
โหด มัน ฮามากๆ เริ่มเลยแล้วกันจ้า
อ้อ...ลืมบอกไป ขอยืม ID เพื่อนมาใช้ก่อนนะค่ะ
วันแรก
ออกจาก กทม วันที่ 11 เมษายน 2558 จองตั๋วรถเอาไว้ 20.30 แต่!!ได้ขึ้นรถประมาณเที่ยงคืน อกอีแป้นจะแตก เดินทางช่วงเทศกาลมันโหดมากต้องใช้ใจล้วนๆ กว่าจะถึงหนองคายก็บ่าย 3 ทั้งรถติดทั้งคนขับพาหลงทาง เฮ้อ!กว่าจะถึง เล่นเอาซะเหงือกแห้ง ถามว่าท้อมั้ย ตอบเลยว่าม้ายยยย ^^ เรื่องเที่ยวนี่เรื่องใหญ่เลยเหอะๆ มาต่อกันเลยดีกว่า (ปกติรถจาก กทม-หนองคายใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง)
พอมาถึงหนองคายประมาณบ่าย 3 แวะทานข้าวแปปนึงย้ำว่าแปปนึง ต้องรีบเดินทางไปเวียงจันทร์ต่อเพื่อที่จะไปให้ทันเที่ยวรถนอน เวียงจันทร์-ฮานอย หลังจากทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาใช้บริการ 3 ล้อให้นำพาเราไปยังด่านสะพานไทยลาว **สำหรับคนที่อยากจะไปขอแนะนำเลยนะคะ น้า 3 ล้อคนนี้บริการดีมากๆ เราเคยใช้บริการเมื่อ 8 ปีที่แล้วและเคยขอเบอร์โทรไว้ ลองกดเบอร์โทรหาแกยังใช่เบอร์เดิมและยังขับ3ล้อเหมือนเดิน บริการดีเหมือนเดิม ราคาย่อมเยาไม่เอาเปรียบลูกค้า แกชื่อน้าคำค่ะ...คำอย่างเดียวแกบอกไว้ 55555 อยากได้เบอร์ติดต่อหลังไมล์นะคะ (ไม่ได้ค่านายหน้า เต็มใจล้วนๆ ^^)
อ้อลืมไป สำหรับใครที่จะแลกเงิน แนะนำให้แลกเงินดอลล่าร์ ก่อนแล้วค่อยไปแลกเงิน ด่องต่อจะได้เรทที่โอกว่า สำหรับที่แลกตังในหนองคายจะมีอยู่ร้านนึง อยู่แถวท่าเสด็จตลาดอินโดจีน ร้านนี้เลย

ถามคนแถวนั้นเค้าก็จะรู้ หรือถ้าใช้บริการน้าคำให้แกพาไปได้เลยจ้า
ต่อๆๆ น้าคมได้มาส่งพวกเรายังที่หมาย ก่อนไปแชะภาพกันหน่อย ^^

เกือบลืม ก่อนจะเดินทางไกล ย้ำนะคะย้ำ!!! ต้องเตรียมของกินไปด้วยเยอะๆ เลย แวะ 7-11 ก่อนโลด .....เราเตือนคุณแล้ว

จุดตรวจ Passport
รอรถบัสมารับข้ามฝั่ง ราคาประมาณ 20 บาท
บรรยากาศบนรถขณะข้ามสะพานไทยลาว

มาถึงฝั่งลาว เวียงจันทร์แล้วจ้า ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
เหมือนเดิม เข้าแถวตรวจ Passport และจ่ายตังอีกค่าเข้าประเทศอีก 45 บาท ระหว่างที่เข้าแถวอยู่นั้นก็จะมี กลุ่มคนขับรถรับจ้าง เข้ามาเสนอราคาเหมาไป ขนส่งสายใต้ ของเวียงจันทร์
**แนะนำให้เดินพ้นด่านตรวจเข้าไปก่อนค่อยหารถไป เพราะราคาข้างนอกจะแพงกว่า (หน้าด่านราคาประมาณ 500 อัพต่อคัน ผ่านด่านเข้าไป ต่อราคาได้ประมาณ 300 บาท ย้ำว่าต่อได้ 300 นะจ๊ะใครที่จะไปก็เอาราคานี้ให้ได้นะ ^^
หลังจากเจรจาราคาเรียบร้อยเราก็ได้เดินทางกันเลย....แม่เจ้า เหมารถ 300 ได้นั่งรถตู้ไฮโซ มว๊าก ระยะทางก็ไกลแอบคิดอยู่ในใจว่าเราต่อเค้าเยอะไปป่าวหว่า 300/5=คนละ 60 บาท คุ้มอ่ะ ^^
มาถึงแว้วววว สถานีขนส่งสายใต้ พอเดินเข้าไปก็จะมีคนมาถามว่าจะไปไหน บางคนเป็นคนลาวพอสื่อสารกันได้เพราะเราเป็นคนอีสาน แต่บางคนก็เป็นคนเวียดนามพูดไม่รู้เรื่องเลย แต่เค้าก็จะมีนามบัตรมาให้ดูว่านี่นะไปเวียดนาม และแล้วเราก็เลยตามเค้าไป ถ้าเอาไปขายคงไม่รอด 555

