[พี่ชายน้องชาย]-เริ่มต้นด้วยความบังเอิญ-เปลี่ยนเป็นความผูกพัน-ทุกข์และสุขเรายิ้มให้กัน-เมื่อเวลาผ่านไป-เราเริ่มห่างกัน

สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอบอกก่อนว่า “ผมเข้ามาเขียนหรือเล่าประสบการณ์ในพันทิปนี้เป็นครั้งแรก”
-ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ค่อยชอบมานั่งเขียน นั่งอ่านอะไรยาวๆของคนอื่นๆที่เค้าเขียนกัน …
“แต่ไม่รู้ซิ ทำไมวันนี้ผมดันทะลึ่งมานั่งเขียนเล่าประสบการณ์ของตัวเองได้ แปลกเนอะ…คงเป็นเพราะผมอยากระบายความในใจที่มันหนักอกหนักใจออกมามั้ง”

เรื่องมันเริ่มจาก ………  การพูดคุยของพี่และผมลดน้อยลง
-ผมชื่อว่าน๊อตนะครับ
-ส่วนพี่เค้าชื่อนัทครับ
เป็นเวลาสองสัปดาห์แล้วกับการพูดคุยของพี่และผมเริ่มลดน้อยลงไปทุกทีทุกทีและเริ่มจะลดลงไปทุกๆวินาที
จากแต่ก่อน….ความเป็นพี่น้องของเรามีความสนิทสนมกันมาก ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง แชร์ความรู้สึกให้กันได้ มีเรื่องไม่สบายใจก็คุยกันได้ตลอด
*ผมและพี่เค้ารู้จักกันได้ยังไงนะหรอครับ*…. “อาจจะเป็นเพราะความบังเอิญ,หรือเพราะความอยากรู้จักส่วนตัว,โน้นนี้นั้น,ผมก็อธิบายไม่ถูกครับ ผมจำไม่ได้จริงๆ” เรารู้จักกันมาได้ สามปีแล้วครับ ในช่วงนั้น ถ้าย้อนกลับไปที่เราเริ่มรู้จักกันก็น่าจะประมาณ ปี 2012 ช่วงเดือนมีนาคม
     การเริ่มต้นของพี่นัทและผมเริ่มต้นจาก Facebook ผมจำไม่ได้ว่าผมแอดไปหาพี่เค้ารึพี่เค้าแอดมาหาผม(แต่ชั่งมันเหอะ)
ในช่วงนั้นผมใกล้จะจบ ปวส.แล้ว แล้วก็เริ่มที่จะหางานทำด้วยตนเอง
จนเวลาผ่านพ้นไปเมื่อถึงวันจบการศึกษา ผมมีเพื่อนอยู่คนนึ่งชื่อนุ่น เป็นทอม นะครับบอกก่อน
ผมกับนุ่นสนิทกันตั้งแต่. ปวช.- ปวส. จนจบการศึกษา  สนิทกันมากและครอบครัวของเราก็สนิทกัน น้าของนุ่นก็ได้แนะนำให้ผมทำงาน ในที่เดียวกับเค้า แต่ผมดูในส่วนของ IT
ต้องขอขอบคุณน้าของนุ่นมากๆที่แนะนำงานให้ผมในช่วงตอนนั้นพอดี ผมจบมาก็มีงานทำพอดีครับ ผมน่าจะเริ่มทำงานใน ช่วงปลายๆเดือนมีนาคม 2012 ช่วงนั้นผมก็เล่นFacebook ค่อนข้างบ่อย อย่างที่บอกไป  “ผมจำไม่ได้ว่า พี่นัทแอดผมมา รึผมแอดเค้าไปเป็นเพื่อน ผมก็จำไม่ได้ เราสองคน เป็นเพื่อนกันในFacebook ประมาณเดือนมีนาคม 2012 แต่ช่วงแรกก็ไม่ได้คุยกันเป็นการส่วนตัวนะครับ” เกรงใจไม่รู้จะคุยอะไร ก็ได้แต่ดูประวัติของเค้าในหน้าฟีดFacebook “
     การทำงานของผมเด็กจบใหม่มา  ก็ราบรื่นดีครับ ไม่มีอะไรมากมายกับการทำงาน และในช่วงก็นั้นเป็น ช่วงเดือนเมษายนพอดี...เรื่องแปลกที่น่าตกใจ! วันนั้นเป็นวันที่ 14 เมษายน ในเป็นวันสงกรานต์ พี่นัททักFacebook มาหาผมว่า
