เราควรทำอย่างไรเมื่อสรุปตัวเองไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ และจะทำยังไงกับการ (แอบ) รักเค้าฝ่ายเดียว (แอบ ๆ แบบเปิดเผย)

เราเป็นผู้หญิงที่ผ่านชีวิตรักมาหลายครั้งแล้ว ทุกๆ ครั้งที่อกหักก็จบลงด้วยดี เราทำใจได้ง่าย สามวันผ่านไปก็ลุกขึ้นสู้อาบน้ำแต่งตัว
เปลี่ยนตัวเองใหม่ได้สดใสเหมือนเดิม ที่เราคิดว่าเมื่อก่อนเราทำใจได้เร็ว อาจจะเป็นเพราะเรายังสาวและมีคนรุมจีบเยอะ
และเราอาจจะไม่ได้รักคนที่คบกันจริง ๆ หรือเป็นรักแท้ ก็เลยทำให้ไม่กังวลใจ จนเวลาผ่านมาเรื่อย ๆ หลายปี
ขอไม่กล่าวถึงว่ากี่ปี มันยาวนาน จนมาถึงย้อนไปเมื่อสามปีก่อนได้เจอกับผู้ชายคนนึง เป็นรุ่นน้อง เรารู้สึกถูกชะตา พูดคุยกันได้ถูกคอ
คุยกันได้ทุกเรื่องสัพเพเหระ เธออยู่ไหน ฉันอยู่นี่ คือรู้ทุกอย่างทุกเรื่องทุกราวของซึ่งกันและกันว่าทำอะไรอยู่ไหน
ณ ตอนนั้น เรารู้สึกเฉย ๆ ก็ดี มีเพื่อนคุยจะได้ไม่เหงา พอเวลาผ่านไปพอควร ก็ได้เจอหน้าเจอตากัน
มีอะไรแลกเปลี่ยนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหมือนพี่น้องกันเรื่อยมา ก็มีทะเลาะกัน งอลกันบ้าง มีง้อกันบ้าง บ่นกันบ้าง
เป็นเรื่องปกติของคนที่สนิทกันแล้ว จนมีคนมาทักว่า เราสองคนคือยังไง  ณ ตอนนั้นเราซึ่งยังไม่ได้คิดอะไร ก็เริ่มคิด เริ่มสงสัยตัวเอง
สงสัยไปถึงส่วนลึก ๆ ของตัวเองว่าคิดอะไรกับน้องหรือเปล่า ไปนั่งทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา บางทีมันน่าจะเป็นแค่ความผูกพันที่เราได้คุยกันทุกวัน
รู้จักกันทุก ๆ เรื่อง รู้ว่าชอบไม่ชอบอะไร สนิทกันเฉย ๆ หรือในส่วนลึกเราชอบน้องเขาหรือเปล่า? ก็ไม่รู้สินะ

และน้องเค้าก็เป็นคนเดียวในชีวิตที่รู้จักเรา และจำเรื่องราวของเราได้ รู้ว่านิสัยเราเป็นอย่างไร ซึ่งแฟนที่เคยคบมาก่อนหน้า
ยังไม่รู้จักตัวตนเราเลย ทำให้เราประทับใจและรู้สึกดี

ตัวเราเองพยายาม  พยายามที่จะเก็บเอาไว้ลึก ๆ พยายามปิดความรู้สึก แต่รู้ว่าบางทีมันส่งออกมาเองแบบไม่ได้ตั้งใจ
ในบางทีมีทำอะไรโง่ ๆ งี่เง่าๆ ออกมา แล้วมานั่งคิดได้ว่าไม่ควรทำ เราควรทำตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นรุ่นพี่ ให้น้องเขานับถือ
และด้วยเราและน้องเค้าไม่มีความเหมาะสมกันเลยสักอย่าง เราจึงเกิดความคิดอยากจะถอยตัวออกมา ไม่ว่าเราจะรู้จักกันในฐานะอะไร
อยากจะหยุดติดต่อ เราห่างการคุยด้วยได้ไม่เกินสามวัน ก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องคุยด้วย หรือมีธุระจำเป็นที่จะต้องติดต่อเค้าตลอดในทุก ๆ รอบ
เราพยายามเลิกติดต่อกับเค้ามาหลายรอบมาก นับได้ประมาณ 30 รอบ ในทุก ๆ รอบน้ำตาจะปริ่ม ๆ ปรอย ๆ ไม่ปรอยธรรมดา ผ้าเช็ดตัวเปียกหมดผืน
ตาบวมเปล่ง  ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในชีวิตที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่เค้ยไม่เคยเป็นแบบนี้เลย อย่างมากเราก็ทำใจแค่สามวันแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่
ใจมันก็คิด น้องเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด มันอาจจะผิดตรงที่เราคิดกับเค้าไม่ใช่แค่น้อง แต่ด้วยพฤติกรรมไม่เคยทำผิดต่อกัน
ถ้าเกิดว่าเราจะทำดีต่อกันแบบนี้ไว้ ดีกว่าไหม ดีกว่าตายไปแล้วเราไม่ได้ทำให้คนที่เรารู้สึกดีแบบนี้ด้วย เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น
เราก็จะกลับไปคุยกับน้องเค้าเหมือนเดิมแล้วก็คุยปกติ

ณ วันนี้เราเริ่มคิดอีกว่า เราควรจบไหม ตัวเราเองจะได้ไม่ทรมานใจตัวเอง  เราพยายามห่าง ๆ ทั้งการคุยหรือการเจอกัน
เพื่อลดความรู้สึก แต่ยิ่งห่างยิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งใจเต้นแบบผิดปกติ รู้จักกันมานาน เจอกันทีไร ใจเราก็ยังเต้นเสียงดังทุกที
เราอยากได้ข้อเสนอแนะเพื่อเยียวยาตัวเอง เราควรจะทำอย่างไรดี?  

น้องเค้าคนนี้ ทำให้เราพบกับความรู้สึก “สุข” ที่เราสามารถ “ยิ้ม” ออกมาจากหัวใจได้ และน้องเค้ายังคือ “แรงบันดาลใจ” ทำให้เราคิดงานออก
หรือเราทำบางอย่างไม่สำเร็จ แต่เมื่อนึกถึงหน้าน้องเค้า เราก็จะคิดออกเลยทันทีและอดทนทำจนเสร็จ เป็นส่วนดีที่สุดที่เราระลึกถึงเสมอ
แต่มันก็เกิด “ทุกข์” ในทุกรอบเมื่อเราเกิดความคิดที่จะเลิกติดต่อด้วย
(รายละเอียดลงไม่ลึกนะคะ มันยาว แบบย่อๆ ก็พอ ย่อแล้วนะคะ 3 ปีย่อได้แค่นี้แหละ)

เพราะเหตุใดเราอยากเลิกติดต่อกับน้องเค้า เพราะรู้สึกตัวว่าเราเองอารมณ์จะร้อนขึ้นเยอะ เหวี่ยงบ่อย วีน บ่น ทำอะไรไม่รู้จักคิด พาลคนโน้นคนนี้
มันเป็นผลพวงตามมา ซึ่งมันเกิดจากแรงอะไรบางอย่าง เราไม่ได้ชอบให้เป็นแบบนี้
ด้วยการงานเราบางทีก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูมีความน่าเชื่อถือ แต่มันชอบหลุด ๆ บ่อย

แล้วเราควรจะทำเช่นไรดี? ช่วยแนะนำทีค่ะ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ความรักวัยทำงาน ปัญหาความรัก แอบรัก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่