เมื่อผีฝรั่งอยากเล่นกับเด็กฝึกงานคนไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ พอดีช่วงนี้เห็นกระทู้เรื่องผีบ่อย ก็เลยมานั่งนึกกับตัวเองบ้างว่าตัวผม หรือ คนรู้จัก เราได้เจอเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราสตั๊น หรือ หวั่นไหวจากคุณผีๆ หรือสิ่งที่เรามองไม่เห็นมาบ้าง.....เลยทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2550 สมัยที่เป็นนักศึกษาปีสาม และได้ไปฝึกงานที่ประเทศฝรั่งเศสจนทำให้ผม เพื่อนๆผม และรุ่นน้องที่ไปฝึกงานในสถานที่แห่งนั้นได้มีเรื่องราวที่น่าจดจำ (ดีไม๊)เพราะการไปฝึกงานในครั้งนั้นครับ เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผีครั้งแรกใน pantip ให้อภัยมือใหม่หัดเล่าด้วยนะครับ...
      พวกผมเรียนคณะการโรงแรมของมหาลัยรัฐที่มีสถาบันร่วมจากประเทศฝรั่งเศส ทำให้นักศึกษาของคณะเราทุกคนเมื่ออยู่ปีสาม จึงต้องไปฝึกงานที่ประเทศฝรั่งเศส  พวกเราจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มแรกคือพวกที่ภาษาฝรั่งเศสไม่แข็งแรงก็จะได้อยู่ที่ตัวสถาบันในเมือง Nîmes และพวกที่ภาษาพอได้ก็จะถูกส่งตัวไปฝึกงานในเมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ผมและเพื่อนๆอีกกลุ่มหนึ่งถูกส่งตัวไปที่เมือง Nice เป็นเมือง
ตากอากาศที่มีชื่อเสียงและบรรยากาศดีมากๆ ผม และ จอร์จ รูมเมทของผมได้ถูกส่งไปฝึกงานที่โรงแรมระดับหรูเล็กๆแห่งหนึ่งที่ทำให้พวกเราพบกับที่มาของเรื่องเล่านี้
      ผมจะไม่ขอเอ่ยชื่อโรงแรม แต่เอาเป็นว่ามันคือโรงแรมที่ตั้งอยู่ในรูปนี้

ถ้ามองคร่าวๆจะเห็นว่าเหมือนเป็นภูเขาและมีอะไรคล้ายๆป้อมอะไรสักอย่างอยู่ โรงแรมนี้ทางเข้าจะเล็กๆ แขกที่มาจะเชคอินแล้วก็ต้องขึ้นลิฟไปตรงด้านบนเลย ประมาณว่าเชคอินที่ชั้น 1 แต่ต้องขึ้นลิฟไปเพื่อเข้าโรงแรมจิงๆที่ชั้น 7 อะไรประมาณนี้ ผมและจอร์จได้ห้องนอนเล็กๆ มีเตียงสองชั้นที่จัดไว้สำหรับนักศึกษาฝึกงาน ผมชอบอยู่สูงเลยจองชั้นสอง ขอเกริ่นก่อนว่าเป็นคนเชื่อเรื่องผีบ้าง แต่ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ แต่จะรู้สึกแหม่งๆเวลามีอะไรบางอย่างที่มาแปลกๆ...ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากครับ แค่แอบรู้สึกว่าบรรยากาศมันทะมึนๆดี สอบถามจากพี่เลี้ยงที่คอยดูแลการฝึกงานเค้าก็บอกว่า ไม่ต้องแปลกใจหรอก บรรยากาศมันทะมึนๆแบบนี้หละ เพราะที่นี่สมัยก่อนเคยเป็น "คุกเก่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1" ผมนึกในใจ chip หาย ละกูแค่คุกธรรมดาบรรยากาศนี่แมงไม้เอกก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่ยังดันเอาคุกเก่ามาทำโรงแรมอีก....ผมและจอร์จหลังจากทราบเรื่อง เราก็พยายามทำใจสบายๆ แหม....มาไกลถึงที่นี่แล้วคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ผีฝรั่งคงไม่มายุ่งอะไรกับเราหรอกเพราะเราพูดภาษาไทยฮ่าๆๆจนกระทั่ง....

