เราเขียนเล่าเรื่องราวเป็นครั้งแรก หากเรื่องราวนี้รบกวนเพื่อนในพันทิปก็ขออภัยด้วย มันอาจจะไร้สาระแต่เราแค่อยากมีที่ระบายเรื่องราวและรับฟังความเห็นของคนอื่นๆดูบ้าง
คือว่าเราสองคนทำงานที่เดียวกันได้รู้จักกัน ตอนแรกเรารู้สึกไม่ค่อยจะเท่าไหร่นะ เพราะคิดว่าเขาดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชาย แต่สุดท้ายก็รู้ว่าเขามีแฟนและเป็นผู้หญิง(สรุปได้ว่า เขาแมนๆอยู่นะ) เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากเวลาพักทานข้าว เราจะไปพร้อมกัน พร้อมกับพี่ๆที่ทำงานคนอื่นๆด้วย แต่พักหลังๆมานี่ก็มีไปกันสองคนบ้าง โดยจะไปทานข้าวเสร็จก็จะแวะนั่งทานไอศกรีม มันทำให้ได้พูดคุยกันมากขึ้น เขาก็เล่าเรื่องราวต่างๆของเขา แน่นอนว่ามันต้องเป็นเรื่องความรัก ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจและไม่ใส่ใจเขาเท่าไหร่ เราก็ไปทานข้าวกับเขาแบบนี้บ่อยๆนะ จนพี่ๆที่ทำงานเริ่มแซวว่าเป็นแฟนกันเหรอ เหมาะสมกันดีนะ ไอ่เราก็บอกปัดๆไปว่า บ้าเหรอ เขามีแฟนแล้ว ไม่มีทาง… รู้ตัวอีกทีเริ่มสนิทกันมากขึ้น และคุยกันในแชทตลอดนะ คุยเรื่องธรรมดาๆทั่วไป ทานข้าวรึยัง ไปไหนมา ไปทานข้าวกันมั้ย ไม่สบายกินยาอะไรจะหาย ซื้ออะไรดี จะไปซื้อที่ไหน บลาๆๆๆ
วันไหนที่ทำงานคนละเวลากัน ถ้านัดทานข้าวกันเขาก็จะมา มันเป็นความประทับใจอย่างนึงนะ จนในที่สุดเขาก็ลาออกจากงาน มันทำให้เรามีเวลาไปไหนด้วยกันบ่อยขึ้น เช่น ไปช๊อปปิ้ง ไปออกกำลังกาย ไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป มีสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีกับเขา ก็คือเรากับกลุ่มเพื่อนๆกำลังนั่งทานขนมที่ร้านนั่งเล่นร้านนึง แล้วเราลองชวนเขาดูว่าจะมารึเปล่า ปรากฏว่าเขาก็มา (ทั้งๆที่ถ้าเป็นเรา เราไม่ค่อยอยากไปเพราะเราไม่รู้จักใครไง) จนกลายเป็นประเด็นที่เพื่อนๆเราคิดว่า มันต้องมีอะไรแอบแฝง ซึ่งเราก็ยอมรับกับเพื่อนไปนะว่า อืมมม รู้สึกดีด้วยกับคนๆนี้ จนกระทั่งแยกย้ายกันกลับ พอเขาถึงบ้านเขาก็โทรหาเรา บอกว่าเขาถึงบ้านละนะและถามว่าเราถึงไหนแล้ว (อารมณ์ตอนนั้นคือ ฟินนนนนน ) เวลาเราวางโทรศัพท์เอาไว้บนโต๊ะ เขาก็จะหยิบมาเล่น แน่นอนเราตั้งรหัสผ่านแต่จะมีเขาคนเดียวที่รู้และจำได้ ในทุกๆครั้งเวลาเขาหยิบโทรศัพท์ไป เขาจะใส่รหัสเองเลย จนบางที่ต้องคอยแอบระวัง กลัวเขาเจอความลับที่อยู่ในโทรศัพท์ 555 บางครั้งเขาก็จะถ่ายรูปให้ มีถ่ายตอนเผลอบ้าง ตอนเรานั่งหลับบ้าง เวลาชวนไปไหนถึงแม้จะมาบ้างไม่มาบ้างแต่สำหรับเราแล้วเราไปทุกครั้งเลยที่เขาชวน เราเป็นคนไม่ค่อยปฎิเสธคน ถ้าทำได้ก็ทำให้ ไปได้ก็จะไปหมดเลย
เคยมีครั้งนึงไปซื้อเสื้อ พอเราตัดสินใจว่าเอาตัวนี้แหละ จู่ๆเขาพับเสื้อเก็บใส่ถุงให้เรา ไม่เคยมีใครทำให้เรามาก่อนเลยนะ เรารู้สึกประทับใจมากกกกกก และเขาก็พูดพรึมพรำในขณะที่พับเสื้อ ประมานว่านี่เขามาพับเสื้อให้เราทำไมเนี่ยแต่สุดท้ายก็พับเสื้อเก็บเข้าถุงจนเรียบร้อย
