Hatyai Calling อยู่เพื่อกิน ฟินดนตรี เสรีของเรา ทริป กทม-หาดใหญ่ 3 วัน 2 คืน

หลังจากอ่านของคนอื่นมานาน อยากลองรีวิวการเดินทางของตัวเองดูบ้าง
เลยลองเริ่มต้นจากทริปล่าสุดที่ไปมา คือ กทม หาดใหญ่ สงขลา
มาลองติดตามกันนะครับ ขาดตกบกพร่องอย่างไร กรุณาแนะนำมือใหม่ด้วยครับ
เล่าไม่ค่อยเก่งเน้นให้รูปเล่าเอาแล้วกันครับ (รูปก็ไม่ใช่ว่าถ่ายสวยนะ)
งานนี้ใช้ Iphone 6 ผสมกับแอพ vsco cam ในการบันทึกภาพ บันทึกความทรงจำ

Hatyai Calling
มันเริ่มมาจากแฟนเคยบ่นว่าอยากไปทะเล เสียงมันก้องหูมาหลายเดือน
จนกระทั่งวันนึง ได้ยินข่าวว่าพวกพ้องนักดนตรีที่รู้จักกัน จะมีการทัวร์คอนเสิร์ตที่หาดใหญ่
ทั้งวงที่ไป ทั้งคนที่รอจัด ผมเองก็พอรู้จักกันผ่านทางโซเชียล

ก็เลยตัดสินใจว่าทริปนี้ ไปคงได้หลายรสชาต จองตั๋วแอร์เอเชีย จากดอนเมือง
ตัดสินใจช้าไปวันเดียว ราคาตั๋วเปลี่ยน ได้ตั๋วขาไป 1083 บาท ขากลับ 690 บาท จองล่วงหน้าเกือบเดือนครับ

เตรียมตัวไปลุยชีวิตกันเถอะ



วันออกเดินทาง ใช้บริการ Grab Taxi เป็นครั้งแรกในชีวิต ลองเรียกดู เพราะบ้านอยู่ลึกมาก
แบกกระเป๋าออกไปหารถลำบากเพราะต้องออกตั้งแต่ ตีห้า
สรุปมีรถยินดีไปส่งเรา โดยผมใส่ทิปไป 50 บาท ไม่รวมค่าบริการ 25 บาท และค่าโดยสารจากมิเตอร์ต่างหาก

เรามาถึงสนามบินดอนเมืองก่อนเวลาเกือบสองชั่วโมงแน่ะ
เลยหาที่นั่งเล่นเงียบๆ ใครไม่รู้ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน ตรงโซนอาหาร สามารถเดินไปดูสนามบิน ดูเครื่องบิน และตรงนั้น มีห้องน้ำที่เงียบๆ
ไว้ใช้กันสบายๆ ไม่ต้องไปแย่งกันชั้นล่างด้วยครับ



ไม่ได้บินนานมาก เดี๋ยวนี้เค้าไม่ค่อยตรวจกันแล้ว ว่ากระเป๋าที่เราเอาขึ้นเครื่องมันเกิน 7 กิโลรึเปล่า
แต่พวกน้ำ หรืออะไรที่เป็นข้อห้ามนี่ยังเข้มงวดเหมือนเดิม (ปืนผมไม่ได้พกไปนะฮะ)
ไปนั่งรอหน้าเกทไม่นานได้เวลาบินแล้ว  บังเอิญสุดๆ ตรงที่น้องๆที่ไปเล่นคอนเสิร์ตก็บินไฟลท์เดียวกัน
ดีมาก จะได้มีเพื่อน ไม่หลง วะฮะๆๆ

Hello Hatyai

มาถึงสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ตามเวลาเป๊ะๆ ก็ได้เวลาเข้าเมือง
โดยคราวนี้ มีเพื่อนเจ้าถิ่นจัดการจองที่พักราคาถูกเอาไว้ให้ซุกหัวนอนยามเมา ที่ถนนสามชัย
เนื่องด้วยคู่ผม และน้องๆ รวมกันแล้วอยู่ที่ 6 คน รวมเครื่องดนตรี ไปแท๊กซี่คงไม่คุ้ม เพราะต้องเรียกสองคัน
(มารู้ว่าจากสนามบินไปที่พัก ราคา 250 บาท)

