ต้องยอมรับความจริงว่า ในยุค คสช. ที่คนบางกลุ่มมัวแต่พร่ำเพ้อว่า ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่เป็นประชาธิปไตยนี่แหละ ที่เกิดเรื่องดีๆ หลายอย่าง
บางอย่าง เป็นสิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งทำตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ
1) ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2558 ก็เพิ่งเริ่มต้นใช้บังคับ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปตั้งแต่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
กฎหมายฉบับนี้ สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนในการไปติดต่อกับหน่วยงานราชการ
บังคับให้หน่วยงานราชการจะต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความยุ่งยาก ความล่าช้า ความไม่แน่น ความคลุมเครือ ที่เคยเปิดช่องให้เกิดการติดสินบนราชการ โดยหน่วยงานราชการจะต้องประกาศคู่มือในการอนุญาต ระบุขั้นตอน ระยะเวลาชัดเจน รวมถึงเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้ หากประชาชนทำตามขั้นตอนครบถ้วน หน่วยงานราชการจะต้องอนุญาต ไม่สามารถจะดึงเรื่อง โยกโย้ ถ่วงเวลา หรือถ้าไม่อนุญาตก็จะต้องมีเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
และถ้าหน่วยงานรัฐฝ่าฝืน ก็อาจถูกประชาชนฟ้องร้องเล่นงาน เรียกค่าเสียหายได้ด้วย
กฎหมายพรรค์อย่างนี้ ออกมาในยุครัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
2) วันที่ 18 ส.ค.ที่จะถึงนี้ รัฐบาลให้มีการเปิดรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชน ผู้ใช้แรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันในยามชราภาพ ไม่ว่าจะเป็น หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ขาย เกษตรกร แม่บ้านพ่อบ้าน แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฯลฯ
จะเปิดรับสมัครผ่าน 3 แบงก์รัฐ ออมสิน-กรุงไทย-ธ.ก.ส.
ให้ใช้เพียงบัตรประชาชน ก็สามารถจะสมัครได้เลย
วิธีการ คือ ประชาชนออมเงินส่วนหนึ่ง รัฐสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง แถมค้ำประกันดอกผลตอบแทน เมื่ออายุครบ 60 ปี ผู้ออมก็จะได้เงินบำนาญชราภาพ จ่ายเป็นเงินเดือนให้ทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต (ถ้าตายก่อนเงินหมด ลูกหลานก็ได้รับเงินออมที่เหลือ)
เป็นการสนับสนุนส่งเสริมคนที่ไม่มีหลักประกันให้สามารถร่วมสร้างหลักประกันทางรายได้ในยามชราภาพของตนเอง ออมไว้ตั้งแต่ยังไม่แก่ จะได้ไม่ลำบากตอนแก่
อันที่จริง กฎหมายนี้ผ่านไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำยึกยัก ไม่ดำเนินการเปิดให้ประชาชนได้สมัครเป็นสมาชิก กอช. ทำให้ประชาชนเสียโอกาสไปกว่า 3 ปี กระทั่งมาถึงรัฐบาล คสช.มองเห็นหัวประชาชนถึงได้เดินหน้าเปิดรับสมัครในวันที่ 18 ส.ค.นี้
3) การเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการทุจริตโกงกิน มีการแก้ไขกฎหมายให้มีโทษรุนแรงขึ้น ปิดช่องทางหลบหนีคดี รัดกุมยิ่งขึ้น ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำเร็จเอาในยุคนี้เอง
คดีทุจริต ไม่นับอายุความระหว่างหลบหนีคดี
คดีทุจริต เจ้าหน้าที่รัฐกินสินบน ตั้งแต่นายกฯ จนถึงข้าราชการระดับสูง โทษสูงสุดประหารชีวิต
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย
4) การแก้ปัญหาประมง จัดการกับประมงพาณิชย์ที่ใช้อุปกรณ์ประมงล้างผลาญ เช่น อวนรุน เป็นต้น ลงมือทำจริงจังในยุคนี้
เปิดพื้นที่ให้ประมงพื้นบ้าน ช่วยให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ทำมาหากิน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเล ไม่ถูกเบียดบังจากประมงพาณิชย์ผิดกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านออกเรือหาปลาได้มากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ทรัพยากรทะเลมีความยั่งยืนขึ้น นี่ก็ในยุครัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนี้เช่นกัน
