"กิตติรัตน์" ระเบิดลง โต้กลับ "อรรถวิชช์" บอกกล่าวเท็จคำโต เอาดีใส่ตัว ตามสันดานเดิม
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหาว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างหนี้มโหฬารนั้น เป็นการกล่าวเท็จคำโต เพื่อเอาดีใส่ตัว
ตามสันดานเดิมของพรรคพวกตน ความจริงเป็นที่ปรากฏชัดว่า จากระดับหนี้สาธารณะ และภาระดอกเบี้ยต่องบประมาณที่ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์รับช่วงมาจากรัฐบาลของพวกเขา ได้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินอย่างรอบคอบและเป็นผลดี จนเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) ขยายตัว หนี้ฯใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งจากการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลของงบประมาณมีขนาดน้อยลง และแม้เมื่อรวมหนี้ฯใหม่จากโครงการที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ (ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมรวม หนี้วงเงินหมุนเวียนของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ไว้แล้ว) สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ และ หนี้สาธารณะที่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินก็มีระดับที่ต่ำลง จากการบริหารหนี้สาธารณะ และระบบการชำระคืนเงินต้น ให้เข้าที่เข้าทาง เห็นได้จากความจำเป็นในการตั้ง งบประมาณประจำปี เพื่อจ่ายดอกเบี้ย ลดต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
"อยากบอกนายอรรถวิชช์ว่า ถ้ากลัวคนเขาจะลืม ก็ขอให้เขาจำได้ในทางที่ดีเถอะครับ
มิฉะนั้นคนเขาจะไปโยงเอากับสันดานของพรรค ของพวก หรือแม้แต่ของบุพการี" นายกิตติรัตน์ ระบุ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1437384269
มันต้องจั่งซี่
ด่าได้ดี ต้องอย่างนี้ กับคนพรรคประชาธิปัตย์ต้องปากถึงอย่างนี้ ไม่งั้นมันเอาเรื่องดีแต่พูดมาตีกินตลอด
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหาว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างหนี้มโหฬารนั้น เป็นการกล่าวเท็จคำโต เพื่อเอาดีใส่ตัว ตามสันดานเดิมของพรรคพวกตน ความจริงเป็นที่ปรากฏชัดว่า จากระดับหนี้สาธารณะ และภาระดอกเบี้ยต่องบประมาณที่ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์รับช่วงมาจากรัฐบาลของพวกเขา ได้ดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินอย่างรอบคอบและเป็นผลดี จนเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) ขยายตัว หนี้ฯใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งจากการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลของงบประมาณมีขนาดน้อยลง และแม้เมื่อรวมหนี้ฯใหม่จากโครงการที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ (ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมรวม หนี้วงเงินหมุนเวียนของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ไว้แล้ว) สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ และ หนี้สาธารณะที่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินก็มีระดับที่ต่ำลง จากการบริหารหนี้สาธารณะ และระบบการชำระคืนเงินต้น ให้เข้าที่เข้าทาง เห็นได้จากความจำเป็นในการตั้ง งบประมาณประจำปี เพื่อจ่ายดอกเบี้ย ลดต่ำลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
"อยากบอกนายอรรถวิชช์ว่า ถ้ากลัวคนเขาจะลืม ก็ขอให้เขาจำได้ในทางที่ดีเถอะครับ มิฉะนั้นคนเขาจะไปโยงเอากับสันดานของพรรค ของพวก หรือแม้แต่ของบุพการี" นายกิตติรัตน์ ระบุ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1437384269
มันต้องจั่งซี่