หัวหินเป็นที่ๆหลายคนอย่างจะคุ้นเคย เป็นอย่างดี เเต่กระทู้นี้เราจะมาเปิดประสบการณ์หัวหินในมุมมองใหม่ๆๆครับ
มาเริ่มทริปกันเลยยยย

เราเดินทางกันด้วยรถไฟ เเละก็เอารถจักรยานขึ้นรถไฟไปด้วย (ที่เลือกรถไฟ เพราะอยากสัมผัสบรรยากาส เเบบมันได้ฟิลกว่านั่งรถตู้อะ)
โดยเที่ยวรถไฟไปหัวหิน ก็มีอยู่เยอะ สะดวกสถานีไหน เที่ยวไหน ก็เลือกเล้ยยย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.railway.co.th/checktime/checktime.asp
เราขึ้นรถไฟกันที่ สถานีศาลายา
ระหว่างรอ รถไฟก็ถ่ายรูปไปเรื่อยครับ

รถไฟ ของเรามาช้าไปประมาณ 10 นาทีครับ เเล้วระหว่างทางก็มีหยุดบ้าง ทำให้ถึงหัวหินช้าไปมาก ถึงสถานนีรถไฟหัวหินไปประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆๆ
พอถึงหัวหินปุ๊บ ก็จับจักรยานคันโปรด ปั่นไปรอบเมือง (เราไปกันวันอาทิตย์ ) ตอนกลางคืนที่นี้ปั่นเเล้วโคตรฟินเลยครับ ปั่นกันสักพักก็เริ่มหาที่พัก โดยตั้งเป้าไว้ว่า เอาที่พักทั้งดี เเละถูกครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แม่คนที่สองบอกต้องประหยัด เลยปั่นหานานอยู่ 
บ้านพักที่เราพัก เป้นเกสต์เฮาส์ครับ เลยได้ถูกและดีเลยเเหละ เเถมได้นั่งเมาส์มอยกะฝรั่งที่เป็นเจ้าของบ้านมันส์เลยครับ (ที่พักคือ king's home guest house hua hin)
จากนั้น เราก็เก็บของเเล้วก็ออกปั่นกันต่อครับ เป้าหมายคือ ทะเลลล มาทะเลทั้งที ไปเล่นเเค่ตอนกลางวันมันก็ธรรมดาไปครับ เราเลยตัดสินใจไปเล่นน้ำ นั่งฟังเสียงคลื่นกัน ทะเลตอนกลางคืนสงบ เงียบ มากๆๆครับ เหมาะสำหรับคนอกหักรักคุด หรือใครที่หาที่โรเเมนติกๆเหมาะมากๆเลยครับ จะมานั่งชิวๆดื่มไปด้วยก็ตามสะดวกเลย
นั่งไปสักพักท้องเริ่มหิวสิครับ รอไรล่ะครับ หาของกินสิๆๆๆ
กินเสร็จตามวิถีคนอ้วนครับ นอนๆๆๆ
.
.
.
กำลังเคลิ้ม ฝันหวานเลยครับ จะดีมากถ้าเสียงนาฬิกาปลุกไม่ดังซะก่อน
ตีห้า 5.00 ตื่นครับตื่น ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน
หาดเดิมเเหละครับ ชายหาดหัวหิน (ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ยังเห็นคนที่นั่งดื่มตั้งเเต่เมื่อคืนเลยครับ สงสัยจะเป็นเเผลสด น่าจะอกหักหมาดๆ )
ไปรอตั้งดูตั้งเเต่ประมาณตีห้า กว่าๆๆ กว่าจะเห็นพระอาทิตย์จริงๆก็เกือบ 7 โมงเช้าเลยครับ
ปูตัวนี้ผมภูมิใจนำเสนอมากครับ ถ่ายเป็นสิบๆรูปกว่าจะได้ภาพนี้ 555
พอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จปุ๊บ

