รูมเมท เป็นคนดี ทำไงดี ?

การที่รูมเมทเป็นคนดี มันไม่น่าจะเป็นปัญหาใช่ไหมละคะ แต่การที่คนนิสัยดีและคิดเป็น ทำผิด มันเตือนยากมากๆคะ

- แทนรูมเมทเราเป็น RM

-- ขอพูดถึงนิสัยของ RM ก่อนนะคะ เขาเป็นคนที่.. นิ่มๆ เป็นผู้หญิงเรียบร้อย เรียนเก่ง พูดจาดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น เป็นที่ปรึกษาที่ดี เอาเป็นว่าดีมากๆ (ถ้าไม่นับเรื่องผู่ชาย อันนั้นมันเรื่องของเขา) ในฐานะเพื่อนเป็นเพื่อนที่ดีมาก
-- ส่วนเราเป็นคนที่พูดแรง แล้วก็ชอบใส่อารมณ์ เวลาโมโหนี่เพื่อนไม่เข้าใกล้เลย เอาเป็นว่ามันแย่อะคะ

แล้วถ้าคนสองคนนี้ทะเลาะกัน คิดว่าทุกคนจะเข้าข้างใครคะ ใช่คะ.. ไม่มีใครเข้าข้างกูเลย

เหตุการณ์ที่1 :::: ขอเล่าย้อนไปยาวๆ เลยแล้วกันนะคะ ตัดภาพมาตอนปี1 ณ หอใน มหาวิทยาลัยใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา 55555 (ใบ้ยากๆ เพราะถ้าบอกว่าใกล้สวนสัตว์เดี๋ยวจะรู้ว่ามหาลัยไหน) ในห้องนึงจะอยู่กันสามคนคะ RM กับ RM2(รูมเมทอีกคน คนนี้ไม่มีพิษภัย) เขาเป็นเพื่อนมาจาก รร เดียวกัน เราสบายใจมากที่ได้สองคนนี้เป็นรูมเมทเพราะมั่นใจว่าจะไม่โดนขโมยของแน่นอน (คือโดนขโมยมาตลอด เรื่องมันยาวช่างมันคะ) แต่แล้วคะ เครื่องสำอางชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปอยู่กับ RM หลายชิ้นมาก โดนแรกๆเขาจะใช้วิธีขอยืม แล้วไม่คืน หลังๆคือชอบอะไรก็มาหยิบเอาไปเลย แล้วพอเราเห็นเขาใช้ของเรา เราก็ขอเขานะคะว่า "ขอยืมหน่อยดิ" ซึ่งในใจเราคิดว่า มันน่าจะสำนึกนะ กูยืมของตัวเองจากมุงเนี่ย แต่เปล่าเลยพอเราใช้เสร็จ กลับบอกว่า "ลิปละ?" คือเรางงเลย รึอันนี้ไม่ใช้ของกูเหรอ (ของที่แน่ใจว่าเอาไปก็ เช่น ลิป(หลายอัน) แป้งพับ ที่ปัดแก้ม อายชาโดว นาฬิกา ฯลฯ) คือเราใช้ของแพงคะ สงสารแม่มาก หายทีซื้อที แม่ก็จะบ่นว่าไม่รู้จักรักษาของ คือคนมันเดินมาขโมยจะให้รักษายังไง = =^

เหตุการณ์ที่2 :::: สักประมาณปี1 เทอม2 รูมเมทเราสองคนเขาเริ่มเก็บตังใส่กระปุออมสินกันคะ โดยจะใส่แบงค์ 500 แล้ววันนึงมาเปิดดู เงินของRM2หายไป แล้วRMก็บอกว่าเงินเขาในกระปุกก็หายเหมือนกัน แล้วทั้งสองคนก็หันมามองเรา คือกูป่าววว กูกลับบ้านพึ่งมาหอกูจะเอาเวลาที่ไหนไปแงะครับ RM2เลยแก้สถานะการว่า "สงสัยป้าแม่บ้านแน่เลย"

