ในเมื่อหน่วยงานรัฐไม่สนใจ ก็จะขอโพสเป็นอุทธาหรณ์ให้สาวๆ ระวังตัวไว้นะคะ

ตามที่เราได้โพสกระทู้นี้ไว้ http://pantip.com/topic/33862960 เราได้พยายามติดต่อหน่วยงานที่น่าจะเกี่ยวข้องทั้งหลายแล้ว แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ โยนเรื่องไปนู่นไปนี่ สุดท้ายหน่วยงานล่าสุดก็ให้ไปแจ้งสน.ท้องที่ ซึ่งเราคงไม่สามารถไปเสียเวลาขนาดนั้นได้ เลยขอเอามาโพสเป็นอุทธาหรณ์แทนแล้วกันนะคะ

เราขอเล่าตาม timeline นะ ก่อนอื่นต้องบอกว่า เราเป็นลูกครึ่งไทย-จีน อายุประมาณ 35+ หน้าตาพอใช้ได้ อาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ ครอบครัวเราค่อนข้างอบอุ่น ถูกเลี้ยงมาในกรอบ ถ้าใครเป็นแบบเรา จะเข้าใจว่า บางโมเม้นท์เราก็อยากมีชีวิตส่วนตัวบ้าง อยากมีครอบครัวของตัวเอง เคยมีแฟนนะ แต่ก็เลือกคนได้แย่ เลยต้องผิดหวังมาตลอด เราเลยเปลี่ยนเป้าหมาย อยากมีแฟนเป็นฝรั่งบ้าง ภาษาเราก็แค่พอสื่อสารได้ ไม่ได้เป๊ะเวอร์ เคยลองเข้าไปดูตามเว็บหาคู่บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไร เพราะเราก็ไม่เคยจีบผู้ชายก่อน

แต่เมื่อเดือนที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ก็มีฝรั่งคนนึงแอดเรามา ชื่อ Andrew Coleman เราก็รับแอด มีการพูดคุย แล้วก็เริ่มมีการจีบกัน

((นายแอนดรูวไม่มีตัวตนจริงนะคะ แต่เอารูปของคนอื่นมาแอบอ้าง))




บอกเลยว่า เราก็ค่อนข้างสนใจเค้า เพราะโปรไฟล์ดูโอเค ก็พยายามเซิชหาข้อมูลเกี่ยวกับเค้า แต่ก็ไม่พบอะไร เลยถามว่าแอดชั้นมาได้ยังไง


แล้วหลังจากนั้นเราก็คุยกันมาได้เกือบเดือบ นายแอนดรูวก็พยายามพูดคุยเกี่ยวกับอนาคต ว่าอยากมาอยู่เมืองไทย อยากมาซื้อบ้าน ให้เราหาแบบบ้าน รายละเอียดให้ดู หลังจากนั้น ก็บอกว่ามีเพื่อนจะมาเมืองไทย(เป็นคนผิวดำ) ชื่อ Mr.Sam Perkins แล้วก็จะส่งเงินมาให้เราจองบ้านในชื่อของเรา เพราะมันจะเป็นเรือนหอ แล้วเค้าไว้ใจเรา ถึงตอนนี้เราก็เริ่มเอะใจ แต่ก็เล่นไปตามน้ำก่อน (รายละเอียดการพูดคุยตรงนี้เรายังไม่ได้เซฟ ตอนนี้เรา report facebook ไป ข้อความเลยหายไปด้วย เหลือแต่รูปที่เคยแคปคุยกับเพื่อนๆ)

หน้าตานายแซม (ที่แคปมาจากไลน์)


จากนั้นเค้าก็ให้เราติดต่อกับอีตาแซม ซึ่งพอมาถึงเมืองไทย(ตามที่อ้าง) ฮีก็บอกว่าจะไปเอาเงิน เราก็เออ-ออไป ซักพัก อีตาแซมก็กลับมาบอกว่า จะต้องมีค่าธรรมเนียมในการเอาเงินตรงนี้ออกมา 28,000 บาท เราก็โป๊ะเช๊ะ แก๊งค์ต้มตุ๋นแน่นอน แต่ก็ยังไม่กระโตกกระตากอะไร แกล้งโง่ แกล้งอ่อยไปก่อน แล้วฮีก็ส่งใบแจ้งมาให้เราดู


หน้าตาบิลที่พิลึกกึกกือ คือมันตัดต่อชัดๆ นะ ทุกอย่างไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย (เราไม่เคยบอกมันว่าเราเล่นกล้อง แล้วก็ทำโฟโต้ช้อปเป็น)


ถึงตอนนี้ เราก็กลับไปเซิชข้อมูลอีตาแอนดรูวใหม่ เอารูปไปเซิช สุดท้ายก็เจอว่า เจ้าของรูปตัวจริงเป็นนักแสดง ชื่อ Kev Orkian




เราเลยพยายามรวบรวมหลักฐานเบื้องต้น แล้วแจ้งไปที่ DSI เพราะเราคิดว่า ถ้าอยากจะล่อจับ มันน่าจะง่ายกว่าการรอให้เกิดผู้เสียหาย แล้วค่อยไปตามดมกลิ่นทีหลัง


