เราเป็นคนใต้ค่ะ มาเรียนต่อที่กทม. เหตุการณ์ที่จะเล่าเกิดขึ้นเมื่อ2ปีที่แล้ว ประมาณเดือนกันยา ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ บ้านเราจะมีการรวมญาติกัน และพอถึงวันสารทก็จะพากันไปที่วัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว
เราก็กลับบ้านด้วยรถทัวร์เหมือนทุกๆครั้ง วันนั้นเลือกเดินทางตอนกลางวันเพราะคนน้อยดี ไม่อึดอัด นั่งรถใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมงค่ะ เราก็ไปซื้อตั๋วของบริษัททัวร์ประจำของเรา แล้ววันนั้นไม่รู้คิดยังไง เราเลือกที่นั่งชั้นบนแถวหน้าสุดเลยค่ะ ตอนที่ซื้อคือที่นั่งแถวนั้นไม่มีคนเลยค่ะ ก็ดีนะเป็นส่วนตัวดี อิอิ พอเลือกที่นั่งเสร็จจ่ายค่าตั๋วไรเสร็จ ก็ไปขึ้นรถค่ะ พอเดินขึ้นไป อือหืออ คนน้อยมาก โล่งมาก คือดูละทั้งคัน มีผู้โดยสารไม่ถึง20คนมั้ง สามแถวหน้าว่าง เราก็เดินไปที่นั่งแถวหน้าสุดของเราค่ะ
เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างซ้ายมือ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรนะ คิดแค่ว่าเออคนน้อยดี หลับเพลินแน่5555
พอรถออก เราก็นั่งฟังเพลงดูหนังกินหนมไปเรื่อยๆจนพ้นเขตกทม.ก็เริ่มง่วงล่ะค่ะ เอ้ารอไรล่ะ หลับดิ หลับๆตื่นๆจนตอนนั้นถึงประจวบได้มั้ง เรารู้สึกตัวว่าเราหลับอ้าปากค่ะ5555(ประจำอ่ะ) ก็ตามสันชาตญานค่ะ เหมือนเวลานอนหลับแล้วรู้ตัวว่าน้ำลายจะไหลเราก็จะเอามือไปปาดน้ำลายอ่ะ(เชื่อว่าหลายคนเคย555)
ตัดมาที่ฉากเราหลับอ้าปากนะคะ พอเรารู้ตัว เราก็จะหุบปากค่ะ แต่คื๊อออ มันหุบปากไม่ได้อ่ะ เห้ยไรวะ พยายามจะหุบปากอยู่(ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพยายามป้ะ!?) แล้วพีคกว่าตอนที่หลับอ้าปากแล้วมันหุบปากไม่ได้คือ..ได้ยินเสียงหัวเราะค่าาาา เหอๆๆๆๆเสียงแบบนี้เลย แว๊บแรกที่ได้ยิน คิดในใจ เห้ยใครวะ มาเห็นเราสภาพนี้ ตรูอายยยนะ
ในขณะที่อ้าปากอยู่นั่นแหละ ตาก็เลยเหลือบไปมองตามเสียง ซึ่งมาจากตรงกลางทางเดินระหว่างที่นั่งค่ะ สิ่งที่เราเห็นคื๊อ.... ผู้ชาย เราจำลักษณะได้ว่าร่างใหญ่เกือบอ้วนแต่ไม่อ้วน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นคอปกลายขวางสีส้มๆเหลือง กางเกงยีน ผิวดำ ผมหยิก หน้าดำปี๋ และที่พีคสุดคือ..ปากเค้ากว้างมากกกกก เค้ามองมาที่เรา จริงๆ ยังจำติดตาจนถึงทุกวันนี้ เราเห็นภาพนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหอๆๆๆๆๆ แม...่งเอ๊ยยย ไรเนี่ย ไม่ใช่คนแน่ๆๆๆ สวดมนต์ค่ะ แผ่เมตตาอยู่ในใจ คิดถึงพ่อแม่ โอ๊ยใครก็ได้ช่วยด้วย จน..