เริ่มหิวอีกเเล้วสิครับ ก็หาไรกินต่อออ เเถวๆๆตลาดโต้รุ่งเเหละครับ มีของกินทั้งยามดึก เเละตอนเช้าเลยครับ ชอบเเบบไหนก็หาเลย ตามสะดวกและตามสตางค์ครับ
แผนที่เเรกกะว่าหลังจากดูพระอาทิตย์เสร็จเราจะปั่นไปเรื่อยๆกันครับ เหนื่อยตรงไหนก็พักตรงนั้น เเต่เเล้วก็ผิดเเผนขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แม่หมูเค้าง่วง เราทำไงได้ล่ะครับ มันหลับผมก็ต้องหลับสิ กว่าจะตื่นก็เกือบเที่ยง
ถึงเวลาเช็คเอาท์ ก็ประมาณเที่ยงๆครับ แพคกระเป๋า คว้าจักยานคันโปรด ปั่นไปกันที่สถานีรถไฟ ตั้งหลักกันที่นั้น มีแผนที่หน้าสถานีรถไฟเลย เเต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ช่วยไรหรอกครับ สิ่งที่ทำให้เราไม่หลงได้มาอย่างเดียวครับ "ปาก" ในเมื่อดูแผนที่ไม่รู้เรื่องก็ถามสิครับ คนที่ผมถามก็ไม่ใช่ใคร ก็เป็นพวกพี่ๆที่ขับรถหน้าสถานีเเหละครับ เค้าเลยเเนะนำมาว่า "วัดห้วยมงคล"
ทะเลาะกะแม่หมูอยู่นานครับว่าจะเอายังไง สุดท้ายก็เลยตัดสินใจปั่นไปครับ เเต่ก็เเอบกลัวอยู่ว่าจะไปถึงไหม เพราะพี่ที่สถานีรถไฟขู่ไว้ว่าไกลพอสมควร (ประมาณ 20 กว่ากม. ) ก็ในเมื่อตัดสินใจเเล้วก็ไปครับ ไกลเเค่ไหนก็ในเมืองใจอยากไป ต้องไปให้ถึงครับ ก็อาศัยอากู๋เเหละครับ นำทางไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางสวยมากเลยครับ บรรยากาศดีสุดๆๆ

ทางที่ปั่น ก็มีทั้งทางชนบท ทางหลวง มีรถน้อยบ้าง เยอะบ้าง แต่ก็สนุกดีครับได้สัมผัสบรรยากาศข้างทาง บอกเลยนั่งรถยนต์มาไม่มีทางได้สัมผัส เเถมอากาศก็เป็นใจให้ปั่นด้วยนะครับ เเดดไม่ค่อยเเรงมาก
ปั่นไปสักพัก เอาอีกเเล้วครับ หิว!!! เลยต้องหาที่กินครับ บวกกับเเม่หมูเค้าเหนื่อยด้วยครับ เลยต้องหาที่กินข้าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เดี๋ยวมันเหนื่อยเเล้วพาลจะกลับขึ้นมากลางทางก็ซวยสิครับ 
ที่ที่เราเเวะกันคืออออ "ตลาดน้ำสามพันนาม"
มองเห็นตั้งเเต่ทางเลี้ยวเข้ามาเลยครับ ไม่ต้องกลัวหลง มีปากก็ถามก็ได้ครับถ้ากลัว
หลักกิโลโคตรใหญ่

แถมบรรยากาศบริเวณนั้นก็โคตรดีนะครับ บอกเลย

ได้เวลาลุยเเล้วครับ ไปกันเลยย ตลาดน้ำจ๋า พี่มาเเล้วววววว
มีของขายเเยะเลยครับ คล้ายๆๆกับเพลินวานเลย เเต่เรื่องบรรยากาศนี้ ยกให้ที่นี้เลยครับ อากาศเย็นสบายกว่ากันเยอะ เพราะมีน้ำอยู่ตรงกลางเลยครับ (เออลืมตลาดน้ำก็ต้องมีน้ำดิเนอะ 555) ที่นี้เค้ามีบริการรถไฟ กับเรือถีบรอบตลาดน้ำด้วยนะครับ เเต่กลัวดูไม่ครบ เดินดีกว่าครับ 555

เดินซักพักเริ่มเหนื่อยเเฮะ เเวะกินเตี๋ยวสักหน่อย

อิ่มเเล้วก็เดินต่อครับ มีที่ถ่ายรูปอีกแยะ

แม่หมูมันนิสัยไม่ดีครับ เเกล้งเด็ก

เดินทั่วเเล้วก็ไปต่อครับ เป้าหมายเราคือ วัดห้วยมงคลลลล (ลืมบอกนิดนึง ตลาดน้ำนี้คือเราปั่นมาได้ครึ่งทางเเล้ว ใช้เวลาปั่นประมาณ 2 ชม.)
บรัยยย ตลาดน้ำ

