กระทู้นี้เป็นเรื่องแรกของผม ที่ผมอยากเล่าสู่กันฟัง ขออภัยท่านผู้อ่านด้วย ถ้าผมใช้ภาษาที่สับสน หรือพิมพ์ผิดไปบ้าง ผมขอยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีการเติมแต่ง และผมเล่าแบบรวบรัด เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก ผมคงพิมไม่ไหวและจำไม่ค่อยได้
เรื่องเกิดขึ้นครั้งเมื่อปี 2552 ตอนนั้นผมเรียนอยู่คณะวิศวะ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านบางเขน ซึ่งเป็นช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงเรียนซัมเมอร์ก่อนที่จะขึ้นปี 3 ช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ห้องของผมเป็นแหล่งรวมก๊วนเพื่อนทั้งหมด 8 คนตลอดระยะเวลาวันหยุดยาว คือทุกคนจะนอนพักที่นี่ เที่ยวด้วยกัน เล่นน้ำด้วยกัน กินด้วยกัน จนกระทั่งคืนนึง เพื่อนของผมคนหนึ่ง สมมติว่าชื่อ ป. ทางบ้านของป. นับถือสายเขมร ซึ่งปู่ของป. เป็นคนที่รับของสายเขมรคนสุดท้ายของตระกูล เมื่อ ปู่ของป. ได้เสียชีวิตลง ห้องนอนปู่ ของป.จึงถูกปิดตายมาจนถึงทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วป. ต้องเป็นคนรับของนี้ต่อเพื่อสืบทอด แต่ป.ไม่พร้อมที่จะรับ เพราะป.กลัว เนื่องจากป.เป็นคนมีเซนต์และเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ปู่ของป.ต้องตายโหง ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เนื่องจากไม่มีคนรับสืบทอดต่อ
วันนึงป. ได้พูดขึ้นมาว่า ตอนนอนกลางดึกได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาปลายเตียงซึ่งได้ยินมาตลอด นึกภาพว่าประตูห้องนอนตรงกับประตูระเบียง จึงเปรียบเสมือนทางผีผ่าน ซึ่งป. นอนปลายเตียง ผมนอนถัดมา เนื่องจากพักกันหลายคนจึงต้องนอนในแนวขวาง คืนวันนั้นป. ได้ยินเสียงอีกครั้ง จึงตื่นมาปลุกเขย่าผม ตอนนั้นผมก็กลัว แต่ไม่คิดอะไรคิดว่าหูฝาด แต่ก็กลัวมาตลอดเวลาอยู่คนเดียว
ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปคนอื่นแยกย้ายกลับบ้าน ป.ยังอยู่กับผม เริ่มมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั้งของตก พระที่วางหลังตู้ตกกรอบแตกกระจาย มีเสียงกระทืบพื้นในห้องอยู่บ่อยๆ ซึ่งรับแรงสั่นสะเทือนได้ รวมถึงไปทานข้าวข้างนอกจะมีคนเสิร์ฟจาน หรือแก้วเกินมา 1 คนเสมอ และก็กลิ่นน้ำอบในห้องน้ำ รวมถึงเสียงเปิดน้ำ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะหอที่พักเป็นหอใหม่ ไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 6 โมง ป.ตื่นขึ้น ได้หยิกผม บีบแขนผมอย่างแรง เราสองคนลืมตาขึ้นมองไปที่ประตูระเบียงซึ่งเป็นกระจกใส ไม่มีผ้าม่านปิด เจอผู้หญิงชุดขาว ตาดำโพลง ผมยาว ยืนถือมีด ผมกับป.นอนคลุมผ้าไม่กล้าขยับตัวจนกระทั่งสว่างมาก ป.เล่าให้ฟังว่า มีเสียงผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าที่กระซิบบอกป.ว่า เค้าจะมาเอาชีวิตผม
ผมเลยไปถามใต้หอว่าเคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ป้าบอกว่าไม่มีนะ ก่อนเปิดก็ทำบุญหอเรียบร้อยแล้ว แต่มีซ้ออีกคนซึ่งเป็นผู้ดูแลหอเหมือนกัน ได้แอบให้ผ้ายันต์เจ้าพ่อเสือมา ผมเลยเอาไปติดหน้าห้อง จนกระทั่งป้าอีกคนทราบเรื่อง มาคาดคั้นว่าใครเป็นคนให้ผ้ายันต์มาติด ผมเลยบอกเลี่ยง ๆ ไปว่า เพื่อนเป็นคนให้มา เพราะไม่อยากให้ป้ากับซ้อทะเลาะกัน ป้าใต้หอสั่งให้ผมเอาผ้ายันต์ออกแล้วเข้าไปติดในห้องแทน
