ตุ๊ดไทยในต่างแดน : ชีวิตเลิศๆ เชิดๆ ใน'เมกา (Complete Season1)

ตามจากกระทู้นี้มาเลยค่ะ
ตุ๊ดไทยในต่างแดน : ชีวิตเลิศๆ เชิดๆ ใน'เมกา  

http://pantip.com/topic/33818223

อิฉันขออนุญาตเปิดกระทู้ใหม่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาสู่โลกตุ๊ดๆ ของอิฉันอย่างแช่มชื่น ซึ่งอิฉันก็ยังคงจะขอคงคอนเซปจากทั้ง 3 ป.ล.
ของอิฉันเช่นเดิม
ปล. 1 ลำดับเรื่องจะงงหน่อยนะคะ บางเรื่องเรียงตามชื่อตอน แต่จะพยายามเรียงตามลำดับเวลาก่อนหลัง
ปล. 2 จะมีคำแสลง และคำก้าวร้าวๆ นิดๆ หน่อยๆ เพื่ออรรถรสในการอ่าน อันไหนงง อันไหนแรงไปบอกได้นะเจ้าคะ
ปล.3 เรื่องไหนที่อิฉันทำไม่ถูก แต่อิฉันมั่นหน้าว่าอิฉันถูกก็โปรดตักเตือนด้วยค่ะ อิฉันยังเด็กนัก

นี่เป็นเรื่องที่อัพเดทชีวิตล่าสุดของอิฉันในอเมริกาจนถึงตอนที่อิฉันอัพ 26 มิ.ย. 2558 13.12 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่อิฉันมีข้อสงสัยว่าทำไม ยอดแชร์หลักหมื่นของอิฉันถึงไปนับหนึ่งใหม่ได้ แถมชื่อ Login อิฉันขอไปจะครบอาทิตย์แล้วยังไม่ผ่านเลย มันคือไม่ผ่านใช่ไหมคะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

อิฉันจะไม่ลำไยใส่ทุกคนแล้วค่ะ
เริ่มกันเลยดีกว่า

เริ่มค่ะ !!!

ตุ๊ดไทยในต่างแดน : ตอนที่ 7 ฟุดฟิดฟอไฟ จริตเวเนฯ ต้องมา

ด้วยพื้นฐานทางภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างดีบวกกับความวัลลาบีที่จะมีผัวฝรั่งของอิฉัน อิฉันเลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก แค่กล้าคิด กล้าพูด ฝรั่งก็เข้าใจแล้วค่ะ โดยปกติอิฉันเป็นคนแกรมม่าค่อนข้างดีเฉพาะเวลาอยู่กับตัวหนังสือ แต่พอได้มาพูด แกรมม่าทุกสิ่งที่อิฉันเรียนมาตั้งแต่ ป. 1 - ม.6 คือรวนหมดค่ะ ใช้ถูกมั่งผิดมั่ง ปนกันมั่ว สรวลกันไปหมด ฝรั่งคงงงว่าอิฉันเสียงฝรั่งมาก แต่พูดเห้อะไรออกมา 555

คือ ถ้ากลัวฝรั่งจะไม่เข้าใจ แค่หยิบคำมาต่อๆๆๆๆ กัน พวกนางก็รู้เรื่องกันค่ะ ไม่ต้องกลัว อยากเก่งต้องกล้าพูด ยืนน้ำลายบูดนางก็ไม่เข้าใจค่ะ อิฉันมาอยู่ได้แค่ประมาณสองอาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าสกิลภาษาของอิฉันอัพเลเวลขึ้นมาประมาณหนึ่ง ที่พูดถึงไม่ใช่ภาษาปะกิดนะคะ แต่อิฉันหมายถึงความกล้าแกร่งของภาษาไทย