เหตุการณ์ที่3 :::: RM2ย้ายกลับไปอยู่บ้าน เหลือเรากับRM ทีนี้เวลาซื้อของเข้าห้องเราจะซื้อด้วยกันแล้วหาร2คะ ซื้ออาทิตย์ละครั้ง ครั้งละพันกว่าบาท แต่ทุกครั้งเป็นเราที่ออกไปก่อน แล้วคิดว่าจะได้อีกครึ่งนึงเราจะได้คืนไหมคะ ไม่คะ เราเป็นคนออกตลอด (ตอนนั้นโคตรสงสารแม่คือเลี้ยงกูแล้วยังต้องเลี้ยงเพื่อนกูด้วย)  ช่วงสองเดือนหลังก่อนออกจากหอเลยซื้อใครซื้อมัน สบายใจเ_ี้ยๆ

เหตุการณ์ที่4 :::: ประมาณปี2 เราเป็นคนซื้อชุดนักศึกษาบ่อยมาก เพราะอะไรหรอคะ เพราะมันหายคะ ส่วนRMเราไม่เคยเห็นนางซื้อชุดใหม่เลย แต่ชุดนางครบวัน(พึ่งมารู้ว่าบ้านเขามีปัญหาเรื่องเงิน) หลังจากนั้นเสื้อผ้าเราบางตัวก็เริ่มหาย หายเฉพาะตัวแพงๆนะคะ ตัวไหนตลาดนัดไม่หายคะ 55555 (อันนี้ไม่แน่ใจว่านางเอาไปรึเปล่า) ตอนนั้นคือเซงมาก ระบายทั้งในเฟสและกับเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งตอนนั้นมีเรา RM และ เพื่อนในกลุ่มเราอีกคนนึงอยู่ในห้อง เราก็ระบายให้เพื่อนฟังว่า "ราวตากผ้านะ ไม่ใช่ชอปแมงโก้ ที่มุงชอบตัวไหนจะได้มาเลือกเอาไป" แล้วเราก็หันไปเห็นRMทำหน้าไม่ดี เราก็แก้สถานการณ์ว่า "แม่ ง สงสัยคนในหอแน่เลย"

เหตุการณ์ที่5 :::: ปี3 เราย้ายมาอยู่หอนอกกับRM และเพื่อนอีกคนนึง คือ RM3 โดยRM3อาสาหาหอให้ ราคาห้อง6000สภาพนางฟ้า แต่ตู้เย็นทีวีไม่มีนะ555 ค่ามัดจำก็แพง เราคิดอยู่ว่าเพื่อนจะจ่ายไหวไหม เราเลยอาสาออกไปก่อน แล้วค่อยให้เรา RM3จ่ายให้เรา3เดือนให้หลัง ส่วนRMตอนนี้อยู่หอมาเกือบ2ปีแล้ว ค่ามัดจำเลือนลางเหลือเกินคะ จนเราคิดว่าเพื่อมิตรภาพควรจะลืมๆมันไปซะ อีกอย่างนึงที่ทำให้เราปล่อยเลยตามเลยคือ ช่วงนึงแม่เราเขาบอกให้ทวงเพื่อนซะ อย่าโง่ 5555 (ทะเลาะกับแม่แรงอยู่เหมือนกัน เพราะเราปกป้องเพื่อน แต่แม่บอกว่าโง่ๆแบบนี้โดนเขาหลอก-หมด) เราเลยลองไปทวงเพื่อนดู สรุปคือ ช่วงนั้นเราเห็นRMร้องไห้บ่อยมาก และ BFคือเพื่อนสนิท(นอกกลุ่ม) ซึ่งเราให้มาอยู่กับเราที่ห้องช่วงนั้น BFบอกว่าคนแบบนี้(RM)ฆ่าตัวตายได้นะ เราก็ถามว่าทำไม มันก็ไม่บอก จนตอนหลังมารู้ว่า RMเคยบ่นให้มันฟังว่าอยากตาย อยากกินยาตายหรืออะไรประมาณนั้น เราก็เลยช่างค่าหอไป