จากนั้นก็เป็นช่วงลอยกระทง ก็ไปลอยกระทงด้วยกัน เรากับเขาลอยกระทงอันเดียวกัน (เขาอาจจะไม่มีเงิน เลยขี้เกียจซื้ออีกอันหรือเปล่านะ) แต่ก็ช่างเหอะ ได้ลอยกระทงด้วยกัน ถ่ายรูปคู่กันถึงมันจะมืดๆสลัวๆแต่มันก็ดีเป็นไหนๆแล้ว
แต่เรารู้สึกว่า ทุกครั้งที่มาเจอกัน มันจะเกี่ยวกับเรื่องกินตลอดเลยอ่ะ เขาจะรู้ว่าเราชอบกินอะไร และเขาก็จะบอกว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร มันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ทานข้าวเสร็จ ก็แยกย้าย หลายครั้งที่ไปกันเป็นกลุ่ม จะมีคนมักพูดเป็นเลศนัยว่า มาด้วยกันได้ไง ไปไหนกันมาเหรอ แล้วพอดีวันนั้นเขาใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นที่มีสีสันดูคล้ายๆเกย์ มีคนพูดว่าเหมือนไม่ใช่ผู้ชายเลยอ่ะ อีกคนก็แทรกมาว่าเป็นผู้ชายหรือเปล่าก็ลองถามเราดูดิ เอิ่ม… เราไปไม่เป็นเลยทีนี้ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไปนะ และเขาก็ไม่ได้ตอบไปเช่นกัน เราว่าเขาก็ได้ยินเหมือนๆกับที่เราได้ยินนี่แหละ ไม่รู้ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่นะ หรือบางทีไปทานข้าวแล้วมีการดื่มเหล้ากัน คนอื่นก็จะพูดว่า ทำไมไม่ดื่มล่ะ กลัวเราว่าเหรอ เราคิดว่าเขาก็ได้ยินนะ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรไปเหมือนเดิม(ทำไมเขาไม่ตอบแบบปฏิเสธไป เราจะได้รู้และเลิกคิดเลิกหวังสักที )
เวลาเราจะไปไหนหรือเขาจะไปไหนก็มีไปส่งกันบ้าง เช่น ไปทำบุญ ไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เราเคยรีดเสื้อผ้าให้เขาด้วยนะ เราทำเกินไปมั้ยเนี่ย ??
มีครั้งนึงเราเสียความรู้สึกมากที่เขานัดแล้วไม่มาตามนัด พอเขารู้ เขาก็ขอโทษ และเขาก็ทักมาถามว่า ทำไมไม่กินข้าวงี้ แหม่ ใครจะกินลง แต่เราไม่ได้ตอบอะไรไปหรอกนะ ทิ้งข้อความไว้อย่างงั้น จนผ่านหนึ่งวัน รอหายงอลแล้วจึงตอบไปว่าทำไมไม่กิน (ในใจคิดว่า เขาเห็นเราสำคัญรึเปล่า ยังมีหน้าไปงอลเขาอีก เห้ออออ)
เออ เกือบลืม…มีอยู่ครั้งนึง เราอยู่ต่างจังหวัดแล้วเขาชวนไปไหนสักแห่งนี่แหละ เรารีบกลับมาเพื่อที่จะได้ไปกับเขาเลยนะ (ลงทุนไปป่ะ ?) ^^
หลังๆมานี่ก็จะมีทำกับข้าวทานกันเองบ้าง ประมาณว่าโชว์ฝีมือ (เขาทำนะ เราทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ทอดไข่เขายังบอกว่าไม่อร่อยเลย 555+) เราว่ารสชาติมันก็ธรรมดาๆแต่มันพิเศษ ตรงคนที่ทำให้กินต่างหาก อิอิ
