บอกก่อนเลยว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้แรกค่ะ จริงๆ ไม่อยากตั้งกระทู้เท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่ชอบพิมพ์หรือเขียนอะไรนะ แต่เป็นคนที่สื่อสารกับคนอื่น แล้วคนอื่นไม่เข้าใจ - -" กลัวคนอื่นจะรำคาญเอา แต่มันเกิดความประทับใจ อยากเก็บไว้เป็นเมมโมรี่ บวกกับ อยากตั้งไว้เผื่อใครที่อยากไปแบคแพค จะได้เก็บข้อมูล ...คือนึกถึงตอนที่ตัวเองหาข้อมูล แล้วกระทู้มันมีน้อยก็คำนวณค่าใช้จ่ายลำบาก นั่นคือประเด็น 555
ก็ขอใช้นามแฝงละกันนะคะ ด้วยเหตุผล หลายยยยยประการ เรียก “คณา” ละกันค่ะ กระทู้เป็นไง คำไหนผิด มีอะไร ก็ติชมกันได้เลย
จุดเริ่มต้นที่ไปสังขละก็เพราะว่า อยากไปที่ไกลๆเงียบๆ ...
เอาตรงๆคือ อกหัก ผู้หญิงไม่รักแหละ 555 ละตัดใจไม่ได้ซักที จะไปไหน กินข้าวหรือทำอะไร ทุกอย่างมันเป็นเค้าไปหมด ทุกอย่างจริงๆ จะไปห้าง ขึ้นรถ มันก็เป็นภาพเค้าอีก ... เริ่มดึงเข้าดราม่า ไม่ๆ หยุดไว้ตรงนี้ นั่นแหละค่ะ เลยอยากไปที่ไกลๆ ตอนแรกก็อยากไปภูเก็ต ก็ไกลเกิ๊นนน แพงด้วย ทะเลใกล้ๆก็อยากไปนะ แต่ใครก็ไปทะเล คือเราก็โรคจิตไง มันดูซ้ำๆอะ เลยไม่ไป 555 เปลี่ยนมาเป็นลาว เพื่อนพึ่งไปมา สรุปคือ มีเสียงแว่วมาว่า ถ้าจะไปลาวไปเวียดดีกว่า ไรงี้ ก็อยากไปเชียงใหม่ เชียงราย แทน แต่ก็เมืองท่องเที่ยวนะ ของกินก็เยอะ สำหรับเราสองพันคงไม่พอ ถถถถ แจกันคราวหน้าเนอะ เลยมาจบที่สังขละ ก็ว่าจะไปคนเดียว แต่คนเดียวหัวหาย สองคนหารสบาย >< เลยลากเพื่อนที่อยู่สุราษฎร์ไปด้วย ตอนมานี่สงสารเพื่อนมาก คือเพื่อนไปเช็คอินแบบหมดเวลาเป๊ะพอดี เลยต้องเสียค่าเครื่องไปอีกสามพัน TT นี่เป็นเราจะกลับบ้านไม่ไปละเนี่ย
ส่วนกระทู้แนวทางของคณาก็ตามนี้เลยค่า >
http://pantip.com/topic/31935354 ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยฮ้าบบบ -/\-
เช้าวันที่14 กค 2558
จุดสตาร์ทที่ สถานีรถไฟ ธนบุรี ..เรากับเพื่อนก็เดินไปช่องซื้อตั๋วด้วยหน้าตาสดใส (สบายๆ มาทันเวลารถไฟออก ในตารางก็ 7: 50 น )
http://www.railway.co.th/home/images/content/home/srt/timetable/southlinetxt.asp