แต่ดีเอสไอก็แจ้งว่า


ซึ่งเราก็ติดต่อไปที่กองปราบตามรายละเอียดที่ให้ แต่เค้าแจ้งว่า เค้ารับเฉพาะคดีลิขสิทธิ์หรือคดีเศรษฐกิจ เราก็กลับไปติดต่อคอลเซ็นเตอร์ดีเอสไอใหม่ 1202 เค้าก็ให้กลับไปโทรติดต่อแผนกคดีเทคโนโลยี เราก็โทรไป น้ำเสียงพนักงานก็ออกแนวเบื่อหน่าย คุยกันไปมาสรุปได้ว่า ให้เราเอาหลักฐานไปแจ้ง สน.ท้องที่ เราเลยถอดใจ เพราะรู้ดีว่าการติดต่อ สน.ท้องที่ มันเป็นยังไง

ตอนนี้ เวลาที่โพส เป็นเวลาที่อีตาแซมมันให้เราเอาเงินไปให้มันที่บิ๊กซีรัชดา ซึ่งเราก็คงได้แค่หลอกให้มันไปรอเก้อเท่านั้น แล้วเดี๋ยวก็คงบล้อคทุกสิ่งทุกอย่างไป และเราแจ้งไปที่ Mr.Kev เจ้าของรูปตัวจริง รีพอร์ตแล้วแจ้งไปที่เฟซบุ้คแล้ว หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังคุยอยู่กับมันไม่มากก็น้อย



สุดท้าย เราอยากฝากข้อคิดถึงให้ทุกคน

1. หากมีคนออนไลน์มาทักคุณ อย่าเพิ่งเผลอใจ อย่าเพิ่งบอกข้อมูลส่วนตัวอะไรมากนัก อย่าปล่อยให้ความเหงาบดบังความจริงเล็กๆ น้อยๆ ให้คิดถึงเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่าง ว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ เหรอ

2. อย่าอยากได้อยากมีในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา อย่าให้ใครเอาเงินหรือของก้อนใหญ่มาล่อคุณได้ และถ้ามีการเอ่ยเรื่องเงินเมื่อไหร่ ขอให้รู้ทันทีว่า คุณโดนหลอกแล้ว

3. ถ้าอยากมีแฟนเป็นฝรั่งจริงๆ เราขอแนะนำให้ไปที่เว็บหาคู่ ที่เค้ามีสำนักงานเป็นหลักแหล่ง ฝรั่งเค้ามองเรื่องการใช้บริการหาคู่เป็นเรื่องปกติค่ะ โอกาสที่จะถูกหลอกลวงจะน้อยกว่าการที่มีใคร add ดุ่มๆ มา โดยไม่มีที่มาที่ไป (ส่วนเรา ยังไม่ได้ว้อนท์ขนาดนั้น เลยไม่ได้ไปใช้บริการดังกล่าวอย่างจริงจัง แค่เข้าไปส่องๆ ดูเฉยๆ) การหลอกลวงส่วนมากจะสร้างโปรไฟล์หลอกว่าเป็นชาวต่างชาติที่ดูดี ซึ่งเราคิดว่ามันก็คือคนเดียวกับไอ้มืดเนี่ยแหล่ะ

4. เวลามีเพื่อนโดนแก๊งค์ต้มตุ๋น แล้วมาเล่าว่าด่ากลับไป เมื่อก่อนเราจะบอกเสมอว่า ทำไมไม่แกล้งโง่ เล่นไปตามน้ำ แล้วแจ้งตำรวจให้จับพวกมันล่ะ วันนั้นก็ได้แต่ฮึดฮัดแทน ว่าเป็นเราหน่อยไม่ได้ เราจะเอาตำรวจไปล่อจับ แต่วันนี้เรารู้แล้วค่ะว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากเสียเวลากับเรื่องพวกนี้

5. บ้านไหนมีลูกสาวหลานสาว หมั่นเปิดใจคุยกับพวกเค้านะคะ บางครั้งอาจจะคิดว่าครอบครัวอบอุ่นแล้วคงไม่เกิดปัญหา แต่บอกเลยว่า ถึงอบอุ่นอย่างไร มันก็จะมีแรงผลักดันเล็กๆ อยู่เสมอ เหมือนเราที่บางครั้งก็อึดอัดกับคำพูดของคนในครอบครัว ซึ่งเรารู้ว่าคนพูดก็แค่พูดบ่น ไม่ได้หมายความว่าอยากผลักไสเราจริงๆ แต่บางครั้งมันก็บั่นทอนจิตใจเอาการค่ะ เพราะฉะนั้น ใจเขาใจเรานะคะ อย่าคิดว่าเพราะเค้าเป็นเด็กกว่า แล้วจะพูดอะไรไม่ถนอมน้ำใจก็ได้

ได้แต่หวังว่ากระทู้นี้คงจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่