ช่วงเทศกาลที่เขาต้องกลับบ้าน เราก็ไปส่งเขาขึ้นรถกลับ เรารอจนได้เวลาขึ้นรถ ก่อนจากกันเราก้เลยบอกเขาว่า ถ้าถึงแล้วโทรบอกด้วยนะ จากนนั้นก็หายเงียบไปเลย จนเราคิดว่าเขาคงลืม ที่ไหนได้ปรากฏว่ารถโดยสารขับช้ามาก ทำให้ถึงช้ากว่าปกติมากกกกก จึงทำให้โทรหาช้าไป เขาไปแค่สองสามวัน จนวันที่เขาจะกลับ เขาโทรมาบอกว่าขึ้นรถกลับละนะ ให้มารับด้วย แล้วถามเราต่อว่าอยากกินอะไรมั้ยตอนนี้อยู่ร้านขายของฝาก ไอ่เราก็นึกไม่ออกว่าจะกินอะไร จนเขาบอกว่างั้นเดี๋ยวค่อยพาไปทานอะไรเอาไม่รู้จะซื้ออะไรเหมือนกัน เราก็เลยเออ ออ ตามเขาไป (สุดท้ายก็ซื้อขนมมาฝากอยู่นะ ซื้อช็อคโกแลตมาให้ ) เราก็ไปไหนมาไหนอยู่เรื่อยๆ มีครั้งนึงติดฝนต้องรีบหลบฝน(พอดีขับมอเตอร์ไซค์ไป) ในตอนที่ถอดหมวกกันน็อค ผมเราดันไปพันติดกับหมวกกันน็อค ถ้าดึงออกมันจะเจ็บ เขาก็มาช่วยดึงๆผมออกให้ ช่วงหลังๆมานี่นอกจากจะคุยกันผ่านตัวหนังสือแล้ว ยังมีการส่งภาพต่างๆเช่นอาหารที่ทำกิน อาหารที่อยากกิน เสื้อที่อยากได้ รองเท้าที่อยากได้ รวมไปถึงเวลาที่เจอสถานการณ์ต่างๆอย่างฝนตก น้ำท่วม ตุ๊กแกอยู่ห้องน้ำงี้ ส่งให้หมดแหละ มีอะไรก็ส่งอ่ะ ที่เราประทับใจคือ วันเกิดเราเขาลางานเพื่อไปส่งเราทำบุญ และไปงานเลี้ยงวันเกิดเราด้วย แต่ในตอนแรกเขาถามว่าถ้าเขาไม่ไปงานวันเกิดเรา เราจะโกรธเขาไหม เราก็บอกไปว่าตามใจ เอาที่สบายใจละกัน พอเราพูดแบบนั้นไป เขาก็เลยรู้ว่าเราจะโกรธ เขาก็เลยไปงานวันเกิดเราตามที่เขาได้บอกไว้ แต่พอถึงวันงานจริงๆเราเกิดเหตุสุดวิสัยจริงทำให้กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ปาไปจะเที่ยงคืนละ เราเห็นเขาเงียบไป ก็เลยโทรหาเขาดู เขาบอกว่าเขานอนแล้ว ไว้วันหลังค่อยไปกันได้มั้ย สุขสันต์วันเกิดนะ เราได้ยินแบบนั้นก็เลยเงียบไป(อารมณ์นอยเริ่มมา ทั้งๆที่ก็เข้าใจนะ ว่ามันดึกแล้วจริงๆ แต่แบบ เห้ย อยากให้มาอ่ะ) เขาเห็นเราเงียบเขาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวโทรชวนเพื่อนก่อน ถ้าไปเดี่ยวไปเจอกันหน้าร้านเลย เราก็ถอดใจไปแล้วล่ะ ก็คนมันนอนไปแล้วนี่ จะให้ลุกมาแต่งตัวเที่ยว คงยากน่าดู ในที่สุดเขาก็มาจริงๆอ่ะ แต่เขามาแล้วเหมือนไม่ค่อยสนุก เขาก็ทั้งดีใจและเสียใจไปพร้อมๆกัน
เรารู้สึกว่าเราทำทุกอย่างให้เขามากไปรึเปล่า เขาอยากไปไหน เราไปส่ง อยากกินอะไรก็ไปกิน อยากได้อะไรก็ไปส่งซื้อ หรือบางทีเขาก็ฝากซื้อของเราก็ซื้อมาให้ทั้งเรื่องเล็กๆน้อยต่างๆมากมาย ที่เราทำเพื่อเขา เคยมีครั้งนึงนัดกันจะไปวิ่ง(เราไม่ชอบการออกกำลังกายเลย มันเหนื่อย แต่ก็ยอมไปวิ่งไปเดินด้วย) แต่เราดันลืมปลุกนาฬิกา และคิดว่าไม่ไปดีกว่าไม่อยากตื่นอ่ะ แต่เขาไลน์มาตามว่าถึงไหนแล้ว อยากกินข้าวฝากซื้อมาหน่อย คือแบบว่าเราต้องรีบตื่นอย่างไวเลยเพื่อที่จะซื้อข้าวไปให้เขา บางทีกินข้าวแล้วก็บอกไปว่ายังไม่ได้กิน เพื่อที่จะได้ไปกินกับเขา
อีกอย่างเราก็เป็นผู้หญิงจะบอกไปก็กลัวจะเสียความเป็นเพื่อน เราคงรู้สึกแย่มากๆถ้าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่นี่มันก็ผ่านมาเกือบปีนึงแล้ว แทบจะไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย (ไม่ได้คิดออกทางนั้นนะ แต่มันก็ต้องมีบ้าง เวลาเราไปไหนกะเพื่อนๆอ่ะ ) จะมีแบบบางทีเวลาไปออกกำลังกายแล้วเขาสอนเราจับเครื่องเล่นก็เป็นเรื่องธรรมดา เวลาเขายื่นตังให้กับมืองี้ เวลาไปเดินตลาดแล้วดึงแขนเขามาเพื่อให้เดินออกจากร้านร้านนึงไปยังอีกร้านนึง