หลังจากผมติดผ้ายันต์ ยันต์เจ้ากรรมก็หลุดหล่นมาบนพื้นตลอด ต้องเอาไปติดใหม่เรื่อย ๆ ระหว่างนี้ก็เริ่มมีเสียงหนักขึ้น เสียงทุบข้างเตียงบ้าง เสียงทุบข้างฝาผนังบ้าง เสียงทุบโต๊ะบ้าง และได้ยินมาเรื่อย ๆ แต่ผมไม่กลัว เพราะช่วงนั้นผมเที่ยวกลางคืนแทบทุกคืน ผมเมากลับมานอนก็ไม่สนใจอะไรแล้ว พักหลัง ๆ ผมเริ่มท้าทาย เพื่อนๆ หลายๆ คนได้รับรู้เรื่องนี้ และตั้งชื่อให้วิญญาณตนนั้นว่าซินเดอเรล่า หรือเรียกสั้น ๆว่าซินดี้ เพราะซินดี้มาประจำเป็นเวลา ปกติในช่วงเวลาตีสามถึงเช้า
เหตุการณ์ช่วงนั้นเกิดขึ้นเป็นปกติ จนพักหลัง ๆ ผมเริ่มรำคาญมาก ก่อนออกไปเที่ยวเพื่อน ๆ ของผมจะมารวมตัวกันที่ห้องผม เพื่อแต่งตัว ก่อนออกผมได้พูดท้าทาย ยังไม่ทันขาดคำกระเป๋าเดินทางผมวางไว้หลังตู้เสื้อผ้าได้หล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ผมเลยด่าไปอีกรอบแล้วปิดประตูออกจากห้องไป ผมกลับมาด้วยความเมาแล้วนอนหลับไปทุกคืน ก่อนเข้าห้องผมก็ได้ทักทายวิญญาณตนนั้น เป็นประจำ
วันนึง ป.มาหาผม ป.ชวนผมไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรตนนั้น ตกค่ำคืนนั้นเราไม่ไปเที่ยวกันจึงชวนกันเดินเล่นในซอยเดินผ่านบ้านเรือนไทย จนเดินไปสุดซอย ป. บอกว่าเมื่อกี้มีผู้หญิงชุดขาวยืนตรงหน้าต่าง จนเดินกลับ ผมไม่มองหันไปหาบ้านหลังนั้น แต่ป.เหลือบตามอง แล้วรีบเดินอย่างเร็ว ผมรู้สึกได้จึงรีบเดินตามป. ไป ถึงหน้าหอ ป.รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง ป. กลัวมาก ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ป.บอกว่า ตอนเดินกลับ ผู้หญิงคนนั้นนั่งห้อยขาบนหลังคาบ้าน หันไปอีกที เดินตามหลังมาจนถึงประตูรั้วหอ แต่เข้าหอไม่ได้ ผมกลัวมาก
สักพักผมเอาผ้าลงไปซัก ชวน ป. ลงไปเป็นเพื่อน ป.ไม่กล้าลง ผมเลยลงไปคนเดียว เลยแวะถามป้าใต้หอ ว่าบ้านเรือนไทยมีคนอยู่หรือเปล่า แล้วเล่าให้เหตุการณ์ให้ป้าใต้หอฟัง ป้าตกใจ ป้าบอกว่าบ้านนั้นมีคนอยู่นะ แต่เมื่อเดือนที่แล้วมีคนเมาปีนไปนั่งบนหลังคา จนตำรวจมา ซึ่งป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนไปนั่งทำไมบนหลังคา ป้าเริ่มแนะนำให้ผมจุดธูปกลางแจ้ง ให้เจ้าที่ปกป้องผม
เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคืนนึง ผมอยู่ห้องคนเดียว ซึ่งจริง ๆ ผมมีรูมเมทคนนึง สมมุติ ชื่อ บ. เสาร์อาทิตย์ บ.จะกลับบ้านที่มหาชัย ผมต้องอยู่คนเดียว ในระหว่างเหตุการณ์เกิดขึ้น บ. ได้เล่าให้ที่บ้านฟังตลอด จนที่บ้านของบ. ให้พระ รวมถึงผ้ายันต์ต่าง ๆ มาคุ้มครองคนในห้อง คืนนั้นผมนั่งเล่นคอมตามปกติ และไม่ได้ออกไปเที่ยว ผมได้ยินเสียงทุบกำแพงห้องค่อย ๆ ไล่มาวนรอบห้อง และทุบดัง ผนังสั่นมาก ผมเลยรีบวิ่งออกจากห้องทั้งชุดนอน คว้ามือถือ ปิดประตู และวิ่งไปเรียกแท็กซี่ ผมโทรหาเพื่อนคนนึง ซึ่งมีคอนโดอยู่ใกล้ ๆ ชื่อสมมุติว่า ด. ให้ลงมารับ ด้วยสีหน้าตกใจมาก ผมเล่าเรื่องนี้ให้ด.ฟัง ซึ่งด. เป็นอีกคนที่ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น วันถัดมา ด.ไปอยู่เป็นเพื่อนผม จน บ.กลับมาจากบ้าน
