สวัสดีค่ะ ปกติที่ผ่านๆมาเคยได้แต่อ่านหาข้อมูลจากกระทู้ของเพื่อนๆ แต่วันนี้มาเขียนเอง
แอบตื่นเต้นนิดๆ กลัวพูดจาไม่รู้เรื่อง 555 รูปแบบงานแต่งงานของเราไม่ได้มุ้งมิ้ง ไม่ได้มีเอกลักษณ์พิเศษใดๆ
ไม่ได้เห็นแล้วว้าววว!!! เป็นเพียงงานธรรมดาปกติทั่วๆไป แต่มันก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสุข และรอยยิ้ม
เราจะพยายามถ่ายทอดประสบการณ์ในการเตรียมงานแต่ละขั้นตอนให้มากที่สุด
ถึงแม้หลายๆอย่างจะไม่ได้ลงมือทำเอง แต่เผื่อเรื่องราวเล็กๆของเราจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้บ้างไม่มากก็น้อย
ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาปรับใช้ เราได้มาจากรีวิวของเจ้าสาวหลายๆท่านทั้งในพันทิปและเว็บ wedding square
ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ
เอาละ มาเริ่มกันดีกว่า พอเราสองคนตัดสินใจแต่งงานสิ่งที่ต้องหาเป็นอันดับแรกก็คือ วันแต่งงาน
เนื่องจากเราสองคนมีข้อแม้หลายข้อ ทำให้การหาฤกษ์ต้องล้อกันไปกับฤกษ์สะดวก เราตัดสินใจไปดูฤกษ์กับอ.วีณา
โดยบอกอ. ไปค่ะว่า เราขอช่วงเวลาเดือนนี้ ถึงเดือนนี้ และขอเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ อ.ก็จัดมาให้ค่ะ
ลิสต์มาประมาณสามสี่อาทิตย์ที่ไม่ชง แล้วให้เราเลือก จากนั้นค่อยดูฤกษ์เวลาแบบละเอียดของวันที่เราเลือก
เราไปดูฤกษ์ประมาณเดือน ก.ค. 57 วันที่ได้ คือเดือน 16 พ.ค. 58 ค่ะ 55 มีเวลาเตรียมงาน 11 เดือน สบายละ
หลังจากได้วันแต่ง ผู้ใหญ่พูดคุยกันเรียบร้อย เราก็เริ่มตะลุยหาข้อมูล
เราลิสต์สิ่งที่ต้องจัดการเป็นข้อๆ ตามลำดับความสำคัญของเราเอง ดังนี้ค่ะ
1. สถานที่
2. ช่างภาพสำหรับพรีเวดดิ้ง
3. ช่างภาพวันงาน
4. ช่างภาพ cinematography
5. ช่างแต่งหน้าทำผม
(สี่ข้อนี้ต้องหาแรกๆ ชอบทีมไหนต้องรีบจองค่ะ อดแล้วอดเลย ขยับไม่ได้ ต้องหาใหม่สถานเดียว)
6. ชุดแต่งงาน
7. ของชำร่วย
8. การ์ด
9. ของรับไหว้
10. ของตกแต่งในงาน
11. พิธีสงฆ์
12. อาหารและวงดนตรี
13. แหวนแต่งงาน
14. Presentation
รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง ตามมาเลยค่ะ ขออนุญาติเล่าแบบไม่เรียงตามที่ลิตส์นะคะ
ในส่วนของช่างภาพทั้งพรีเวดดิ้งและวันจริง จากที่ได้ข้อมูลมา เราตัดสตูดิโอทิ้งค่ะ เรามีเวลาเยอะเลยได้ทำการบ้านตามสบาย
ก็หาข้อมูล อ่านรีวิว เข้าไปดูผลงาน ดูฟีดแบก แล้วเลือกมาประมาณ 7-8 ทีม ทำเป็นตาราง excel ใส่ราคา ใส่รายละเอียด
สิ่งที่จะได้ในแพคเกจ แล้วแปะลิงค์ผลงานของแต่ละทีมแนบไปด้วย ส่งให้แฟนดูเป็นลำดับสุดท้ายเพื่อเลือกค่ะ
