บทความ: บาสตี้มีเป้าหมายใหญ่อยู่ 2 ข้อ หนึ่งคือการพาเยอรมันเป็นแชมป์ยูโร 2016 อีกข้อคือ การพาแมนยูกลับสู่จุดสูงสุด

บทความนี้แปลมาจากข่าวที่เพื่อนนักข่าวของชไวน์สไตเกอร์เขียนขึ้นมา โดยเลือกตัดมาเฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวกับแมนยู อ่านจบอาจจะทำให้รู้ว่าชไวน์สไตเกอร์ย้ายมาแมนยูเพราะอะไร

     ในฟอร์มที่ดีที่สุด ชไวน์สไตเกอร์จะเล่นคล้ายกับรอยคีนผสมสโคลส์ ถ้าร่างกายเขายืนระยะได้ แมนยูจะเหมือนได้สองผู้เล่นที่ทดแทนไม่ได้มาในหนึ่งคน "บาสตี้มีเป้าหมายใหญ่อยู่ 2 ข้อ อันดับแรกคือการพาเยอรมันเป็นแชมป์ยูโร 2016 อีกข้อคือ การพาแมนยูกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง" เพื่อนของเขาบอก "ถึงแม้ว่าเขาอาจจะเล่นในฟอร์มสูงสุดได้อีกหนึ่งฤดูกาล แต่ความมุ่งมั่นของเขาจะนำพาให้เขาทำมันให้สำเร็จให้ได้ เขาจะจากแมนเชสเตอร์ไปในฐานะ Fussballgott" ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าฟุตบอล และเป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงสถานะของชไวน์สไตเกอร์สำหรับแฟนบาเยิร์น ที่สนาม Allianz Arena ตอนประกาศรายชื่อผู้เล่นทีมเจ้าบ้าน เมื่อแฟนบอลได้ยิน "เบอร์ 31...." พวกเขาจะตะโกนตอบรับไปทันทีว่า "บาสเตียน ชไวสไตเกอร์ Fussballgott"

     ชไวสไตเกอร์ เป็นชาวบาวาเรียนที่ผูกพันกับทีมบาเยิร์นและอยู่ในทีมหลักมานาน นั่นทำให้เขามีสถานะเป็นฮีโร่ท้องถิ่นเช่นเดียวกับสตีเว่น เจอร์ราร์ด เขาประสบกับความขัดแย้งทางอารมณ์ครั้งใหญ่ก่อนจะตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องจากสโมสรบาเยิร์นไป แต่ก็เป็นการตัดสินใจตามความฝันอีกอันหนึ่งของตัวเอง ฮีโร่วัยเด็กของชไวน์สไตเกอร์ คือ เอริค คันโตน่า เขาเคยพูดระหว่างการสัมภาษณ์ในปี 2010 ว่า "ผมชอบบรรยากาศของสนามฟุตบอลในอังกฤษ ปีที่แล้วที่เราเล่นในแมนเชสเตอร์มันมหัศจรรย์มาก พี่ชายของผมเป็นแฟนแมนยู และเขามักบอกผมเสมอว่า 'ไปแมนยูสิ ไปแมนยู' ผมยังชอบความเร็วของฟุตบอลอังกฤษอีกด้วย"

     ตอนนั้นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยพยายามจะเซ็นสัญญากับเขา แต่เนื่องจากว่าเขายังเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่บาเยิร์น การย้ายทีมเลยยังไม่เกิดขึ้น ด้วยความบังเอิญ ตอนปีนั้นเอง (ปี 2010) ผู้จัดการทีมบาเยิร์นก็คือ หลุยส์ ฟานกัล คนที่มีอิทธิพลอย่างมากในอาชีพนักเตะของชไวสไตเกอร์ ฟานกัลเป็นคนย้ายเขาจากกราบขวาเข้ามาเล่นตรงกลาง "ปรัชญาของผมคือต้องอยู่หลังลูกฟุตบอลเสมอ เมื่อผมบุก ผมต้องมั่นใจว่ามีผู้เล่นคนอื่นอยู่ในตำแหน่งของผม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยืนตำแหน่งและรักษาระบบของทีม" ในนิยามกองกลางของฟานกัล ชไวน์สไตเกอร์คือ เบอร์ 6 และเป็นตำแหน่งที่ตัวเขาเองชอบที่สุด และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่า บางทีอาจจะมีเพียงฟานกัลคนเดียวที่สามารถทำให้ชไวน์สไตเกอร์ยอมย้ายออกจากมิวนิคได้ เพราะสิ่งสำคัญอันดับแรกของชไวน์สไตเกอร์ในฐานะกัปตันทีมชาติเยอรมันคนใหม่ คือ การพาทีมชาติสู่แชมป์ในหน้าร้อนปีหน้า และนั่นก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการเล่นให้กับสโมสรหลักของเขา

    ชไวน์สไตเกอร์พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง นอกจากนั้นยังเป็นคนเปิดเผยและตลก นิสัยส่วนตัวของเขาอีกข้อสามารถสังเกตได้จากแนวทางการเป็นกัปตันทีม "ผมไม่ชอบพูดเวลารวมกลุ่ม ผมชอบคุยตัวต่อตัวกับเพื่อนร่วมทีมมากกว่า ผมชอบสบตาเวลาพูด"

    ชไวน์สไตเกอร์จะเซ็นสัญญา 3 ปี กับค่าตัว 14 ล้านปอนด์และรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 135,000 ปอนด์

แปลจาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

นิยาม 3 กองกลางในปรัชญาของฟานกัล
1. Destroyer ทำหน้าที่แทคเคิลและหยุดการบุกของฝ่ายตรงข้าม (ในทีมชาติฮอลแลนด์ คือ ไนเจล เดอจง)
2. Playmaker หรือ ACM ทำหน้าที่สร้างสรรค์เกม หรือ ตำแหน่งเบอร์ 10 (ทีมชาติฮอลแลนด์ คือ เวสลี่ ชไนเดอร์ หรือ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ต)
3. All-rounder ทำหน้าที่คล้ายกับมิดฟิลด์ box-to-box แบบเก่า ไม่ใช่ทั้งกลางรับและกลางตัวรุก ต้องช่วย Destroyer เวลาทีมตั้งรับ แต่ถ้าหากเมื่อทีมได้บอลจะกลายสภาพเป็นตัวรุก มีหน้าที่วิ่งขึ้น-ลงทั้งสนาม ต้องการทั้งพละกำลัง ความฉลาดและการยืนตำแหน่งที่ดี (ทีมชาติฮอลแลนด์ คือ เควิน สตรูทมันน์)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่