บ. บอกว่า บ.ต้องกลับไปอยู่บ้านแล้วนะ สืบเนื่องจากบ.เล่าเรื่องวิญญาณตนนั้นให้ที่บ้านฟังบ่อย ๆ จนที่บ้านโทรไปหาป้าที่ดูแลหอ สอบถามเรื่องราว ป้าที่ดูแลหอพูดส่งเดชไปว่า พวกผมหลอนกันเอง เล่นยาบ้าง มั่วสุมบ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพวกสารเสพติดเลย มีอย่างมากแค่เมาเหล้ากลับมานอนเท่านั้น จนกระทั่งบ. ได้ย้ายกลับไปอยู่บ้าน
ผมกลัวมาก เริ่มโทรหาที่บ้าน เล่าเหตุการณ์ให้พ่อกับแม่ฟังทุกอย่าง จนกระทั่งมีโอกาสได้กลับบ้านต่างจังหวัด ซึ่งพ่อกับแม่ได้พาไปหาคนคนนึงแถวบ้าน เป็นคนแก่ ซึ่งเค้ารับของทางสายอิสลามมา ตอนผมไปหาเค้า เค้าเริ่มนั่งสมาธิท่องบทสวดเป็นภาษาอิสลาม เริ่มเอามือตบตามพื้น สักพักเค้าบอกว่า เป็นผู้หญิงผมยาว จะมาเอาชีวิตผม ซึ่งตรงนั้นที่ผมอยู่ เป็นที่ของเค้ามาก่อน เหมือนมีกรรมให้มาประสบพบเจอ เค้าเลยบอกให้ผมไปหยิบดินหน้าบ้านเค้า แล้วเค้าก็ร่ายบทสวดเป็นภาษาอิสลาม เป่าลงไปในดิน เค้ากำชับว่าให้นำดินไปทิ้งกลางทางอย่าเก็บไว้ ส่วนทางกรุงเทพเค้าได้ให้ลูกชายเค้าเข้าไปดูให้
ผมย้ายได้หอใหม่ไปกับเพื่อนอีกคน ชื่อว่า ช. หอใหม่ข้างมหาลัยไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรมาก จนฝันว่าเด็กมาขออยู่ด้วย ผมเลยโทรหาแฟนเก่า ซึ่งเป็นร่างทรงสายพราหม์ เค้าบอกว่าอย่ารับเลย ถ้าเราดูแลเค้าไม่ดีเราบาป เปล่า ๆ เค้าเลยทักขึ้นมาว่าให้ทำบุญเยอะ ๆ นะ เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี
ต่อมา ตาของผมเส้นเลือดในสมองแตก พ่อกับแม่เรียกตัวผมกลับบ้านกะทันหัน เพื่อให้ทันไปดูใจ วันแรกที่ไปถึงผมเห็นตานอนบนเตียงห้องรวม มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ตามสายท่อหายใจมีเลือดปน หมอบอกแม่ว่าไม่มีทางฟื้นแน่นอนให้เลือกเอา ว่าถอดเครื่องท่อหายใจ หรือปล่อยไว้ให้เสียชีวิตเอง แม่เลือกที่จะยื้อชีวิตออกไปให้นานที่สุด ทุกคนร้องไห้ ทางญาติ ๆ รวมตัวกันสวดมนต์บทสวดของอิสลาม เนื่องจากทางสายตระกูลผมนับถือศาสนาอิสลาม แต่ครอบครัวของผมไม่เคร่งครัดศาสนา เลี้ยงลูกแบบสมัยใหม่ จึงไม่ค่อยรู้เรื่องศาสนาอิสลามมากนัก ตาอาการยังคงทรงตัวอยู่ 3 วัน จึงได้เสียชีวิตลง เหมือนท่านยังรออะไรบางอย่างอยู่ จึงนำศพท่านไปฝังตามศาสนาอิสลาม
แม่ฝันเห็นถึงตาบ่อยมาก ทุกครั้งที่ฝัน ไข้ขึ้น ความดันขึ้น ต้องส่งโรงพยาบาลกลางดึก เป็นแบบนี้เรื่อยมา จนแม่เห็นแปลก ๆ เลยไปหาคนรู้จักที่มีของสายทางอิสลามซึ่งเป็นตาแก่ เค้าบอกว่า ตามีของนะ ต้องการให้แม่รับของต่อ ไม่งั้นเค้าจะไปไม่ดี หรือตายโหง แต่ถ้าไม่รับ เค้ามีวิธีแก้ให้ แม่ตัดสินใจไม่รับ เพราะไม่พร้อม ตาแก่จึงให้แม่ไปเอาดินหน้าบ้านมา เค้าจัดการร่ายมนต์ทางอิสลาม กับชับให้แม่เอาดินไปคืนที่หลุมฝังศพตาตอนกลางคืน ซึ่งแม่ก็ทำ หลังจากนั้นเหตุการณ์ปกติเรื่อยมา แต่ยังฝันถึงตาเสมอ
วันนึงผมกับ ช. มีปัญหากัน เลยแยกหอไปอยู่ซอยเสือใหญ่ ไปอยู่กับ อ. ซึ่ง อ.เป็นเพื่อนสนิทของ ช. หอตรงเสือใหญ่เนี่ยแหละทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น ผมก็เป็นเด็กเที่ยวตามปกติ ไปเรียนบ้าง ไม่ไปบ้าง ตอนนั้นผลการเรียนผมย่ำแย่พอควร แต่ผมยังเที่ยวตามปกติ ปกติจะมาแค่เสียง แต่ตอนนี้ผมเริ่มเห็น ผมหลับตานอนปกติไม่ได้เลย ภาพที่เห็นจะเป็นภาพในห้องนอนตรงนั้น เริ่มเห็นวิญญาณมาเพิ่ม เป็นผู้ชายสองคน คนนึงตัวใหญ่ คนนึงผอม ซึ่งสองตนนี้จะเห็นเรื่อย ๆ