เพื่อนบอก ขยันมว้ากกก
พรีเวดดิ้ง เราสองคนชอบผลงานแต่งภาพ มุมมองและสไตล์การถ่ายภาพของน้าเบิร์ด แห่ง BirdEyeView
สถานที่ถ่าย จากเดิมจะไปพระราชวังมฤคทายวัน จังหวัดเพชรบุรี แต่ช่วงนั้นส่วนถ่ายพรีเวดดิ้งของพระราชวังปิดซ่อมแซมค่ะ
สุดท้ายก็มาลงตัวที่ ลาทอสคาน่ายอดฮิต ได้คำแนะนำจากน้าเบิร์ดว่า สถานที่น่ารักมีมุมให้ถ่าย ให้เล่นเยอะดี
แพคเกจถ่ายรูปเราเลือกถ่ายภาพแบบรับไฟล์อย่างเดียว ไม่มีอัลบั้ม LCD ไม่อัดขยาย
เพราะคุยกับแฟนแล้วว่าอัลบั้มเวลาวางในงาน ไม่ค่อยเห็นแขกเปิดดู เลยจะอัดใส่กรอบติดแกลลอรี่ไปเลย
ในแพคเกจมีชุดเจ้าสาวสอง เจ้าบ่าวหนึ่ง ชุดเจ้าบ่าวเลือกแบบมีกั๊กข้างใน เวลาถอดสูทออก ก็ได้เป็นอีกลุคนึง
หาเพิ่มชุดไปรเวทแบบสไตล์เดียวกันอีกสองชุดค่ะ ไม่ได้เลือกแบบเสื้อคู่ (ทั้งๆที่อยากใส่)
เพราะแฟนบอกเสียดายเวลาถ่ายเสร็จคงไม่ใช้อีก 555 ค่าเช่าสถานที่ถ่ายภาพ เราจ่ายเพิ่มเองนอกเหนือจากแพคเกจ
บวกค่าเดินทางของช่างภาพตามจริง เราเลยเช่ารถตู้แล้วเดินทางไปพร้อมช่างภาพค่ะ ไม่ต้องเหนื่อยขับรถด้วย
วันถ่ายน้าเบิร์ดต้องคอยบิ้วเจ้าบ่าวตลอด เป็นเสือยิ้มยาก รูปที่ได้ก็สมความตั้งใจค่ะ
สวยงามอบอุ่น ออกมาสวยหวาน เข้ากั๊นเข้ากันกับลาทอสคาน่าจริงๆ
ช่างภาพวันงาน ตัวเราเองติดตามผลงานของช่างภาพหลายทีมมาก แต่ส่วนใหญ่จะเกินงบที่มี เราจัดงานต่างจังหวัด
ต้องมีค่าเดินทางและค่าที่พักด้วย สำหรับช่างทีมนี้ ถามไปครั้งแรก เหงื่อตก 555 ถอยมาตั้งหลักแล้วหาทีมอื่นต่อ
บังเอิญพี่เค้าจัดโปรโมชั่น 5 คู่ เข้าทางเลยค่ะ ไม่ลังเลใดๆทั้งสิ้น รู้ปุ๊บ จองปั๊บ และแล้วเราก็ได้ พี่โบ๊ท พี่แป๊ะ แห่ง TonnamLamtan มาถ่ายรูปให้
เราจองไว้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ตั้งแต่จองก็แทบไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน มีทักไปขอคำแนะนำช่างแต่งหน้าครั้งนึง
พอก่อนแต่งประมาณสามอาทิตย์เราไลน์แผนที่จัดงานกับแผนที่โรงแรมที่พักให้ วันก่อนงานจริงก็ไม่ได้เจอกัน พี่เค้ามาถึงดึกมากๆ
เอาจริงๆนะคะตอนนั้นใจแอบแกว่งๆ แม่ก็ถาม ช่างมายังๆ 555 ซึ่งทีมต้นน้ำก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย สมกับเป็นมืออาชีพ
มาถึงที่จัดงานก่อนเจ้าภาพด้วยนะคะ อายยยจัง มาเก็บภาพแสงทไวไลท์สวยๆของเรือนไทย ยิ่งพอเห็นผลงานก็สมคำร่ำลือ
ภาพที่ได้คมกริ๊บ ภาพใส แสงสวย มุมน่ารักๆ มีมาให้อมยิ้มเพียบ ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ชมกันยกใหญ่