เหตุการณ์ที่6 :::: อันนี้คือจุดพีคคะ เนื่องจากเราและBFกลับบ้าน2-3วัน (RM3 ช่วงนั้นไปเป็นน้องเนียนอยู่หอใน เอาเป็นว่าไม่อยู่ห้อง) ซึ่งRMอยู่ห้องคนเดียว พอเรากลับมาที่ห้อง เขาก็ไม่อยู่ห้องคะ คือไปหาเพื่อนผู้ชาย(นามสมมุตว่าHHแล้วกันนะคะ มาจากคำว่าเ_ี้ยๆ ฮ่าาาาา) เรากับBFกลับมาพร้อมกัน แล้วเราก็เลยถือโอกาสจัดห้องคะ ตอนนั้นเราก็บ่นเรื่องของหายให้ฟังว่าดินสอกดยี่ห้อrotringมันใช้ดี(อันนี้ไม่มีค่าโฆษณานะคะ 555) แต่จะใช้ทีซื้อที เพราะหายคะ เราเลยบอกว่าเชื่อปะว่าRMเอาไป BFมันด่าเราใหญ่เลย เพราะมันชอบRMมากเพราะเขานิสัยดี และเป็นการใส่ร้ายถ้าไม่มีหลักฐาน เราเลยเดินไปที่เก็บอุปกรณ์ของใช้ของRM หาๆอยู่พักนึงก็เจอคะ แล้วเราก็โยนให้มันดู "นี่ไง โจรขโมยดินสอ" ทีนี้ก็ฮากันใหญ่เลยคะ จัดห้องไปสักพักฮาไม่ออก คือเงินในกระปุกออมสินเราหาย ไม่มีสักเหรียญเดียวคะ เราหันมองหน้าBF มันถามว่าเป็นอะไร เราบอกเงินหาย คือตอนนั้นโมโหสุดๆ ไม่ได้เสียดายเงิน แต่เหมือนเราเป็นค วาย คือกูเป็นเพื่อนนะ เป็นรูมเมทอยู่กันมาเกือบสามปี กูไม่ได้โง่ที่ไม่รู้ว่าขโมยของ ไม่มีกูให้ ช่วยตลอด นี่ขโมยเงินเลยเหรอ ขอกูกูยังให้เลย เสียความรู้สึกสุดๆ แล้วที่สำคัญถ้ามันขโมยเพราะไม่มีกินยังพอให้อภัย แต่ออกไปเที่ยวหาผู้ชายทุกวัน ซื้อของประเคนเขา คนไม่มีเงินที่ไหนเขาทำกัน ถ้าอดข้าวแล้วเอาไปให้เขาไม่ว่า นี่ขโมยเงินเราไป สรุปแม่กูเลี้ยงกู เลี้ยงมะรึง และผู้ชายของมะรึง แบบนี้ใช่มะ !@#%$%(*(_&#%^%!

เหตุการณ์ที่7 :::: ต่อจากเมื่อกี้เลย เราโมโหมากเพราะพูดไปแล้วไอ้BFดันเข้าข้างRM พอเราวี๊ดๆไปซักพักมันก็ยอมเรา 5555555 แล้วพอเราอารมณ์เย็นลง BFมันก็บอกว่าจริงๆมันก็รู้แหละว่าRMขโมย เพราะมันก็เคยโดนตอนอยู่หอใน นาฬิกามันก็ไปอยู่ในข้อมือRMเรียบร้อย แล้วมันก็บอกว่า ไอเรือนล่าสุดก็หายแต่ไม่น่าจะใช่RMหรอก เราเลยบอกว่างั้นมาลองวัดดูว่าใช่ไหม แล้วเราก็ค้นห้องกัน สุดท้าย เจอในไหนรู้ไหมคะ อยู่ในปลอกหมอนของRMคะ เราสองคนนี่อึ้งไปเลย แล้วตัดสินใจกันว่าเอาไว้ที่เดิมก่อน ลองใจดูว่าจะคืนไหม ..จนเย็นๆนางกลับมา BFก็แกล้งหานาฬิกาคะ แล้วก็บอกว่ามันสำคัญมากๆ แต่จนข้ามมาอีกวัน RMก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืนคะ จนBFมันกลัวRMจะไม่คืนจริงๆ มันเลยไปค้นใต้หมอนแล้วเอามาเก็บไว้เอง (ส่วนเราตอนนั้นไม่คุยกับRMแล้วคะ คือถ้าเราโกรธหรือเกลียดใครเราเก็บอาการไม่อยู่ จะแอ๊บคุยเหมือนเดิมทำใจไม่ได้จริงๆ)