จนเพื่อนผมที่เป็นรูมเมทชื่อว่า อ. ได้ไปคุยกับคนรู้จักทางสายพราหม์ให้ เพื่อนกลับมาบอกว่า จะมีวิญญาณเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ จึงได้อัญเชิญพระเมกาลี องค์พระพิคเนศ มาไว้บูชาที่ห้อง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ชีวิตผมย่ำแย่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมฝันว่ามีเด็กมาขออยู่ด้วยอีก 2 คน แต่ผมไม่ให้เข้าห้อง ในระหว่างนี้ผมจะเห็นวิญญาณเรื่อยๆ มาเป็นเงาดำบ้าง เห็นในฝันบ้าง
จนผมได้มีโอกาสไปเที่ยวกลางคืน ในคืนนึงซึ่งผมสนิทกับเจ้าของร้าน เค้าได้มีโอกาสคุยกับเค้า เค้าทักผมว่า ตอนนี้บุญเก่าผมใกล้หมดแล้วนะ ที่ผมอยู่ได้เพราะบุญเก่าผมทั้งนั้น ผมเป็นคนมีบุญมาก บุญผมหมดเมื่อไรผมจะตายทันที เค้าบอกว่าเค้ามีทางแก้ให้ ผมไม่ตายหรอก เดี๋ยวเค้าจะช่วย เค้าให้ผมเอาแบงค์ 20 ขึ้นมา เค้าท่องมนต์อินเดีย แล้วยื่นให้ผม เค้าบอกผมว่าให้เอาใส่ไว้ใต้หมอนนะ ไม่เกิน 3 วัน ผมจะรู้ว่าวิญญาณผู้หญิงต้องการอะไรจากผม
วันถัดมาผมไปรับน้องภาควิชาที่จังหวัดระยอง คืนแรกผมนอนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งที่ผมนอนคือเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปเป็นระเบียงห้อง เพราะในห้องต้องนอนกันหลายคน ต่างคนต่างหามุมนอนเป็นของตัวเอง คืนที่สองผมฝันเลยครับ ฝันว่า ตรงที่ผมนอนนั้นแหละ วิญญาณผู้หญิงคนนั้นเปิดประตูบานเลื่อนออกมาแล้วค่อยๆ คลานเข้ามาหาผม แล้วเอามือชี้ที่หัวใจของผม ผมจึงตกใจตื่นขึ้นมา คือในความฝันเป็นบรรยากาศตรงนั้น เหมือนจริงมาก
เดินทางกลับกรุงเทพ ผมกลับหอที่ซอยเสือใหญ่อีกครั้ง ผมเล่าให้รูมเมท อ. ฟัง รูปเมท อ. บอกว่า เค้าไปถามคนรู้จักมาให้แล้ว เค้าบอกว่าสมัยก่อนผมเป็นเจ้าขุนมูลนาย ผมได้สั่งฆ่าคน ชาตินี้เค้าเลยตามมาเอาคืน รูปเมทผมบอกว่าใครก็ตามที่เข้ามายุ่งเรื่องของผม มีอันเป็นดวงตกทุกราย รวมทั้งตัวเค้าเองด้วย ซึ่งผมเห็นแล้วว่าใครก็ตามที่ยุ่งหรือช่วยผมเรื่องนี้ต้องประสบปัญหาในชีวิตทุกคน
ผมได้โทรไปปรึกษาแฟนเก่าผมที่ชื่อ พ. อีกครั้ง พี่พอบอกให้ผมไปทำบุญโลงศพ แล้วไปวัดแขก ให้แม่กับพ่อปู่พระพิคเนศช่วย ผมเลยไปวัดแขกได้ฝากตัวเป็นลูก ให้ช่วยปกป้องผม หลังจากนั้นก็มีปรากฏตัวให้เห็นมาโดยตลอดแต่ว่าไม่มีใครทำอะไรผมได้ อาจเป็นเพราะมีบุญเก่า หรือใครช่วยปกป้อง
ผมได้มีโอกาสกลับบ้านอีกครั้ง บ้านลุงทำบุญขึ้นบ้านใหม่ พระครูทางสายอิสลามเรียกผมเข้าไปในห้อง ถามผมว่า ที่ผมเจอเป็นผู้หญิงเงาดำใช่ไหม ผมบอกว่าใช่ เค้าเลยทำยันต์ปกป้องให้ เค้าทำให้รอบแรก ยันต์หล่นหาย หาไม่เจอ พระครูจึงทำรอบใหม่ให้เป็นรอบ 2 เขียนยันต์กันหายไว้ด้วย ยังอยู่กับผมทุกวันนี้ แต่ไม่ได้อยู่กับตัว ผมจะเก็บไว้บนหัวนอน
จนมาถึงเหตุการณ์ย่ำแย่สุดในชีวิต ผมโดนรีไทล์จากมหาลัยที่เรียนที่บ้านรับรู้เรื่องนี้ เค้าเสียใจมาก ช่วงนั้นที่บ้านดวงตกทั้งบ้าน พ่อขับรถชน แม่ถอยรถชนประตู ช่วงนั้นคือว่าพาดวงซวยกันหมด ที่บ้านจึงเตือนทุกคนในบ้านว่าให้ระวังให้ดี อย่าประมาท ตอนกลับมาอยู่บ้านเหตุการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ประสบการณ์เรื่องลึกลับของผมตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา ( รวดเดียวจบ)