นี่คือจุดขึ้นรถ ระยะเวลาของเที่ยวรถประมาณ 18.00-20.00 รถเต็มเมื่อไหร่ออกทันที ก่อนไปก็แชะซะหน่อย เก็บทุกเม็ด

อ้อ! อย่าลืมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมเสบียงอาหาร น้ำ ด้วย เพราะว่า บนรถไม่มีห้องน้ำจ้า เราต้องใช้เวลา กินนอนบนรถประมาณ 2 วัน ฟังไม่ผิดนะคะ ใช้เวลา 2 วัน ฮ่าๆๆ พอคนเต็มเราก็ได้เวลาเดินทางแล้วจ้า คนส่วนใหญ่จะเป็นคนเวียดนามที่ทำงานที่ลาวและไทย วันนั้นมีคนไทยในรถทั้งหมด 9 คน ตอนแรกๆ ก็จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะได้นั่งรถนอนเป็นครั้งแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ก็จะเริ่มเบื่อ นั่งๆนอนๆบนรถทั้งคืน

ตอนนี้มีเรื่องเล่า!! ระหว่างทางมีคนเวียดนาม 2 คนเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย อยู่เบาะข้างหน้า(เบาะนอนปกติ จะมีติดกันเป็นคู่ๆ และก็มีเบาะเดี่ยวใครมาก่อนก็ได้จองก่อน) แต่พวกเราจำได้ว่า 2 คนนี้ไม่ได้มาด้วยกัน ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เห็นเค้าคุยกันปกติ แต่เมื่อเริ่มดึก ผู้ชายก็เริ่มลวนลามผู้หญิง เริ่มจับโน่นนี่นั่น แต่ผู้หญิงก็ไม่พูดหรือโวยวายอะไร เราก็นั่งดูอยู่ข้างหลัง แล้วหันหน้าไปหาเพื่อนในกลุ่ม ว่าจะเอาไงดี จะช่วยผู้หญิงคนนั้นยังไง สักพักโชคเข้าข้าง ไอ้ผู้ชายคนนั้นเกิดปวดฉี่ขึ้นมา เค้าเลยให้รถจอดแล้วก็ลงไป พวกเราได้ทีก็เรียบเรียกผู้หญิงคนนั้นให้เปลี่ยนที่นอน สักพักผู้ชายก็ขึ้นมาบนรถแล้วก็ไม่เจอผู้หญิง ตามหาใหญ่พวกเราก็ทำเป็นหลับ ฮ่าๆๆ เนียนๆ พักนึงเค้าก็หาเจอและบอกให้ผู้หญิงไปนอนที่เดิม แต่ผู้หญิงไม่ยอมไป แล้วพวกเราก็แกล้งหลับต่อ ^^ คิดอยู่ในใจว่าถ้าเกิดมีเรื่องจะทำไงดีเนี่ย เค้าจะเอาเราไปฆ่าทิ้งป่าวนะ แต่ก็รอดมาได้ 55….เดินทางต่อ ยาวไปๆ
เวลาประมาณเที่ยงคืน เค้าจอดให้ลงไปกินข้าวจ้า จะเป็นร้านอาหารที่อยู่ข้างทางคงจะเป็นจุดพักรถ จอดที่เดียวครั้งเดียวนะใครจะเข้าห้องน้ำก็รีบจัด มาพูดเรื่องอาหารต่อ ^^ อาหารจะใส่ในจานหลุ่ม มีข้าวและกับข้าวอีกประมาณ 3 อย่าง ราคาถาดละ 100 บาท ถาดนึงกินได้ประมาณ 2 คน เพราะมันเยอะมาก กินข้าวเสร็จเขาจะมีบริการฟรี น้ำชา รสชาติขมมากๆ ต้องลองชิมดู (ที่นี่ไม่มีน้ำเปล่าให้) หลังทำธุระเสร็จก็เดินทางกันต่อ ......ติดตามตอนที่2 นะคะ
หนีร้อนสงกรานต์ มาลั้นลาเวียดนาม "กทม- หนองคาย- เวียงจันทร์- ฮานอย -ซาปา โดยรถนอน"
โหด มัน ฮามากๆ เริ่มเลยแล้วกันจ้า
อ้อ...ลืมบอกไป ขอยืม ID เพื่อนมาใช้ก่อนนะค่ะ
วันแรก
