หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
เปิดธรรมที่ถูกปิด พุทธวจนะ พระอริยสาวกนี้ย่อมคิดเพื่อทำสงคราม กับมาร ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเสียงของเทวดาสมัย 1
กระทู้สนทนา
ศาสนาพุทธ
ปฏิบัติธรรม
ทำบุญ
✽ ✾ ✿ ❀ ❁ ❃ ❋ ขอบูชาพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติชอบ ✽ ✾ ✿ ❀ ❁ ❃ ❋
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เสียง ของเทวดา๓ อย่างนี้
ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ๓ อย่างเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ในสมัยใด
พระอริยสาวกย่อมคิดเพื่อจะปลงผม
และหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิต
ในสมัยนั้น
เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาว่า
พระอริยสาวกนี้ย่อมคิดเพื่อทำสงครามกับมาร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดาข้อที่ ๑ ย่อมเปล่งออกไปใน
เหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ฯ
อีกประการหนึ่ง ในสมัยใด
พระอริยสาวกประกอบความเพียรในการ
เจริญโพธิปักขิยธรรม ๗ ประการ
ในสมัยนั้น
เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาว่า
พระอริยสาวกนั้นทำสงครามกับมาร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดา ข้อที่ ๒ ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
เพราะอาศัยสมัยแต่สมัย
อีกประการหนึ่ง ในสมัยใด
พระอริยสาวกกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ
ปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่
ในสมัยนั้น เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
ว่า
พระอริยสาวกนี้พิชิตสงคราม ชนะแดนแห่งสงครามนั้นแล้ว
ครอบครองอยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดาข้อที่ ๓ ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
เพราะอาศัยสมัยแต่สมัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เสียงของเทวดา ๓ ประการนี้แล
ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ฯ
แม้เทวดาทั้งหลาย เห็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ชนะสงครามแล้ว เป็นผู้ใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม
ย่อมนอบน้อมด้วยคำว่า ข้าแต่ท่านบุรุษอาชาไนย
ขอ นอบน้อมแด่ท่านผู้ครอบงำกิเลสที่เอาชนะได้ยาก ชนะเสนา
แห่งมัจจุ ผู้กางกั้นไว้มิได้ด้วยวิโมกข์เทวดาทั้งหลาย ย่อม
นอบน้อมพระขีณาสพผู้มีอรหัตผลอันบรรลุแล้วนี้ ด้วย
ประการฉะนี้ เพราะเทวดาทั้งหลายไม่เห็นเหตุแม้มีประมาณ
น้อย ของพระขีณาสพผู้เป็นบุรุษอาชาไนยนั้นอันเป็นเหตุ
ให้ท่านเข้าถึงอำนาจของมัจจุได้ ฉะนั้น จึงพากันนอบน้อม
พระขีณาสพนั้น
ฯ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
สัตว์:..ผู้อริยสาวก-ผู้โสดาบัน..ตอนที่ 17 :..พระโสดาบัน..ต่างจาก..พระอรหันต์...อย่างไร?
๗. โสตาปันนสูตร https://etipitaka.com/read/thai/17/153/ ว่าด้วยผู้เป็นพระอริยสาวกโสดาบัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้. อุปาทานขันธ์ ๕
สมาชิกหมายเลข 5449398
โสดาบัน....ตอนที่ 11.....พระโสดาบัน..ต่างจาก..พระอรหันต์...อย่างไร?
๗. โสตาปันนสูตร ว่าด้วยผู้เป็นพระอริยสาวกโสดาบัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้. อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นไฉน? ได้แก่ - 
สมาชิกหมายเลข 5447057
ไม่ได้โสดาปัตติผลอย่าเพิ่งตายเน้อ..