คือที่ทำงานในกะเดียวกันคนไทยค่อนข้างเยอะ รวมอิฉันก็มีประมาณ 4 คนต่อกะ เวลาทำงานที่ไทยปกติดิฉันจะชอบกระแดะอุทาน "Shit" แต่อยู่นี่อิฉันต้องเปลี่ยนคำอุทานใหม่เป็น แหก "Hee" หรือ "E-Dok" แทน เพราะอิฉันเกรงว่าพวกฝรั่งจะตกใจ หาว่าอิฉันเป็นคนหยาบคายเอาได้

อยู่ที่นี่เวลาอิฉันไม่พอใจอะไร อิฉันมักจะโพล่งออกมาเป็นภาษาไทยเลย จะไม่มีกั๊ก Tad อะไรทั้งสิ้น ประมาณว่า

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

คือคนไทยด้วยกันก็จะยิ้มๆ เพราะอิฉันเองก็ดูจะเป็นผู้นำให้กลุ่มพวกเด็กๆ ที่มานี่อยู่แล้ว ยิ่งเวลาจะนินทาใครอิฉันสปีคไทยรัวๆ ค่ะ แต่เพื่อความสงบสุขในที่ทำงาน อิฉันจะสปีคไทย นินทา ด้วยการแสดงระดับที่พลอยเฌอฯ ต้องถอนสายบัวให้ คือจะใช้เสียงปกติ ไม่ชักสีหน้า พูดไปยิ้มไปเสมือนว่าเราคุยเรื่องปกติ เพราะก่อนหน้านี้ ป้ามะขามมาบอกเด็กๆ ว่าให้พยายามพูดภาษาอังกฤษตลอดเวลา จะได้ฝึกภาษา (ประเด็นคือนางน่ะรู้ตัว่าอิฉันเม้าท์นางอยู่อย่างถึงเครื่องแน่ๆ) แต่อิฉันก็มีเหตุผลส่วนตัวที่จะไม่สปีคอิงลิชกับคนไทยด้วยกันเอง เพราะอิฉันจะไม่สามารถเหล่หนุ่มในห้องอาหารแล้วมอยกับเพื่อนข้างๆ ได้ แฮร่----------

คนที่นี่เขาจะไม่ค่อยมีชื่อเล่นประหลาดยาวๆ เหมือนคนไทยกันค่ะ ไม่มี น้องน้ำแข็ง น้องส้มโอ น้องบัวลอย น้องลิงลม น้องแพลงตอน น้องฮาร์ดดิสค์ ฯลฯ

ไม่มีค่ะ !!! เขาจะเรียกชื่อกันโต้งๆ เลย

อิฉันเลยตัดสินใจให้เขาเรียกชื่อจริงสองพยางค์ง่ายๆ แทนชื่อเล่นกิ๊บเก๋แสนประหลาดของอิฉัน (คนไทยคนอื่นที่ไป ให้เขาเรียกชื่อเล่นกันหมดรวมถึง E บี) อิฉันคิดว่าตัวเองเป็นน้อง "อนุธิดา" ที่ไปแข่ง German's Next Top Model แล้วนางใช้ชื่อจริงไปแข่งซึ่งมันฟังดูเก๋มาก แถมยังแสดงออกถึงชนชาติ และวัฒนธรรมอย่างถ่องแท้ ว่า E เด็กนี่มาจากไทยแน่ๆ อิฉันเลยเอาบ้าง (จริงๆ อิฉันกะว่าจะให้เขาเรียกว่า "พัชราภา" ก็ดูจะเรียกยากไปหน่อย)  

จริตเวเนของอิฉันยังไม่จบแค่เรื่องการพูดจา แต่ยังรวมถึงการทำงาน ทุกครั้งที่อิฉันต้องไปยืนที่เคาเตอร์รับแขกสำหรับ Host อิฉันจะมโนตัวเองเสมอว่าอิฉันเป็นแอลลี่ที่อยู่ในชุดราตรีทรงเครื่อง ผมพร้อม หน้าเต็ม ทำงานเป็นทูตสานสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ พูดทักทายฝรั่งต่างชาติทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ด้วยจิตใจโอบอ้อมอารีย์ประหนึ่งปุ๋ย พรทิพย์