“พี่คะขอตั๋วรถไฟฟรีไปสถานีน้ำตกสองที่ค่ะ” ผลปรากฏว่า “ช่วงนี้รถไฟปรับปรุงทางค่ะ ถ้าจะไปได้ก็เดือนสิงหา”…ตึงงงง…สตั๊นแพ๊บ พร้อมกับมองหน้าเพื่อน คือ เห้ย!! นี่ยังไม่ทันขึ้นรถเลย เจออุปสรรคแต่เช้าเลยหรอ เอาไงดี แล้วพี่คนขายตั๋วก็บอกว่า “แต่ถ้าจะไป ก็นั่งไปลงบ้านโป่งแล้วต่อรถเอาก็ได้ค่ะ” มองหน้าเพื่อนอีกครั้ง เลยคุยกันว่าไหนๆก็มาแล้ว ค่าเครื่องรวมแล้วก็สามพันห้า ห้องก็จองไว้แล้ว เอาหน่า ไปก็ไป มันต้องมีรถให้เราไปต่ออยู่แล้ว หาไม่เจอก็ถามกู (กูเกิ้ล) จะไปยากอะไร ก็โอเคคค ... เดินไปหาเสบียงที่ตลาดใกล้ๆ มีของขายเต็มไปหมด
เราก็ได้ป๊อบคอร์นมา ดีใจมากกก ปรกติชอบกินป๊อบคอร์นมาก กินมาหมดแล้วเกือบทุกยี่ห้อ พูดเลย มาเจอร้านนี้ มีทั้งรส ช็อกโกแล็ต สตรอว์เบอร์รี คือเยอะ ก็เลือกชาเขียว ชิมคำแรก...งืม อย่างว่าสิบบาท ก็สมราคามันแหละ จะเอาชาเขียวอะไรมากมาย
ขึ้นรถไฟประมาณ 7:30 น รถไฟออก 7:55 น จับจองที่นั่งปุ๊บ ก็แกะเสบียงที่ซื้อมาจากสนามบิน แท่นแท๊นนน
มันคือสลัดผัก น้ำสลัดฟักทอง ดีงาม ตามด้วยป๊อบคอร์นอีกรอบ กินเสร็จก็นอนตามเสต็ป ปล่อยให้เพื่อนเป็นคนดูทาง 555 ชีวิตดีค่ะ แล้วเราก็มาถึง สถานีรถไฟบ้านโป่ง ในเวลาประมาณ 9:30 เย่ๆ พอหันกลับไปมองคนที่ลงตามมาด้วย โหหห นี่ให้เดาคือไปกาญกันหมดแน่เลย แบบมีประมาณยี่สิบกว่าคน แล้วก็จริงคือไปกาญหมดเลย ก็พากันเดินมาที่ท่ารถไปกาญโดยมิได้นัดหมาย เค้าบอกว่าต้องต่อรถจากกาญไปสังขละอีกที ได้ยินบางคนก็ไปแพ บางคนไปน้ำตก ส่วนเราก็มุ่งหน้าไปสังขละ โหยยยย ตื่นเต้น รถที่เราจะไปกาญคือ บัสแอร์ ราคาคนละ 50 บาท ขึ้นรถเวลาน่าจะเก้าโมงกว่าแหละ แหะๆ ^^! คณาจำไม่ได้จริงๆ
ถึงตัวเมืองกาญน่าจะเที่ยงนิดๆ คณากับเพื่อนก็เดินไปถามบัสพัดลมก่อน เค้าก็บอกว่า ราคา 130 เราก็ไรว้า ในกระทู้มัน 120 เลยเดินไปฝั่งตรงข้ามที่คิวรถตู้ เค้าบอก 175 บาท ก็สุมหัวคุยกันอีก เรามาแบคแพค ต้องประหยัดดิ เลยเดินไปขึ้นบัสพัดลม เค้าบอกจ่ายเงินบนรถ ระหว่างรอ ก็มีเพื่อนร่วมรถบัสแอร์จากราชบุรีมานั่งข้างๆ( ลืมถามชื่อมา) เค้าก็ชวนเรากินไอติมที่มาขายข้างรถ ถ้าเป็นขนมปังก็อันละ10บาท เราชอบแบบมีเนื้อมะพร้าวด้วย เลยเอาเป็นถ้วยมะพร้าว ค่าเสียหาย 20 บาท
ระหว่างที่นั่งกินไอติมก็คุยกับเพื่อน ว่าสังขละมันไกล ฝนก็เหมือนจะตก เลยตัดสินใจไปขึ้นรถตู้ คณากับเพื่อนไม่กล้าลงประตูหน้า เกรงใจเค้าาา ก็มานั่งบนรถเค้าตั้งนานนี่เนอะ แล้วอยู่ๆก็มาลง เลยย่องไปลงประตูหลัง ^^ รถตู้ออกจากท่า 12 : 45 หลับแล้วหลับอีก ฝนก็ตกอย่างที่คิดไว้ไม่ผิดค่าา