จนกระทั่งวันนึงเขาไปดื่มกับเพื่อนๆมา เขาบอกว่าเขาเมา แต่คนเมาเขาคงไม่มานั่งพิมพ์ประโยคยาวๆแบบไม่ผิดเลยได้หรอก คงมีสติอยู่ แต่วันนั้นเป็นวันที่เรื่องทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น เมื่อเขามาในโหมดดราม่าหลังจากที่ดื่มเสร็จ จู่ๆเขาก็พิมพ์ข้อความมาบอกว่า เขารู้ว่าเราคิดยังไง เขาขอบคุณ เขาไม่สามารถทำตามได้ เขามีอดีตที่ลืมไม่ได้ เขายังรักแฟนเก่าอยู่ ถึงรู้ว่าแฟนเก่าเขาจะไม่รักเขาแล้ว เขาบอกเราว่า อย่าลืมสิ กว่าเขาจะรักแฟนเก่า ตัดสินใจจะรักแฟนเก่าเขา มันต้องใช้เวลา เขาพยายามแล้ว แต่ก็ลืมไม่ได้ ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเลย บอกไม่ถูก มันจุกๆ มันไม่รู้จะตอบจะเริ่มพุดยังไง จะถามคำถามอะไร มันสับสนไปหมด คือที่ผ่านมายอมรับว่าเราก็รู้มาบ้าง แต่ก็ได้แต่เข้าข้างตัวเองว่าเขาก็รู้สึกเหมือนๆกับเรา มันชาไปหมด แต่มาร้องไห้หลังจากที่เขาบอกไปแล้วเกือบสามชั่วโมง แล้วก็ไม่นอนจนถึงเช้าเลย เพราะในหัวคิดแต่ว่า ทำไม มันคืออะไร เราเป็นอะไร เรารักเขาเหรอ เห้ยนี่มันมากไปนะความรู้สึกเรา
จากนั้นเขาก็ทักมาเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกของเรามันไปแล้วอ่ะ มันรู้ทุกอย่างอยู่เต็มอก แล้วจะยังคุยกันต่อไปทำไม เขาทักมาสองสามรอบ ชวนไปโน่นนี่ แต่เราไม่ตอบนะ แต่มันอดใจไม่ได้จริง จึงส่งสติ้กเกอร์ตอบกลับไป พร้อมกันนี้เขาได้เล่นกีต้าร์และร้องเพลงๆนึงแล้วบันทึกเสียงมาให้ เราเลยถามกลับไปว่า ทำไมถึงเล่นเพลงนี้ เขาบอกว่าเห็นว่าเราอยากฟัง เขาร้องยังไม่ค่อยเป็น เอาสดๆไปก่อนนะ (เพลงนี้เราเคยบอกเขาไปเมื่อนานมาแล้วว่าอยากฟัง แต่นึกว่าเขาลืมไปแล้วซะอีก) เราดีใจนะที่เขาเล่นเพลงนี้ให้ เราเลยตอบไปว่า ขอบคุณนะ แต่ขอเวลาหน่อยแล้วเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
จนกระทั่งตอนนี้ยังไงเราก็ยังรู้สึกเสียใจ ยังนอนร้องให้ฟังไหนไหนดูละครเรื่องอะไรที่มันคล้ายๆกะเรา ก็ร้องไห้ๆๆๆๆๆอย่างเดียวเลย คนรอบข้างก็มีทั้งที่สนับสนุนให้คุยต่อและคัดค้านให้รีบตัดใจ เราก็พยายามนะ เราทำไม่ได้ ทุกวันนี้ก็โคตรคิดถึงเลย แต่ทำอะไรไม่ได้เลยยยย อยากทักอยากคุย อยากไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลย ที่ไหนที่เคยไปก็คิดถึง ทำอะไรก็คิดถึง
ล่าสุดวันเกิดเขา เราก็เลยลองทักไป HBD เขาก็เล่นเพลงให้ฟังเช่นเดิม เราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ เพลงที่เขาเล่นคือเพลง ทิ้งไว้กลางทางและเพลงกุมภาพันธ์
เราเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูด เพราะกลัวอะไรหลายๆสิ่ง บางสิ่งคิดจะถามกลับไม่กล้าถาม ประมาณอยากรู้แต่ไม่อยากถาม เราแค่อยากรู้สักนิดว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันคืออะไร หรือเป็นเราที่คิดไปเอง
