[๋J-POP] คนญี่ปุ่นเขาเเยกอย่างไงคะว่าเเบบไหนไอดอล เเบบไหนศิลปิน หรือถ้าเป็นเพลงป๊อบ เป็นกลุ่มร้องเต้นก็เรียกไอดอลหมด

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
นึกถึง poll นี้เลยค่ะ อันดับศิลปินที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่ไอดอลแต่คนทั่วไปคิดว่าเป็น
http://aramajapan.com/news/music/ranking-of-artists-who-are-thought-of-as-idols-but-deny-it/19012/

แต่ไม่รู้สิคะ สิ่งที่เราชอบมากในวงการเพลงญี่ปุ่นคือศิลปินดังๆจริงๆเค้าให้เกียรติไอดอลน่ะค่ะ
วงการที่อื่น เรามักจะเห็นพวกศิลปินจ๋าจะเหยียดๆพวกบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปขายหน้าตา ขายภาพลักษณ์
แต่ที่นี่ ศิลปินที่ชัดเจนว่าไม่ใช่ไอดอลอย่าง Southern All Stars, B'z, Kubota Toshinobu, Hisaishi Joe
พวกนี้เค้าพูดถึงไอดอลอย่างให้เกียรติ และเต็มใจที่จะร่วมงานด้วย ไม่ทำตัวเป็น music snob

วงที่เราตามอยู่ จะว่าไปก็ก้าวข้ามคำว่าไอดอลไปได้แล้วล่ะนะ เป็นที่ยอมรับนับถือทั้งในวงการเพลงและวงการแสดง
แต่เราชอบนะ ที่เค้ายังเรียกตัวเองว่าเป็นไอดอลอยู่ แม้จะอายุปาเข้าไปปูนนี้แล้วก็ตาม
มีผู้กำกับใหญ่คนนึงถามสมาชิกคนนึงในวงว่า ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่สินค้าตัวนึงบ้างเหรอ (คงถามเพราะเหยียดนิดๆล่ะ)
แต่เค้าตอบกลับไปว่า เป็นสินค้าที่ยังมีคนรัก สามารถสร้างรอยยิ้มสร้างความสุขให้คนมากมายเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เหรอ
คุณผู้กำกับถึงกับเปลี่ยนความคิดไปเลยทีเดียว ประทับใจกับคำตอบนี้ขนาดมาให้สัมภาษณ์อย่างชื่นชม

เราเองเลยเอาคำพูดประโยคนี้ล่ะ มาใช้แยกความเป็นไอดอลกับศิลปิน
ไอดอลคือคนที่ทำงานสารพัด ร้องเพลง อาจจะแต่งเพลงเองด้วย เพื่อสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้ทุกคน
แต่งานเพลงของศิลปินจะเป็นงานที่เจ้าตัวอยากจะสื่อสารกับคนฟัง อยากจะลองเล่นกับมัน ถ้าคนชอบก็ดี ไม่ชอบก็แล้วไป
คือไอดอลเน้นผลลัพท์ของงาน อยากให้คนชอบ คนมีความสุข แต่ศิลปินเน้นตัวงาน ทำงานที่ตัวเองชอบและหวังว่าคนฟังจะชอบด้วย
ซึ่งในวงการญี่ปุ่นเอง มันก็มีหลายคนหลายวงที่ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างสองคำนี้ วงเดียวกันบางทีก็เป็นศิลปินในบางงานและเป็นไอดอลในบางงาน
แต่ไม่ว่าจะเป็นศิลปินหรือไอดอล ต่างก็มีมุมที่น่ายกย่องด้วยกันทั้งคู่ งานสร้างความสุขให้คนเป็นงานที่ดีงานนึงนี่นา
ความคิดเห็นที่ 3
เป็นคำถาม ที่ต้องเอาแม่น้ำ ทั้ง 84000 สายในโลกมารวมกันแล้วตอบ 555+


อย่างแรกที่ แยกได้ชัดเจนที่สุด ของไอดอล กับ ศิลปินคือ ภาพลักษณ์
เพราะไอดอลส่วนใหญ่ขาย "ตัวตน" มากกว่า "ผลงาน" ไอดอลไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนในโลก ก็จะขายภาพลักษณ์กันทั้งนั้นครับ ทุกอย่างต้องดูดี ตั้งแต่หัวยันหาง ทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าผลงานจะไปในทิศทางไหน ดีหรือไม่ดี ดังหรือไม่ดัง แต่ท้ายที่สุดไอดอลเหล่านี้จะยังสามารถขายผลงานตัวเองได้เรื่อยครับ

ในทางกลับกัน

ศิลปิน ก็จะขายผลงานมากกว่าตัวตน
โดยศิลปินจะเน้นผลิตผลงานด้านเพลงมากกว่าด้านอื่นๆครับ ซึ่งคนญี่ปุ่นเวลาเสพผลงานศิลปิน เค้าจะเสพกันที่เพลงจริงๆ ไม่มีอย่างอื่นมาอิงเลย ศิลปินส่วนใหญ่จะมีสไตล์เป็นของตัวเอง และ เกินครึ่งจะผลิตผลงานเพลงด้วยตัวเองในหลายๆขั้นตอนด้วย ซึ่งถ้าได้เสพผลงานของศิลปินญี่ปุ่น คุณจะรู้ดี เพราะถ้าคุณชอบเพลงของคนๆนี้ มันหมายความว่า ส่วนใหญ่เพลงเค้ากี่เพลงต่อกี่เพลง คุณก็จะชอบเกือบหมด เพราะ สไตล์ทั้งดนตรี คำร้อง วิธีการเล่าเรื่องของศิลปินญี่ปุ่นเฉพาะตัวมาก