5) เด็กแรกเกิด คุณแม่ที่มีรายได้น้อย สามารถจะได้รับเงินอุดหนุน 400 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับทารกที่คลอดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2559 รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลทุกเดือนจนลูกอายุ 1 ขวบ เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลเด็กแรกเกิดให้ได้รับบริการสาธารณสุขและบริการด้านการพัฒนาการตามช่วงวัยต่างๆ ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น
6) จัดการปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้
ชาวบ้านสามารถซื้อลอตเตอรี่ในราคาหน้าสลากจริงๆ ก็ในยุคนี้เอง
7) พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ควบคุมการทวงหนี้ โดยคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย มิให้ถูกคุกคาม ข่มขู่ รีดนาทาเร้น ทั้งหนี้ในระบบ-หนี้นอกระบบ ก็ออกมาในยุคนี้เอง
8) การจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน คนตัวเล็กตัวน้อย เป้าหมายกว่า 50,000 ไร่ เริ่มนำร่องไปแล้วที่แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ คุ้มครองสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดินทำกิน ทำให้มีความมั่นคงในชีวิต ก็เกิดขึ้นในยุคนี้
9) แม้แต่กฎหมายคุ้มครองสัตว์มิให้ถูกทารุณกรรม ก็ออกมายุคนี้
ทั้งหมดนี้ ยังไม่นับการจัดการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ยุติขบวนการใช้กำลังอาวุธสังหารประชาชน การจัดการกับผู้มีอิทธิพล อันธพาลการเมือง ขี้ข้านักการเมืองที่ระรานเขาไปทั่ว จัดการกับนักการเมืองทุจริตโกงกิน โดยเฉพาะการทุจริตในโครงการจำนำข้าว ก็มีคดีไปสู่ศาลยุติธรรม ฯลฯ
การที่มีคนบางกลุ่มพยายามจะอ้างแต่ว่า รัฐบาล คสช.ไม่มีความชอบธรรม ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับอำนาจ คสช. ประชาชนส่วนใหญ่เขาจึงไม่เห็นด้วยกับการจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านอำนาจ คสช.ในขณะนี้ (สะท้อนผ่านผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหลายสำนัก อาทิ นิด้าโพลล์)
ประชาชนที่ไม่ต่อต้าน คสช.ในขณะนี้ เขาไม่ได้โง่ ไม่ได้กลัว แต่เขามีสติ มีปัญญา ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานในการพิจารณา มิใช่การมโนเอามันส์ และที่สำคัญ เขาคิดชั่งน้ำหนักเป็นว่าจะกำหนดท่าทีอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติส่วนรวม
สารส้ม
ที่มา:
http://www.naewna.com/politic/columnist/19584
เผด็จการฝุดๆ...ก๊อปแปะ By อดีตหัวหน้าเผ่าฯ
บางอย่าง เป็นสิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งทำตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ
1) ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2558 ก็เพิ่งเริ่มต้นใช้บังคับ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปตั้งแต่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
กฎหมายฉบับนี้ สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนในการไปติดต่อกับหน่วยงานราชการ
บังคับให้หน่วยงานราชการจะต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความยุ่งยาก ความล่าช้า ความไม่แน่น ความคลุมเครือ ที่เคยเปิดช่องให้เกิดการติดสินบนราชการ โดยหน่วยงานราชการจะต้องประกาศคู่มือในการอนุญาต ระบุขั้นตอน ระยะเวลาชัดเจน รวมถึงเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้ หากประชาชนทำตามขั้นตอนครบถ้วน หน่วยงานราชการจะต้องอนุญาต ไม่สามารถจะดึงเรื่อง โยกโย้ ถ่วงเวลา หรือถ้าไม่อนุญาตก็จะต้องมีเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
และถ้าหน่วยงานรัฐฝ่าฝืน ก็อาจถูกประชาชนฟ้องร้องเล่นงาน เรียกค่าเสียหายได้ด้วย
กฎหมายพรรค์อย่างนี้ ออกมาในยุครัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
2) วันที่ 18 ส.ค.ที่จะถึงนี้ รัฐบาลให้มีการเปิดรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชน ผู้ใช้แรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันในยามชราภาพ ไม่ว่าจะเป็น หาบเร่แผงลอย พ่อค้าแม่ขาย เกษตรกร แม่บ้านพ่อบ้าน แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฯลฯ
จะเปิดรับสมัครผ่าน 3 แบงก์รัฐ ออมสิน-กรุงไทย-ธ.ก.ส.