อิฉันชอบแจกยิ้ม และผูกมิตรกับทุกคนที่อิฉันเจอทั้งใน และนอกที่ทำงาน เพื่อการสร้างภาพลักษณ์สยามเมืองยิ้มให้กับประเทศไทย ซึ่งอิฉันไม่ใช่คนเลือกปฏิบัติค่ะ จะแม่บ้าน เด็กเสิร์ฟ พนักงานไปรษณีย์ คนเก็บขยะ อิฉันถือว่าทุกอาชีพมีเกียรติเสมอกัน ตอนอยู่ไทยอิฉันอาจจะเคยมองลบกับบางอาชีพ แต่อยู่ที่นี่ทำให้อิฉันเข้าใจอะไรมากขึ้น ความคิดอิฉันสวยใช่ไหมคะ 555

นี่ยังรวมไปถึงท่าทางในการถือถาดเก็บจานของอิฉัน ซึ่งอิฉันค่อนข้างอิฉันมั่นใจมากว่าอิฉันค่อนข้างทำได้ดีกว่ามาตรฐาน การถือถาดก็ไม่ได้ถือสองมือง่ายๆ นะคะ เขาให้ถือมือเดียวแล้วเอาไหล่ของมือข้างที่ถือมาเป็น Support อีกแรง ดูสวยค่ะ เอเลอเก้นท์สุด สามารถทรงตัวโดยใช้มือข้างเดียวถือถาด บางทีต้องออกไปเก็บจานริมสระน้ำอิฉันก็ใส่แว่นกันแดดไปเก็บจานรับไอแดดสวยๆ ค่ะ (หากอิฉันเป็นผู้หญิงอิฉันคงใส่ส้นเข็มทาปากแดงวิ่งเก็บจานแล้วค่ะ)

แต่เอาจริงๆ นะ...
หนักมากกกกกกกกกกกกกกก !!!

แค่ตัวถาดวงรีขนาด 2 ฟุต ว่าหนักแล้ว เจอตอนเก็บจานที่มีมาซ้อนๆ กันอีกเกือบสิบใบ ใบนึงก็ไม่ใช่เบาๆ จานกระเบื้องเคลือบใหญ่ๆ แบบตามโรงแรมน่ะค่ะ ใบนึงเส้นผ่านศุนย์กลางเกือบฟุต ไหนจะมีแก้วไวน์ทรงสูง ชุดช้อนส้อมใหญ่เล็กแบ่งตามการใช้ และขวดสารพัดซอส จะแบ่งขนหลายครั้งก็ได้ค่ะ แต่อิฉันไม่ชอบเสียเวลาเลยขนรอบเดียวซะให้จบๆ

อิฉันนี่แขนแทบหัก !

แต่ด้วยความเป็นแอลลี่จากจิตวิญญาณค่ะ อิฉันจับถาดวางบนไหล่ ยืนชูคอ หลังตรง ทำหน้าเหนือ ปากเจ่อนิดๆ จิกตามองต่ำหน่อยๆ อิฉันคิดเสมอว่าตัวเองเป็นหนึ่งใน mentor รายการ The face ทุกการเดินถือถาดของอิฉันในห้องอาหารคือการเดินชุดฟินาเล่ที่มีถาดเป็นพรอพเสริม



"เอเลอเก้นท์ และเลอค่ะมากค่ะ พูดเลอ"

หลายคนอาจคิดว่าอิฉันเสพติดความมโนที่ไปไกลเกินขอบเขตที่ตุ๊ดคนนึงพึงจะมีแล้ว แต่อิฉันยังขอยึดมั่นในคำสอนของไอสไตน์ที่กล่าวไว้ค่ะ

"Imagination is more important than Knowledge"
แปลในความหมายของอิฉันว่า...
.
.
.
"มโนชนะทุกสิ่ง"
.
.
.
ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่