สถานีต่อไป วัดห้วยมงคลครับผมมม

ปั่นกันไปเรื่อยๆๆครับ เเต่ยังไงผมก็ยืนยันนะว่า ระหว่างทางนี้สวยจริงๆ

ปั่นไป ก็เเวะถ่ายรูปไปครับ

บรรยากาศเเบบนี้หาไม่ได้ที่กทม. นะครับ

ระหว่างทางที่ใกล้จะถึง บอกเลยว่าโคตรสวยครับบ มีไร่สัปรดกับมันสำปะหลัง ชาวไร่กำลังเก็บเลยครับ อากาศตอนนี้ก็กำลังดีครับ
ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ครับ วัดห้วยมงคล (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)

คุ้มค่ามากครับ ที่ปั่นมา ในวัดสงบ ร่มรื่นมาก

พอไหว้พระ ขอพรเสร็จ เราก็เดินเล่นเเละนั่งพักในวัดแปบนึงครับ รู้ตัวอีกที ก็เกือบๆๆห้าโมงเย็น
หมูมันอยากกลับเเล้วครับ บวกกับอยากไปดูพระอาทิตย์ตกด้วย เเต่กลัวถึงช้าเเละก็เริ่มหมดเเรงเเล้วด้วยเลยกะว่าจะนั่งรถโดยสารเข้าไปที่สถานีรถไฟเลย (ถ้าจะมาวัดห้วยมงคล เเละตลาดน้ำจะมีรถสองเเถวเเละรถเหมาจากสถานีรถไฟ) แต่ผิดคลาดครับ เมื่อถามลุงยามเเล้วเค้าบอกว่ารถหมดประมาณ ห้าโมง เเต่วันที่ผมไปเป็นวันจันทร์ คนมาเที่ยวไม่ค่อยเยอะเลย ลุงเลยไม่มั่นใจว่าจะมีรถไหม ให้ลองรอดู เราก็เลยรอครับ ปรากฏว่าาาา รถหมดเเล้ว
ทำไงได้ล่ะครับ สิ่งที่เราต้องมีตอนนี้คือความกล้า ปาก และมือ โบกสิครับโบก โบกรถครับ
ตัดสินใจอยู่นานมากว่าจะโบกรถกลับ หรือปั่นกลับ เเต่สุดท้ายเเม่หมูมันก็โบกได้ครับ เเต่พอดีพี่เค้าคนที่โบกได้คันเเรกไม่ได้เข้าไปที่หัวหินเเต่พี่เค้าอาสาพอไปสั่งที่ทางเเยกกว่าจะไปปราณ (พี่เค้าน่าจะเป็นช่างจะไปปราณ) เราก็เลยตัดสินใจไปครับ
หลังจากลงรถคันเเรกปุ๊บ เราก็ปั่นกันไปอีกสักพักครับ เเล้วแม่หมูมันก็ทำการโบกอีกรอบ คราวนี้โชคดีครับ เป็นรถครอบครัวน่าจะกลับจากไปเที่ยวเช่นกัน เเล้วก็โชคดีมากๆครับที่พี่เค้าจะไปหัวหินพอดี โชคดีเข้าไปอีกคือพี่เค้าอาสาไปส่งที่สถานีรถไฟเลย เราก็เลยสบายกันเลยครับ
ถึงสถานีรถไฟ ประมาณ 6 โมงกว่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เเต่ตอนไป เกือบ 5 ชม.

