
รีวิวการไปปฏิบัติธรรมที่บ้านพี่สอนน้อง แชร์เป็นธรรมทานเพื่อให้เพื่อนๆที่กำลังหาสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เหมาะสมและตรงกับจริตของตน บ้านพี่สอนน้องเป็นอีกที่สถานที่นึงที่เป็นได้ทั้งที่เรียนรู้ฝึกปฏิบัติ แบบพี่สอนน้อง การเรียนรู้ตนเองรวมถึงเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้มีความสุข
ถ้าเอ่ยถึงการปฏิบัติธรรม สิ่งแรกที่เราๆพอจะนึกออก คงเป็นภาพตัวเองนั่งสมาธิ ใส่ชุดขาว สวดมนต์ไหว้พระ เดินจงกรมกลับไปกลับมา

นั่นคือความสุขสงบที่เราพอจะจินตนาการได้ถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เพื่อนๆผู้อ่านที่มีความคิดเรื่องการปฏิบัติธรรมในรูปแบบที่เรามองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เพื่อให้หันมาสนใจและมีแรงจูงใจในการปฏิบัติธรรมที่ทำให้คุณได้ทั้งความสุขและสงบในการดำเนินชีวิตประจำวัน
รวมถึงการจัดการรูปแบบปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวันกับการหน้าที่การงานของตนอย่างไรให้มีความสุขรู้หลักธรรม คำสอนใจจากธรรมะที่อยู่ไกลตัวเป็นใก้ลตัว สามารถที่จัดการกับปัญหาชีวิตในรูปแบบต่างๆด้วย ความมีสติ สงบ ไม่หวั่นไหววิตก เคร่งเครียดกับปัญหาเหล่านั้นจนเกินไป รวมถึงสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้นกับการปฏิบัติธรรมในลักษณะห้องเรียนนอกกะลา รู้จักมองตนเองและผู้อื่นในมุมมองที่กว้างมากขึ้น

ผู้เขียนกระทู้จึงได้เขียน "รีวิวการปฏิบัติธรรม 7 วัน ณ บ้านพี่สอนน้อง" เพื่อเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม(ทำ)

จากประสบการณ์ของตนคือ กลุ่มนักศึกษาจากวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตศาลายา ได้เข้าปฏิบัติธรรม ณ บ้านพี่สอนน้อง บ้านต้นลำไย ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมในรูปแบบที่เพื่อนๆอาจจะสนใจ การปฎิบัติธรรมมากยิ่งขึ้นและไม่มองเป็นเรื่องที่น่าเบื่ออย่างเช่นเคย
โดยมีวิทยากรหลัก ๔ ท่าน คือ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ พระมหาวิชาญ สุวิชาโน อ.วันเพ็ญ เขมกนก อ.พลพจน์ เชาว์ วิวัฒน์

ลักษณะกิจกรรมและรูปแบบการปฏิบัติจะเป็นลักษณะ การอบรมสลับสับเปลี่ยนกับการปฏิบัติธรรม กรรมฐาน เพื่อละลายอัตตาความเป็นตัวตนของนักศึกษาทุกๆคนที่มาปฏิบัติธรรม ทำให้คนทุกยอมรับซึ่งกันและกันและร่วมกิจกรรมกันด้วยความไม่มีทิฎฐิต่อกัน พร้อมที่จะอยู่จะร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆร่วมกัน รวมถึงการสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติธรรมให้น่าสนใจ หลายๆเรื่องในชีวิตประจำวันที่เรามองข้ามไปถ้าเรามองอย่างมีสติ และใช้ปัญญามองให้เห็นถึงความจริงของสิ่งๆนั้น ปัญหาต่างๆเหล่านั้นก็สามารถนำมาเป็นเครื่องชี้ธรรม(ทำ)ในการปฏิบัติธรรมแก่เราได้เช่นกัน

เพื่อนๆทุกคนได้พูดคุยกันปรับความเข้าใจกันในหลายเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน หลังจากที่เราได้เรียนรวมกันมาเป็นเวลา 4 ปี ทำให้บรรยากาศของ วันแรกในการปฏิบัติธรรม อาจจะเริ่มต้นด้วยน้ำตาบ้างในบางคน แต่หลังจากที่เราได้เข้าใจกันก็ได้มีรอยยิ้มและเราพร้อมท่ี่จะทำสิ่งดีๆร่วมกันต่อไป

กิจกรรมในวันแรกส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะกิจกรรมที่ปูพื้นฐานในการปรับเปลี่ยนทัศนติของนักศึกษา เพื่อให้พร้อมแก่การปฏิบัติธรรมร่วมกัน บางคนที่ไม่เข้าใจกันหรือมีอคติ มีเรื่องค้างคาใจกันมานาน ก็ได้ปรับทัศนคติต่อกัน ทำให้เข้าใจตัวเองรวมถึงเข้าใจคนอื่นด้วย บรรยากาศคือเพื่อนๆนักศึกษากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้ง ปมปัญหาต่างๆที่ค้างคาใจกันมาก็หายไปและเราพร้อมที่จะเปิดรับและปฏิบัติธรรมร่วมกัน ผ่านพ้นคราบน้ำตา บรรยากาศก็เต็มไปด้วยมิตรภาพแห่งรอยยิ้มและความสุข