เรื่องเกิดขึ้นครั้งเมื่อปี 2552 ตอนนั้นผมเรียนอยู่คณะวิศวะ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านบางเขน ซึ่งเป็นช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงเรียนซัมเมอร์ก่อนที่จะขึ้นปี 3 ช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาว ห้องของผมเป็นแหล่งรวมก๊วนเพื่อนทั้งหมด 8 คนตลอดระยะเวลาวันหยุดยาว คือทุกคนจะนอนพักที่นี่ เที่ยวด้วยกัน เล่นน้ำด้วยกัน กินด้วยกัน จนกระทั่งคืนนึง เพื่อนของผมคนหนึ่ง สมมติว่าชื่อ ป. ทางบ้านของป. นับถือสายเขมร ซึ่งปู่ของป. เป็นคนที่รับของสายเขมรคนสุดท้ายของตระกูล เมื่อ ปู่ของป. ได้เสียชีวิตลง ห้องนอนปู่ ของป.จึงถูกปิดตายมาจนถึงทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วป. ต้องเป็นคนรับของนี้ต่อเพื่อสืบทอด แต่ป.ไม่พร้อมที่จะรับ เพราะป.กลัว เนื่องจากป.เป็นคนมีเซนต์และเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ปู่ของป.ต้องตายโหง ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เนื่องจากไม่มีคนรับสืบทอดต่อ
วันนึงป. ได้พูดขึ้นมาว่า ตอนนอนกลางดึกได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาปลายเตียงซึ่งได้ยินมาตลอด นึกภาพว่าประตูห้องนอนตรงกับประตูระเบียง จึงเปรียบเสมือนทางผีผ่าน ซึ่งป. นอนปลายเตียง ผมนอนถัดมา เนื่องจากพักกันหลายคนจึงต้องนอนในแนวขวาง คืนวันนั้นป. ได้ยินเสียงอีกครั้ง จึงตื่นมาปลุกเขย่าผม ตอนนั้นผมก็กลัว แต่ไม่คิดอะไรคิดว่าหูฝาด แต่ก็กลัวมาตลอดเวลาอยู่คนเดียว
ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปคนอื่นแยกย้ายกลับบ้าน ป.ยังอยู่กับผม เริ่มมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั้งของตก พระที่วางหลังตู้ตกกรอบแตกกระจาย มีเสียงกระทืบพื้นในห้องอยู่บ่อยๆ ซึ่งรับแรงสั่นสะเทือนได้ รวมถึงไปทานข้าวข้างนอกจะมีคนเสิร์ฟจาน หรือแก้วเกินมา 1 คนเสมอ และก็กลิ่นน้ำอบในห้องน้ำ รวมถึงเสียงเปิดน้ำ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะหอที่พักเป็นหอใหม่ ไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 6 โมง ป.ตื่นขึ้น ได้หยิกผม บีบแขนผมอย่างแรง เราสองคนลืมตาขึ้นมองไปที่ประตูระเบียงซึ่งเป็นกระจกใส ไม่มีผ้าม่านปิด เจอผู้หญิงชุดขาว ตาดำโพลง ผมยาว ยืนถือมีด ผมกับป.นอนคลุมผ้าไม่กล้าขยับตัวจนกระทั่งสว่างมาก ป.เล่าให้ฟังว่า มีเสียงผู้ชายซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าที่กระซิบบอกป.ว่า เค้าจะมาเอาชีวิตผม
ผมเลยไปถามใต้หอว่าเคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ป้าบอกว่าไม่มีนะ ก่อนเปิดก็ทำบุญหอเรียบร้อยแล้ว แต่มีซ้ออีกคนซึ่งเป็นผู้ดูแลหอเหมือนกัน ได้แอบให้ผ้ายันต์เจ้าพ่อเสือมา ผมเลยเอาไปติดหน้าห้อง จนกระทั่งป้าอีกคนทราบเรื่อง มาคาดคั้นว่าใครเป็นคนให้ผ้ายันต์มาติด ผมเลยบอกเลี่ยง ๆ ไปว่า เพื่อนเป็นคนให้มา เพราะไม่อยากให้ป้ากับซ้อทะเลาะกัน ป้าใต้หอสั่งให้ผมเอาผ้ายันต์ออกแล้วเข้าไปติดในห้องแทน