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะรู้คือ
ศิลปิน จะทำงานเฉพาะด้านเพลง

ในญี่ปุ่น มีศิลปินนับคนได้ ที่ทำงานด้านการแสดงด้วยแล้วจะได้รับความนิยม เท่าที่ผมนึกออกก็มีแค่พี่มาชา Fukuyama Masaharu เท่านั้น ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศิลปินทั้งในด้านเพลง และ การแสดง ในขณะที่ศิลปินขายแต่เพลง ไอดอลเค้าก็จะเล่นทั้งละคร ทั้งเพลง ทั้งงานต่างๆเยอะแยะไปหมด  

อีกส่วนก็คือ คนทั่วไปมันไม่ค่อยสนใจชีวิตส่วนตัวของศิลปินเท่าไร
ถ้าเป็นศิลปินที่ไม่มีภาพลักษณ์ไอดอลหลงเหลืออยู่เลย ไม่ว่าเค้าจะไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร คนส่วนใหญ่พอเห็นข่าว ก็ยักหน้าแล้วก็ปล่อยไปแค่นั้น ในขณะที่ไอดอล ไม่ว่าจะทำอะไร หรือ มีความเปลี่ยนแปลงอะไรก็จะเป็นข่าวดัง หนาหู เป็นประเด็นระดับสังคมเป็นที่ซุบซิบนินทาตลอด

ซึ่งพออ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆคนจะเริ่มรู้สึกว่าแล้วว่า มันก็มีความหมิ่นเหม่อยู่ อย่างบางวง หรือ บางคนเราจะเรียกอะไรดี
บางคนมีช่วงเวลาที่ขายทั้งภาพลักษณ์ และ ช่วงเวลาที่ขายผลงาน

ผมขอยกตัวอย่าง Namie Amuro ครับ
อามุโระซัง เดบิวต์มาด้วยภาพลักษณ์แบบไอดอลครับ ถึงจะไม่ได้มีงานด้านการแสดง แต่ก็เป็นคนที่ขายภาพลักษณ์มากพอสมควร
ในช่วงที่เธอดังแบบ Peakๆ เลย 1997-2000 ช่วงนั้นหลายๆคนก็จะมองเธอเป็นไอดอลครับ
ซึ่งพอเกิดเรื่อง แต่งงานใหญ่โต รวมไปถึงหย่าในตอนหลัง จะเห็นว่าความนิยมของเธอลดลง เพราะภาพลักษณ์ของเธอเรียกได้ว่าป่นปี้เลยในครั้งนั้น ซึ่งในจุดนี้เองที่ผมมองว่าเธอเป็นไอดอล
แต่พอ เฟสตัวออกจาก โปรดิวเซอร์ Tetsuya Komuro กลับมาทำเพลงเอง ช่วงแรกๆอาจไม่ได้รับการยอมรับเพราะแนวเปลี่ยนไปเลย
แต่พอมาช่วงหลัง ประมาณ 2006 เป็นต้นมา ตัวเพลงของเธอก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ก่อนจะมาพีคหนักอีกทีช่วง 2008 ยาวมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในการกลับมาครั้งหลังนี้ แฟนๆส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจในชีวิตส่วนตัวของเธอแล้วครับ เธอจะไปทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ผลงานที่ออกมาส่วนใหญ่ ก็ขายได้ของมันปกติ มันทำให้เห็นว่าแฟนๆยอมรับเธอที่ผลงาน มากกว่าตัวตนของเธอแล้ว ยิ่งมาช่วงหลังประมาณ 2012 นี้คือยิ่งชัดเจนใหญ่ เพราะอามุโระซัง ไม่ออกทีวีเลย แต่ผลงานก็ยังขายได้ในระดับ Top ของนักร้องหญฺิงเดี่ยวในยุคนี้อีก ซึ่งมันเป็นหลักฐานว่า คนส่วนใหญ่ ยอมรับเธอที่ผลงานมากกว่าแล้ว

สรุปคือ การจะแบ่งแยก ไอดอล กับ ศิลปิน เราต้องแบ่งแยกให้ได้ก่อนว่า
เค้าได้รับการยอมรับ ในอะไรมากกว่ากัน
ถ้าได้รับ การยอมรับ ที่ "ตัวตน"มากกว่า ผมว่ายังไงก็เป็นไอดอล
ถ้าได้รับ การยอมรับ ที่ "ผลงาน"มากกว่า ผมว่าถึงจะมองว่าศิลปินได้
ในกรณีทีไ่ด้รับการยอมรับทั้ง "ผลงาน" และ "ตัวตน" ก็ให้นับว่าเป็นศิลปินได้

ถ้ายังงงอยู่ก็เอาง่ายๆเลย

ถ้า "แฟนคลับ" เยอะ ก็คือไอดอล
ถ้า "แฟนเพลง" เยอะ นั้นละศิลปิน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่