แล้วเราก็มาถึงตัวเมืองสังขละ ในเวลาประมาณ 15:40 น เราก็เดินมาอีกนิดหน่อย จะเห็นตลาด 5 เชื้อชาติ ต้องขออภัย ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ ข้างๆเซเว่น แม่ค้ากำลังตั้งร้าน ด้วยความหิว เลยจัดเค้กฝอยทองไป 1 ชิ้น แม้หน้าตาจิธรรมดา แต่อยากบอกว่าเนื้อเค้กฟูและหอมมากกก
ถ้าเซเว่นอยู่ขวามือ ให้เราเดินตรงออกไปเลี้ยวซ้าย จะเจอโรงเรียนอนุบาล แล้วเดินตรงไปอีกเรื่อยๆเลยค่ะ
เดินต่ออีกพักนึง ก็ถึง พีเกสเฮาส์ ห้องที่เราจองไว้ 600 บาท 3 วัน 2 คืน ตกแล้วก็คนละ 300 ค่ะ
(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)
ถึงจะเป็นห้องพัดลม แต่คณารู้สึกว่าอากาศไม่ร้อนเลย แม้จะเป็นตอนกลางวัน
รูปคู่ห้องพักซะหน่อย

ไม่สุภาพขออภัยฮะ
นี่ถ่ายไร 555
มาแล้วก็เดินไปเช่ารถ(เครื่อง) ก่อนเลย วันละ 200 บาท ของคณาเช่าสองวันก็ เป็น 400 บาท เพื่อนเป็นคนขี่มอไซค์ให้ อิอิ มันดีตรงนี้ ...อย่างแรกที่ไปคือสะพานมอญ ออกจากพีเกสเอาส์ (ต่อไปขอเรียกย่อว่าพีนะคะ) ไปทางซ้ายมือตรงไปเรื่อยๆ จะเจอทางลง แถวๆป้ายแมกไม้รีสอร์ท ถ้าจำไม่ผิด ..ไปถึงจะมีสะพานส้มๆ พี่แถวนั้นก็บอก "น้องๆ จอดรถไว้ได้เลย แล้วเดินไป" ในใจเรานี่คือกลัวรถหายมาก แต่ความจริงสบายใจได้ จอดไว้เลย
เดินมาเรื่อยๆเราก็เห็นว่ามันไม่ได้มีทางเดียว ที่จะมาสะพานมอญได้ มีทั้งสะพานปูน ทางลงตรงสามประสบ คือ เป็นคนเลือกได้เลยทีนี้ แต่ยังเหลือเวลา ไม่ต้องรีบเอาไว้ค่อยไปอีกที
เล็งตั้งนาน เบลอซะงั้น -3-
ลืมบอกไปค่ะ บางคนอาจจะสงสัยว่า อะไรของมันฟระ รูปแมร่งจะโทนไหนกันแน่ คือ บางรูปก็ถ่ายจากโทรศัพท์ บางรูปก็ถ่ายจากฟิล์ม พอดีเป็นเด็กนิเทศที่ถ่ายรูปไม่เป็นอะ พูดง่ายๆ เลยมีผู้ใหญ่ใจดีนำกล้องฟิล์มมาให้ใช้ คณาเลยได้โอกาสเอากล้องฟิล์มมาฝึกมือในทริปนี้ทริปแรกพอดีเลย เบลอบ้างไรบ้างก็ขออภัยฮะ
แป๊บเดียวเย็นละ ไม่รู้จะทำอะไร มองไปฝั่งตรงข้ามของสะพานมอญ เห็นเจดีย์แบบพุธคยา น่าจะอยู่ไม่ไกล เลยชวนกันขี่มอไซค์ไป...พอไปถึง ปิดแล้วจ้าาา เพื่อไม่ใหเสียเที่ยว เลยให้เพื่อนสอนขี่มอไซค์ให้ที่หน้าวัดนั่นเลย 55555 ครั้งแรกในชีวิต น่าภูมิใจที่สูดดดด ชาวบ้านที่นั่นก็น่ารักนะ เข้ามาถามทุกคนเลย ว่ารถสตาร์ทติดยัง มีน้ำใจทุกคนเลยยย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ พอดีมันไม่ใช่เกียร์ออร์โต้ คณาเลยใช้เวลาไปกับการสตาร์ทนานมากกกก กว่าจะสตาร์ทติดฟ้าก็หม่นละ ท้องก็หิวววว เลยขี่มอไซค์กลับไปที่ตลาด หาเมนูเด็ด นั่นก็คือ หมูจุ่ม ไม้ละบาท!!!