เพื่อนหลายๆคนได้ขอโทษซึ่งกันและกัน ในเรื่องราวที่เพื่อนเคยทำผิดต่อกันในวันเวลาที่ผ่านมาตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันที่เคยผิดพลาดรึทำผิดจากความเป็นเพื่อนที่ดีไป "เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้ถึงความผิดพลาดของตนเอง การเริ่มต้นด้วยคำขอโทษเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดและคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มเป็นรางวัลแห่งความดีและความสุขที่เราให้กันได้เสมอๆ"

เราสามารถฝึกปฏิบัติธรรมและมองให้เห็นเป็นธรรมะที่คอยสอนสอนเราและเกื้อหนุนเราให้เกิดความสำเร็จ ความสุข ความสงบ กระจ่างต่อปัญหาที่เราพบเจอเสมอๆ ทุกๆรูปแบบการดำรงอยู่คือธรรมที่สามารถสอนตัวเราเอง ขอเพียงรู้ตัวเองอย่างมีสติ เปิดใจมองผู้อื่นอย่างลึกซึ้งและพร้อมที่จะเรียนรู้ธรรมะเหล่านั้น " คิดเปลี่ยน เข้าใจเปลี่ยน การปฏิบัติเปลี่ยน ผลย่อมเปลี่ยนไปตาม " แค่เท่านั้นเรื่องการปฏิบัติธรรมก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากน่าเบื่อและไกลตัวคุณอย่างที่คิด
*****กิจกรรมและการปฏิบัติธรรมในวันต่อๆไปเดียวผมจะมาเล่าต่ออีกทีครับ ว่าหลังจากวันแรกที่เราเริ่มต้นด้วยการได้เพื่อนดีๆมิตรภาพดีๆกลับมาแล้ว สิ่งต่อไปในการปฏิบัติธรรมที่นี่ได้ให้อะไรกับเราอีกบ้าง การปฏิบัติธรรมที่นี่ไม่น่าเบื่อยังไง??????
[CR] แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม
รีวิวการไปปฏิบัติธรรมที่บ้านพี่สอนน้อง แชร์เป็นธรรมทานเพื่อให้เพื่อนๆที่กำลังหาสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เหมาะสมและตรงกับจริตของตน บ้านพี่สอนน้องเป็นอีกที่สถานที่นึงที่เป็นได้ทั้งที่เรียนรู้ฝึกปฏิบัติ แบบพี่สอนน้อง การเรียนรู้ตนเองรวมถึงเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้มีความสุข
ถ้าเอ่ยถึงการปฏิบัติธรรม สิ่งแรกที่เราๆพอจะนึกออก คงเป็นภาพตัวเองนั่งสมาธิ ใส่ชุดขาว สวดมนต์ไหว้พระ เดินจงกรมกลับไปกลับมา
นั่นคือความสุขสงบที่เราพอจะจินตนาการได้ถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เพื่อนๆผู้อ่านที่มีความคิดเรื่องการปฏิบัติธรรมในรูปแบบที่เรามองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เพื่อให้หันมาสนใจและมีแรงจูงใจในการปฏิบัติธรรมที่ทำให้คุณได้ทั้งความสุขและสงบในการดำเนินชีวิตประจำวัน
รวมถึงการจัดการรูปแบบปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวันกับการหน้าที่การงานของตนอย่างไรให้มีความสุขรู้หลักธรรม คำสอนใจจากธรรมะที่อยู่ไกลตัวเป็นใก้ลตัว สามารถที่จัดการกับปัญหาชีวิตในรูปแบบต่างๆด้วย ความมีสติ สงบ ไม่หวั่นไหววิตก เคร่งเครียดกับปัญหาเหล่านั้นจนเกินไป รวมถึงสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้นกับการปฏิบัติธรรมในลักษณะห้องเรียนนอกกะลา รู้จักมองตนเองและผู้อื่นในมุมมองที่กว้างมากขึ้น
ผู้เขียนกระทู้จึงได้เขียน "รีวิวการปฏิบัติธรรม 7 วัน ณ บ้านพี่สอนน้อง" เพื่อเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม(ทำ)
จากประสบการณ์ของตนคือ กลุ่มนักศึกษาจากวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตศาลายา ได้เข้าปฏิบัติธรรม ณ บ้านพี่สอนน้อง บ้านต้นลำไย ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมในรูปแบบที่เพื่อนๆอาจจะสนใจ การปฎิบัติธรรมมากยิ่งขึ้นและไม่มองเป็นเรื่องที่น่าเบื่ออย่างเช่นเคย