เธอมีใครใหม่ยังไม่เจ็บเท่าเธอลืมเขาไม่ได้
คือว่าเราสองคนทำงานที่เดียวกันได้รู้จักกัน ตอนแรกเรารู้สึกไม่ค่อยจะเท่าไหร่นะ เพราะคิดว่าเขาดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชาย แต่สุดท้ายก็รู้ว่าเขามีแฟนและเป็นผู้หญิง(สรุปได้ว่า เขาแมนๆอยู่นะ) เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากเวลาพักทานข้าว เราจะไปพร้อมกัน พร้อมกับพี่ๆที่ทำงานคนอื่นๆด้วย แต่พักหลังๆมานี่ก็มีไปกันสองคนบ้าง โดยจะไปทานข้าวเสร็จก็จะแวะนั่งทานไอศกรีม มันทำให้ได้พูดคุยกันมากขึ้น เขาก็เล่าเรื่องราวต่างๆของเขา แน่นอนว่ามันต้องเป็นเรื่องความรัก ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยสนใจและไม่ใส่ใจเขาเท่าไหร่ เราก็ไปทานข้าวกับเขาแบบนี้บ่อยๆนะ จนพี่ๆที่ทำงานเริ่มแซวว่าเป็นแฟนกันเหรอ เหมาะสมกันดีนะ ไอ่เราก็บอกปัดๆไปว่า บ้าเหรอ เขามีแฟนแล้ว ไม่มีทาง… รู้ตัวอีกทีเริ่มสนิทกันมากขึ้น และคุยกันในแชทตลอดนะ คุยเรื่องธรรมดาๆทั่วไป ทานข้าวรึยัง ไปไหนมา ไปทานข้าวกันมั้ย ไม่สบายกินยาอะไรจะหาย ซื้ออะไรดี จะไปซื้อที่ไหน บลาๆๆๆ
วันไหนที่ทำงานคนละเวลากัน ถ้านัดทานข้าวกันเขาก็จะมา มันเป็นความประทับใจอย่างนึงนะ จนในที่สุดเขาก็ลาออกจากงาน มันทำให้เรามีเวลาไปไหนด้วยกันบ่อยขึ้น เช่น ไปช๊อปปิ้ง ไปออกกำลังกาย ไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป มีสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีกับเขา ก็คือเรากับกลุ่มเพื่อนๆกำลังนั่งทานขนมที่ร้านนั่งเล่นร้านนึง แล้วเราลองชวนเขาดูว่าจะมารึเปล่า ปรากฏว่าเขาก็มา (ทั้งๆที่ถ้าเป็นเรา เราไม่ค่อยอยากไปเพราะเราไม่รู้จักใครไง) จนกลายเป็นประเด็นที่เพื่อนๆเราคิดว่า มันต้องมีอะไรแอบแฝง ซึ่งเราก็ยอมรับกับเพื่อนไปนะว่า อืมมม รู้สึกดีด้วยกับคนๆนี้ จนกระทั่งแยกย้ายกันกลับ พอเขาถึงบ้านเขาก็โทรหาเรา บอกว่าเขาถึงบ้านละนะและถามว่าเราถึงไหนแล้ว (อารมณ์ตอนนั้นคือ ฟินนนนนน ) เวลาเราวางโทรศัพท์เอาไว้บนโต๊ะ เขาก็จะหยิบมาเล่น แน่นอนเราตั้งรหัสผ่านแต่จะมีเขาคนเดียวที่รู้และจำได้ ในทุกๆครั้งเวลาเขาหยิบโทรศัพท์ไป เขาจะใส่รหัสเองเลย จนบางที่ต้องคอยแอบระวัง กลัวเขาเจอความลับที่อยู่ในโทรศัพท์ 555 บางครั้งเขาก็จะถ่ายรูปให้ มีถ่ายตอนเผลอบ้าง ตอนเรานั่งหลับบ้าง เวลาชวนไปไหนถึงแม้จะมาบ้างไม่มาบ้างแต่สำหรับเราแล้วเราไปทุกครั้งเลยที่เขาชวน เราเป็นคนไม่ค่อยปฎิเสธคน ถ้าทำได้ก็ทำให้ ไปได้ก็จะไปหมดเลย
เคยมีครั้งนึงไปซื้อเสื้อ พอเราตัดสินใจว่าเอาตัวนี้แหละ จู่ๆเขาพับเสื้อเก็บใส่ถุงให้เรา ไม่เคยมีใครทำให้เรามาก่อนเลยนะ เรารู้สึกประทับใจมากกกกกก และเขาก็พูดพรึมพรำในขณะที่พับเสื้อ ประมานว่านี่เขามาพับเสื้อให้เราทำไมเนี่ยแต่สุดท้ายก็พับเสื้อเก็บเข้าถุงจนเรียบร้อย