“พี่นัท : เล่นสงกรานต์ที่ไหนเอ่ย”
“น๊อต : ไม่มีที่ไปพี่”
“พี่นัท : พี่ก็นั่งทำงานปกติ”
“น๊อต : วันนี้น๊อตก็มานั่งทำงานเหมือนกัน”
“พี่นัท : คับ”
(และนี้ก็คือการคุยกันของเราครั้งแรกต่างคนก็ไม่ได้ถามชื่อกันและกันในครั้งแรกที่ได้คุย)  
และถัดไปอีกหลายๆวันเราก็ไม่ได้คุยกัน …. มีอยู่วันหนึ่งผมทักพี่เค้าไป
“น๊อต: เอ่อ พี่ชื่อไรนะ”
“พี่นัท: มาริโอ”
“น๊อต:55555555555 จริงดิ”
“พี่นัท:ล้อเล่นครับ พี่ชื่อนัท แล้วเราละ”
“น๊อต : ผมชื่อน๊อต”
จากนั้น เราก็คุยกันเรื่อยมา “ผมก็รู้นะครับว่าพี่นัทเค้ามีแฟนแล้ว ผมก็ถามเรื่องแฟนเค้าโน้นนี้นั้น แล้วก็พูดเรื่องอื่นๆไปเรื่อยๆตามภาษาคนคุยกัน ส่วนมากช่วงนั้นเราก็จะคุยกันในเรื่องการทำงานของเรากันซะมากกว่า เพราะช่วงนั้น พี่นัทเค้ากำลังจะเปลี่ยนงานพอดี เราก็ให้คำปรึกษากับเค้าไป พี่เค้าก็ถามข้อมูลจากผมเหมือนกันว่าทำงานที่ไหนอะไรยังไง เพราะเห็นว่าเหมือนในช่วงตอนนั้น ตัวพี่นัทเองจะได้ที่ทำงานใหม่ที่เดียวกับผม… เราก็คุยกันให้คำปรึกษากันไป
แล้วพี่เค้าเองก็ขอเบอร์โทรศัพท์ผมไป เพื่อแอดLine คุยเรื่องงานกันนี้ละครับ หลังๆเราเริ่มคุยกันมากขึ้น พี่เค้าเองเริ่มจะมีการสนทนากับเรามากขึ้นเรื่อยๆ
พี่นัท มีการถามเราว่า “ มีแฟนไหมอะเราอ่ะ”
เราก็ตอบกลับไปว่า “ไม่มีอะหาให้หน่อยดิ” (ช่วงนั้นผมยังไม่ได้คบใครจริงๆครับเรียนจบมาก็ทำงานเลยไม่ได้สนใจใครเป็นแฟน หรือไม่มีใครกล้าจีบก็ไม่รู้)
หลังๆเรามักจะคุยกันทุกวัน พี่เค้าทักมาบ้าง เราทักไปบ้าง คุยกันในเรื่องจิปาทะโน้นนี้ นั้น คุยไปคุยมาปรากฏว่า
พี่นัทเค้าเป็นรุ่นพี่ที่ วิลัยเดียวกับเราพอดี สาขาเดียวกันเลย  แต่คนละรุ่นกัน พี่นัทจบการศึกษาไปก่อนแล้ว ผมเองก็พึ่งจะเข้าไปเรียนเองนะครับ…. เราติดต่อกันทางFacebook ตลอดครับในช่วงแรกๆ
จนมีอยู่วันนึ่งผมถามพี่นัทเค้าว่า “ แล้วงานที่สมัครไว้เรียกสัมภาษณ์เป็นไงบ้างคับ “ พี่เค้าเองก็บอกว่า “ก็โอเคดีนะ พี่สัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษด้วยโน่นนี้นั้นก็ว่ากันไป แต่… บริษัทที่พี่ไปสัมภาษณ์ให้พี่ไปทำที่ไกลจากที่อยู่เดิมนะครับ พี่เลยไม่ตัดสินใจไป”
จากนั้น พี่นัทก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม แต่เราก็คุยกันติดต่อกันผ่านFacebook อย่างนี้เรื่อยไปทุกๆวัน  จาก1เดือน  2เดือน 3เดือน และเรื่อยๆมาเราก็ยังติดต่อกันมาตลอด
ผมเองก็ถาม สารทุกข์สุขดิบของพี่เค้า,พี่เค้าก็ถามสารทุกข์สุขดิบของผมเช่นกัน ส่วนมากเราก็จะคุยกันในเรื่อง
-สวัสดีครับเป็นไงบ้างวันนี้?