พาเราหน้าบานไปด้วย ส่งงานก็เป๊ะ ครบ 1 เดือนปุ๊บ ส่งงานปั๊บ ไม่ต้องทวงเลย แพคเกจที่ใส่รูปมาก็น่ารัก ชื่นชมมากๆค่ะ
เดี๋ยวได้เห็นผลงานพี่ทั้งสอง ด้านล่างนะคะ
ช่างภาพวิดิโอ เราอยากได้ทั้ง cinema และแบบวิดิโอตัวเต็มพิธี ส่วนใหญ่ถ้าเป็น cinema จะค่อนข้างแพง ปัญหาใหญ่ของเราเลย
ก็เปิดดูไปเรื่อยๆ เปิดลิงค์ต่อๆจากช่างภาพทีมต่างๆที่ร่วมงานกับช่างวิดิโอ ก็ไปเจอทีมนี้ Aek Cinematography ผลงานอบอุ่น ราคาดี๊ดี
ได้ทั้งสองแบบที่ต้องการ รีบจองเลย กลัวไม่ได้คิว ทีมนี้น่ารักค่ะ อัธยาศัยก็ดี เราขอคำแนะนำเรื่องงานแต่งไปหลายอย่าง
คุณเอกก็ให้คำแนะนำดี ตอนเย็นก่อนวันงาน ก็มาดูสถานที่ก่อน วันงานก็ตรงเวลา ผลงานที่ได้น่ารักมากๆ ฟรุ้งฟริ้ง จิงกะเบล ดูไปอมยิ้มไป ชอบค่ะ
ตัวอย่างงาน Cinema งานช่วงเช้านะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=U84gWzohiV4
ของชำร่วย สิ่งนี้ตั้งใจมากๆค่ะ อยากได้ของที่ใช้ประโยชน์ได้ เราชอบสบู่แฮนเมดสำหรับใช้งานแต่ไม่ใช่ก้อนเล็กๆแบบของชำร่วย
ที่มีขายทั่วๆก้อนละ 100 g ราคาค่อนข้างสูง สู้ไม่ไหว จึงตัดสินใจไปเรียนทำสบู่แล้วทำเองซะเลย สบู่ 500 ก้อน กวนมือหงิกแน่ๆ
แต่อย่างที่บอก เรามีเวลาเยอะแยะ ค่อยๆทำไป คิดสูตรนั้น สูตรนี้ ช่วงนั้นสบู่เต็มบ้านเลยค่ะ
ต่อมาก็มาขบคิดกันเรื่องแพคเกจ พ่อกับแม่เราเสนอเป็นถุงผ้าหูรูดค่ะ พอใช้สบู่หมดจะได้มีถุงไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้อีก
เราไปซื้อผ้าเมตรที่พาหุรัด เป็นผ้าคอทต้อนลายดอกไม้ แล้วเอาไปจ้างช่างเย็บผ้าแถวบ้านตัดเย็บ ผ้ามีหลายราคา ผ้าเมตรนึงตัดได้ 19 ถุง
ค่าเย็บถุงหูรูดโดยทำช่องร้อยเชือกด้วย ช่างคิดถุงละ 3 บาท เอาเชือกสีๆร้อยเป็นที่รูด ร้อยลูกปัดตรงปลายแล้วมัดปม
สติ๊กเกอร์แปะของชำร่วย แฟนเราเอารูปที่ร้านการ์ดส่งมาให้ approve มาตัดแล้วใช้โฟโต้ช็อบตกแต่งเพิ่มนิดหน่อย ส่งไฟล์ทไปให้ร้านปริ้นท์ค่ะ
ร้านหาจากในเนตชื่อ ร้านคุณหนุ่ม เราเลือกเนื้อสติ๊กเกอร์พีพี จะได้ติดถุงผ้าแน่นๆ ขนาดสติ๊กเกอร์กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 cm
กระดาษหนึ่งแผ่นไซค์ที่ร้าน A3+ ได้สติ๊กเกอร์ 96 ดวงค่ะ
การ์ดแต่งงาน เคยคิดจะออกแบบเองแต่เรื่องศิลป์เป็นดำมืดค่ะ หัวไม่มาทางนี้จริงๆ 555 เลยหาร้านที่มีแบบเยอะๆสีสวยๆ
บังเอิญมีงานเกี่ยวกับเวดดิ้งที่ศูนย์สิริกิตต์ ร้าน iStudio8 iMage มาออกบู้ท ลด 20% เหลือใบละ 16 บาทรวมซองด้วย เราตามเพจร้านนี้อยู่แล้ว
ชอบเป็นทุนเดิม จึงไปจองและมัดจำในงานแล้วค่อยไปเลือกแบบที่ร้าน ร้านนี้ทำขั้นต่ำ 200 ใบต่อแบบ เราจะทำการ์ด 400 ใบ