จากนั้นก็เป็นช่วงลอยกระทง ก็ไปลอยกระทงด้วยกัน เรากับเขาลอยกระทงอันเดียวกัน (เขาอาจจะไม่มีเงิน เลยขี้เกียจซื้ออีกอันหรือเปล่านะ) แต่ก็ช่างเหอะ ได้ลอยกระทงด้วยกัน ถ่ายรูปคู่กันถึงมันจะมืดๆสลัวๆแต่มันก็ดีเป็นไหนๆแล้ว
แต่เรารู้สึกว่า ทุกครั้งที่มาเจอกัน มันจะเกี่ยวกับเรื่องกินตลอดเลยอ่ะ เขาจะรู้ว่าเราชอบกินอะไร และเขาก็จะบอกว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร มันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ทานข้าวเสร็จ ก็แยกย้าย หลายครั้งที่ไปกันเป็นกลุ่ม จะมีคนมักพูดเป็นเลศนัยว่า มาด้วยกันได้ไง ไปไหนกันมาเหรอ แล้วพอดีวันนั้นเขาใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นที่มีสีสันดูคล้ายๆเกย์ มีคนพูดว่าเหมือนไม่ใช่ผู้ชายเลยอ่ะ อีกคนก็แทรกมาว่าเป็นผู้ชายหรือเปล่าก็ลองถามเราดูดิ เอิ่ม… เราไปไม่เป็นเลยทีนี้ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไปนะ และเขาก็ไม่ได้ตอบไปเช่นกัน เราว่าเขาก็ได้ยินเหมือนๆกับที่เราได้ยินนี่แหละ ไม่รู้ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่นะ หรือบางทีไปทานข้าวแล้วมีการดื่มเหล้ากัน คนอื่นก็จะพูดว่า ทำไมไม่ดื่มล่ะ กลัวเราว่าเหรอ เราคิดว่าเขาก็ได้ยินนะ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรไปเหมือนเดิม(ทำไมเขาไม่ตอบแบบปฏิเสธไป เราจะได้รู้และเลิกคิดเลิกหวังสักที )
เวลาเราจะไปไหนหรือเขาจะไปไหนก็มีไปส่งกันบ้าง เช่น ไปทำบุญ ไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เราเคยรีดเสื้อผ้าให้เขาด้วยนะ เราทำเกินไปมั้ยเนี่ย ??
มีครั้งนึงเราเสียความรู้สึกมากที่เขานัดแล้วไม่มาตามนัด พอเขารู้ เขาก็ขอโทษ และเขาก็ทักมาถามว่า ทำไมไม่กินข้าวงี้ แหม่ ใครจะกินลง แต่เราไม่ได้ตอบอะไรไปหรอกนะ ทิ้งข้อความไว้อย่างงั้น จนผ่านหนึ่งวัน รอหายงอลแล้วจึงตอบไปว่าทำไมไม่กิน (ในใจคิดว่า เขาเห็นเราสำคัญรึเปล่า ยังมีหน้าไปงอลเขาอีก เห้ออออ)
เออ เกือบลืม…มีอยู่ครั้งนึง เราอยู่ต่างจังหวัดแล้วเขาชวนไปไหนสักแห่งนี่แหละ เรารีบกลับมาเพื่อที่จะได้ไปกับเขาเลยนะ (ลงทุนไปป่ะ ?) ^^
หลังๆมานี่ก็จะมีทำกับข้าวทานกันเองบ้าง ประมาณว่าโชว์ฝีมือ (เขาทำนะ เราทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ทอดไข่เขายังบอกว่าไม่อร่อยเลย 555+) เราว่ารสชาติมันก็ธรรมดาๆแต่มันพิเศษ ตรงคนที่ทำให้กินต่างหาก อิอิ
ช่วงเทศกาลที่เขาต้องกลับบ้าน เราก็ไปส่งเขาขึ้นรถกลับ เรารอจนได้เวลาขึ้นรถ ก่อนจากกันเราก้เลยบอกเขาว่า ถ้าถึงแล้วโทรบอกด้วยนะ จากนนั้นก็หายเงียบไปเลย จนเราคิดว่าเขาคงลืม ที่ไหนได้ปรากฏว่ารถโดยสารขับช้ามาก ทำให้ถึงช้ากว่าปกติมากกกกก จึงทำให้โทรหาช้าไป เขาไปแค่สองสามวัน จนวันที่เขาจะกลับ เขาโทรมาบอกว่าขึ้นรถกลับละนะ ให้มารับด้วย แล้วถามเราต่อว่าอยากกินอะไรมั้ยตอนนี้อยู่ร้านขายของฝาก