เราเลยเลือกกระโดดขึ้นสองแถวสีฟ้าหลังคาสูงที่จอดรถหน้าสนามบิน สนนราคา คนละ 30 บาท
ระยะทางก็ถือว่าไกลพอประมาณ โชคร้ายที่ผมดันมาโหนอยู่ท้ายรถ ในวันที่แดดแรงสุดๆ กว่าจะถึงปลายทาง แทบแย่



โดยนัดแนะกับเจ้าถิ่นว่าให้มาลงหน้าห้างสยามนครินทร์ เป็นห้างที่ดูภายนอกแล้วสวยชะมัด
แต่เสียดายไม่ได้มีโอกาสเข้าไปชม ก็แหม หนี กทม ไปเที่ยว จะให้ไปเดินห้างอีกทำไมเล่า
โดยคุณไก่เจ้าถื่นก็ทำหน้าที่วนรถมารับแล้วพาไปที่พักที่จองไว้ให้ และพาไปหามื้อเที่ยงให้ทาน
ต้อนรับกันแบบดีเยี่ยมเลยทีเดียวเชียว


ห้างสยามนครินทร์



มื้อแรกที่หาดใหญ่ เราประเดิมกันด้วยร้านที่เจ้าถื่นแนะนำ ในฐานะที่ใกล้ที่พัก
แอร์เย็นๆสบายๆ เหมาะกับการนั่งหลายๆคนและประชุมกันเล็กๆวางแผนเรื่องคอนเสิร์ตคืนนี้
เราตึงมาลงเอยกันที่ร้าน  ต้าซื่อสี่ บะหมี่เบตง เป็นร้านติดแอร์ที่เปิด 24 ชั่วโมง
แถมด้วยโปรโมชั่น เช็คอินลงในเฟซบุ๊ค ก็จะได้รับน้ำมาดื่มฟรีๆ เป็นน้ำสมุนไพรแบบขวด ทานแล้วชื่นใจ

ผมไม่รีรอ จัดของชอบเลยครับ บะหมี่เกี๋ยวแห้งหมูกรอบ ไหนๆ บะหมี่เบตงมันเป็นยังไงกัน

มาแล้วววววว มาเสริฟพร้อมน้ำโปรโมชั่น แถมมีไข่ยางมะตูม มาให้กลมกล่อมอูมาหมิอีกด้วย



หลังจากนั่งประชุมกัน และฟาดทุกอย่างบนโต๊ะเรียบหมด ก็ได้เวลาแยกย้ายกันเข้าที่พัก
ทีจองกันไว้  ก่อนที่คืนนี้ 1 ทุ่ม เราจะมาเร่าร้อนกับดนตรีพังค์ร็อคกัน
จากร้านเดินข้ามถนน 2 เลนส์มาก็ถึงที่พัก กฤษฎาแมนชั่น
https://www.facebook.com/kritsadanakorn

เป็นห้องพักกึ่งแมนชั่น มีคนอาศัยประจำและชั่วคราว อยากจะบอกว่าห้องใหญ่มาก
แอร์เย็นเฉียบ เครื่องทำน้ำอุ่นทำงานได้ดี มีหมอนผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว น้ำดื่มพร้อมหมด
ในราคาเพียงคืนละ 380 บาท / ห้อง

ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศห้องไว้ เผื่อใครสนใจก็ดูเอาจามลิงค์แล้วกันนะครับ

เอาล่ะสิ ทีนี้กว่าจะถึงเวลาคอนเสิร์ตเริ่ม จะไปไหนยังไงดี ไปไกลๆก็คงจะกลับมาไม่ทัน
จะโบกรถไปไหน ก็ไม่ชำนาญทาง คิดๆๆๆๆๆๆ ปิ๊งงงง
เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เองเลยสิครับ สมาร์ทโพนเราก็มี อยากไปไหน ก็ให้แผนที่นำทางไป

คิดได้ดังนั้นจึงเซิจหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์และโทรสอบถาม ได้ร้านชื่อ หจก.หาดใหญ่รถเช่า
แต่ร้านอยู่ไกลพอสมควรเลย เอาล่ะสิ เดินๆออกมาจากที่พัก เห็นแท๊กซี่มิเตอร์วิ่งผ่าน ด้วยความเคยชินแบบกทม ก็โบกสิครับ รออะไร