       เหตุการณ์ที่ 1 โรงแรมนี้จะมีชั้นที่เป็นห้องอาหาร เมื่อเดินไปทะลุอีกด้านจะเป็นห้อง suite คือเป็นห้องหรู ห้องนอนที่มีห้องนั่งเล่นในตัว  แต่ห้องนี้จะอยู่ในหลีบนิดๆเหมือนอยู่ในถ้ำ พวกผมฝึกงานในตำแหน่งพนักงานเสริพ แต่พวกเราก็มีหน้าที่ต้องไปจัด welcome fruit ให้ห้องลูกค้า หรือไปเก็บ ถาดอาหารที่ลูกค้าทานไว้แล้วเพิ่งเชคเอ้าออกไปด้วย....สิ่งที่สังเกตุได้คือ เพื่อนร่วมงานชาวฝรั่งเศสและหัวหน้างานของพวกผม เวลาที่จะต้องเข้าไปห้องนั้นทีไร เป็นต้องเกี่ยงกันทุกที หรือเข้าไปแล้วก็รีบๆออกมา ไม่ค่อยเอื้อยอ้ายเหมือนตอนไปเก็บของห้องอื่นๆ พอพวกเค้าเริ่มคุ้นๆกับพวกผม ทีนี้พวกเค้าก็จะเริ่มใช้พวกผมเข้าไปเก็บของในห้องนั้นบ้าง.....เย็นวันนั้นผมต้องเข้าไปจัด welcome fruit ให้แขกที่จะมาเชคอินตอนกลางคืน วินาทีที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไปความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือทำไมมันเงียบแบบนี้ ผมอยากให้คุณนึกถึงที่บางที่ที่แบบเงียบขนาดคุณได้ยินเสียงท้องไส้ตัวเอง ผมค่อยๆเดินเข้าไปเอาผลไม้ไปวางและค่อยๆเดินออกมา ในขณะที่ผมกำลังค่อยๆก้าวเท้าออกมานั้นอยู่ดีๆผมก็มีความรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ เหมือนว่าผมไม่ได้อยู่ในห้องนั้นคนเดียว แต่มีอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆตัวผม ผมต้องเดินผ่านห้องน้ที่เปิดประตูทิ้งไว้ ห้องน้ำนั้นมีอ่างอาบน้ำรูปทรงโบราณนิดๆอยู่ ระหว่างที่เดินผ่านนั้น เหมือนหางตาด้านขวาของผมจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า....ผมไม่รีรออะไรเพราะประตูทางออกจากห้องอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น หลังจากออกจากห้องได้ ผมไม่คิดอะไรมาก ก็แค่วิ่งให้เร็วที่สุดไปที่ห้องอาหาร....เพราะภาพที่ปรากฏในหางตาตอนนั้นมันคือภาพของสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ผิวซีดๆ ยืนอยู่ด้านหน้าอ่างน้ำนั้น และเห็นสีแดงๆซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นสีของเลือดหรือไม่...........คืนนั้นผมหลอนมาก แต่ก็ไม่กล้าเล่าให้จอร์จฟัง เลยเก็บความสงสัยไปถามเพื่อนร่วมงานคนท้องถิ่น คำตอบที่ได้รับก็คือ อ้าว ยูก็เจอเหมือนกันหรอกหรือ  แล้วเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วห้องนั้นเคยมีแขกผู้หญิงกรีดตัวเองฆ่าตัวตายในอ่างอาบน้ำ...บางครั้งแขกที่มาพักห้องนี้ก็จะขอย้ายห้องอยู่บ่อยๆเพราะอยู่ดีๆก็มักจะมีเสียงน้ำเปิดปิดเอง บางทีก็มีเสียงผู้หญิงกรี๊ดด้วยความทรมานกลางดึก.........แต่มันก็ยังมีคนมาพักอยู่เรื่อยๆเพราะห้องดี วิวดีครับ และพี่ๆฝรั่งหลายๆคนก็ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องผีกันด้วยสิ หลังจากวันนั้นผมก็ไม่เคยเข้าห้องนั้นคนเดียวอีกเลย เอาเป็นว่าเพราะตั้งแต่พนักงาน ยันผู้จัดการก็รู้กันว่าเพราะอะไรถึงไม่ควรเข้าไปคนเดียว....

   เหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นในห้องนอนของพวกผมเอง เนื่องจากเพื่อนสนิทของผมอีกคนชื่อแป๊ก ก็ฝึกงานอยู่ที่อีกโรงแรมหนึ่ง ประกอบกับที่โรงแรมนั้นอาหารการกินสมบูรณ์กว่าโรงแรมที่ผมฝึกงานอยู่ หลายๆครั้งผมจึงไปฝากท้องและนอนค้างตอนกลางคืนที่นั้นเลยเพราะพนักงานที่โรงแรมนั้นใจดีกับเด็กไทยมากๆ  วันนั้นผมเข้างานกะบ่าย เลิกงาน สี่ทุ่ม หลังจากเลิกงาน ผมก็มาเอาของที่ห้อง แล้วจึงไปหาแป๊ก ก่อนไปผมก็บอกกับจอร์จว่า "เห้ย กูไปนอนกับไอ้แป๊กนะ"  จอร์จที่อยู่ในภวังค์ก็ตอบ "อืมๆเออๆ"  เช้าวันถัดมาผมเจอจอร์จ จอร์จเล่าให้ฟังว่า "รู้ไหมเมื่อคืนกูเจออะไร...." จอร์จเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนตอนตีสามกว่าๆ เตียงนอนชั้นสองที่ผมนอนมีเสียงเหมือนคนพลิกตัวไปมา ซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมาประมาณสิบกว่านาทีได้ จอร์จเลยบ่นออกมาเบาๆ "เห้ยไอ้เต้ นอนนิ่งๆหน่อยสิวะ หนวกหู"....หลังจากจอร์จบ่น เสียงนั้นก็สงบลง พร้อมกับสิ่งที่จอร์จนึกขึ้นได้ด้วยสติสัมปชัญญะเต็ม 100 ว่าผมออกไปนอนที่โรงแรมแป๊กตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว........แล้วเสียงนั้นคือเสียงอะไร จอร์จพยายามคลุมโปง ข่มตานอน พยายามภาวนาว่าอย่าลงมา หรืออย่าห้อยขาลงมานะ.....แต่ที่น่าแปลกคือเวลาผมนอนก็ไม่ยักจะมีใครมาเบียดด้วยแฮะ555555ลองมาเบียดผมก็เผ่นล่ะคร้าบบบ