หมูจุ่มร้านนี้มีสองหม้อค่ะ ไปถึงก็นั่งกินได้เลย เค้าจะนับไม้ตอนเรากินเสร็จ แต่ร้านนี้ลูกค้าคงเยอะ พอคณาไปถึง ไม้ที่เป็นเนื้อหมู ได้ถูกช่วงชิงไปหมดแล้ว เหลือแต่หนังและไขมัน ... น้ำตาไหลพรากก จบสิ้นแล้ว กับการออกกำลังกายและคุมอาหารมาเกือบสองเดือน พุงที่รักกำลังจะกลับมา ฮรือออ
บ่นไป แต่ก็ยังสังยำหนังหมูเพิ่ม ดีเวอร์ค่า
มีเหมือนเส้นสปาเกตตี้ มีหนังหมู ผักกะหล่ำ มีกระเทียมเจียวนิดนึง ซอสเหมือนซอสพริก รสอูมาหมิสุดๆ **ข้อควรระวัง กินยำหนังหมูเสร็จ ผมอาจจะร่วงก็เป็นได้ ราคาหารสอง คนละ 33 บาท แต่เหมือนกระเพาะไม่เข้าใจ เลยเดินไปร้านขนมร้านนึง แม่ค้าบอกว่าเป็นขนมมอญ ทำจากข้าวเหนียวกับงา มีชื่อเหมือนกันนะ แต่คณาจำไม่ได้ แหะๆ ใครผ่านมาเห็นรบกวนบอกชื่อด้วยนะคะ อยากรู้เหมือนกัน ^^
มีทั้งแบบสด และแบบทอดค่ะ ของคณาซื้อแบบทอดมา มีนมข้นหวานมาให้จิ้มด้วย ราคา 20 บาท แล้วเราก็กลับพีกัน
ลืมเล่าเรื่องตื่นเต้นๆ เวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ กำลังคลุมโปงเลย เตียงก็สั่นนน เหมือนมีคนสิบคนมาเขย่าเตียง รีบลุกขึ้นมา มองหน้ากันกับเพื่อน เห้ยอะไร ไม่มีใครหนิ หรือห้องข้างบนเค้าทำอะไร แต่บ้าหรอ ห้องนี้มีชึ้นเดียว เพื่อนก็เปิดประตูออกไป ส่วนเรายังนั่งงอยู่บนเตียง ห้องข้างๆก็บอกแผ่นดินไหว เห้ยยยย แผ่นดินไหว ตื่นเต้น!!!!! เค้าบอกว่าดูในข่าวอาจมีไหวรอบสอง คราวนี้แหละ คณาออกไปหน้าห้องเลย ไปนั่งรอแผ่นดินไหว คืออยากรู้แผ่นดินไหวมันเป็นยังไง ตื่นเต้นมาก แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่ไหวซักที - - เลยเข้าไปนอนตอนประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่งแหละ ก่อนนอนก็ตั้งนาฬิกาปลุกซักตีห้า เตรียมสูดอากาศพร้อมกับดูวิวสวยๆกัน หูยยย แค่คิดก็ฟินล้าวววว-----
แบคแพคไปตากฝนที่สังขละ ในราคานักศึกษา 1500 บาท
ก็ขอใช้นามแฝงละกันนะคะ ด้วยเหตุผล หลายยยยยประการ เรียก “คณา” ละกันค่ะ กระทู้เป็นไง คำไหนผิด มีอะไร ก็ติชมกันได้เลย
จุดเริ่มต้นที่ไปสังขละก็เพราะว่า อยากไปที่ไกลๆเงียบๆ ...