เลยเลือกสองลายแบ่งกันเลือกคนละลายตามชอบใจ ไม่ต้องแย่งกัน 555 แบบแรกเป็นการ์ดที่บอกลำดับพิธีการทั้งหมดสำหรับให้ผู้ใหญ่
และแบบสองบอกแค่เวลาทานเลี้ยงตอนกลางวันสำหรับให้เพื่อนๆค่ะ การ์ดออกมาดูดี สีสดใส แบบน่ารัก
ของรับไหว้ ของไถ่ขันหมากเอก ขันหมากโท ของรับไหว้สำหรับคุณแม่ของเราและเจ้าบ่าว เราซื้อผ้าไหมสำหรับตัดผ้าถุง
จากงานศูนย์ศิลปาชีพที่สวนอัมพร ส่วนคุณพ่อเป็นกระเป๋าสะพายที่ท่านชอบใช้ค่ะ
ส่วนของรับไหว้สำหรับญาติๆ ตามคอนเซป คือของใช้ประโยชน์แต่ไม่เอาผ้าเช็ดตัว 555 อยากได้ข้าวสังหยดถุงกิโล แต่คุณแม่ไม่ค่อยโอเค
เลยหาข้อมูลไปจนเจอร้านร่มสวยของคุณปลา รับทำร่มราคาส่ง เลยเลือกทำร่ม 22 นิ้ว แบบ 16 ก้าน สีรุ้ง สวยงามและดูแข็งแรงทนทาน
คนเฒ่าคนแก่ ชอบอกชอบใจกันใหญ่ ที่ร้านนี้ถ้าสั่ง 120 คันขึ้นไป แถมสกรีนโลโก้ฟรี ก็เลยใช้รูปจากการ์ดอีกเช่นเดิม ทำโลโก้สกรีนลงบนร่ม ถูกใจมากๆ
ขันหมากเอก เรามีทั้งหมด 3 คู่ เราซื้อผ้าขนหนูผ้านาโนยกโหลจาก ร้านศ.ชัยวิวัธน์ สำเพ็ง โหลละ 840 ถูกกว่าซื้อตามร้านของชำร่วย
ที่ร้านมีหน้าเพจส่งทางไปรษณีย์ได้นะคะ ผ้าจะมาพร้อมถุงแก้ว เราเลยคาดริบบิ้นสีทองแล้วแปะสติ๊กเกอร์โลโก้ที่สั่งมาลงไป

ส่วนขันหมากโท มีทั้งหมดประมาณ 14 คู่ เราซื้อผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ไซค์ผ้าเช็ดผมจากโลตัส ผืนละ 29 บาท (ถ้าไปพาหุรัดคงถูกกว่านี้)
มาม้วนๆ ตัดกระดาษห่อของขวัญมาคาด ติดโลโก้ น่ารักไปอีกแบบค่ะ
สถานที่จัดงาน บ้านเกิดเราอยู่สิงห์บุรี ส่วนเจ้าบ่าวเป็นคนเมืองกาญจน์ แต่เราทำงานที่กรุงเทพทั้งคู่ เพื่อนๆส่วนใหญ่จึงอยู่ที่นี่
เราจัดงานที่บ้านเรารอบเดียว จีงตัดสินใจแต่งเช้าเลี้ยงฉลองเที่ยงวันเดียวกัน เพื่อความประหยัด สะดวกและง่าย
โดยเลือกวันเสาร์ เพื่อให้แขกได้มีเวลากลับไปพักผ่อนอีกหนึ่งวัน ไม่เหนื่อยมาก ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้เราไม่สะดวกจัดที่บ้าน
เลยหาสถานที่จัดงานข้างนอก ตัวเราชอบบ้านเรือนไทย และโชคเข้าข้างเราพอดิบพอดี เรือนไทยหัตศิลป์ เป็นเรือนไทยแห่งแรกของจ.สิงห์บุรี
เพิ่งสร้างเสร็จปลายปี 57 นี้เอง ดีใจมากๆ ที่นี่เป็นเรือนไทยสองชั้น ลักษณะเหมือนกับเรือนไทยหลายๆแห่งในกรุงเทพ
ด้านบนเป็นเรือน 5 หมู่ มีลานกว้างที่มีเรือน 4 เรือนอยู่รอบๆเป็นเรือนพิธีสงฆ์ เรือนสู่ขอ เรือนสำหรับวงดนตรีไทย
เรือนสำหรับส่งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนตรงกลางเป็นเรือนโปร่งอีก 1 เรือน ไว้สำหรับหลั่งน้ำ ข้างล่างเป็นห้องแอร์สำหรับจัดเลี้ยง
[CR] รีวิวงานแต่งงานธรรมด๊า ธรรมดา แบบเช้าเลี้ยงเที่ยง ที่เรือนไทยหัตถศิลป์ สิงห์บุรี
แอบตื่นเต้นนิดๆ กลัวพูดจาไม่รู้เรื่อง 555 รูปแบบงานแต่งงานของเราไม่ได้มุ้งมิ้ง ไม่ได้มีเอกลักษณ์พิเศษใดๆ
ไม่ได้เห็นแล้วว้าววว!!! เป็นเพียงงานธรรมดาปกติทั่วๆไป แต่มันก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสุข และรอยยิ้ม
เราจะพยายามถ่ายทอดประสบการณ์ในการเตรียมงานแต่ละขั้นตอนให้มากที่สุด
ถึงแม้หลายๆอย่างจะไม่ได้ลงมือทำเอง แต่เผื่อเรื่องราวเล็กๆของเราจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้บ้างไม่มากก็น้อย
ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาปรับใช้ เราได้มาจากรีวิวของเจ้าสาวหลายๆท่านทั้งในพันทิปและเว็บ wedding square
ต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ
เอาละ มาเริ่มกันดีกว่า พอเราสองคนตัดสินใจแต่งงานสิ่งที่ต้องหาเป็นอันดับแรกก็คือ วันแต่งงาน
เนื่องจากเราสองคนมีข้อแม้หลายข้อ ทำให้การหาฤกษ์ต้องล้อกันไปกับฤกษ์สะดวก เราตัดสินใจไปดูฤกษ์กับอ.วีณา
โดยบอกอ. ไปค่ะว่า เราขอช่วงเวลาเดือนนี้ ถึงเดือนนี้ และขอเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ อ.ก็จัดมาให้ค่ะ
ลิสต์มาประมาณสามสี่อาทิตย์ที่ไม่ชง แล้วให้เราเลือก จากนั้นค่อยดูฤกษ์เวลาแบบละเอียดของวันที่เราเลือก
เราไปดูฤกษ์ประมาณเดือน ก.ค. 57 วันที่ได้ คือเดือน 16 พ.ค. 58 ค่ะ 55 มีเวลาเตรียมงาน 11 เดือน สบายละ
หลังจากได้วันแต่ง ผู้ใหญ่พูดคุยกันเรียบร้อย เราก็เริ่มตะลุยหาข้อมูล
เราลิสต์สิ่งที่ต้องจัดการเป็นข้อๆ ตามลำดับความสำคัญของเราเอง ดังนี้ค่ะ
1. สถานที่
2. ช่างภาพสำหรับพรีเวดดิ้ง
3. ช่างภาพวันงาน
4. ช่างภาพ cinematography
5. ช่างแต่งหน้าทำผม
(สี่ข้อนี้ต้องหาแรกๆ ชอบทีมไหนต้องรีบจองค่ะ อดแล้วอดเลย ขยับไม่ได้ ต้องหาใหม่สถานเดียว)
6. ชุดแต่งงาน
7. ของชำร่วย
8. การ์ด
9. ของรับไหว้
10. ของตกแต่งในงาน
11. พิธีสงฆ์
12. อาหารและวงดนตรี
13. แหวนแต่งงาน
14. Presentation
รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนเป็นยังไงบ้าง ตามมาเลยค่ะ ขออนุญาติเล่าแบบไม่เรียงตามที่ลิตส์นะคะ
ในส่วนของช่างภาพทั้งพรีเวดดิ้งและวันจริง จากที่ได้ข้อมูลมา เราตัดสตูดิโอทิ้งค่ะ เรามีเวลาเยอะเลยได้ทำการบ้านตามสบาย
ก็หาข้อมูล อ่านรีวิว เข้าไปดูผลงาน ดูฟีดแบก แล้วเลือกมาประมาณ 7-8 ทีม ทำเป็นตาราง excel ใส่ราคา ใส่รายละเอียด
สิ่งที่จะได้ในแพคเกจ แล้วแปะลิงค์ผลงานของแต่ละทีมแนบไปด้วย ส่งให้แฟนดูเป็นลำดับสุดท้ายเพื่อเลือกค่ะ