เร็วทันใจมากก
กลับมาเริ่มต้นต่อที่สถานีรถไฟครับ พี่ที่เค้าบอกทางเราเมื่อเช้าตกใจเลยที่เราปั่นไปถึงได้ พี่เค้าเลยเเนะนำให้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่"เขาหินเหล็กไฟ" ประกอบกะหมูอ้วนมันอยากดูด้วยก็เลยไป ห่างจากสถานีไม่ไกลด้วย รออะไรล่ะครับเดี๋ยวมืด ไปกันเลยยยย
จากสถานีมาเขานี้ก็ไม่ไกลหรอกครับ ประมาณ 2 กม.ใช้เวลาปั่นไปถึงตีนเขาไม่นานหรอกครับ ไอ้ที่นานคือขึ้นเขา โคตรชันนน เเต่ทางดีมากครับคนส่วนใหญ่เค้าเอามอไซค์ขึ้นมากัน เเต่เราเเหวกครับ จักรยานคนมองกันใหญ่เลย กว่าจะถึงก็เกือบมืดพอดี เเนะนำจุดชมวิวที่ 4,5,6 สวยมากครับ คุ้มค่ามากๆที่มาดู

มองเห็นวิวเเบบทั่วหัวหินเลยครับ

พอเริ่มมืดก็กลับครับ ความสนุกมันอยู่ตอนขาลงเขาเนี่ยเเหละครับ โคตรฟินครับบอกเลย ไม่รุ้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดี ลองเองเเล้วกันครับถ้ามีโอกาส ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีเราก็ลงมาถึงตีนเขาครับ เเบบต่างกันลิบลับกะตอนที่ปั่นขึ้น
ใช้พลังงานเยอะกินต่อสิครับ ตลาดโต้รุ่งของกินเยอะมากกกก พออิ่มเราก็ไปจองตั๋วกลับกัน รถมาตอนเกือบๆตี 1 มองนาฬิกาเนี่ยเพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ ก็ไม่มีไรทำ เลยนั่งๆนอนหาของกินฆ่าเวลากันไป
มีไอ้นี้เเหละครับช่วยฆ่าเวลาด้วย