เอาตรงๆคือ อกหัก ผู้หญิงไม่รักแหละ 555 ละตัดใจไม่ได้ซักที จะไปไหน กินข้าวหรือทำอะไร ทุกอย่างมันเป็นเค้าไปหมด ทุกอย่างจริงๆ จะไปห้าง ขึ้นรถ มันก็เป็นภาพเค้าอีก ... เริ่มดึงเข้าดราม่า ไม่ๆ หยุดไว้ตรงนี้ นั่นแหละค่ะ เลยอยากไปที่ไกลๆ ตอนแรกก็อยากไปภูเก็ต ก็ไกลเกิ๊นนน แพงด้วย ทะเลใกล้ๆก็อยากไปนะ แต่ใครก็ไปทะเล คือเราก็โรคจิตไง มันดูซ้ำๆอะ เลยไม่ไป 555 เปลี่ยนมาเป็นลาว เพื่อนพึ่งไปมา สรุปคือ มีเสียงแว่วมาว่า ถ้าจะไปลาวไปเวียดดีกว่า ไรงี้ ก็อยากไปเชียงใหม่ เชียงราย แทน แต่ก็เมืองท่องเที่ยวนะ ของกินก็เยอะ สำหรับเราสองพันคงไม่พอ ถถถถ แจกันคราวหน้าเนอะ เลยมาจบที่สังขละ ก็ว่าจะไปคนเดียว แต่คนเดียวหัวหาย สองคนหารสบาย >< เลยลากเพื่อนที่อยู่สุราษฎร์ไปด้วย ตอนมานี่สงสารเพื่อนมาก คือเพื่อนไปเช็คอินแบบหมดเวลาเป๊ะพอดี เลยต้องเสียค่าเครื่องไปอีกสามพัน TT นี่เป็นเราจะกลับบ้านไม่ไปละเนี่ย
ส่วนกระทู้แนวทางของคณาก็ตามนี้เลยค่า > http://pantip.com/topic/31935354 ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยฮ้าบบบ -/\-
เช้าวันที่14 กค 2558
จุดสตาร์ทที่ สถานีรถไฟ ธนบุรี ..เรากับเพื่อนก็เดินไปช่องซื้อตั๋วด้วยหน้าตาสดใส (สบายๆ มาทันเวลารถไฟออก ในตารางก็ 7: 50 น )
http://www.railway.co.th/home/images/content/home/srt/timetable/southlinetxt.asp
“พี่คะขอตั๋วรถไฟฟรีไปสถานีน้ำตกสองที่ค่ะ” ผลปรากฏว่า “ช่วงนี้รถไฟปรับปรุงทางค่ะ ถ้าจะไปได้ก็เดือนสิงหา”…ตึงงงง…สตั๊นแพ๊บ พร้อมกับมองหน้าเพื่อน คือ เห้ย!! นี่ยังไม่ทันขึ้นรถเลย เจออุปสรรคแต่เช้าเลยหรอ เอาไงดี แล้วพี่คนขายตั๋วก็บอกว่า “แต่ถ้าจะไป ก็นั่งไปลงบ้านโป่งแล้วต่อรถเอาก็ได้ค่ะ” มองหน้าเพื่อนอีกครั้ง เลยคุยกันว่าไหนๆก็มาแล้ว ค่าเครื่องรวมแล้วก็สามพันห้า ห้องก็จองไว้แล้ว เอาหน่า ไปก็ไป มันต้องมีรถให้เราไปต่ออยู่แล้ว หาไม่เจอก็ถามกู (กูเกิ้ล) จะไปยากอะไร ก็โอเคคค ... เดินไปหาเสบียงที่ตลาดใกล้ๆ มีของขายเต็มไปหมด
เราก็ได้ป๊อบคอร์นมา ดีใจมากกก ปรกติชอบกินป๊อบคอร์นมาก กินมาหมดแล้วเกือบทุกยี่ห้อ พูดเลย มาเจอร้านนี้ มีทั้งรส ช็อกโกแล็ต สตรอว์เบอร์รี คือเยอะ ก็เลือกชาเขียว ชิมคำแรก...งืม อย่างว่าสิบบาท ก็สมราคามันแหละ จะเอาชาเขียวอะไรมากมาย
ขึ้นรถไฟประมาณ 7:30 น รถไฟออก 7:55 น จับจองที่นั่งปุ๊บ ก็แกะเสบียงที่ซื้อมาจากสนามบิน แท่นแท๊นนน