เพื่อนบอก ขยันมว้ากกก
พรีเวดดิ้ง เราสองคนชอบผลงานแต่งภาพ มุมมองและสไตล์การถ่ายภาพของน้าเบิร์ด แห่ง BirdEyeView
สถานที่ถ่าย จากเดิมจะไปพระราชวังมฤคทายวัน จังหวัดเพชรบุรี แต่ช่วงนั้นส่วนถ่ายพรีเวดดิ้งของพระราชวังปิดซ่อมแซมค่ะ
สุดท้ายก็มาลงตัวที่ ลาทอสคาน่ายอดฮิต ได้คำแนะนำจากน้าเบิร์ดว่า สถานที่น่ารักมีมุมให้ถ่าย ให้เล่นเยอะดี
แพคเกจถ่ายรูปเราเลือกถ่ายภาพแบบรับไฟล์อย่างเดียว ไม่มีอัลบั้ม LCD ไม่อัดขยาย
เพราะคุยกับแฟนแล้วว่าอัลบั้มเวลาวางในงาน ไม่ค่อยเห็นแขกเปิดดู เลยจะอัดใส่กรอบติดแกลลอรี่ไปเลย
ในแพคเกจมีชุดเจ้าสาวสอง เจ้าบ่าวหนึ่ง ชุดเจ้าบ่าวเลือกแบบมีกั๊กข้างใน เวลาถอดสูทออก ก็ได้เป็นอีกลุคนึง
หาเพิ่มชุดไปรเวทแบบสไตล์เดียวกันอีกสองชุดค่ะ ไม่ได้เลือกแบบเสื้อคู่ (ทั้งๆที่อยากใส่)
เพราะแฟนบอกเสียดายเวลาถ่ายเสร็จคงไม่ใช้อีก 555 ค่าเช่าสถานที่ถ่ายภาพ เราจ่ายเพิ่มเองนอกเหนือจากแพคเกจ
บวกค่าเดินทางของช่างภาพตามจริง เราเลยเช่ารถตู้แล้วเดินทางไปพร้อมช่างภาพค่ะ ไม่ต้องเหนื่อยขับรถด้วย
วันถ่ายน้าเบิร์ดต้องคอยบิ้วเจ้าบ่าวตลอด เป็นเสือยิ้มยาก รูปที่ได้ก็สมความตั้งใจค่ะ
สวยงามอบอุ่น ออกมาสวยหวาน เข้ากั๊นเข้ากันกับลาทอสคาน่าจริงๆ
ช่างภาพวันงาน ตัวเราเองติดตามผลงานของช่างภาพหลายทีมมาก แต่ส่วนใหญ่จะเกินงบที่มี เราจัดงานต่างจังหวัด
ต้องมีค่าเดินทางและค่าที่พักด้วย สำหรับช่างทีมนี้ ถามไปครั้งแรก เหงื่อตก 555 ถอยมาตั้งหลักแล้วหาทีมอื่นต่อ
บังเอิญพี่เค้าจัดโปรโมชั่น 5 คู่ เข้าทางเลยค่ะ ไม่ลังเลใดๆทั้งสิ้น รู้ปุ๊บ จองปั๊บ และแล้วเราก็ได้ พี่โบ๊ท พี่แป๊ะ แห่ง TonnamLamtan มาถ่ายรูปให้
เราจองไว้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ตั้งแต่จองก็แทบไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน มีทักไปขอคำแนะนำช่างแต่งหน้าครั้งนึง
พอก่อนแต่งประมาณสามอาทิตย์เราไลน์แผนที่จัดงานกับแผนที่โรงแรมที่พักให้ วันก่อนงานจริงก็ไม่ได้เจอกัน พี่เค้ามาถึงดึกมากๆ
เอาจริงๆนะคะตอนนั้นใจแอบแกว่งๆ แม่ก็ถาม ช่างมายังๆ 555 ซึ่งทีมต้นน้ำก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย สมกับเป็นมืออาชีพ
มาถึงที่จัดงานก่อนเจ้าภาพด้วยนะคะ อายยยจัง มาเก็บภาพแสงทไวไลท์สวยๆของเรือนไทย ยิ่งพอเห็นผลงานก็สมคำร่ำลือ
ภาพที่ได้คมกริ๊บ ภาพใส แสงสวย มุมน่ารักๆ มีมาให้อมยิ้มเพียบ ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ชมกันยกใหญ่