หลังจากนั้นเราใช้สงครามเย็นคะ ไม่พูด ไม่คุย เป็นอากาศ อยู่ในห้องเดียวกันแต่ไม่คุยกันประมาณเดือนนึงได้คะ โดยเราไม่เล่าให้ใครฟังเลย มีแค่เรากับBFที่รู้เรื่องทั้งหมด ผลคือคนไม่พูดคือคนผิดตามระเบียบ เพื่อนทุกคนที่รู้ว่าเรามีปัญหากันเข้าข้างRMหมดคะ โดยRMบอกคนอื่นว่าอยู่ๆเราก็ไม่คุยด้วยไม่รู้ว่าเรื่องอะไร สงสัยเรื่องHHแน่เลย (เป็นที่รู้กันในกลุ่มว่าเราหัวโบราณเรื่องอย่างว่ามาก ใครพูดเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องปกติ ใครๆก็ทำกัน เป็นอันทะเลาะกับกูคะ เพราะพ่อแม่เลี้ยงมาอย่างตั้งใจ อยู่ๆไปนอนให้เขา...ง่ายๆ ได้ยังไง ไม่รักศักดิ์ศรี พอก่อนเดี๋ยวออกนอกประเด็น 5555) พอเพื่อนมาถามเราว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร เราก็บอกว่า "ก็ตามนั้นแหละ ก็รู้กูไม่ชอบคนแบบนี้" สรุปคือทุกคนบอกว่าเราไม่มีเหตุผล เซ็กคือเรื่องธรรมชาติซึ่งทุกคนในกลุ่มเขาก็คิดแบบนั้นหมด(มันก็ใช่นะคะ ถ้ามันอยู่ถูกที่ถูกเวลาและถูกคน)

เหตุการณ์ที่8 :::: หลังจากนั้นเราตัดสินใจเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟังทีละคน คนที่คิดว่าไม่น่าจะเชื่อคำพูดเรา กลับเชื่อเรา เพราะเคยโดนเหมือนกัน ส่วนคนที่เราคิดว่าน่าจะเชื่อเรากลับไม่เชื่อซะงั้น จนผ่านมาสักพักทุกคนในกลุ่มรู้กันหมด ยกเว้นจำเลยของคดีนี้ที่ยังไม่รู้ตัวว่าผิดอะไร ทีนี้ทุกคนรู้หมด ใครจะเป็นคนบอกเรื่องนี้กับRMดีละ ไม่มีใครกล้าสักคนคะ เพราะกลัวจะไปทำร้ายจิตใจเขา เพราะเขาเป็นคนดีจริงๆคะ(ยกเว้นเรื่องขโมยของ) ส่วนเราก็ขอไม่พูดเพราะเราพูดแรง (RMเวลาเสียใจจะ ตัวอ่อนไม่มีแรง แล้วก็เป็นลม) ผ่านไปสักระยะRMก็ทนไม่ไหว(บวกกับการยุจาก HH)
RM : พูดมาตรงๆเลยว่าเป็นอะไร อย่ามากดดันกันแบบนี้ บลาๆๆๆ
เรา : พูดไปเดี๋ยวก็เป็นลม
RM : ไม่เป็น
เรา : เหรอ (แค่ตอนนี้หน้ามุงก็พร้อมไปโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อละ) ไว้เราสบายใจเราก็คุยเองแหละ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
RM : เอาแค่ความสบายใจของตัวเองแล้วคนอื่นอึดอัด เราให้โอกาสพูดแล้วนะ ตกลงจะไม่พูดใช่ไหม
เรา : ใช่ (ถ้าเป็นคนอื่นโดนตบไปแล้วนะเนี่ย คือจะให้กูพูดอะไร ไม่รู้จริงๆเหรอว่าขโมยของกู ละเมอเหรอ ..จริงๆ ช่วงนั้นเพื่อนในกลุ่มแนะนำว่าให้เราลืมๆเรื่องนี้ไป เพื่อรักษาเพื่อนดีๆไว้ในกลุ่ม (คือดีกับทุกคนแต่เ_ี้ยกับกูอะ) อีกอย่างคือ้พื่อนบอกว่าเราทะเลาะกับทุกคนแม้กระทั้งคนที่ดีที่สุดในกลุ่ม มันให้เราพิจารณาตัวเอง แต่ถึงเราจะรู้สึกน้อยใจ แต่เราก็ทำตามคำแนะนำของเพื่อน แต่แล้วในขณะที่เรากำลังใช้เวลาทำใจ RMก็เปิดศึกซะงั้น)