หลังจากผมติดผ้ายันต์ ยันต์เจ้ากรรมก็หลุดหล่นมาบนพื้นตลอด ต้องเอาไปติดใหม่เรื่อย ๆ ระหว่างนี้ก็เริ่มมีเสียงหนักขึ้น เสียงทุบข้างเตียงบ้าง เสียงทุบข้างฝาผนังบ้าง เสียงทุบโต๊ะบ้าง และได้ยินมาเรื่อย ๆ แต่ผมไม่กลัว เพราะช่วงนั้นผมเที่ยวกลางคืนแทบทุกคืน ผมเมากลับมานอนก็ไม่สนใจอะไรแล้ว พักหลัง ๆ ผมเริ่มท้าทาย เพื่อนๆ หลายๆ คนได้รับรู้เรื่องนี้ และตั้งชื่อให้วิญญาณตนนั้นว่าซินเดอเรล่า หรือเรียกสั้น ๆว่าซินดี้ เพราะซินดี้มาประจำเป็นเวลา ปกติในช่วงเวลาตีสามถึงเช้า
เหตุการณ์ช่วงนั้นเกิดขึ้นเป็นปกติ จนพักหลัง ๆ ผมเริ่มรำคาญมาก ก่อนออกไปเที่ยวเพื่อน ๆ ของผมจะมารวมตัวกันที่ห้องผม เพื่อแต่งตัว ก่อนออกผมได้พูดท้าทาย ยังไม่ทันขาดคำกระเป๋าเดินทางผมวางไว้หลังตู้เสื้อผ้าได้หล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ผมเลยด่าไปอีกรอบแล้วปิดประตูออกจากห้องไป ผมกลับมาด้วยความเมาแล้วนอนหลับไปทุกคืน ก่อนเข้าห้องผมก็ได้ทักทายวิญญาณตนนั้น เป็นประจำ
วันนึง ป.มาหาผม ป.ชวนผมไปทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรตนนั้น ตกค่ำคืนนั้นเราไม่ไปเที่ยวกันจึงชวนกันเดินเล่นในซอยเดินผ่านบ้านเรือนไทย จนเดินไปสุดซอย ป. บอกว่าเมื่อกี้มีผู้หญิงชุดขาวยืนตรงหน้าต่าง จนเดินกลับ ผมไม่มองหันไปหาบ้านหลังนั้น แต่ป.เหลือบตามอง แล้วรีบเดินอย่างเร็ว ผมรู้สึกได้จึงรีบเดินตามป. ไป ถึงหน้าหอ ป.รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง ป. กลัวมาก ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ป.บอกว่า ตอนเดินกลับ ผู้หญิงคนนั้นนั่งห้อยขาบนหลังคาบ้าน หันไปอีกที เดินตามหลังมาจนถึงประตูรั้วหอ แต่เข้าหอไม่ได้ ผมกลัวมาก
สักพักผมเอาผ้าลงไปซัก ชวน ป. ลงไปเป็นเพื่อน ป.ไม่กล้าลง ผมเลยลงไปคนเดียว เลยแวะถามป้าใต้หอ ว่าบ้านเรือนไทยมีคนอยู่หรือเปล่า แล้วเล่าให้เหตุการณ์ให้ป้าใต้หอฟัง ป้าตกใจ ป้าบอกว่าบ้านนั้นมีคนอยู่นะ แต่เมื่อเดือนที่แล้วมีคนเมาปีนไปนั่งบนหลังคา จนตำรวจมา ซึ่งป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนไปนั่งทำไมบนหลังคา ป้าเริ่มแนะนำให้ผมจุดธูปกลางแจ้ง ให้เจ้าที่ปกป้องผม
เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคืนนึง ผมอยู่ห้องคนเดียว ซึ่งจริง ๆ ผมมีรูมเมทคนนึง สมมุติ ชื่อ บ. เสาร์อาทิตย์ บ.จะกลับบ้านที่มหาชัย ผมต้องอยู่คนเดียว ในระหว่างเหตุการณ์เกิดขึ้น บ. ได้เล่าให้ที่บ้านฟังตลอด จนที่บ้านของบ. ให้พระ รวมถึงผ้ายันต์ต่าง ๆ มาคุ้มครองคนในห้อง คืนนั้นผมนั่งเล่นคอมตามปกติ และไม่ได้ออกไปเที่ยว ผมได้ยินเสียงทุบกำแพงห้องค่อย ๆ ไล่มาวนรอบห้อง และทุบดัง ผนังสั่นมาก ผมเลยรีบวิ่งออกจากห้องทั้งชุดนอน คว้ามือถือ ปิดประตู และวิ่งไปเรียกแท็กซี่ ผมโทรหาเพื่อนคนนึง ซึ่งมีคอนโดอยู่ใกล้ ๆ ชื่อสมมุติว่า ด. ให้ลงมารับ ด้วยสีหน้าตกใจมาก ผมเล่าเรื่องนี้ให้ด.ฟัง ซึ่งด. เป็นอีกคนที่ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น วันถัดมา ด.ไปอยู่เป็นเพื่อนผม จน บ.กลับมาจากบ้าน