-ทำงานเป็นไง?
-กินข้าวที่ไหนตอนกลางวัน?
-นอนได้แล้ว ?
ประมาณนั้นละครับ  แล้วก็จะคุยกันในเรื่องแฟนของตัวพี่นัทเองว่า “เค้ากับแฟนก็ไม่ค่อยจะดีๆกันคับเท่าในช่วงนั้น”
เราก็ได้แต่แนะนำไปว่า “เออน่า พี่นัทลิ้นกับฟันมันมีกระทบกระทั่งกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา” ช่วงประมาณ เดือน กรกฎาคม 2012 มั้งครับ เราก็ได้ข่าวว่า แม่ของแฟนพี่นัทเสีย ! เราตกใจมาก็ได้แต่พูดกับเค้าไปว่า “เสียใจด้วยนะครับพี่ “ แล้วผมก็ถามเค้าไปว่า “พี่ได้กลับไปจัดงานศพด้วยรึเปล่า “ พี่นัทบอกว่า “ไม่ได้ไปหรอกครับ บ้านแม่ของแฟนพี่อยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ไปครับ แฟนพี่กลับคนเดียว”
จากนั้น เราไม่ได้คุยกันประมาณ 10กว่าวันได้  แล้วพี่นัทเค้าก็ทักFacebook มาบอกว่า “น๊อต พรุ้งนี้ พี่ไปสัมภาษณ์งานใหม่ อีกที่นึ่งนะใกล้ๆกับบ้าน น๊อตเลย”  พี่เค้าก็บอกสถานที่สัมภาษณ์งานกับผมมา ผมก็บอกกับพี่ไปว่า “อ่อรู้จักครับผมใกล้ๆบ้านผมเลย”…จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกัน ประมาณ5 วันได้
…ผมจำได้ว่า มีอยู่ครั้งนึ่งผมโพสรูปตอนที่ผมพึ่งเล่นเฟตเนสเสร็จมั้งครับบนFacebook  แล้วพี่นัทเค้าก็ทักผมมาว่า “น๊อตเท่ห์อะหุ่นดีเห็นแล้วหลงเลย”
ผมก็เลยบอกพี่เค้าไปว่า “แหะๆขอบคุณครับ” แล้วผมก็ถามพี่เค้าไปว่า “พี่ได้งานที่ใหม่แล้วใช่ไหมครับ”
พี่เค้าก็บอกกับผมว่า “ใช่ครับได้งานใหม่แล้ว ตามที่พี่บอกเราไปนั้นละครับน๊อต”
หลังจากนั้น ในเดือน กันยายน 2012 ผมก็ทักพี่นัทไปว่า
“น๊อต:หายไปเลยนะพี่^^”
“พี่นัท: ยังไม่ตายนะ เราละเป็นไงบ้าง”
“น๊อต: ก็ สบายดีนะพี่”
จากนั้น สามเดือน ให้หลัง คือ ตุลาคม ,พฤศจิกายน,ธันวาคม ของ2012 ผมทักพี่เค้าไป พี่เค้าก็ไม่เคยตอบกลับมาเลย ผมไม่รู้ว่าเป็นอะไรอยู่ดีๆพี่เค้าถึงหายไป
ข้อความสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่ผมส่งไปหาพี่เค้าคือ” ทำไรอยู่ครับ ไม่ได้คุยกันนานเลย “ และแล้วพี่เค้าก็ตอบมา “นอนนน zZZ เราละทำไร” ผมก็ตอบกลับไปว่า “นั่งเล่นครับ”
     ในช่วงหลังๆที่ผมและพี่เค้าไม่ได้คุยกันนาน อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่พี่เค้าได้งานใหม่ด้วยละมั้งครับ เลยต้องปรับตัวกับงานใหม่ๆเราเลยไม่มีเวลาได้คุยกัน
    *เมื่อเริ่มเข้า ในปี 2013  เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง ในเดือนมกราคม ในเดือนมกราคมนั้น มีงานอยู่งานนึ่งคือการทำบุญแผนกที่วิทยาลัยเก่าผมที่ผมจบการศึกษามา พี่เค้าจบที่เดียวเช่นกัน วันนั้นผมกับกลุ่มเพื่อนๆผมนัดกันไปหารุ่นน้องอยู่แล้ว
ที่วิลัยเพื่อที่จะไปทำบุญแผนก บังเอิญพี่นัทก็ไปด้วยเช่นกัน แต่เราก็ไม่ได้ คุยอะไรกันเลย ก็ได้แค่เจอหน้ากันจริงๆก็ครั้งนี้ละครับ