ไอ่เราก็นึกไม่ออกว่าจะกินอะไร จนเขาบอกว่างั้นเดี๋ยวค่อยพาไปทานอะไรเอาไม่รู้จะซื้ออะไรเหมือนกัน เราก็เลยเออ ออ ตามเขาไป (สุดท้ายก็ซื้อขนมมาฝากอยู่นะ ซื้อช็อคโกแลตมาให้ ) เราก็ไปไหนมาไหนอยู่เรื่อยๆ มีครั้งนึงติดฝนต้องรีบหลบฝน(พอดีขับมอเตอร์ไซค์ไป) ในตอนที่ถอดหมวกกันน็อค ผมเราดันไปพันติดกับหมวกกันน็อค ถ้าดึงออกมันจะเจ็บ เขาก็มาช่วยดึงๆผมออกให้ ช่วงหลังๆมานี่นอกจากจะคุยกันผ่านตัวหนังสือแล้ว ยังมีการส่งภาพต่างๆเช่นอาหารที่ทำกิน อาหารที่อยากกิน เสื้อที่อยากได้ รองเท้าที่อยากได้ รวมไปถึงเวลาที่เจอสถานการณ์ต่างๆอย่างฝนตก น้ำท่วม ตุ๊กแกอยู่ห้องน้ำงี้ ส่งให้หมดแหละ มีอะไรก็ส่งอ่ะ ที่เราประทับใจคือ วันเกิดเราเขาลางานเพื่อไปส่งเราทำบุญ และไปงานเลี้ยงวันเกิดเราด้วย แต่ในตอนแรกเขาถามว่าถ้าเขาไม่ไปงานวันเกิดเรา เราจะโกรธเขาไหม เราก็บอกไปว่าตามใจ เอาที่สบายใจละกัน พอเราพูดแบบนั้นไป เขาก็เลยรู้ว่าเราจะโกรธ เขาก็เลยไปงานวันเกิดเราตามที่เขาได้บอกไว้ แต่พอถึงวันงานจริงๆเราเกิดเหตุสุดวิสัยจริงทำให้กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ปาไปจะเที่ยงคืนละ เราเห็นเขาเงียบไป ก็เลยโทรหาเขาดู เขาบอกว่าเขานอนแล้ว ไว้วันหลังค่อยไปกันได้มั้ย สุขสันต์วันเกิดนะ เราได้ยินแบบนั้นก็เลยเงียบไป(อารมณ์นอยเริ่มมา ทั้งๆที่ก็เข้าใจนะ ว่ามันดึกแล้วจริงๆ แต่แบบ เห้ย อยากให้มาอ่ะ) เขาเห็นเราเงียบเขาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวโทรชวนเพื่อนก่อน ถ้าไปเดี่ยวไปเจอกันหน้าร้านเลย เราก็ถอดใจไปแล้วล่ะ ก็คนมันนอนไปแล้วนี่ จะให้ลุกมาแต่งตัวเที่ยว คงยากน่าดู ในที่สุดเขาก็มาจริงๆอ่ะ แต่เขามาแล้วเหมือนไม่ค่อยสนุก เขาก็ทั้งดีใจและเสียใจไปพร้อมๆกัน
เรารู้สึกว่าเราทำทุกอย่างให้เขามากไปรึเปล่า เขาอยากไปไหน เราไปส่ง อยากกินอะไรก็ไปกิน อยากได้อะไรก็ไปส่งซื้อ หรือบางทีเขาก็ฝากซื้อของเราก็ซื้อมาให้ทั้งเรื่องเล็กๆน้อยต่างๆมากมาย ที่เราทำเพื่อเขา เคยมีครั้งนึงนัดกันจะไปวิ่ง(เราไม่ชอบการออกกำลังกายเลย มันเหนื่อย แต่ก็ยอมไปวิ่งไปเดินด้วย) แต่เราดันลืมปลุกนาฬิกา และคิดว่าไม่ไปดีกว่าไม่อยากตื่นอ่ะ แต่เขาไลน์มาตามว่าถึงไหนแล้ว อยากกินข้าวฝากซื้อมาหน่อย คือแบบว่าเราต้องรีบตื่นอย่างไวเลยเพื่อที่จะซื้อข้าวไปให้เขา บางทีกินข้าวแล้วก็บอกไปว่ายังไม่ได้กิน เพื่อที่จะได้ไปกินกับเขา
อีกอย่างเราก็เป็นผู้หญิงจะบอกไปก็กลัวจะเสียความเป็นเพื่อน เราคงรู้สึกแย่มากๆถ้าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม แต่นี่มันก็ผ่านมาเกือบปีนึงแล้ว แทบจะไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย (ไม่ได้คิดออกทางนั้นนะ แต่มันก็ต้องมีบ้าง เวลาเราไปไหนกะเพื่อนๆอ่ะ ) จะมีแบบบางทีเวลาไปออกกำลังกายแล้วเขาสอนเราจับเครื่องเล่นก็เป็นเรื่องธรรมดา เวลาเขายื่นตังให้กับมืองี้ เวลาไปเดินตลาดแล้วดึงแขนเขามาเพื่อให้เดินออกจากร้านร้านนึงไปยังอีกร้านนึง