มันคือสลัดผัก น้ำสลัดฟักทอง ดีงาม ตามด้วยป๊อบคอร์นอีกรอบ กินเสร็จก็นอนตามเสต็ป ปล่อยให้เพื่อนเป็นคนดูทาง 555 ชีวิตดีค่ะ แล้วเราก็มาถึง สถานีรถไฟบ้านโป่ง ในเวลาประมาณ 9:30 เย่ๆ พอหันกลับไปมองคนที่ลงตามมาด้วย โหหห นี่ให้เดาคือไปกาญกันหมดแน่เลย แบบมีประมาณยี่สิบกว่าคน แล้วก็จริงคือไปกาญหมดเลย ก็พากันเดินมาที่ท่ารถไปกาญโดยมิได้นัดหมาย เค้าบอกว่าต้องต่อรถจากกาญไปสังขละอีกที ได้ยินบางคนก็ไปแพ บางคนไปน้ำตก ส่วนเราก็มุ่งหน้าไปสังขละ โหยยยย ตื่นเต้น รถที่เราจะไปกาญคือ บัสแอร์ ราคาคนละ 50 บาท ขึ้นรถเวลาน่าจะเก้าโมงกว่าแหละ แหะๆ ^^! คณาจำไม่ได้จริงๆ
ถึงตัวเมืองกาญน่าจะเที่ยงนิดๆ คณากับเพื่อนก็เดินไปถามบัสพัดลมก่อน เค้าก็บอกว่า ราคา 130 เราก็ไรว้า ในกระทู้มัน 120 เลยเดินไปฝั่งตรงข้ามที่คิวรถตู้ เค้าบอก 175 บาท ก็สุมหัวคุยกันอีก เรามาแบคแพค ต้องประหยัดดิ เลยเดินไปขึ้นบัสพัดลม เค้าบอกจ่ายเงินบนรถ ระหว่างรอ ก็มีเพื่อนร่วมรถบัสแอร์จากราชบุรีมานั่งข้างๆ( ลืมถามชื่อมา) เค้าก็ชวนเรากินไอติมที่มาขายข้างรถ ถ้าเป็นขนมปังก็อันละ10บาท เราชอบแบบมีเนื้อมะพร้าวด้วย เลยเอาเป็นถ้วยมะพร้าว ค่าเสียหาย 20 บาท
ระหว่างที่นั่งกินไอติมก็คุยกับเพื่อน ว่าสังขละมันไกล ฝนก็เหมือนจะตก เลยตัดสินใจไปขึ้นรถตู้ คณากับเพื่อนไม่กล้าลงประตูหน้า เกรงใจเค้าาา ก็มานั่งบนรถเค้าตั้งนานนี่เนอะ แล้วอยู่ๆก็มาลง เลยย่องไปลงประตูหลัง ^^ รถตู้ออกจากท่า 12 : 45 หลับแล้วหลับอีก ฝนก็ตกอย่างที่คิดไว้ไม่ผิดค่าา
แล้วเราก็มาถึงตัวเมืองสังขละ ในเวลาประมาณ 15:40 น เราก็เดินมาอีกนิดหน่อย จะเห็นตลาด 5 เชื้อชาติ ต้องขออภัย ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ ข้างๆเซเว่น แม่ค้ากำลังตั้งร้าน ด้วยความหิว เลยจัดเค้กฝอยทองไป 1 ชิ้น แม้หน้าตาจิธรรมดา แต่อยากบอกว่าเนื้อเค้กฟูและหอมมากกก
ถ้าเซเว่นอยู่ขวามือ ให้เราเดินตรงออกไปเลี้ยวซ้าย จะเจอโรงเรียนอนุบาล แล้วเดินตรงไปอีกเรื่อยๆเลยค่ะ
เดินต่ออีกพักนึง ก็ถึง พีเกสเฮาส์ ห้องที่เราจองไว้ 600 บาท 3 วัน 2 คืน ตกแล้วก็คนละ 300 ค่ะ
ถึงจะเป็นห้องพัดลม แต่คณารู้สึกว่าอากาศไม่ร้อนเลย แม้จะเป็นตอนกลางวัน
รูปคู่ห้องพักซะหน่อย
นี่ถ่ายไร 555
มาแล้วก็เดินไปเช่ารถ(เครื่อง) ก่อนเลย วันละ 200 บาท ของคณาเช่าสองวันก็ เป็น 400 บาท เพื่อนเป็นคนขี่มอไซค์ให้ อิอิ มันดีตรงนี้ ...อย่างแรกที่ไปคือสะพานมอญ ออกจากพีเกสเอาส์ (ต่อไปขอเรียกย่อว่าพีนะคะ) ไปทางซ้ายมือตรงไปเรื่อยๆ จะเจอทางลง แถวๆป้ายแมกไม้รีสอร์ท ถ้าจำไม่ผิด ..ไปถึงจะมีสะพานส้มๆ พี่แถวนั้นก็บอก "น้องๆ จอดรถไว้ได้เลย แล้วเดินไป" ในใจเรานี่คือกลัวรถหายมาก แต่ความจริงสบายใจได้ จอดไว้เลย