บ. บอกว่า บ.ต้องกลับไปอยู่บ้านแล้วนะ สืบเนื่องจากบ.เล่าเรื่องวิญญาณตนนั้นให้ที่บ้านฟังบ่อย ๆ จนที่บ้านโทรไปหาป้าที่ดูแลหอ สอบถามเรื่องราว ป้าที่ดูแลหอพูดส่งเดชไปว่า พวกผมหลอนกันเอง เล่นยาบ้าง มั่วสุมบ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพวกสารเสพติดเลย มีอย่างมากแค่เมาเหล้ากลับมานอนเท่านั้น จนกระทั่งบ. ได้ย้ายกลับไปอยู่บ้าน
ผมกลัวมาก เริ่มโทรหาที่บ้าน เล่าเหตุการณ์ให้พ่อกับแม่ฟังทุกอย่าง จนกระทั่งมีโอกาสได้กลับบ้านต่างจังหวัด ซึ่งพ่อกับแม่ได้พาไปหาคนคนนึงแถวบ้าน เป็นคนแก่ ซึ่งเค้ารับของทางสายอิสลามมา ตอนผมไปหาเค้า เค้าเริ่มนั่งสมาธิท่องบทสวดเป็นภาษาอิสลาม เริ่มเอามือตบตามพื้น สักพักเค้าบอกว่า เป็นผู้หญิงผมยาว จะมาเอาชีวิตผม ซึ่งตรงนั้นที่ผมอยู่ เป็นที่ของเค้ามาก่อน เหมือนมีกรรมให้มาประสบพบเจอ เค้าเลยบอกให้ผมไปหยิบดินหน้าบ้านเค้า แล้วเค้าก็ร่ายบทสวดเป็นภาษาอิสลาม เป่าลงไปในดิน เค้ากำชับว่าให้นำดินไปทิ้งกลางทางอย่าเก็บไว้ ส่วนทางกรุงเทพเค้าได้ให้ลูกชายเค้าเข้าไปดูให้
ผมย้ายได้หอใหม่ไปกับเพื่อนอีกคน ชื่อว่า ช. หอใหม่ข้างมหาลัยไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรมาก จนฝันว่าเด็กมาขออยู่ด้วย ผมเลยโทรหาแฟนเก่า ซึ่งเป็นร่างทรงสายพราหม์ เค้าบอกว่าอย่ารับเลย ถ้าเราดูแลเค้าไม่ดีเราบาป เปล่า ๆ เค้าเลยทักขึ้นมาว่าให้ทำบุญเยอะ ๆ นะ เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี
ต่อมา ตาของผมเส้นเลือดในสมองแตก พ่อกับแม่เรียกตัวผมกลับบ้านกะทันหัน เพื่อให้ทันไปดูใจ วันแรกที่ไปถึงผมเห็นตานอนบนเตียงห้องรวม มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ตามสายท่อหายใจมีเลือดปน หมอบอกแม่ว่าไม่มีทางฟื้นแน่นอนให้เลือกเอา ว่าถอดเครื่องท่อหายใจ หรือปล่อยไว้ให้เสียชีวิตเอง แม่เลือกที่จะยื้อชีวิตออกไปให้นานที่สุด ทุกคนร้องไห้ ทางญาติ ๆ รวมตัวกันสวดมนต์บทสวดของอิสลาม เนื่องจากทางสายตระกูลผมนับถือศาสนาอิสลาม แต่ครอบครัวของผมไม่เคร่งครัดศาสนา เลี้ยงลูกแบบสมัยใหม่ จึงไม่ค่อยรู้เรื่องศาสนาอิสลามมากนัก ตาอาการยังคงทรงตัวอยู่ 3 วัน จึงได้เสียชีวิตลง เหมือนท่านยังรออะไรบางอย่างอยู่ จึงนำศพท่านไปฝังตามศาสนาอิสลาม
แม่ฝันเห็นถึงตาบ่อยมาก ทุกครั้งที่ฝัน ไข้ขึ้น ความดันขึ้น ต้องส่งโรงพยาบาลกลางดึก เป็นแบบนี้เรื่อยมา จนแม่เห็นแปลก ๆ เลยไปหาคนรู้จักที่มีของสายทางอิสลามซึ่งเป็นตาแก่ เค้าบอกว่า ตามีของนะ ต้องการให้แม่รับของต่อ ไม่งั้นเค้าจะไปไม่ดี หรือตายโหง แต่ถ้าไม่รับ เค้ามีวิธีแก้ให้ แม่ตัดสินใจไม่รับ เพราะไม่พร้อม ตาแก่จึงให้แม่ไปเอาดินหน้าบ้านมา เค้าจัดการร่ายมนต์ทางอิสลาม กับชับให้แม่เอาดินไปคืนที่หลุมฝังศพตาตอนกลางคืน ซึ่งแม่ก็ทำ หลังจากนั้นเหตุการณ์ปกติเรื่อยมา แต่ยังฝันถึงตาเสมอ
วันนึงผมกับ ช. มีปัญหากัน เลยแยกหอไปอยู่ซอยเสือใหญ่ ไปอยู่กับ อ. ซึ่ง อ.เป็นเพื่อนสนิทของ ช. หอตรงเสือใหญ่เนี่ยแหละทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น ผมก็เป็นเด็กเที่ยวตามปกติ ไปเรียนบ้าง ไม่ไปบ้าง ตอนนั้นผลการเรียนผมย่ำแย่พอควร แต่ผมยังเที่ยวตามปกติ ปกติจะมาแค่เสียง แต่ตอนนี้ผมเริ่มเห็น ผมหลับตานอนปกติไม่ได้เลย ภาพที่เห็นจะเป็นภาพในห้องนอนตรงนั้น เริ่มเห็นวิญญาณมาเพิ่ม เป็นผู้ชายสองคน คนนึงตัวใหญ่ คนนึงผอม ซึ่งสองตนนี้จะเห็นเรื่อย ๆ
