คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
บอกตามตรงนะคุณ ผมว่าเหมือนเรื่องแต่ง
"ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองให้หมดจดก่อนนะ ก่อนจะมาจีบเรา"
ผมว่าสัญชาตญาณของคุณเองนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว
แนะนำให้คุณไปบอกเขาแบบที่คุณคิดนั่นแหละ
ไปบอกเขาครับว่า ก็ถ้ายังเปิดตัวเป็นแฟนไม่ได้ ก็คบกันแบบเพื่อนไปก่อน
เคลียร์จบจริงเมื่อไหร่ ถีงตอนนั้นค่อยมาคุยกันอีกที ว่าสมควรจะยกระดับความสัมพันธ์ให้เรียกว่า แฟน ได้หรือยัง
เขาให้คุณแค่ไหน คุณก็ให้เขาเท่าๆกับที่เขาให้คุณครับ กรณีแปลกๆแบบนี่ อย่าไปรีบไว้ใช้เชื่อใจอะไรมาก
เขาให้คุณสามสิบ คุณก็ให้เขากลับไปเท่าๆกันคือแค่สามสิบ
แล้ว..ถ้าเขาจะบอกเลิกคุณ เพราะคุณให้เขาไม่เต็มร้อย
คุณก็จะรู้ทันทีว่า เขาเริ่มแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาแล้ว
คือต้องการให้คุณเต็มร้อยกับเขา ในขณะที่เขาให้คุณอาจจะไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ
"ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองให้หมดจดก่อนนะ ก่อนจะมาจีบเรา"
ผมว่าสัญชาตญาณของคุณเองนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว
แนะนำให้คุณไปบอกเขาแบบที่คุณคิดนั่นแหละ
ไปบอกเขาครับว่า ก็ถ้ายังเปิดตัวเป็นแฟนไม่ได้ ก็คบกันแบบเพื่อนไปก่อน
เคลียร์จบจริงเมื่อไหร่ ถีงตอนนั้นค่อยมาคุยกันอีกที ว่าสมควรจะยกระดับความสัมพันธ์ให้เรียกว่า แฟน ได้หรือยัง
เขาให้คุณแค่ไหน คุณก็ให้เขาเท่าๆกับที่เขาให้คุณครับ กรณีแปลกๆแบบนี่ อย่าไปรีบไว้ใช้เชื่อใจอะไรมาก
เขาให้คุณสามสิบ คุณก็ให้เขากลับไปเท่าๆกันคือแค่สามสิบ
แล้ว..ถ้าเขาจะบอกเลิกคุณ เพราะคุณให้เขาไม่เต็มร้อย
คุณก็จะรู้ทันทีว่า เขาเริ่มแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาแล้ว
คือต้องการให้คุณเต็มร้อยกับเขา ในขณะที่เขาให้คุณอาจจะไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ
แสดงความคิดเห็น
ถ้าคนที่มาคบกับเราเป็นแฟน บอกว่ายังไม่กล้าเปิดตัวเรา เพราะเกรงใจญาติฝ่ายแฟนเก่า เป็นคุณจะโอเคไหมกับเหตุผลนี้
ซึ่งบ้านที่เขาอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นชื่อของแฟนเก่า แต่เขาเป็นคนผ่อน
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่คบกับแฟนเก่า เพื่อนๆ ญาติๆ คนใกล้ชิด คนรู้จัก ใครต่อใครเขาก็รู้ว่าคบกัน และกำลังผ่อนบ้าน ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน
แต่อยู่ได้ไม่นาน เกือบๆ 1 ปี ก็มีปัญหาบางอย่าง ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้
และก็มาเจอเรา ...... จากนั้นก็คบกับเรา
ตอนที่ไปบ้านเขาครั้งแรกๆ ก็ยังเห็นรถของแฟนเก่าจอดอยู่ เราก็ไม่ได้ถามอะไร
ไปครั้ง ที่ 3 ถึงไม่เห็นรถคันนั้นแล้ว
แล้วก็เห็นพวกของแฟนเก่าเขาอยู่ในบ้าน
เคยถามเขา เขาบอกเขาโสดจริง เขาเลิกกับแฟนเก่าแล้วจริงๆ ติดที่เรื่องบ้านมันเป็นชื่อของแฟนเก่า และของก็ยังย้ายออกไปไม่หมด แฟนเก่าเขาจะกลับมาเก็บของกระจุ๊กกระจิ๊กทะยอยออกไปทีหลังว และเรื่องนี้ต้องเคลียร์ให้จบ แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมันมีหลายเรื่องที่ต้องเคลียร์ ทั้งเรื่องชื่อในทะเบียนบ้าน เอกสารต่างๆ เรื่องการโอนบ้าน ซึ่งต้องใช้เงินโปะเข้าไปให้เต็มถึงจะให้อีกฝ่ายเซ็นโอนบ้านกลับมาให้เขาได้
และถ้าเกิดเขาปล่อยให้คนอื่นรู้ว่า คบกับเรา เขาก็อาจจะไม่ได้บ้านคืนก็ได้ หรืออาจจะต้องเสียเงินมากกว่านั้นในการขึ้นศาล จ้างทนาย เพื่อเรียกเอาบ้านที่ตัวเองผ่อนอยู่คนเดียวคืนมา
และอีกอย่างที่ยังเปิดตัวไม่ได้ เพราะเกรงใจญาติๆฝ่ายเขา
บอกตรงๆเราเข้าใจในเหตุผลเรื่องบ้านที่อาจจะต้องใช้เงินเยอะอย่างที่เขาพูดนะ
แต่ไอคำว่า เกรงใจญาติๆฝ่ายเขานี่สิ ......
เอิ่ม..... แล้วเรานี่ไม่มีญาติหรือไงนะ ???? หรือเราเป็นคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง
เราก็เคยพาเขาไปงานแต่งน้านะ แม่ ญาติพี่น้องเราก็เห็น
เขาบอกกับเราว่าจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบจริงๆแน่นอน
แต่บางทีเราก็รู้สึกเพลียๆว่า ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองให้หมดจดก่อนนะ ก่อนจะมาจีบเรา
ไม่ใช่มาจีบเราแล้ว ไม่กล้าเปิดตัวแต่แรก เพราะเกรงใจฝ่ายแฟนเก่า กลัวแฟนเก่าจะไม่พอใจ และพาลไม่เซ็นโอนบ้านให้
และเกรงใจญาติๆฝั่งแฟนเก่า ที่รู้ว่าเขาคบกัน
-*-