โดยมีวิทยากรหลัก ๔ ท่าน คือ พระครูสังฆภารพิสิฏฐ์ พระมหาวิชาญ สุวิชาโน อ.วันเพ็ญ เขมกนก อ.พลพจน์ เชาว์ วิวัฒน์
ลักษณะกิจกรรมและรูปแบบการปฏิบัติจะเป็นลักษณะ การอบรมสลับสับเปลี่ยนกับการปฏิบัติธรรม กรรมฐาน เพื่อละลายอัตตาความเป็นตัวตนของนักศึกษาทุกๆคนที่มาปฏิบัติธรรม ทำให้คนทุกยอมรับซึ่งกันและกันและร่วมกิจกรรมกันด้วยความไม่มีทิฎฐิต่อกัน พร้อมที่จะอยู่จะร่วมดำเนินกิจกรรมต่างๆร่วมกัน รวมถึงการสร้างบรรยากาศในการปฏิบัติธรรมให้น่าสนใจ หลายๆเรื่องในชีวิตประจำวันที่เรามองข้ามไปถ้าเรามองอย่างมีสติ และใช้ปัญญามองให้เห็นถึงความจริงของสิ่งๆนั้น ปัญหาต่างๆเหล่านั้นก็สามารถนำมาเป็นเครื่องชี้ธรรม(ทำ)ในการปฏิบัติธรรมแก่เราได้เช่นกัน
เพื่อนๆทุกคนได้พูดคุยกันปรับความเข้าใจกันในหลายเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน หลังจากที่เราได้เรียนรวมกันมาเป็นเวลา 4 ปี ทำให้บรรยากาศของ วันแรกในการปฏิบัติธรรม อาจจะเริ่มต้นด้วยน้ำตาบ้างในบางคน แต่หลังจากที่เราได้เข้าใจกันก็ได้มีรอยยิ้มและเราพร้อมท่ี่จะทำสิ่งดีๆร่วมกันต่อไป
กิจกรรมในวันแรกส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะกิจกรรมที่ปูพื้นฐานในการปรับเปลี่ยนทัศนติของนักศึกษา เพื่อให้พร้อมแก่การปฏิบัติธรรมร่วมกัน บางคนที่ไม่เข้าใจกันหรือมีอคติ มีเรื่องค้างคาใจกันมานาน ก็ได้ปรับทัศนคติต่อกัน ทำให้เข้าใจตัวเองรวมถึงเข้าใจคนอื่นด้วย บรรยากาศคือเพื่อนๆนักศึกษากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีกครั้ง ปมปัญหาต่างๆที่ค้างคาใจกันมาก็หายไปและเราพร้อมที่จะเปิดรับและปฏิบัติธรรมร่วมกัน ผ่านพ้นคราบน้ำตา บรรยากาศก็เต็มไปด้วยมิตรภาพแห่งรอยยิ้มและความสุข
เพื่อนหลายๆคนได้ขอโทษซึ่งกันและกัน ในเรื่องราวที่เพื่อนเคยทำผิดต่อกันในวันเวลาที่ผ่านมาตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันที่เคยผิดพลาดรึทำผิดจากความเป็นเพื่อนที่ดีไป "เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้ถึงความผิดพลาดของตนเอง การเริ่มต้นด้วยคำขอโทษเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดและคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มเป็นรางวัลแห่งความดีและความสุขที่เราให้กันได้เสมอๆ"
เราสามารถฝึกปฏิบัติธรรมและมองให้เห็นเป็นธรรมะที่คอยสอนสอนเราและเกื้อหนุนเราให้เกิดความสำเร็จ ความสุข ความสงบ กระจ่างต่อปัญหาที่เราพบเจอเสมอๆ ทุกๆรูปแบบการดำรงอยู่คือธรรมที่สามารถสอนตัวเราเอง ขอเพียงรู้ตัวเองอย่างมีสติ เปิดใจมองผู้อื่นอย่างลึกซึ้งและพร้อมที่จะเรียนรู้ธรรมะเหล่านั้น " คิดเปลี่ยน เข้าใจเปลี่ยน การปฏิบัติเปลี่ยน ผลย่อมเปลี่ยนไปตาม " แค่เท่านั้นเรื่องการปฏิบัติธรรมก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากน่าเบื่อและไกลตัวคุณอย่างที่คิด
*****กิจกรรมและการปฏิบัติธรรมในวันต่อๆไปเดียวผมจะมาเล่าต่ออีกทีครับ ว่าหลังจากวันแรกที่เราเริ่มต้นด้วยการได้เพื่อนดีๆมิตรภาพดีๆกลับมาแล้ว สิ่งต่อไปในการปฏิบัติธรรมที่นี่ได้ให้อะไรกับเราอีกบ้าง การปฏิบัติธรรมที่นี่ไม่น่าเบื่อยังไง??????