พาเราหน้าบานไปด้วย ส่งงานก็เป๊ะ ครบ 1 เดือนปุ๊บ ส่งงานปั๊บ ไม่ต้องทวงเลย แพคเกจที่ใส่รูปมาก็น่ารัก ชื่นชมมากๆค่ะ
เดี๋ยวได้เห็นผลงานพี่ทั้งสอง ด้านล่างนะคะ
ช่างภาพวิดิโอ เราอยากได้ทั้ง cinema และแบบวิดิโอตัวเต็มพิธี ส่วนใหญ่ถ้าเป็น cinema จะค่อนข้างแพง ปัญหาใหญ่ของเราเลย
ก็เปิดดูไปเรื่อยๆ เปิดลิงค์ต่อๆจากช่างภาพทีมต่างๆที่ร่วมงานกับช่างวิดิโอ ก็ไปเจอทีมนี้ Aek Cinematography ผลงานอบอุ่น ราคาดี๊ดี
ได้ทั้งสองแบบที่ต้องการ รีบจองเลย กลัวไม่ได้คิว ทีมนี้น่ารักค่ะ อัธยาศัยก็ดี เราขอคำแนะนำเรื่องงานแต่งไปหลายอย่าง
คุณเอกก็ให้คำแนะนำดี ตอนเย็นก่อนวันงาน ก็มาดูสถานที่ก่อน วันงานก็ตรงเวลา ผลงานที่ได้น่ารักมากๆ ฟรุ้งฟริ้ง จิงกะเบล ดูไปอมยิ้มไป ชอบค่ะ
ตัวอย่างงาน Cinema งานช่วงเช้านะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=U84gWzohiV4
ของชำร่วย สิ่งนี้ตั้งใจมากๆค่ะ อยากได้ของที่ใช้ประโยชน์ได้ เราชอบสบู่แฮนเมดสำหรับใช้งานแต่ไม่ใช่ก้อนเล็กๆแบบของชำร่วย
ที่มีขายทั่วๆก้อนละ 100 g ราคาค่อนข้างสูง สู้ไม่ไหว จึงตัดสินใจไปเรียนทำสบู่แล้วทำเองซะเลย สบู่ 500 ก้อน กวนมือหงิกแน่ๆ
แต่อย่างที่บอก เรามีเวลาเยอะแยะ ค่อยๆทำไป คิดสูตรนั้น สูตรนี้ ช่วงนั้นสบู่เต็มบ้านเลยค่ะ
ต่อมาก็มาขบคิดกันเรื่องแพคเกจ พ่อกับแม่เราเสนอเป็นถุงผ้าหูรูดค่ะ พอใช้สบู่หมดจะได้มีถุงไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้อีก
เราไปซื้อผ้าเมตรที่พาหุรัด เป็นผ้าคอทต้อนลายดอกไม้ แล้วเอาไปจ้างช่างเย็บผ้าแถวบ้านตัดเย็บ ผ้ามีหลายราคา ผ้าเมตรนึงตัดได้ 19 ถุง
ค่าเย็บถุงหูรูดโดยทำช่องร้อยเชือกด้วย ช่างคิดถุงละ 3 บาท เอาเชือกสีๆร้อยเป็นที่รูด ร้อยลูกปัดตรงปลายแล้วมัดปม
สติ๊กเกอร์แปะของชำร่วย แฟนเราเอารูปที่ร้านการ์ดส่งมาให้ approve มาตัดแล้วใช้โฟโต้ช็อบตกแต่งเพิ่มนิดหน่อย ส่งไฟล์ทไปให้ร้านปริ้นท์ค่ะ
ร้านหาจากในเนตชื่อ ร้านคุณหนุ่ม เราเลือกเนื้อสติ๊กเกอร์พีพี จะได้ติดถุงผ้าแน่นๆ ขนาดสติ๊กเกอร์กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 cm
กระดาษหนึ่งแผ่นไซค์ที่ร้าน A3+ ได้สติ๊กเกอร์ 96 ดวงค่ะ
การ์ดแต่งงาน เคยคิดจะออกแบบเองแต่เรื่องศิลป์เป็นดำมืดค่ะ หัวไม่มาทางนี้จริงๆ 555 เลยหาร้านที่มีแบบเยอะๆสีสวยๆ
บังเอิญมีงานเกี่ยวกับเวดดิ้งที่ศูนย์สิริกิตต์ ร้าน iStudio8 iMage มาออกบู้ท ลด 20% เหลือใบละ 16 บาทรวมซองด้วย เราตามเพจร้านนี้อยู่แล้ว
ชอบเป็นทุนเดิม จึงไปจองและมัดจำในงานแล้วค่อยไปเลือกแบบที่ร้าน ร้านนี้ทำขั้นต่ำ 200 ใบต่อแบบ เราจะทำการ์ด 400 ใบ