ในงานวันนั้น พี่นัทน่าจะกลับไปก่อนครับ แต่ผมยังทำกิจกรรมกับรุ่นน้องผมที่วิลัยอยู่เลย ….. หลังจากที่ผมทำกิจกรรมเสร็จ และกำลังจะนั่งรถกลับบ้านนั้น….มีเสียงFacebook ดังขึ้นมา! ผมเปิดอ่านดูแล้วแอบขำ ที่พี่นัท พิมพ์ว่าหาผมว่า “เจอกันไม่ทักทายกันหน่อยหรอ ^^”
ผมก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า “แหะๆไม่กล้าคุยนะครับ เกรงใจ”
ผมจำไม่ได้ว่า ช่วงเดือน มกราคม,กุมภาพันธ์,มีนาคม ของ2013 เราเปลี่ยนจากคุยในFacebook มาคุยกันใน Lineแทน
ผมจำไม่ได้ว่า เราคุยอะไรกันบ้างในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาหรือ หลังจากนั้นเราไม่ได้คุยกันเลย
เพราะเนื่องด้วย
- ตัวผมเอง ไม่อยากที่จะทำงานที่เก่าแล้ว เนื่องด้วยฐานเงินเดือนน้อย การเดินทางลำบากและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ประสบการณ์ก็ได้ไม่ค่อยมากเท่าไร ผมจึงตัดสินใจ หาสมัครงานในเว็บต่างๆดู ปรากฏว่า มีบริษัท โทรมาหาผมเรียกผมสัมภาษณ์งานใหม่ แถมบริษัทที่เรียกสัมภาษณ์งานผมตั้งอยู่หากจากบ้านผมไม่เท่าไรเองครับ ...ในช่วงนั้นผมไม่ได้ติดต่อกับตัวพี่นัทเองเลย ผมก็ยุ่งๆด้วย ไหนตัวพี่นัทเองที่ต้องเตรียมรับมือกับงานใหม่ที่พึ่งเปลี่ยน …..
- และอีกอย่าง ผมตัดสินใจ ที่จะเปลี่ยนงานใน ช่วงประมาณ เดือน มีนาคม –เมษายนพอดี ซึ่งก็เท่ากับว่า ผมทำงานที่แรกคบ1 ปีแล้ว  ก่อนหน้านั้น พี่นัทเคยชวนผมมาทำงานที่เดียวกันกับเค้า ช่วงแรกๆผมก็รังเรใจว่าจะไปทำดีหรือไม่ดี ประจวบเหมาะกับว่า ผมคิดที่จะเปลี่ยนงานใหม่พอดี ….แต่หลังจากเดือน กุมภาพันธ์ ,มีนาคม 2013
อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า ในช่วงเดือนที่ผมกล่าวมานั้น ผมไม่ได้มีการติดต่อจากพี่นัทแต่อย่างใดเลย
ผมจึงตัดสินใจเองที่จะเปลี่ยนงาน ไปทำที่ใหม่นั้นก็คือบริษัทที่โทรมาเรียกผมไปสัมภาษณ์งาน บริษัทที่ผมทำที่ใหม่นั้น ดีครับ อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก  และอื่นๆอีกมากมายดีไปซะเกิบหมดทุกอย่างเมื่อเทียบกับบริษัทเก่าครับ
  - อย่างว่าครับ ต่างคนต่างทำงาน ในที่ใหม่เลยไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ผมสังเกตุว่า พี่นัทหายไป ไม่ได้ติดต่ออะไรเลยในช่วง กุมภาพันธ์, มีนาคม,เมษายน,พฤษภาคม,และประมาณปลายเดือนมิถุนายน  ของ 2013
พี่นัทติดต่อกลับมาอีกทีในช่วงปลายเดือนมิถุนายน  หลังจากนั้นเราก็ได้กับมาคุยกันอีกครั้งเมื่อทุกอย่างของ พี่และผมลงตัว
“การลงตัวของพี่และผมในที่นี้หมายถึง  ผมก็เริ่มทำงานในที่ใหม่ได้เป็นเวลาเกิบๆ2เดือนแล้ว ส่วนตัวพี่นัทเองก็ปรับเข้ากับที่ทำงานใหม่ลงตัวแล้ว”
ในช่วงนั้นผม เริ่มจะติดต่อกันทาง Line ละครับ และสิ่งแรกที่ผมถามกับพี่นัทคือ “เป็นไงบ้างพี่สบายดีไหม หายไปนานมากเลยเป็นไงบ้าง “
พี่นัทก็ตอบกับมาว่า “ พี่ขอโทษเราด้วยนะที่ไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ….พอดีว่าแม่พี่เสียนะครับ”!!!!!!!