พี่คนขับ เป็นคนใต้สำเนียงออกชัดเจน พูดจาไพเราะ ชวนคุย แต่.........พี่เค้าไม่กดมิเตอร์ครับ
ไอ้เราก็เอ่อ เอาแล้วไง มาถึงที่ก็คราวนี้ ไปถึงที่หมาย พี่ชายเรียก 150 บาท T.T ระยะทางถ้ากดมิเตอร์นี่ ไม่มีทางถึงร้อยแน่ๆ
มาได้ความทีหลัง ว่ารถแท๊กซี่มิเตอร์หาดใหญ่เค้าไม่กดมิเตอร์กัน ก็เลยพอทำใจได้ เดินเข้าไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์แบบช้ำใจ

มอเตอร์ไซค์ที่ได้ เป็น Click I เหลือคันเดียวของร้าน สนนราคาวันละ 300 บาท มัดจำ 1000 บาท เราเลยจัดแจงเช่าสองวันกะเอามาคืนวันจะกลับเลย
แต่ก็ยังเจ็๋บใจ ไอ้ค่ารถเมื่อกี๊ ตูเช่ามอเตอร์ไซค์ได้ครึ่งวันเชียวนะเฟ้ย

พอได้รถแล้ว เราก็เตรียมลุยกันเถอะ คำนวนจากเวลาแล้ว เราคงไปไหนไม่ได้ไกล เป้าหมายที่เราเลือก จึงเป็น
สวนสาธารณะหาดใหญ่ สถานที่ยอดฮิตที่ใครไป ก็ต้องแวะชม
แต่ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง (กินอีกแล้ว) ทางผ่านมันผ่านไก่ทอดเดชานี่นา จัดสิครับ รออะไร

แล้วฝนก็ตกลงมา ดีบอากาศร้อนๆให้มีความชื้นปนบ้าง ไม่ใช่ปัญหาของไบเกอร์ ขี่มาไม่นานก็ถึงร้าน ไก่ทอดเดชา
ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดโซนใหม่ ติดแอร์ เย็นสบาย พร้อมเครื่องดื่มแนวคาเฟ่ ผลไม้ปั่น กาแฟ ต่างๆ

บรรยากาศสบายๆในร้าน .... ดันถ่ายหมวกกันน็อคมา พอดีชอบหมวกครับ




ไก่ทอดมื้อนี้รวมเครื่องดื่มชาเย็นและแตงโมปั่น สนนราคาที่ 335 บาท อิ่มจนตึงท้องกันเลยทีเดียว
รสชาตอร่อย สมกับที่คนนิยม จริงๆ
อิ่มแล้วก็ไปลุยกันต่อ เปิดกูเกิลแมพ พาไปสวนสาธาณะหาดใหญ่ เชื่อไหมว่า วนรถกลับไปกลับมาหลายรอบ
เพราะหาทางเข้าไม่เจอ สรุปว่าดัน เลี้ยวผิดทาง มองแผนที่ไม่ละเอียด

สวนสารธารณะหาดใหญ่ มีบริการรถกระเช้าพาขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของเขาคอหงส์ ซึ่งเป็นจุดชมวิว แต่ด้วยความเด๋อด๋าของเรา
แทนที่จะได้นั่งรถกระเช้า ชิคๆ คูลๆ มัวแต่ขี่รถขึ้นเขาไปตามทาง แวะถ่ายรูป มารู้ตัวอีกที
ดันมาถึงยอดบนสุดจุดชมวิวซะงั้น หมดกัน กระเช้าเรา

ทางขึ้นเป็นเขาชันพอสมควร กว่าจะขึ้นสุดก็เสียวพอดู แต่ก็มีพวกนักวิ่งและนักปั่นจักรยานสายโหด วิ่งขึ้นเขามาพร้อมกับเราด้วย
สองข้างทางเป็นป่าเขา ร่มรื่นมากๆครับ





และนี่คือวิวจากจุดชมวิว ปลายทางของกระเช้าที่เราพลาด T.T แต่ก็ทดแทนได้ด้วยบรรยยากาศดีๆ
แสงกำลังสวย ฟ้าเปิดมองเห็นเมืองหาดใหญ่งามเลยทีเดียวครับ