ให้ใช้เพียงบัตรประชาชน ก็สามารถจะสมัครได้เลย
วิธีการ คือ ประชาชนออมเงินส่วนหนึ่ง รัฐสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง แถมค้ำประกันดอกผลตอบแทน เมื่ออายุครบ 60 ปี ผู้ออมก็จะได้เงินบำนาญชราภาพ จ่ายเป็นเงินเดือนให้ทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต (ถ้าตายก่อนเงินหมด ลูกหลานก็ได้รับเงินออมที่เหลือ)
เป็นการสนับสนุนส่งเสริมคนที่ไม่มีหลักประกันให้สามารถร่วมสร้างหลักประกันทางรายได้ในยามชราภาพของตนเอง ออมไว้ตั้งแต่ยังไม่แก่ จะได้ไม่ลำบากตอนแก่
อันที่จริง กฎหมายนี้ผ่านไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำยึกยัก ไม่ดำเนินการเปิดให้ประชาชนได้สมัครเป็นสมาชิก กอช. ทำให้ประชาชนเสียโอกาสไปกว่า 3 ปี กระทั่งมาถึงรัฐบาล คสช.มองเห็นหัวประชาชนถึงได้เดินหน้าเปิดรับสมัครในวันที่ 18 ส.ค.นี้
3) การเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการทุจริตโกงกิน มีการแก้ไขกฎหมายให้มีโทษรุนแรงขึ้น ปิดช่องทางหลบหนีคดี รัดกุมยิ่งขึ้น ก็มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำเร็จเอาในยุคนี้เอง
คดีทุจริต ไม่นับอายุความระหว่างหลบหนีคดี
คดีทุจริต เจ้าหน้าที่รัฐกินสินบน ตั้งแต่นายกฯ จนถึงข้าราชการระดับสูง โทษสูงสุดประหารชีวิต
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย
4) การแก้ปัญหาประมง จัดการกับประมงพาณิชย์ที่ใช้อุปกรณ์ประมงล้างผลาญ เช่น อวนรุน เป็นต้น ลงมือทำจริงจังในยุคนี้
เปิดพื้นที่ให้ประมงพื้นบ้าน ช่วยให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ทำมาหากิน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเล ไม่ถูกเบียดบังจากประมงพาณิชย์ผิดกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านออกเรือหาปลาได้มากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ทรัพยากรทะเลมีความยั่งยืนขึ้น นี่ก็ในยุครัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนี้เช่นกัน
5) เด็กแรกเกิด คุณแม่ที่มีรายได้น้อย สามารถจะได้รับเงินอุดหนุน 400 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับทารกที่คลอดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2559 รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลทุกเดือนจนลูกอายุ 1 ขวบ เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลเด็กแรกเกิดให้ได้รับบริการสาธารณสุขและบริการด้านการพัฒนาการตามช่วงวัยต่างๆ ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น
6) จัดการปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาได้
ชาวบ้านสามารถซื้อลอตเตอรี่ในราคาหน้าสลากจริงๆ ก็ในยุคนี้เอง
7) พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ควบคุมการทวงหนี้ โดยคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย มิให้ถูกคุกคาม ข่มขู่ รีดนาทาเร้น ทั้งหนี้ในระบบ-หนี้นอกระบบ ก็ออกมาในยุคนี้เอง
8) การจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน คนตัวเล็กตัวน้อย เป้าหมายกว่า 50,000 ไร่ เริ่มนำร่องไปแล้วที่แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ คุ้มครองสิทธิในการใช้ประโยชน์จากที่ดินทำกิน ทำให้มีความมั่นคงในชีวิต ก็เกิดขึ้นในยุคนี้
9) แม้แต่กฎหมายคุ้มครองสัตว์มิให้ถูกทารุณกรรม ก็ออกมายุคนี้
ทั้งหมดนี้ ยังไม่นับการจัดการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ยุติขบวนการใช้กำลังอาวุธสังหารประชาชน การจัดการกับผู้มีอิทธิพล อันธพาลการเมือง ขี้ข้านักการเมืองที่ระรานเขาไปทั่ว จัดการกับนักการเมืองทุจริตโกงกิน โดยเฉพาะการทุจริตในโครงการจำนำข้าว ก็มีคดีไปสู่ศาลยุติธรรม ฯลฯ
การที่มีคนบางกลุ่มพยายามจะอ้างแต่ว่า รัฐบาล คสช.ไม่มีความชอบธรรม ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับอำนาจ คสช. ประชาชนส่วนใหญ่เขาจึงไม่เห็นด้วยกับการจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านอำนาจ คสช.ในขณะนี้ (สะท้อนผ่านผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหลายสำนัก อาทิ นิด้าโพลล์)
ประชาชนที่ไม่ต่อต้าน คสช.ในขณะนี้ เขาไม่ได้โง่ ไม่ได้กลัว แต่เขามีสติ มีปัญญา ใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานในการพิจารณา มิใช่การมโนเอามันส์ และที่สำคัญ เขาคิดชั่งน้ำหนักเป็นว่าจะกำหนดท่าทีอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติส่วนรวม
สารส้ม
ที่มา:http://www.naewna.com/politic/columnist/19584