ผมถึงกับอึ่งไป!………. และพูดว่า “เสียใจด้วยนะครับพี่ ขอโทษจริงๆผมไม่รู้ว่าพี่หายไปเพราะอะไร …ตอนนี้ผมรู้แล้วละครับพี่ แล้ว พี่เป็นไงบ้างโอเคไหมครับ”
พี่นัทก็พูดว่า “ไม่เป็นไรแล้ว…พี่จัดงานศพอะไรเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้พี่สบายดีพี่เริ่มกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้ว
แล้วเราละเป็นไงบ้าง”
ผมก็พูดว่า “สบายดีครับพี่นัท  น๊อตเปลี่ยนงานใหม่แล้วนะครับน๊อต ทำงานใกล้ๆบ้านแล้ว”
พี่นัท : “อ้าวหรอ… พี่ขอโทษด้วยพี่หายไปเลยไม่ได้รับข่าวสารน้องเลยแล้วงานใหม่เป็นไงบ้าง โอเคไหม”
น๊อต :” โอเคครับพี่นัท งานใหม่ก็สนุนดี ได้ขับรถของบริษัทออกไปทำงานนอกพื้นที่ด้วย ”
พี่นัท : “แล้วยังสนใจทำงาน ที่เดียวกับพี่อยู่ไหม ถ้าสนใจมาเขียนใบสมัครที่บริษัทเลยนะ”
น๊อต: “ขอบคุณมากครับพี่นัทที่ไม่ลืมน๊อต…ไว้น๊อตจะตัดสินใจแล้วรีบบอกนะครับ”
หลังจากนั้น พี่นัทกับผมก็ติดต่อทาง Line มาตลอด บ้างทีก็ Facebook บ้างส่วนมากในFacebook ก็จะมาเม้นให้กันซะมากกว่า ครับ
ผมคิดและตัดสินใจประมาณ อยู่1 สัปดาห์เพื่อที่ว่าจะย้ายงานไปทำกับพี่นัทดีไหม..ที่ใหม่ของเราก็แค่พึ่งทำได้2 เดือนเอง
ตอนนั้นคิดหนักมาก งานใหม่ที่จะมาถึงก็ดี…และก็เกรงใจที่ทำงานเก่าก็เกรงใจ
และแล้วผมก็ตัดสินใจว่าจะลาออกจากที่ทำงานที่2 ไปทำงานใหม่ในที่ ที่3 ครับ “และวันที่ลาออกก็จะสิ้นเดือนมิถุนายน 2013  พอดี”
ผมจึงตัดสินใจที่โทรไปบอกพี่นัทว่า “โอเคครับผมตกลงทำงานกับพี่นะครับ”
พี่นัทก็บอกว่า “งั้นมายื่นใบสมัครงานให้กับทางบริษัทที่พี่ทำงานอยู่แล้วกันนะ”
-----------------------------------------------------------------------------------------
และนี้ก็แค่การเริ่มต้นของผมและพี่นัท ที่ใกล้จะได้มาเจอกัน
(และสาเหตุอะไรผมกับพี่นัทจึงมีความผูกพันกัน,ทุกข์และสุกเรายิ้มไปด้วยกัน,และเมื่อเวลาผ่านไป,ทำไมเราสองคนถึงเริ่มห่างกันไป)
นี้แค่ Pass1 ที่ผมเล่ามานะครับยังยาวได้ขนาดนี้ในครั้งต่อไปจะเล่าPass2ให้ได้ฟังกันนะคับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่