เลยเลือกสองลายแบ่งกันเลือกคนละลายตามชอบใจ ไม่ต้องแย่งกัน 555 แบบแรกเป็นการ์ดที่บอกลำดับพิธีการทั้งหมดสำหรับให้ผู้ใหญ่
และแบบสองบอกแค่เวลาทานเลี้ยงตอนกลางวันสำหรับให้เพื่อนๆค่ะ การ์ดออกมาดูดี สีสดใส แบบน่ารัก
ของรับไหว้ ของไถ่ขันหมากเอก ขันหมากโท ของรับไหว้สำหรับคุณแม่ของเราและเจ้าบ่าว เราซื้อผ้าไหมสำหรับตัดผ้าถุง
จากงานศูนย์ศิลปาชีพที่สวนอัมพร ส่วนคุณพ่อเป็นกระเป๋าสะพายที่ท่านชอบใช้ค่ะ
ส่วนของรับไหว้สำหรับญาติๆ ตามคอนเซป คือของใช้ประโยชน์แต่ไม่เอาผ้าเช็ดตัว 555 อยากได้ข้าวสังหยดถุงกิโล แต่คุณแม่ไม่ค่อยโอเค
เลยหาข้อมูลไปจนเจอร้านร่มสวยของคุณปลา รับทำร่มราคาส่ง เลยเลือกทำร่ม 22 นิ้ว แบบ 16 ก้าน สีรุ้ง สวยงามและดูแข็งแรงทนทาน
คนเฒ่าคนแก่ ชอบอกชอบใจกันใหญ่ ที่ร้านนี้ถ้าสั่ง 120 คันขึ้นไป แถมสกรีนโลโก้ฟรี ก็เลยใช้รูปจากการ์ดอีกเช่นเดิม ทำโลโก้สกรีนลงบนร่ม ถูกใจมากๆ
ขันหมากเอก เรามีทั้งหมด 3 คู่ เราซื้อผ้าขนหนูผ้านาโนยกโหลจาก ร้านศ.ชัยวิวัธน์ สำเพ็ง โหลละ 840 ถูกกว่าซื้อตามร้านของชำร่วย
ที่ร้านมีหน้าเพจส่งทางไปรษณีย์ได้นะคะ ผ้าจะมาพร้อมถุงแก้ว เราเลยคาดริบบิ้นสีทองแล้วแปะสติ๊กเกอร์โลโก้ที่สั่งมาลงไป
ส่วนขันหมากโท มีทั้งหมดประมาณ 14 คู่ เราซื้อผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ไซค์ผ้าเช็ดผมจากโลตัส ผืนละ 29 บาท (ถ้าไปพาหุรัดคงถูกกว่านี้)
มาม้วนๆ ตัดกระดาษห่อของขวัญมาคาด ติดโลโก้ น่ารักไปอีกแบบค่ะ
สถานที่จัดงาน บ้านเกิดเราอยู่สิงห์บุรี ส่วนเจ้าบ่าวเป็นคนเมืองกาญจน์ แต่เราทำงานที่กรุงเทพทั้งคู่ เพื่อนๆส่วนใหญ่จึงอยู่ที่นี่
เราจัดงานที่บ้านเรารอบเดียว จีงตัดสินใจแต่งเช้าเลี้ยงฉลองเที่ยงวันเดียวกัน เพื่อความประหยัด สะดวกและง่าย
โดยเลือกวันเสาร์ เพื่อให้แขกได้มีเวลากลับไปพักผ่อนอีกหนึ่งวัน ไม่เหนื่อยมาก ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้เราไม่สะดวกจัดที่บ้าน
เลยหาสถานที่จัดงานข้างนอก ตัวเราชอบบ้านเรือนไทย และโชคเข้าข้างเราพอดิบพอดี เรือนไทยหัตศิลป์ เป็นเรือนไทยแห่งแรกของจ.สิงห์บุรี
เพิ่งสร้างเสร็จปลายปี 57 นี้เอง ดีใจมากๆ ที่นี่เป็นเรือนไทยสองชั้น ลักษณะเหมือนกับเรือนไทยหลายๆแห่งในกรุงเทพ
ด้านบนเป็นเรือน 5 หมู่ มีลานกว้างที่มีเรือน 4 เรือนอยู่รอบๆเป็นเรือนพิธีสงฆ์ เรือนสู่ขอ เรือนสำหรับวงดนตรีไทย
เรือนสำหรับส่งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนตรงกลางเป็นเรือนโปร่งอีก 1 เรือน ไว้สำหรับหลั่งน้ำ ข้างล่างเป็นห้องแอร์สำหรับจัดเลี้ยง