เดินมาเรื่อยๆเราก็เห็นว่ามันไม่ได้มีทางเดียว ที่จะมาสะพานมอญได้ มีทั้งสะพานปูน ทางลงตรงสามประสบ คือ เป็นคนเลือกได้เลยทีนี้ แต่ยังเหลือเวลา ไม่ต้องรีบเอาไว้ค่อยไปอีกที
เล็งตั้งนาน เบลอซะงั้น -3-
ลืมบอกไปค่ะ บางคนอาจจะสงสัยว่า อะไรของมันฟระ รูปแมร่งจะโทนไหนกันแน่ คือ บางรูปก็ถ่ายจากโทรศัพท์ บางรูปก็ถ่ายจากฟิล์ม พอดีเป็นเด็กนิเทศที่ถ่ายรูปไม่เป็นอะ พูดง่ายๆ เลยมีผู้ใหญ่ใจดีนำกล้องฟิล์มมาให้ใช้ คณาเลยได้โอกาสเอากล้องฟิล์มมาฝึกมือในทริปนี้ทริปแรกพอดีเลย เบลอบ้างไรบ้างก็ขออภัยฮะ
แป๊บเดียวเย็นละ ไม่รู้จะทำอะไร มองไปฝั่งตรงข้ามของสะพานมอญ เห็นเจดีย์แบบพุธคยา น่าจะอยู่ไม่ไกล เลยชวนกันขี่มอไซค์ไป...พอไปถึง ปิดแล้วจ้าาา เพื่อไม่ใหเสียเที่ยว เลยให้เพื่อนสอนขี่มอไซค์ให้ที่หน้าวัดนั่นเลย 55555 ครั้งแรกในชีวิต น่าภูมิใจที่สูดดดด ชาวบ้านที่นั่นก็น่ารักนะ เข้ามาถามทุกคนเลย ว่ารถสตาร์ทติดยัง มีน้ำใจทุกคนเลยยย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ พอดีมันไม่ใช่เกียร์ออร์โต้ คณาเลยใช้เวลาไปกับการสตาร์ทนานมากกกก กว่าจะสตาร์ทติดฟ้าก็หม่นละ ท้องก็หิวววว เลยขี่มอไซค์กลับไปที่ตลาด หาเมนูเด็ด นั่นก็คือ หมูจุ่ม ไม้ละบาท!!!
หมูจุ่มร้านนี้มีสองหม้อค่ะ ไปถึงก็นั่งกินได้เลย เค้าจะนับไม้ตอนเรากินเสร็จ แต่ร้านนี้ลูกค้าคงเยอะ พอคณาไปถึง ไม้ที่เป็นเนื้อหมู ได้ถูกช่วงชิงไปหมดแล้ว เหลือแต่หนังและไขมัน ... น้ำตาไหลพรากก จบสิ้นแล้ว กับการออกกำลังกายและคุมอาหารมาเกือบสองเดือน พุงที่รักกำลังจะกลับมา ฮรือออ
บ่นไป แต่ก็ยังสังยำหนังหมูเพิ่ม ดีเวอร์ค่า
ลืมเล่าเรื่องตื่นเต้นๆ เวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ กำลังคลุมโปงเลย เตียงก็สั่นนน เหมือนมีคนสิบคนมาเขย่าเตียง รีบลุกขึ้นมา มองหน้ากันกับเพื่อน เห้ยอะไร ไม่มีใครหนิ หรือห้องข้างบนเค้าทำอะไร แต่บ้าหรอ ห้องนี้มีชึ้นเดียว เพื่อนก็เปิดประตูออกไป ส่วนเรายังนั่งงอยู่บนเตียง ห้องข้างๆก็บอกแผ่นดินไหว เห้ยยยย แผ่นดินไหว ตื่นเต้น!!!!! เค้าบอกว่าดูในข่าวอาจมีไหวรอบสอง คราวนี้แหละ คณาออกไปหน้าห้องเลย ไปนั่งรอแผ่นดินไหว คืออยากรู้แผ่นดินไหวมันเป็นยังไง ตื่นเต้นมาก แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่ไหวซักที - - เลยเข้าไปนอนตอนประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่งแหละ ก่อนนอนก็ตั้งนาฬิกาปลุกซักตีห้า เตรียมสูดอากาศพร้อมกับดูวิวสวยๆกัน หูยยย แค่คิดก็ฟินล้าวววว-----