รถไฟมาประมาณ เกือบตี 1 ครับเเล้วก็ได้เวลาโบกมือลาหัวหินถิ่นมีหอย
รถไฟถึงศาลายา ประมาณตี 4 ครับหลับๆ ตื่นๆแปบเดียว รู้ตัวอีกทีก้ตอนได้ยินเสียงจากนายสถานีบอก ที่นี้สถานนีศาลายาๆ วิ่งสิครับวิ่งไปดูรถจักรยานเเทบไม่ทัน เเล้วทริปเราก็จบลงครับ ได้เเต่ยืนโบกมือลารถไฟให้เดินทางไปต่อ(นั้นมันในนิยาย ชีวิตจริงพอได้จักรยานก็รีบปั่นกลับหอนอนต่อครับ)
ปล.ถ้าภาพไม่ชัดต้องขออภัย พอดีใช้กล้องไอแพดกะมือถือกากๆถ่าย
หอบรักมาพักหัวหินนนนน 🚴🌊
มาเริ่มทริปกันเลยยยย
เราเดินทางกันด้วยรถไฟ เเละก็เอารถจักรยานขึ้นรถไฟไปด้วย (ที่เลือกรถไฟ เพราะอยากสัมผัสบรรยากาส เเบบมันได้ฟิลกว่านั่งรถตู้อะ)
โดยเที่ยวรถไฟไปหัวหิน ก็มีอยู่เยอะ สะดวกสถานีไหน เที่ยวไหน ก็เลือกเล้ยยย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราขึ้นรถไฟกันที่ สถานีศาลายา
ระหว่างรอ รถไฟก็ถ่ายรูปไปเรื่อยครับ
รถไฟ ของเรามาช้าไปประมาณ 10 นาทีครับ เเล้วระหว่างทางก็มีหยุดบ้าง ทำให้ถึงหัวหินช้าไปมาก ถึงสถานนีรถไฟหัวหินไปประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆๆ
พอถึงหัวหินปุ๊บ ก็จับจักรยานคันโปรด ปั่นไปรอบเมือง (เราไปกันวันอาทิตย์ ) ตอนกลางคืนที่นี้ปั่นเเล้วโคตรฟินเลยครับ ปั่นกันสักพักก็เริ่มหาที่พัก โดยตั้งเป้าไว้ว่า เอาที่พักทั้งดี เเละถูกครับ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
บ้านพักที่เราพัก เป้นเกสต์เฮาส์ครับ เลยได้ถูกและดีเลยเเหละ เเถมได้นั่งเมาส์มอยกะฝรั่งที่เป็นเจ้าของบ้านมันส์เลยครับ (ที่พักคือ king's home guest house hua hin)
จากนั้น เราก็เก็บของเเล้วก็ออกปั่นกันต่อครับ เป้าหมายคือ ทะเลลล มาทะเลทั้งที ไปเล่นเเค่ตอนกลางวันมันก็ธรรมดาไปครับ เราเลยตัดสินใจไปเล่นน้ำ นั่งฟังเสียงคลื่นกัน ทะเลตอนกลางคืนสงบ เงียบ มากๆๆครับ เหมาะสำหรับคนอกหักรักคุด หรือใครที่หาที่โรเเมนติกๆเหมาะมากๆเลยครับ จะมานั่งชิวๆดื่มไปด้วยก็ตามสะดวกเลย
นั่งไปสักพักท้องเริ่มหิวสิครับ รอไรล่ะครับ หาของกินสิๆๆๆ
กินเสร็จตามวิถีคนอ้วนครับ นอนๆๆๆ
.
.
.
กำลังเคลิ้ม ฝันหวานเลยครับ จะดีมากถ้าเสียงนาฬิกาปลุกไม่ดังซะก่อน
ตีห้า 5.00 ตื่นครับตื่น ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน
หาดเดิมเเหละครับ ชายหาดหัวหิน (ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ยังเห็นคนที่นั่งดื่มตั้งเเต่เมื่อคืนเลยครับ สงสัยจะเป็นเเผลสด น่าจะอกหักหมาดๆ )
ไปรอตั้งดูตั้งเเต่ประมาณตีห้า กว่าๆๆ กว่าจะเห็นพระอาทิตย์จริงๆก็เกือบ 7 โมงเช้าเลยครับ
ปูตัวนี้ผมภูมิใจนำเสนอมากครับ ถ่ายเป็นสิบๆรูปกว่าจะได้ภาพนี้ 555
พอดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จปุ๊บ
เริ่มหิวอีกเเล้วสิครับ ก็หาไรกินต่อออ เเถวๆๆตลาดโต้รุ่งเเหละครับ มีของกินทั้งยามดึก เเละตอนเช้าเลยครับ ชอบเเบบไหนก็หาเลย ตามสะดวกและตามสตางค์ครับ