   เหตุการณ์เบ็ดเตล๊ดทั่วๆไปที่หลังๆเจอจนชินคือ เวลาผมเลิกงานดึกๆ กำลังจะเดินขึ้นห้องพัก หางตาผมจะต้องเห็นอะไรที่คล้ายๆหน้าคนโผล่มาตามมุมเสาหรือมุมห้องบ่อยๆ แรกๆก็กลัวนะฮะ หลังๆชิน คิดได้ว่าหรือเป็นเพราะช่วงนั้นสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิบ่อยเค้าเลยมาขอส่วนบุญ  แล้วจะฟังผมแผ่เมตตารู้เรื่องไหมนี่ เอาเป็นว่าคุณอุตส่าห์มาโผล่มา ผมก็พยายามแผ่เมตตาให้คุณละกัน......

   แต่เหตุการณ์สุดท้ายนี้ทำผมหลอนจริง อันนี้ผมไม่เจอกับตัว แต่เป็นรุ่นน้องผมที่ไปฝึกงานที่เดียวกับผมในปีถัดไป น้องป่าน และ น้องเอ้ เป็นรุ่นน้องที่คณะ และได้ห้องพักในตัวโรงแรมแบบผม แต่คนละห้องกัน ป่าน และ เอ้ เข้างานเป็นกะแบบผม วันไหนป่านเข้าเช้า  เอ้จะเข้าบ่าย  วันนั้นเอ้เข้าเช้า ช่วงบ่ายป่านเลยลงไปทำงาน
สมัยนั้น facebook ยังไม่แพร่หลายพวกเราเลยต้อง up รูปเก็บไว้ใน Hi5 แทน...หวังว่าเพื่อนๆคงยังจำกันได้นะครับว่ามันคืออะไร  เนื่องจากอินเตอร์เนตที่นั่นไม่ได้แรงมาก จะอัปโหลดอะไรก็ต้องทำทิ้งไว้...เอ้เอารูปที่ถ่ายจากกล้องลงเครื่อง แล้วจึงค่อยๆอัฟรูปลง Hi5แล้วจึงไปอาบน้ำ เพื่อที่ว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จรูปก็คงอัปโหลดเสร็จพอดี.....หลังจากเอ้ออกมาจากห้องน้ำรูปที่คาดว่าน่าจะอัฟโหลดเสร็จกลับไม่ใช่รูปที่คิดไว้ รูปที่ไปเที่ยวทุกอย่างยังอยู่  แต่รูปที่ขึ้นบนหน้าจอกลับเป็นรูปสีขาวดำเก่าๆของผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่ง ที่กำลัมองออกมานอกจอและสบตากับคนที่มองจอ...

(อันนี้ไม่ใช่รูปที่น้องเค้าเห็นนะครับ แต่ก็เป็นอะไรประมาณนี้)
หลังจากนั้นเครื่องก็ค้าง กด x ตัวหน้าต่างก็ไม่ยอมปิด เหมือนเครื่องแฮ้งไปเลย....จะว่าเป็นคนเข้ามาแกล้งก็เป็นไปไม่ได้เพราะระหว่างอาบน้ำเอ้ไม่ได้สินเสียงใครเปิดประตูเข้ามา และอีกอย่าง เอ้ใส่โซ่ที่ประตูเข้าห้องไว้...ห้องนั้นไม่มีหน้าต่าง ด้านนอกเป็นหน้าผา แล้วรูปผู้หญิคนนั้นมาได้อย่างไร...

   นึกถึงเรื่องนี้ทีไรผมละขนลึกซู่วเลยจริงๆ น่าเสียดายสมัยนั้นยังไม่รู้จักพี่ริว ไม่งั้นจะเชิญพี่ริวมายุ่งซะหน่อย....สรุปตามความคิดของผมนะครับ โรแรมแห่งนั้นแต่ก่อนเคยเป็นคุกเก่า และมีผู้คนล้มตายแบบทรมานจำนวนไม่น้อย วิญญาณหลายๆดวงเลยยังไม่ได้ไปไหน เลยทำให้เกิดเรื่องแปลกๆอยู่เรื่อยๆเพื่อบอกผู้คนว่าพวกเค้านั้นยังอยู่.....และยังรอคอยใครสักคนมาแทนที่ หรือรอรับพลังงานที่ดี หรือผลบุญให้พวกเค้าไปภพภูมิที่ดีขึ้นได้.....ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ....หมีกินจุ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่