สักพักภาพทุกอย่างหายไป เสียงนั้นหายไป เรารู้สึกตัวได้ปกติ ไม่กล้าหลับต่ออีกเลยจ๊าาา
พอไปถึงบ้านก็เล่าให้แม่ฟัง แม่บอกเค้าคงรู้ว่าเราจะไปทำบุญมั้ง เลยมาให้เห็น ไอเราคิดในใจ(หรือเค้ามาล้อหนูที่หนูหลับป้าปากวะ555) แม่บอกเดี๋ยวไปวัดก็ทำบุญให้เค้าซะด้วย พอถึงวันไปวัดเราก็นึกถึงเขานะ ขอให้เค้าให้รับส่วนบุญส่วนกุศลนี้ แล้วขากลับอย่ามาหากันอีกนะ เพราะขากลับจะกลับตอนเย็น สรุปว่าไม่เจอเค้าอีกเลยค่ะ เคยคิดจะถามเด็กรถหรือพนักงานบนรถอยู่นะว่าพอจะมีประวัติอะไรหรือป่าว แต่ใครเค้าจะบอก55 เลยไม่ถามดีกว่า
จบล๊าาาา พิมพ์เผียดหรือเล่าวกๆวนๆหน่อยอย่าว่ากันนะคะ แค่อยากแชร์ประสบการณ์ ... คืนนี้ฝันดีค่ะ บ๊ายยยย
แท็กห้องผิดถูกไม่รู้อ่ะ แท็กมั่วๆอย่าว่ากันนะคะ
ประสบการณ์โดนผีอำบนรถทัวร์
เราก็กลับบ้านด้วยรถทัวร์เหมือนทุกๆครั้ง วันนั้นเลือกเดินทางตอนกลางวันเพราะคนน้อยดี ไม่อึดอัด นั่งรถใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมงค่ะ เราก็ไปซื้อตั๋วของบริษัททัวร์ประจำของเรา แล้ววันนั้นไม่รู้คิดยังไง เราเลือกที่นั่งชั้นบนแถวหน้าสุดเลยค่ะ ตอนที่ซื้อคือที่นั่งแถวนั้นไม่มีคนเลยค่ะ ก็ดีนะเป็นส่วนตัวดี อิอิ พอเลือกที่นั่งเสร็จจ่ายค่าตั๋วไรเสร็จ ก็ไปขึ้นรถค่ะ พอเดินขึ้นไป อือหืออ คนน้อยมาก โล่งมาก คือดูละทั้งคัน มีผู้โดยสารไม่ถึง20คนมั้ง สามแถวหน้าว่าง เราก็เดินไปที่นั่งแถวหน้าสุดของเราค่ะ
เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างซ้ายมือ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรนะ คิดแค่ว่าเออคนน้อยดี หลับเพลินแน่5555
พอรถออก เราก็นั่งฟังเพลงดูหนังกินหนมไปเรื่อยๆจนพ้นเขตกทม.ก็เริ่มง่วงล่ะค่ะ เอ้ารอไรล่ะ หลับดิ หลับๆตื่นๆจนตอนนั้นถึงประจวบได้มั้ง เรารู้สึกตัวว่าเราหลับอ้าปากค่ะ5555(ประจำอ่ะ) ก็ตามสันชาตญานค่ะ เหมือนเวลานอนหลับแล้วรู้ตัวว่าน้ำลายจะไหลเราก็จะเอามือไปปาดน้ำลายอ่ะ(เชื่อว่าหลายคนเคย555)
ตัดมาที่ฉากเราหลับอ้าปากนะคะ พอเรารู้ตัว เราก็จะหุบปากค่ะ แต่คื๊อออ มันหุบปากไม่ได้อ่ะ เห้ยไรวะ พยายามจะหุบปากอยู่(ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพยายามป้ะ!?) แล้วพีคกว่าตอนที่หลับอ้าปากแล้วมันหุบปากไม่ได้คือ..ได้ยินเสียงหัวเราะค่าาาา เหอๆๆๆๆเสียงแบบนี้เลย แว๊บแรกที่ได้ยิน คิดในใจ เห้ยใครวะ มาเห็นเราสภาพนี้ ตรูอายยยนะ
ในขณะที่อ้าปากอยู่นั่นแหละ ตาก็เลยเหลือบไปมองตามเสียง ซึ่งมาจากตรงกลางทางเดินระหว่างที่นั่งค่ะ สิ่งที่เราเห็นคื๊อ.... ผู้ชาย เราจำลักษณะได้ว่าร่างใหญ่เกือบอ้วนแต่ไม่อ้วน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นคอปกลายขวางสีส้มๆเหลือง กางเกงยีน ผิวดำ ผมหยิก หน้าดำปี๋ และที่พีคสุดคือ..ปากเค้ากว้างมากกกกก เค้ามองมาที่เรา จริงๆ ยังจำติดตาจนถึงทุกวันนี้ เราเห็นภาพนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหอๆๆๆๆๆ แม...่งเอ๊ยยย ไรเนี่ย ไม่ใช่คนแน่ๆๆๆ สวดมนต์ค่ะ แผ่เมตตาอยู่ในใจ คิดถึงพ่อแม่ โอ๊ยใครก็ได้ช่วยด้วย จน..
สักพักภาพทุกอย่างหายไป เสียงนั้นหายไป เรารู้สึกตัวได้ปกติ ไม่กล้าหลับต่ออีกเลยจ๊าาา
พอไปถึงบ้านก็เล่าให้แม่ฟัง แม่บอกเค้าคงรู้ว่าเราจะไปทำบุญมั้ง เลยมาให้เห็น ไอเราคิดในใจ(หรือเค้ามาล้อหนูที่หนูหลับป้าปากวะ555) แม่บอกเดี๋ยวไปวัดก็ทำบุญให้เค้าซะด้วย พอถึงวันไปวัดเราก็นึกถึงเขานะ ขอให้เค้าให้รับส่วนบุญส่วนกุศลนี้ แล้วขากลับอย่ามาหากันอีกนะ เพราะขากลับจะกลับตอนเย็น สรุปว่าไม่เจอเค้าอีกเลยค่ะ เคยคิดจะถามเด็กรถหรือพนักงานบนรถอยู่นะว่าพอจะมีประวัติอะไรหรือป่าว แต่ใครเค้าจะบอก55 เลยไม่ถามดีกว่า
จบล๊าาาา พิมพ์เผียดหรือเล่าวกๆวนๆหน่อยอย่าว่ากันนะคะ แค่อยากแชร์ประสบการณ์ ... คืนนี้ฝันดีค่ะ บ๊ายยยย
แท็กห้องผิดถูกไม่รู้อ่ะ แท็กมั่วๆอย่าว่ากันนะคะ