาบน้ำ 7.20 ต้องถึงโรงเรียนเพื่อ กินข้าวเตรียมตัวเคารพธงชาติค่ะ โรงเรียนจะเริ่มเรียนไวค่ะ เลิกไว กว่าที่อื่นค่ะ เลิกเรียนก็จะนั่งรถเมลล์กลับบ้านเพื่อจะรีบไปนอน ถึงบ้าน บ่าย 2 ค่ะ นอนจากบ่าย2 ไปถึง4โมงครึ่งรีบตื่นมาอาบน้ำ แต่งชุดนักเรียนไปทำงานค่ะ ก่อนเข้างานก็ต้องกินข้าวก่อนดังนั้นต้องรีบ อาบน้ำวิ่งไปขึ้นรถเมล์ รีบขึ้นไปกินข้าวที่ทำงาน กินข้าวไป แต่งหน้าไปค่ะ ต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ ลืมบอกไป พอโรงเรียนเปิดแม่ให้วันละ 40 บาทค่ะ เพราะมีค่ารถเมลล์เพิ่มมา 4 เที่ยว ๆละ6.50 บาท ในสมัยนั้นยังไม่มีรถเมลล์ฟรีค่ะ ชีวิตช่วงนั้นลำบากมากค่ะ เกือบทุกวันต้องทำงานถึง 5 ทุ่ม กว่าจะออกมาจากห้าง จะ 5ทุ่มครึ่ง ค่ะ ใครทำงานห้างจะรู้ดีค่ะ มารอรถเมลล์หน้าเวิร์ลเทรดกว่าจะถึงบ้านเกือบๆ ตี 1 นะคะเพราะบางทีรอรถเป็น ช ม บางทีโชคร้ายรถเต็มขึ้นไม่ทันลงไปไม่ทันรออีกเป็นชั่วโมง ถึงบ้านตี 2 ก็มีค่ะ ถ้าช่วงปีใหม่เหนื่อยมากค่ะ โรงเรียนหยุดก็จริงค่ะ แต่เราต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าค่ะเพราะว่ามันเป็นนวัน หยุด ยาวลูกค้าก็จะเยอะค่ะ มา ก07.00-02.00 ทำงานถึงตีสองกว่าๆ ลงมาจากห้างไม่มีรถเมลล์นะคะเพราะปีใหม่จะมีเค้าดาวน์ไม่มีรถวิงค่ะปิดถนน ต้องเดินกลับบ้านค่ะ จะนั้งรถแทกซี่ก็ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะในแต่ละวันมีตังค์ติดตัวไม่ถึง 10 บาทด้วยซ้ำ บางทีเห็นของสวยๆ งามอยากได้ก็ได้แค่มองค่ะ เพราะว่าไม่มีเงินค่ะ เงินเดือนออกมาก็จ่ายค่าเทอมค่ะ ที่เหลือเก็บไว้ไปโรงเรียน อาหารพนักงานที่ร้านเลียงก็แค่แกงถุงนะคะ ถ้าไม่อยากกินเบื่อ ก็ไปซื้อมาม่าคัฟกินค่ะ (บางทีเบื่อแกงถุงค่ะ) ชีวิตดำเนินแบบนี้สามปีค่ะ เรียนจบ ปวชค่ะ ถือว่าช่วงนั้นลำบากมาก แทบไม่มีเวลาแม้แต่ซักผ้าค่ะเพราะวันหยุดก็จะไปโรงเรียน วันหยุดโรงเรียนต้องไปทำงานตั้งแต่เช้าค่ะ ถ้าจะซักผ้าต้องซักเวลาที่เลิกเรียนมา ก่อนที่จะไปทำงานต้องรีบซักค่ะ วันนั้นก็ไม่ได้นอน ไว้ไปนอนตอนที่รถเมลล์ติดไฟแดงค่ะ ในสมัยเรียนเพื่อนๆหลังจากเลิกเรียนก็จะไปร้านเกมส์บ้าง เดินห้างบ้าง แต่เราต้องรีบมานอนเพื่อจะไปทำงานต่อ บางที่ร่างกายไม่ไหวมีป่วยบ้างค่ะ แต่ไม่เคยขาดเรียนค่ะ แต่ลางานเพื่อพักผ่อนตอนย็นค่ะ พอจบปวช ต่อ ปวส เลยเรียนแค่ วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 08.30-17.30 ค่ะ( โชคดีนะคะ ที่โรงเรียนใกล้ที่ทำงาน )เอาเวลาที่เหลือส่วนใหญ่ไปทำงานค่ะ อ-ศ ทำงาน10.00-21.00 ส่วนเสาร์อาทิตย์ทำ18.00-22.00 ค่ะ เพราะจะได้มีค่าแรงเพิ่มค่ะ อีกอย่างค่าเทอม ปวส แพงมากค่ะ 8000 บาทต้องทำงานให้มากๆค่ะ พอโตแล้วเลยซื้อมอไชค์ไว้ขี่ไปโรงเรียนค่ะ ขี่ไปทำงานสะดวกมากขึ้นค่ะ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คือค่าเช่าบ้าน 1200 บาท ค่าเทอมๆละ 8000 บาท(ผ่อนได้) ค่างวดรถมอไชส์ 3000 บาทค่ะตอนนี้ทำงานเยอะขึ้น เงินเดือนเพิ่มมาค่ะได้เดือนละ8500 บาท ถือว่าเยอะสุดๆสำหรับเด็ก 17 ปี แต่เหนื่อยอดทน ตอนนี้เริ่มบริหารเงินเองค่ะ ใช้วันละ100 บาทค่ะ เดือนๆนึงมีเก็บบ้างเดือนละ 500 บาทค่ะ บางเดือนได้ หมื่นกว่าบาท อยู่ที่ว่าวันนักขัตย์ตฤษ์ ของเดือนนั้นๆ ค่ะ เพราะถ้าวันหยุดจะได้ค่าแรง 2 เท่าค่ะ เรียน ปวส อยู่หนึ่งปีเหนื่อยมากต้องทำงานหนักขึ้นเลยออกหาสมัครงานใหม่ เด็ก 18 ปีหางานยากนะคะเด็ก แต่ได้งานใหม่ที่ บริษัทไฟแนนท์ แห่งหนึ่งค่ะหยุดเสาร์-อาทิตย์ค่ะ เหมาะมากเลยค่ะเพราะเรียนเสาร์ – อาทิตย์ ในตอนนั้นดีใจมากค่ะ เป็นครั้งแรกที่ชีวิตเปลี่ยนค่ะ หลังจากทำงานร้านอาหารมาเกือบ 5 ปี ต้องมาทำงานออฟฟิศ เข้า 08.00-17.00 น ถือว่าสบายค่ะหยุดเสาร์- อาทิตย์ ไปเรียนค่ะ ทำได้ 2 ปีค่ะ ตอนนี้เริ่มเรียน ปริญญาตรีปี 1 (เรียนวันอาทิตยืวันเดียว)ค่ะ เปลี่ยนงานมาเรื่อยๆ มีเงินดาวน์รถเก๋งมาขับ ผ่อนเดือนละ 9307 บาทค่ะ ค่าเทอม 12000 กว่าๆค่ะ (ผ่อนได้) ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 13000 บาท/เดือน (ไม่ได้เช่าบ้านแล้วมายุกับพ่อแม่) (ค่างวดมอไชส์หมดแล้ว)วันหยุดเยอะขึ้น อดทนมาเรื่อยๆ ส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีค่ะ พอจบเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนึง ตอนนี้ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ เพราะเรา ไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียนอีกแล้ว มีเวลาอยู่กับแม่ที่แก่ชราขึ้นทุกวัน อีก 4ปีงวดรถเก๋งเราจะหมดแล้วตอนนี้เรา 23 ปีค่ะ ขอบคุณตัวเองที่ฝ่าฟัน ปัญหาอุปสรรคมากมาย บางทีสมัยที่ทำงานห้างอยากกินขนมมากเอาเงินค่ารถเมลล์ ไปซื้อขนมเลย์กิน ตอนเลิกงานต้องเดินกลับบ้านค่ะ บ่อยค่ะเดินจากราชประสงค์ไปดินแดง เดินลัดเรียบทางด่วน ม๋อเล๋ง ทะลุ สน.ดินแดงเก่า เหนื่อยเอาการ แต่ก็คุ้มการเลย์ 1ห่อนะคะ
**กำลังใจที่สำคัญทำให้ฉันมีวันนี้คือ แม่ค่ะ ฉันรักแม่มากตั้งใจเรียนเพื่อท่าน ขอบคุณแม่ที่ให้กำลังใจลูกมาโดยตลอด*************อยากเติมกำลังใจ ให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังท้อ แท้ ไม่มีเงินเรียน เลียนแบบได้นะคะ อย่าพึ่งหมดหวัง ค่าเทอมทุกที่มีผ่อนผันได้ค่ะ อย่ายอมแพ้นะคะสู้ๆค่ะ ********************
-ผู้เขียนเคยขายของข้างถนน ริมสะพานลอยหน้าราม เคยเอาเสื้อผ้ามือสองไปขาย หารายได้เสริมวันที่หยุดงาน
-เคยรับจ้างแจกใบปลิววันที่หยุดงาน
-เคยขายของตลาดนัด รับขนมตาลไปขาย
-เคยขายแผ่นซีดีมือ 2ที่หน้าราม เคยโดนเทศกิจไล่จับ
-เคยเป็นเชล์ขายรถยนต์