ถ้าคนที่มาคบกับเราเป็นแฟน บอกว่ายังไม่กล้าเปิดตัวเรา เพราะเกรงใจญาติฝ่ายแฟนเก่า เป็นคุณจะโอเคไหมกับเหตุผลนี้

คือ เขาเพิ่งเลิกกับแฟนมาได้ไม่นาน   และก็มาคบกับเรา
ซึ่งบ้านที่เขาอยู่ปัจจุบันนี้ เป็นชื่อของแฟนเก่า  แต่เขาเป็นคนผ่อน
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่คบกับแฟนเก่า เพื่อนๆ ญาติๆ คนใกล้ชิด คนรู้จัก ใครต่อใครเขาก็รู้ว่าคบกัน และกำลังผ่อนบ้าน ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน

   แต่อยู่ได้ไม่นาน เกือบๆ 1 ปี ก็มีปัญหาบางอย่าง  ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้

  และก็มาเจอเรา ......  จากนั้นก็คบกับเรา

   ตอนที่ไปบ้านเขาครั้งแรกๆ  ก็ยังเห็นรถของแฟนเก่าจอดอยู่  เราก็ไม่ได้ถามอะไร
   ไปครั้ง ที่ 3 ถึงไม่เห็นรถคันนั้นแล้ว
   แล้วก็เห็นพวกของแฟนเก่าเขาอยู่ในบ้าน
   เคยถามเขา  เขาบอกเขาโสดจริง  เขาเลิกกับแฟนเก่าแล้วจริงๆ  ติดที่เรื่องบ้านมันเป็นชื่อของแฟนเก่า และของก็ยังย้ายออกไปไม่หมด แฟนเก่าเขาจะกลับมาเก็บของกระจุ๊กกระจิ๊กทะยอยออกไปทีหลังว และเรื่องนี้ต้องเคลียร์ให้จบ  แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมันมีหลายเรื่องที่ต้องเคลียร์  ทั้งเรื่องชื่อในทะเบียนบ้าน  เอกสารต่างๆ  เรื่องการโอนบ้าน ซึ่งต้องใช้เงินโปะเข้าไปให้เต็มถึงจะให้อีกฝ่ายเซ็นโอนบ้านกลับมาให้เขาได้

  และถ้าเกิดเขาปล่อยให้คนอื่นรู้ว่า  คบกับเรา  เขาก็อาจจะไม่ได้บ้านคืนก็ได้  หรืออาจจะต้องเสียเงินมากกว่านั้นในการขึ้นศาล จ้างทนาย เพื่อเรียกเอาบ้านที่ตัวเองผ่อนอยู่คนเดียวคืนมา

   และอีกอย่างที่ยังเปิดตัวไม่ได้ เพราะเกรงใจญาติๆฝ่ายเขา  
บอกตรงๆเราเข้าใจในเหตุผลเรื่องบ้านที่อาจจะต้องใช้เงินเยอะอย่างที่เขาพูดนะ

   แต่ไอคำว่า เกรงใจญาติๆฝ่ายเขานี่สิ ......
เอิ่ม.....  แล้วเรานี่ไม่มีญาติหรือไงนะ ????   หรือเราเป็นคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง
เราก็เคยพาเขาไปงานแต่งน้านะ  แม่ ญาติพี่น้องเราก็เห็น

  เขาบอกกับเราว่าจะเคลียร์เรื่องนี้ให้จบจริงๆแน่นอน

  แต่บางทีเราก็รู้สึกเพลียๆว่า  ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองให้หมดจดก่อนนะ ก่อนจะมาจีบเรา

  ไม่ใช่มาจีบเราแล้ว  ไม่กล้าเปิดตัวแต่แรก เพราะเกรงใจฝ่ายแฟนเก่า กลัวแฟนเก่าจะไม่พอใจ และพาลไม่เซ็นโอนบ้านให้
และเกรงใจญาติๆฝั่งแฟนเก่า ที่รู้ว่าเขาคบกัน

   
-*-
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
บอกตามตรงนะคุณ ผมว่าเหมือนเรื่องแต่ง

"ทำไมไม่เคลียร์ตัวเองให้หมดจดก่อนนะ ก่อนจะมาจีบเรา"

ผมว่าสัญชาตญาณของคุณเองนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว

แนะนำให้คุณไปบอกเขาแบบที่คุณคิดนั่นแหละ   

ไปบอกเขาครับว่า ก็ถ้ายังเปิดตัวเป็นแฟนไม่ได้ ก็คบกันแบบเพื่อนไปก่อน
เคลียร์จบจริงเมื่อไหร่ ถีงตอนนั้นค่อยมาคุยกันอีกที ว่าสมควรจะยกระดับความสัมพันธ์ให้เรียกว่า แฟน ได้หรือยัง

เขาให้คุณแค่ไหน คุณก็ให้เขาเท่าๆกับที่เขาให้คุณครับ กรณีแปลกๆแบบนี่ อย่าไปรีบไว้ใช้เชื่อใจอะไรมาก
เขาให้คุณสามสิบ คุณก็ให้เขากลับไปเท่าๆกันคือแค่สามสิบ

แล้ว..ถ้าเขาจะบอกเลิกคุณ เพราะคุณให้เขาไม่เต็มร้อย  
คุณก็จะรู้ทันทีว่า  เขาเริ่มแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาแล้ว
คือต้องการให้คุณเต็มร้อยกับเขา ในขณะที่เขาให้คุณอาจจะไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่