พระพุทธเจ้ตรัสไว้อย่างนี้ ว่า เช่น ๒. รูปสูตร ว่าด้วยสัทธานุสารีและธัมมานุสารีบุคคล พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง มีอันแปรปรวนเป็นอย่างอื่นเป็นธรรมดา เสียงไม
สมาชิกหมายเลข 9056191
อมตธาตุ เป็นเช่นไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนนายขมังธนู หรือลูกมือของนายขมังธนู เพียรยิงรูปหุ่นที่ทำด้วย หญ้าหรือกองก้อนดิน ต่อมาเขาเป็นผู้ยิงได้ไกล ยิงไม่พลาด และทำลายร่างใหญ่ๆ ได้แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุก็
เป็นปลาเค็ม
จิตพระพุทธเจ้า จิตพระอรหันต์ วิมุติหลุดพ้นจากกิเลสอวิชชาแล้ว เป็นอมตธาตุ อมตธรรม นิพพานธาตุ
จิตพระพุทธเจ้า จิตพระอรหันต์ วิมุติหลุดพ้นจากกิเลสอวิชชาแล้ว เป็นอมตธาตุ อมตธรรม นิพพานธาตุ ย่อมเที่ยงฝ่ายเดียว ไม่เกิดดับ ไม่สูญสลาย ”ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ในธรรมวินัยนี้ บรรลุจตุตถฌาน ไม่มี
สมาชิกหมายเลข 2748147
รวมคำสอนและโอวาทธรรม เรื่อง จิตในพระนิพพาน
รวมคำสอนและโอวาทธรรม เรื่อง จิตในพระนิพพาน ของ พระพุทธเจ้า หลวงตามหาบัวและพระอาจารย์สุชาติ ไม่มีตรงไหนสูญ พระพุทธเจ้าให้น้อมจิตที่บริสุทธิ์เข้าพระนิพพาน แต่ตามพระไตรปิฎก นิพพานไม่ใช่ความสูญแบบทิ้งทุ
สมาชิกหมายเลข 2748147
การเจริญเทวตานุสติ
"นอบน้อมแด่ พุทธธรรมสงฆ์ อันมีคุณมากหาประมาณไม่ได้และเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" *********** มหานามสูตร (บางส่วน) ฯลฯ ดูกรมหานามะ อีกประการหนึ่ง อ
สมาชิกหมายเลข 1772882
ถามเรื่องพรหมวิหาร 4 ครับ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ มีใจประกอบด้วย เมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่สอง ที่สาม ที่สี่ก็เหมือนกัน ตามนัยนี้ ทั้งเบื้อ
PutInBlank
จะบรรลุอรหัตตผล เริ่มต้นที่ศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า
"นอบน้อม พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" ************ การตั้งอยู่ในอรหัตตผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวการตั้งอยู่ในอรหัตตผล ด้วยการไปครั้งแรก เท่านั้นหามิได้ แต่การตั้งอยู่ในอ
สมาชิกหมายเลข 1772882
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นของไม่เที่ยง
"นอบน้อมแด่ พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" ********** อนิจจวรรคที่ ๑ อัชฌัตติกอนิจจสูตร ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม
สมาชิกหมายเลข 1772882
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
ปฏิบัติธรรม
ทำบุญ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
เปิดธรรมที่ถูกปิด พุทธวจนะ พระอริยสาวกนี้ย่อมคิดเพื่อทำสงคราม กับมาร ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเสียงของเทวดาสมัย 1
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เสียง ของเทวดา๓ อย่างนี้
ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ๓ อย่างเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ในสมัยใด พระอริยสาวกย่อมคิดเพื่อจะปลงผม
และหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิต
ในสมัยนั้น เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาว่า
พระอริยสาวกนี้ย่อมคิดเพื่อทำสงครามกับมาร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดาข้อที่ ๑ ย่อมเปล่งออกไปใน
เหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ฯ
อีกประการหนึ่ง ในสมัยใด พระอริยสาวกประกอบความเพียรในการ
เจริญโพธิปักขิยธรรม ๗ ประการ
ในสมัยนั้น เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาว่า
พระอริยสาวกนั้นทำสงครามกับมาร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดา ข้อที่ ๒ ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
เพราะอาศัยสมัยแต่สมัย
อีกประการหนึ่ง ในสมัยใด พระอริยสาวกกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ
ปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง
ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่
ในสมัยนั้น เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
ว่า พระอริยสาวกนี้พิชิตสงคราม ชนะแดนแห่งสงครามนั้นแล้วครอบครองอยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเสียงของเทวดาข้อที่ ๓ ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดา
เพราะอาศัยสมัยแต่สมัย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เสียงของเทวดา ๓ ประการนี้แล
ย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาเพราะอาศัยสมัยแต่สมัย ฯ
แม้เทวดาทั้งหลาย เห็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ชนะสงครามแล้ว เป็นผู้ใหญ่ ปราศจากความครั่นคร้าม
ย่อมนอบน้อมด้วยคำว่า ข้าแต่ท่านบุรุษอาชาไนย
ขอ นอบน้อมแด่ท่านผู้ครอบงำกิเลสที่เอาชนะได้ยาก ชนะเสนา
แห่งมัจจุ ผู้กางกั้นไว้มิได้ด้วยวิโมกข์เทวดาทั้งหลาย ย่อม
นอบน้อมพระขีณาสพผู้มีอรหัตผลอันบรรลุแล้วนี้ ด้วย
ประการฉะนี้ เพราะเทวดาทั้งหลายไม่เห็นเหตุแม้มีประมาณ
น้อย ของพระขีณาสพผู้เป็นบุรุษอาชาไนยนั้นอันเป็นเหตุ
ให้ท่านเข้าถึงอำนาจของมัจจุได้ ฉะนั้น จึงพากันนอบน้อม
พระขีณาสพนั้น ฯ