จนกระทั่งวันนึงเขาไปดื่มกับเพื่อนๆมา เขาบอกว่าเขาเมา แต่คนเมาเขาคงไม่มานั่งพิมพ์ประโยคยาวๆแบบไม่ผิดเลยได้หรอก คงมีสติอยู่ แต่วันนั้นเป็นวันที่เรื่องทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น เมื่อเขามาในโหมดดราม่าหลังจากที่ดื่มเสร็จ จู่ๆเขาก็พิมพ์ข้อความมาบอกว่า เขารู้ว่าเราคิดยังไง เขาขอบคุณ เขาไม่สามารถทำตามได้ เขามีอดีตที่ลืมไม่ได้ เขายังรักแฟนเก่าอยู่ ถึงรู้ว่าแฟนเก่าเขาจะไม่รักเขาแล้ว เขาบอกเราว่า อย่าลืมสิ กว่าเขาจะรักแฟนเก่า ตัดสินใจจะรักแฟนเก่าเขา มันต้องใช้เวลา เขาพยายามแล้ว แต่ก็ลืมไม่ได้ ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเลย บอกไม่ถูก มันจุกๆ มันไม่รู้จะตอบจะเริ่มพุดยังไง จะถามคำถามอะไร มันสับสนไปหมด คือที่ผ่านมายอมรับว่าเราก็รู้มาบ้าง แต่ก็ได้แต่เข้าข้างตัวเองว่าเขาก็รู้สึกเหมือนๆกับเรา มันชาไปหมด แต่มาร้องไห้หลังจากที่เขาบอกไปแล้วเกือบสามชั่วโมง แล้วก็ไม่นอนจนถึงเช้าเลย เพราะในหัวคิดแต่ว่า ทำไม มันคืออะไร เราเป็นอะไร เรารักเขาเหรอ เห้ยนี่มันมากไปนะความรู้สึกเรา
จากนั้นเขาก็ทักมาเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกของเรามันไปแล้วอ่ะ มันรู้ทุกอย่างอยู่เต็มอก แล้วจะยังคุยกันต่อไปทำไม เขาทักมาสองสามรอบ ชวนไปโน่นนี่ แต่เราไม่ตอบนะ แต่มันอดใจไม่ได้จริง จึงส่งสติ้กเกอร์ตอบกลับไป พร้อมกันนี้เขาได้เล่นกีต้าร์และร้องเพลงๆนึงแล้วบันทึกเสียงมาให้ เราเลยถามกลับไปว่า ทำไมถึงเล่นเพลงนี้ เขาบอกว่าเห็นว่าเราอยากฟัง เขาร้องยังไม่ค่อยเป็น เอาสดๆไปก่อนนะ (เพลงนี้เราเคยบอกเขาไปเมื่อนานมาแล้วว่าอยากฟัง แต่นึกว่าเขาลืมไปแล้วซะอีก) เราดีใจนะที่เขาเล่นเพลงนี้ให้ เราเลยตอบไปว่า ขอบคุณนะ แต่ขอเวลาหน่อยแล้วเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
จนกระทั่งตอนนี้ยังไงเราก็ยังรู้สึกเสียใจ ยังนอนร้องให้ฟังไหนไหนดูละครเรื่องอะไรที่มันคล้ายๆกะเรา ก็ร้องไห้ๆๆๆๆๆอย่างเดียวเลย คนรอบข้างก็มีทั้งที่สนับสนุนให้คุยต่อและคัดค้านให้รีบตัดใจ เราก็พยายามนะ เราทำไม่ได้ ทุกวันนี้ก็โคตรคิดถึงเลย แต่ทำอะไรไม่ได้เลยยยย อยากทักอยากคุย อยากไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลย ที่ไหนที่เคยไปก็คิดถึง ทำอะไรก็คิดถึง
ล่าสุดวันเกิดเขา เราก็เลยลองทักไป HBD เขาก็เล่นเพลงให้ฟังเช่นเดิม เราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ เพลงที่เขาเล่นคือเพลง ทิ้งไว้กลางทางและเพลงกุมภาพันธ์
เราเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูด เพราะกลัวอะไรหลายๆสิ่ง บางสิ่งคิดจะถามกลับไม่กล้าถาม ประมาณอยากรู้แต่ไม่อยากถาม เราแค่อยากรู้สักนิดว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันคืออะไร หรือเป็นเราที่คิดไปเอง