นอกจากวิวสวยๆก็ยังมี พระพุทธมงคลมหาราช ให้บูชาขอพรด้วยครับ


ถ่ายรูปไหว้พระ ทำบุญจนจิตใจสบาย ก็ถึงเวลา ที่จะเสพย์ดนตรีกันแล้ว เสียงเพลงร็อคมันเรียกร้อง
ไอ้ตอนขาขึ้นนี่ขึ้นช้ามาก รถอืด แต่ตอนขาลงนี่เบรคแทบไหม้กันเลยนะครับ อันตรายพอสมควร สำหรับคนที่ไม่ชินทาง

แต่ก็ยังแวะจอดถ่ายรูปกันได้ ซ้ายมือนั่นเป็นหน้าผาลงไป ถ่ายไปก็เสียวไป แหม เลือกที่ได้ดีจริงๆ



Go Anarchy Punk Rock Show

หลังจากขี่กลับมาถึงที่พักก็เวลาได้ฟ้ามืดพอดี ได้เวลาเตรียมตัวไปดูดนตรี
โดยดนตรีวันนี้เป็นแนวดนตรี พังค์ร็อค โดยได้วงจาก กทม ลงมาเล่นแจมกับวงกรุงเทพ
ซึ่งเจ้าถิ่น ผู้จัดงาน ก็เอารถกระบะ มารับเหล่านักดนตรีชาว กทม และผู้ติดตาม ไปส่งที่ร้าน
Rock Space Bar สถานที่จัดดนตรีอันเดอร์กราวด์ขาประจำในหาดใหญ่ บริหารงานโดย คุณเอก

อ้อ งานนี้ มีพระเอกของงานด้วย คือนาย เจเจ สมาชิกวง Drunk All day พ่อหนุ่มพังค์ที่ไปพ่นตรา Anarchy หน้าศาลอาญานั่นแหละ
มาร่วมทัวร์กับเราด้วย

รถมารับแล้วพวกเรา เตรียมลุยยยยย


งานดนตรี Go Anarchy จัดงานโดยกลุ่ม Hatyai - Songkhla Underground เป็นขาประจำที่สร้างงานดนตรีดีๆ
ให้กับท้องถื่นแดนใต้ แวดวงดนตรีในเพื่อบ้านใกล้เคียงอย่าง มเลเซียและอินโด นี่ ถือว่าโดดนเด่นกว่าเราเยอะเลยครับ
แต่งานนี้ ก็ทำให้เห็นว่า เราก็เฟี้ยวได้ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงถือศีล รอมฏอน ของพี่น้องชาวมุสลิม แต่พอถึงเวลางาน
ก็มากันคับคั่ง ทั้งคนไทย จากภูเก็ต ชาวมาเลเซีย คน กทม ที่ตามไปดูอย่างผม และไอ้หนุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ก็จ่ายเงินมาดูงานนี้

บรรยากาศในงานขออนุญาตใช้ภาพจากตากล้องอาชีพในงาน คุณ Ong Oi ครับ
ติดตามผลงานสวยๆของเค้าได้ที่ https://www.facebook.com/ong.punkoi


คุณพ่อพังค์ร็อคกับลูกน้อย ที่เดินทางมาจากภูเก็ตกันเลยทีเดียว เพื่อมาสนับสนุนงานนี้


นี่พระเอกของงาน มีคนมาขอถ่ายรูปกันตลอดเวลา เจเจ มือพ่นศาลอาญา ผู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคม



ดนตรีก็ทำหน้าที่ของมัน ปลุกพลังให้ทุกๆคนสนุกสนาน กอดคอกันร้องเพลง
ไม่มีการแยกชาติ ศาสนา หรือแนวความคิด
งานสตาร์ทที่ สองทุ่ม 45 ไปจบเอาก็ตอนตี 1 ได้

ถือซะว่า เป็นวันแรกของหาดใหญ่ ที่ผมสนุกและมีความสุขมากๆ
ผู้คนที่นี่ใจดี ยิ้มแย้ม อากาศที่นี่ก็ยังกับอังกฤษ(ไม่เคยไปหรอกนะ) มีฝนตกได้ตลอดเวลาจริงๆ
แม้แดดออกเปรี้ยง ก็ยังมีฝนตกหนักได้ วันนี้ได้เพื่อนใหม่ ได้พบปะผู้คน ได้หลงทาง
แค่นี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ดีๆแล้วครับ

แล้วไว้มาต่อวันที่สองกัน


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่