คดีเกาะเต่าตำรวจไทยให้การสับสน! ยังงงตัวเองมีหลักฐานอะไรบ้าง,อ้างดีเอ็นเอใช้หมดแล้ว

คดีเกาะเต่าตำรวจไทยให้การสับสน! ยังงงตัวเองมีหลักฐานอะไรบ้าง,อ้างดีเอ็นเอใช้หมดแล้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1436447236

จากรายงานของเดอะเทเลกราฟ เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม) ศาลได้เริ่มการสืบพยานในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ วัย 23 ปี และเดวิด มิลเลอร์ วัย 24 ปี ซึ่งเกิดขึ้นบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว โดยมีจำเลยเป็น 2 แรงงานอพยพชาวเมียนมาร์ ที่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาของพนักงานอัยการ

วันนี้ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีในวันที่สองก็เกิดปัญหาติดขัดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดสับสนไม่รู้ว่าทางสำนักงานมีวัตถุพยานอะไรในครอบครองบ้าง

พ.ต.ท.สมศักดิ์ หนูรอดพนักงานสอบสวนกล่าวว่าเขาต้องเดินทางกลับไปยังเกาะเต่าอีกครั้งเพื่อดูว่าตำรวจมีวัตถุพยานอะไรบ้างพนักงานอัยการจึงต้องขอให้ผู้พิพากษาระงับการสืบพยานไว้ก่อน

หลักฐานสำคัญที่ถูกนำมาใช้ปรักปรำจำเลยชาวเมียนมาทั้งสองรายคือดีเอ็นเอที่ถูกพบบนบุหรี่และถุงยางอนามัยที่ถูกพบใกล้กลับจุดเกิดเหตุรวมทั้งดีเอ็นเอบนร่างเหยื่อผู้เสียชีวิตที่ถูกนำมาใช้เทียบเคียง

อย่างไรก็ดีเอเอฟพีรายงานว่าพ.ต.ท.สมศักดิ์ ได้กล่าวกับทีมทนายจำเลยนอกห้องพิจารณาคดีว่า "ดีเอ็นเอ บนบุหรี่มันหมดแล้ว"

"ตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บจากร่างผู้เสียชีวิตไม่ได้อยู่ในหน้าที่ผม ตอนนี้มันอยู่ที่กรุงเทพฯ" พ.ต.ท.สมศักดิ์กล่าวเสริม

ทีมทนายจำเลยกล่าวกับเอเอฟพีว่า ศาลจะมีคำสั่งในวันศุกร์นี้ว่า จะอนุญาตให้ทำการตรวจสอบตัวอย่างดีเอ็นเอซึ่งถูกเก็บไว้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในกรุงเทพฯหรือไม่

"หากพวกเขาบอกว่ามันไม่มีแล้ว,ก็คือไม่มีบางทีผู้เชี่ยวชาญ(ด้านการพิสูจน์หลักฐาน)ของเราต้องต่อสู้ว่าหลักฐานดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ยันกับจำเลยไม่ได้หรือไม่ ตรงนี้ผมยังไม่รู้" นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทนายฝ่ายจำเลยกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่