จนเพื่อนผมที่เป็นรูมเมทชื่อว่า อ. ได้ไปคุยกับคนรู้จักทางสายพราหม์ให้ เพื่อนกลับมาบอกว่า จะมีวิญญาณเข้ามาเพิ่มเรื่อย ๆ จึงได้อัญเชิญพระเมกาลี องค์พระพิคเนศ มาไว้บูชาที่ห้อง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ชีวิตผมย่ำแย่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งผมฝันว่ามีเด็กมาขออยู่ด้วยอีก 2 คน แต่ผมไม่ให้เข้าห้อง ในระหว่างนี้ผมจะเห็นวิญญาณเรื่อยๆ มาเป็นเงาดำบ้าง เห็นในฝันบ้าง
จนผมได้มีโอกาสไปเที่ยวกลางคืน ในคืนนึงซึ่งผมสนิทกับเจ้าของร้าน เค้าได้มีโอกาสคุยกับเค้า เค้าทักผมว่า ตอนนี้บุญเก่าผมใกล้หมดแล้วนะ ที่ผมอยู่ได้เพราะบุญเก่าผมทั้งนั้น ผมเป็นคนมีบุญมาก บุญผมหมดเมื่อไรผมจะตายทันที เค้าบอกว่าเค้ามีทางแก้ให้ ผมไม่ตายหรอก เดี๋ยวเค้าจะช่วย เค้าให้ผมเอาแบงค์ 20 ขึ้นมา เค้าท่องมนต์อินเดีย แล้วยื่นให้ผม เค้าบอกผมว่าให้เอาใส่ไว้ใต้หมอนนะ ไม่เกิน 3 วัน ผมจะรู้ว่าวิญญาณผู้หญิงต้องการอะไรจากผม
วันถัดมาผมไปรับน้องภาควิชาที่จังหวัดระยอง คืนแรกผมนอนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งที่ผมนอนคือเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปเป็นระเบียงห้อง เพราะในห้องต้องนอนกันหลายคน ต่างคนต่างหามุมนอนเป็นของตัวเอง คืนที่สองผมฝันเลยครับ ฝันว่า ตรงที่ผมนอนนั้นแหละ วิญญาณผู้หญิงคนนั้นเปิดประตูบานเลื่อนออกมาแล้วค่อยๆ คลานเข้ามาหาผม แล้วเอามือชี้ที่หัวใจของผม ผมจึงตกใจตื่นขึ้นมา คือในความฝันเป็นบรรยากาศตรงนั้น เหมือนจริงมาก
เดินทางกลับกรุงเทพ ผมกลับหอที่ซอยเสือใหญ่อีกครั้ง ผมเล่าให้รูมเมท อ. ฟัง รูปเมท อ. บอกว่า เค้าไปถามคนรู้จักมาให้แล้ว เค้าบอกว่าสมัยก่อนผมเป็นเจ้าขุนมูลนาย ผมได้สั่งฆ่าคน ชาตินี้เค้าเลยตามมาเอาคืน รูปเมทผมบอกว่าใครก็ตามที่เข้ามายุ่งเรื่องของผม มีอันเป็นดวงตกทุกราย รวมทั้งตัวเค้าเองด้วย ซึ่งผมเห็นแล้วว่าใครก็ตามที่ยุ่งหรือช่วยผมเรื่องนี้ต้องประสบปัญหาในชีวิตทุกคน
ผมได้โทรไปปรึกษาแฟนเก่าผมที่ชื่อ พ. อีกครั้ง พี่พอบอกให้ผมไปทำบุญโลงศพ แล้วไปวัดแขก ให้แม่กับพ่อปู่พระพิคเนศช่วย ผมเลยไปวัดแขกได้ฝากตัวเป็นลูก ให้ช่วยปกป้องผม หลังจากนั้นก็มีปรากฏตัวให้เห็นมาโดยตลอดแต่ว่าไม่มีใครทำอะไรผมได้ อาจเป็นเพราะมีบุญเก่า หรือใครช่วยปกป้อง
ผมได้มีโอกาสกลับบ้านอีกครั้ง บ้านลุงทำบุญขึ้นบ้านใหม่ พระครูทางสายอิสลามเรียกผมเข้าไปในห้อง ถามผมว่า ที่ผมเจอเป็นผู้หญิงเงาดำใช่ไหม ผมบอกว่าใช่ เค้าเลยทำยันต์ปกป้องให้ เค้าทำให้รอบแรก ยันต์หล่นหาย หาไม่เจอ พระครูจึงทำรอบใหม่ให้เป็นรอบ 2 เขียนยันต์กันหายไว้ด้วย ยังอยู่กับผมทุกวันนี้ แต่ไม่ได้อยู่กับตัว ผมจะเก็บไว้บนหัวนอน
จนมาถึงเหตุการณ์ย่ำแย่สุดในชีวิต ผมโดนรีไทล์จากมหาลัยที่เรียนที่บ้านรับรู้เรื่องนี้ เค้าเสียใจมาก ช่วงนั้นที่บ้านดวงตกทั้งบ้าน พ่อขับรถชน แม่ถอยรถชนประตู ช่วงนั้นคือว่าพาดวงซวยกันหมด ที่บ้านจึงเตือนทุกคนในบ้านว่าให้ระวังให้ดี อย่าประมาท ตอนกลับมาอยู่บ้านเหตุการณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