ผมจะเดินไปในที่ไม่ต้อง “เดิน” อีก

กระทู้สนทนา
ก้าวแรก...ของการเดิน
เพียงเริ่มต้นเดินไม่ถึง ๑๐ นาที ผมก็ได้รับน้ำใจจากคนที่ผมไม่รู้จักอย่างไม่คาดคิด เครื่องดื่มแช่เย็นในถุงพลาสติกพร้อมหลอดที่เธอหยิบยื่นให้ผมระหว่างทางนั้น ทำให้ผมเดินยิ้มอยู่เกือบตลอดเส้นทาง เสมือนกำลังใจจากจุดเริ่มต้นที่ผมได้รับมาโดยไม่คาดฝัน อีกหลายก้าวที่ผมต้องย่างไปมันเริ่มมีความหมายขึ้นมาทันที ...นี่เป็นการเดินครั้งแรกในรูปแบบที่ผมปรารถนาเอาไว้...
ก่อนหน้าที่ผมบอกกับกลุ่มเพื่อนว่า...ฉันจะเดินนะ...คำถามก็ตามมาอย่างที่ผมรู้...จะเดินไปที่ไหน เดินไปทำอะไร เดินคนเดียวหรือ เดินไกลไหม...และก็มีหลายคนเห็นด้วย ยินดีด้วย และความเป็นห่วงเป็นใยก็ตามมา นั่นเป็นเสมือนกำลังใจจากผู้อยู่เบื้องหลัง บ้างก็เชิงคัดง้างว่า...ทำไปเพื่ออะไร ไม่มีประโยชน์...

แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่มีผลต่อการ “เดิน” ของผมในครั้งนี้...
ผมเริ่มจากระยะทางสั้นๆ เพื่อฝึก “เดิน” ไปพร้อมๆ กับการฝึก “ใจ” วัตถุประสงค์และความคาดหวังของการเดินครั้งนี้คือ ผมต้องการแค่ “ลองเดิน” ชิมลองสัมผัสวิถีของการเดินเท้าไปบนท้องถนน ได้สัมผัสกับสายตาของผู้คนสองข้างทางที่มองมาทางเราประหนึ่ง “คนบ้า” พร้อมกับคำถามสำหรับคนที่สงสัยและไม่กลัวที่จะเข้ามาถามผมว่า ...พี่จะเดินไปไหน?
คำตอบของคำถาม...จากปาก ผมก็บอกไม่ได้ว่าผมจะเดินไปไหน ...ส่วนในใจ ผมเดินไปในที่ที่ไม่ต้อง “เดิน” อีก
ที่ผ่านๆ มา การเดินเท้าของผม มักจะเดินในที่ที่เข้าจัดเตรียมเส้นทางไว้ให้แล้วเท่านั้น ผมเคยไปเดินขึ้นภู เดินเข้าป่า เดินเที่ยวขึ้นเขา แม้ระยะทางของเส้นทางเหล่านั้นจะไกลกว่าเส้นทางที่ผมเดินเส้นทางนี้มาก หากทว่าความรู้สึกและบรรยากาศช่างแตกต่างกันยิ่งนัก ผมได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า “การเดินทาง” จริงๆ มันคือความหายของการ “เดิน” บน “ทาง” อย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปด้วยยานพาหนะ แต่ผมไปด้วยขาและเท้าของผมเอง

แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน ผมก็ยังกังวลอยู่บ้างว่า จะต้องเดินตากฝนไหมสำหรับวันนี้...ทว่าสภาพอากาศกลับตรงกันข้าม ไอแดดร้อนระอุ ท้องฟ้าเปิดโล่ง ไร้แม้เงาเมฆบังเป็นร่มเงา บนถนนเส้นใหญ่สายแม่กลอง-ราชบุรี สองเท้าของผมยังย่ำเรื่อยๆ ความร้อนทำให้ผมเหนื่อยง่าย แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่า การเดินในครั้งนี้ตนเองจะต้องกำหนดลมหายใจ ภาวนาไปตามทางเสมือนการเดินธุดงค์ ความเหนื่อยทำให้ผมรู้ลมหายใจมากขึ้น นี่กระมังคือเหตุผลว่าทำไมพระท่านจึงต้องเดินธุดงค์...

ผมเดินตามเส้นทางแม่กลอง-อัมพวา จะต้องผ่านวัดต่างๆ นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องเดินไปเพื่อกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดที่ผมเดินผ่าน เพราะนั่นหมายถึงว่าผมได้ลั่นวาจาไว้แล้วว่า จะต้องแวะกราบสักการะอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นวัดที่ผมเคยเข้าไป ถือเป็นการแวะพักและตรวจเช็คความพร้อมไปในตัว แม้ว่าจุดมุ่งหมายของผมจะไม่ไกล ในระยะทางสั้นๆ แต่กระนั้นก็ทำให้ผมได้ เรียนที่จะ “รู้” ว่า ระหว่างการเดินไปของร่างกาย ขา และเท้าที่ย่างเหยียบไปนั้น จิตใจเรารู้สึกอย่างไร...

ผมยอมรับว่า...การเดินในครั้งนี้ ผมเต็มไปด้วยความคิดมากมาย อาจเพราะความวิตกกังวล ความไม่คุ้นเคยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ก็นั่นแหละครับ...เราต้องมีการเริ่มต้น ไม่ว่าจะทำอะไรให้สมดั่งที่มุ่งหวัง เราต้องเริ่มต้น ผมใช้เวลาไตร่ตรองและตัดสินใจในการเดินครั้งนี้แค่สามวันก่อนออกเดิน มีเวลาเตรียมตัวเพียงไม่กี่วัน ผมไม่รู้ว่าอะไรมาเป็นแรงบันดาลใจของผม...แต่ถึงอย่างไร ผมก็ทำมันแล้วครับ...



การ "เดิน" ในครั้งนี้ ต้องขอขอบพระคุณทุกกำลังใจ...
ขอบพระคุณพี่สาวใจดีที่ผมไม่รู้จักสำหรับน้ำใจสุดสดชื่น...
ขอบพระคุณ พระคุณเจ้า วัดช่องลม อุตส่าห์เตรียมเก้าอี้ให้ผมได้นั่งพักระหว่างทาง...
ขอบพระคุณเสียงเชียร์ของคนริมทางคอยถามไถ่ว่าเดินไปไหน...
และที่สำคัญ ขอบพระคุณทุกท่านที่อยู่เบื้องหลังคอยให้กำลังใจฉันท์มิตร...คอยสนับสนุนและความห่วงใยเสมอมา...
แม้ระยะการเดินแค่สั้นๆ แต่ก็ทำให้เราได้ เรียนที่จะ "รู้" ...
กราบขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้ง...เพราะผมต้องเดินไปในที่ที่ไม่ต้อง "เดิน" อีก


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่