แผนที่เเรกกะว่าหลังจากดูพระอาทิตย์เสร็จเราจะปั่นไปเรื่อยๆกันครับ เหนื่อยตรงไหนก็พักตรงนั้น เเต่เเล้วก็ผิดเเผนขึ้น [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ถึงเวลาเช็คเอาท์ ก็ประมาณเที่ยงๆครับ แพคกระเป๋า คว้าจักยานคันโปรด ปั่นไปกันที่สถานีรถไฟ ตั้งหลักกันที่นั้น มีแผนที่หน้าสถานีรถไฟเลย เเต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ช่วยไรหรอกครับ สิ่งที่ทำให้เราไม่หลงได้มาอย่างเดียวครับ "ปาก" ในเมื่อดูแผนที่ไม่รู้เรื่องก็ถามสิครับ คนที่ผมถามก็ไม่ใช่ใคร ก็เป็นพวกพี่ๆที่ขับรถหน้าสถานีเเหละครับ เค้าเลยเเนะนำมาว่า "วัดห้วยมงคล"
ทะเลาะกะแม่หมูอยู่นานครับว่าจะเอายังไง สุดท้ายก็เลยตัดสินใจปั่นไปครับ เเต่ก็เเอบกลัวอยู่ว่าจะไปถึงไหม เพราะพี่ที่สถานีรถไฟขู่ไว้ว่าไกลพอสมควร (ประมาณ 20 กว่ากม. ) ก็ในเมื่อตัดสินใจเเล้วก็ไปครับ ไกลเเค่ไหนก็ในเมืองใจอยากไป ต้องไปให้ถึงครับ ก็อาศัยอากู๋เเหละครับ นำทางไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางสวยมากเลยครับ บรรยากาศดีสุดๆๆ
ทางที่ปั่น ก็มีทั้งทางชนบท ทางหลวง มีรถน้อยบ้าง เยอะบ้าง แต่ก็สนุกดีครับได้สัมผัสบรรยากาศข้างทาง บอกเลยนั่งรถยนต์มาไม่มีทางได้สัมผัส เเถมอากาศก็เป็นใจให้ปั่นด้วยนะครับ เเดดไม่ค่อยเเรงมาก
ปั่นไปสักพัก เอาอีกเเล้วครับ หิว!!! เลยต้องหาที่กินครับ บวกกับเเม่หมูเค้าเหนื่อยด้วยครับ เลยต้องหาที่กินข้าว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่ที่เราเเวะกันคืออออ "ตลาดน้ำสามพันนาม"
มองเห็นตั้งเเต่ทางเลี้ยวเข้ามาเลยครับ ไม่ต้องกลัวหลง มีปากก็ถามก็ได้ครับถ้ากลัว
หลักกิโลโคตรใหญ่
แถมบรรยากาศบริเวณนั้นก็โคตรดีนะครับ บอกเลย
ได้เวลาลุยเเล้วครับ ไปกันเลยย ตลาดน้ำจ๋า พี่มาเเล้วววววว
มีของขายเเยะเลยครับ คล้ายๆๆกับเพลินวานเลย เเต่เรื่องบรรยากาศนี้ ยกให้ที่นี้เลยครับ อากาศเย็นสบายกว่ากันเยอะ เพราะมีน้ำอยู่ตรงกลางเลยครับ (เออลืมตลาดน้ำก็ต้องมีน้ำดิเนอะ 555) ที่นี้เค้ามีบริการรถไฟ กับเรือถีบรอบตลาดน้ำด้วยนะครับ เเต่กลัวดูไม่ครบ เดินดีกว่าครับ 555
เดินซักพักเริ่มเหนื่อยเเฮะ เเวะกินเตี๋ยวสักหน่อย
อิ่มเเล้วก็เดินต่อครับ มีที่ถ่ายรูปอีกแยะ
แม่หมูมันนิสัยไม่ดีครับ เเกล้งเด็ก
เดินทั่วเเล้วก็ไปต่อครับ เป้าหมายเราคือ วัดห้วยมงคลลลล (ลืมบอกนิดนึง ตลาดน้ำนี้คือเราปั่นมาได้ครึ่งทางเเล้ว ใช้เวลาปั่นประมาณ 2 ชม.)
บรัยยย ตลาดน้ำ
สถานีต่อไป วัดห้วยมงคลครับผมมม
ปั่นกันไปเรื่อยๆๆครับ เเต่ยังไงผมก็ยืนยันนะว่า ระหว่างทางนี้สวยจริงๆ
ปั่นไป ก็เเวะถ่ายรูปไปครับ
บรรยากาศเเบบนี้หาไม่ได้ที่กทม. นะครับ
ระหว่างทางที่ใกล้จะถึง บอกเลยว่าโคตรสวยครับบ มีไร่สัปรดกับมันสำปะหลัง ชาวไร่กำลังเก็บเลยครับ อากาศตอนนี้ก็กำลังดีครับ
ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ครับ วัดห้วยมงคล (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.)
คุ้มค่ามากครับ ที่ปั่นมา ในวัดสงบ ร่มรื่นมาก
พอไหว้พระ ขอพรเสร็จ เราก็เดินเล่นเเละนั่งพักในวัดแปบนึงครับ รู้ตัวอีกที ก็เกือบๆๆห้าโมงเย็น