เหตุการณ์ที่9 :::: ต่อจากการทะเลาะกันเมื่อกี้ ตอนนี้ในห้องมีเรา RMและBF โดยRMนางนอนร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมงเห็นจะได้ ส่วนเรากับBFไลน์คุยกัน โดยเราบอกBFว่าอย่าไปปลอบเดี๋ยวมันเป็นลม BFมันก็ไม่เชื่อ ไปปรึกษาเพื่อนเราในกลุ่มอีกคนนึง เพื่อนเราบอกให้ปลอบ เราบอก "อย่า กูอยู่กับมันมากูรู้ ถ้าแตะตัวมันนะ มันเป็นลมใส่แน่" แล้วนาทีนั้นเอง RMก็เล่นใหญ่เว่อร์คือเหมือนจะชักหรือหายใจไม่ออก ด้วยความสงสารBFเขาไปปลอบ เท่านั้นแหละเป็นลมใส่โลด เราหัวเราะออกมาดังมากตอนนั้น 5555 แอบรู้สึกผิดแต่มันฮา แล้วเราก็บอกว่า "กูบอกมุงแล้ว 55555" ทีนี้RMไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าขนาดมันร้องไห้จะเป็นจะตายเรายังหัวเราะเลย กูดูเลวคูณสองเลยทีนี้

จากวันนั้นเรื่องมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วละคะ จนถึงตอนนี้เราก็คุยดีกับนางเหมือนเดิมเพื่อรักษาเพื่อนดีๆไว้ ยังคงเป็นเมทกัน รวมถึงนางยังไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร และยังขโมยของเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ (ไอเรื่องเสื้อนักศึกษาเนี่ยก็ยังขโมยเหมือนเดิม มีเมทใหม่มาเพิ่ม ของหายเหมือนเราเดี๊ยะ กลัวมันจะคิดว่าเป็เราที่ขโมยจริงๆ แต่ก็ไม่ได้เล่าให้เมทใหม่ฟังนะคะ ให้มันรู้เอง 55555) ไม่รู้จะทำไงแล้วคะ ได้แต่ทำใจยอมรับ เวลาซื้อครีมเราก็จะซื้อหลายๆขวด เวลาหมดจะได้ไม่หงุดหงิด ลิปก็ช่างมันมีหลายอันก็ไม่ได้ใช้ วิตามินก็ช่างมันหมดแล้วซื้อใหม่หาที่เก็บดีๆ เสื้อผ้านี่ต้องทำใจคะ นางเคยบอกว่าไอที่ซื้อมาก็ใส่ให้หมดก่อน แต่เราก็ซื้อมาเรื่อยๆ ก็คิดซะว่าดีกว่าซื้อมาเฉยๆ อย่างน้อยก็มีคนเอาไปใช้(แต่ตัวไหนกูใส่บ่อยกูขอนะ) 55555

ใครมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ฝากด้วยนะคะ ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่