หมูมันอยากกลับเเล้วครับ บวกกับอยากไปดูพระอาทิตย์ตกด้วย เเต่กลัวถึงช้าเเละก็เริ่มหมดเเรงเเล้วด้วยเลยกะว่าจะนั่งรถโดยสารเข้าไปที่สถานีรถไฟเลย (ถ้าจะมาวัดห้วยมงคล เเละตลาดน้ำจะมีรถสองเเถวเเละรถเหมาจากสถานีรถไฟ) แต่ผิดคลาดครับ เมื่อถามลุงยามเเล้วเค้าบอกว่ารถหมดประมาณ ห้าโมง เเต่วันที่ผมไปเป็นวันจันทร์ คนมาเที่ยวไม่ค่อยเยอะเลย ลุงเลยไม่มั่นใจว่าจะมีรถไหม ให้ลองรอดู เราก็เลยรอครับ ปรากฏว่าาาา รถหมดเเล้ว
ทำไงได้ล่ะครับ สิ่งที่เราต้องมีตอนนี้คือความกล้า ปาก และมือ โบกสิครับโบก โบกรถครับ
ตัดสินใจอยู่นานมากว่าจะโบกรถกลับ หรือปั่นกลับ เเต่สุดท้ายเเม่หมูมันก็โบกได้ครับ เเต่พอดีพี่เค้าคนที่โบกได้คันเเรกไม่ได้เข้าไปที่หัวหินเเต่พี่เค้าอาสาพอไปสั่งที่ทางเเยกกว่าจะไปปราณ (พี่เค้าน่าจะเป็นช่างจะไปปราณ) เราก็เลยตัดสินใจไปครับ
หลังจากลงรถคันเเรกปุ๊บ เราก็ปั่นกันไปอีกสักพักครับ เเล้วแม่หมูมันก็ทำการโบกอีกรอบ คราวนี้โชคดีครับ เป็นรถครอบครัวน่าจะกลับจากไปเที่ยวเช่นกัน เเล้วก็โชคดีมากๆครับที่พี่เค้าจะไปหัวหินพอดี โชคดีเข้าไปอีกคือพี่เค้าอาสาไปส่งที่สถานีรถไฟเลย เราก็เลยสบายกันเลยครับ
ถึงสถานีรถไฟ ประมาณ 6 โมงกว่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เเต่ตอนไป เกือบ 5 ชม.
กลับมาเริ่มต้นต่อที่สถานีรถไฟครับ พี่ที่เค้าบอกทางเราเมื่อเช้าตกใจเลยที่เราปั่นไปถึงได้ พี่เค้าเลยเเนะนำให้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่"เขาหินเหล็กไฟ" ประกอบกะหมูอ้วนมันอยากดูด้วยก็เลยไป ห่างจากสถานีไม่ไกลด้วย รออะไรล่ะครับเดี๋ยวมืด ไปกันเลยยยย
จากสถานีมาเขานี้ก็ไม่ไกลหรอกครับ ประมาณ 2 กม.ใช้เวลาปั่นไปถึงตีนเขาไม่นานหรอกครับ ไอ้ที่นานคือขึ้นเขา โคตรชันนน เเต่ทางดีมากครับคนส่วนใหญ่เค้าเอามอไซค์ขึ้นมากัน เเต่เราเเหวกครับ จักรยานคนมองกันใหญ่เลย กว่าจะถึงก็เกือบมืดพอดี เเนะนำจุดชมวิวที่ 4,5,6 สวยมากครับ คุ้มค่ามากๆที่มาดู
มองเห็นวิวเเบบทั่วหัวหินเลยครับ
พอเริ่มมืดก็กลับครับ ความสนุกมันอยู่ตอนขาลงเขาเนี่ยเเหละครับ โคตรฟินครับบอกเลย ไม่รุ้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดี ลองเองเเล้วกันครับถ้ามีโอกาส ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีเราก็ลงมาถึงตีนเขาครับ เเบบต่างกันลิบลับกะตอนที่ปั่นขึ้น
ใช้พลังงานเยอะกินต่อสิครับ ตลาดโต้รุ่งของกินเยอะมากกกก พออิ่มเราก็ไปจองตั๋วกลับกัน รถมาตอนเกือบๆตี 1 มองนาฬิกาเนี่ยเพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ ก็ไม่มีไรทำ เลยนั่งๆนอนหาของกินฆ่าเวลากันไป
มีไอ้นี้เเหละครับช่วยฆ่าเวลาด้วย
รถไฟมาประมาณ เกือบตี 1 ครับเเล้วก็ได้เวลาโบกมือลาหัวหินถิ่นมีหอย
รถไฟถึงศาลายา ประมาณตี 4 ครับหลับๆ ตื่นๆแปบเดียว รู้ตัวอีกทีก้ตอนได้ยินเสียงจากนายสถานีบอก ที่นี้สถานนีศาลายาๆ วิ่งสิครับวิ่งไปดูรถจักรยานเเทบไม่ทัน เเล้วทริปเราก็จบลงครับ ได้เเต่ยืนโบกมือลารถไฟให้เดินทางไปต่อ(นั้นมันในนิยาย ชีวิตจริงพอได้จักรยานก็รีบปั่นกลับหอนอนต่อครับ)
ปล.ถ้าภาพไม่ชัดต้องขออภัย พอดีใช้กล้องไอแพดกะมือถือกากๆถ่าย