ออกจาก กทม วันที่ 11 เมษายน 2558 จองตั๋วรถเอาไว้ 20.30 แต่!!ได้ขึ้นรถประมาณเที่ยงคืน อกอีแป้นจะแตก เดินทางช่วงเทศกาลมันโหดมากต้องใช้ใจล้วนๆ กว่าจะถึงหนองคายก็บ่าย 3 ทั้งรถติดทั้งคนขับพาหลงทาง เฮ้อ!กว่าจะถึง เล่นเอาซะเหงือกแห้ง ถามว่าท้อมั้ย ตอบเลยว่าม้ายยยย ^^ เรื่องเที่ยวนี่เรื่องใหญ่เลยเหอะๆ มาต่อกันเลยดีกว่า (ปกติรถจาก กทม-หนองคายใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง)
พอมาถึงหนองคายประมาณบ่าย 3 แวะทานข้าวแปปนึงย้ำว่าแปปนึง ต้องรีบเดินทางไปเวียงจันทร์ต่อเพื่อที่จะไปให้ทันเที่ยวรถนอน เวียงจันทร์-ฮานอย หลังจากทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาใช้บริการ 3 ล้อให้นำพาเราไปยังด่านสะพานไทยลาว **สำหรับคนที่อยากจะไปขอแนะนำเลยนะคะ น้า 3 ล้อคนนี้บริการดีมากๆ เราเคยใช้บริการเมื่อ 8 ปีที่แล้วและเคยขอเบอร์โทรไว้ ลองกดเบอร์โทรหาแกยังใช่เบอร์เดิมและยังขับ3ล้อเหมือนเดิน บริการดีเหมือนเดิม ราคาย่อมเยาไม่เอาเปรียบลูกค้า แกชื่อน้าคำค่ะ...คำอย่างเดียวแกบอกไว้ 55555 อยากได้เบอร์ติดต่อหลังไมล์นะคะ (ไม่ได้ค่านายหน้า เต็มใจล้วนๆ ^^)
อ้อลืมไป สำหรับใครที่จะแลกเงิน แนะนำให้แลกเงินดอลล่าร์ ก่อนแล้วค่อยไปแลกเงิน ด่องต่อจะได้เรทที่โอกว่า สำหรับที่แลกตังในหนองคายจะมีอยู่ร้านนึง อยู่แถวท่าเสด็จตลาดอินโดจีน ร้านนี้เลย
ถามคนแถวนั้นเค้าก็จะรู้ หรือถ้าใช้บริการน้าคำให้แกพาไปได้เลยจ้า
ต่อๆๆ น้าคมได้มาส่งพวกเรายังที่หมาย ก่อนไปแชะภาพกันหน่อย ^^
เกือบลืม ก่อนจะเดินทางไกล ย้ำนะคะย้ำ!!! ต้องเตรียมของกินไปด้วยเยอะๆ เลย แวะ 7-11 ก่อนโลด .....เราเตือนคุณแล้ว
จุดตรวจ Passport
รอรถบัสมารับข้ามฝั่ง ราคาประมาณ 20 บาท
บรรยากาศบนรถขณะข้ามสะพานไทยลาว
มาถึงฝั่งลาว เวียงจันทร์แล้วจ้า ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
เหมือนเดิม เข้าแถวตรวจ Passport และจ่ายตังอีกค่าเข้าประเทศอีก 45 บาท ระหว่างที่เข้าแถวอยู่นั้นก็จะมี กลุ่มคนขับรถรับจ้าง เข้ามาเสนอราคาเหมาไป ขนส่งสายใต้ ของเวียงจันทร์
**แนะนำให้เดินพ้นด่านตรวจเข้าไปก่อนค่อยหารถไป เพราะราคาข้างนอกจะแพงกว่า (หน้าด่านราคาประมาณ 500 อัพต่อคัน ผ่านด่านเข้าไป ต่อราคาได้ประมาณ 300 บาท ย้ำว่าต่อได้ 300 นะจ๊ะใครที่จะไปก็เอาราคานี้ให้ได้นะ ^^
หลังจากเจรจาราคาเรียบร้อยเราก็ได้เดินทางกันเลย....แม่เจ้า เหมารถ 300 ได้นั่งรถตู้ไฮโซ มว๊าก ระยะทางก็ไกลแอบคิดอยู่ในใจว่าเราต่อเค้าเยอะไปป่าวหว่า 300/5=คนละ 60 บาท คุ้มอ่ะ ^^
มาถึงแว้วววว สถานีขนส่งสายใต้ พอเดินเข้าไปก็จะมีคนมาถามว่าจะไปไหน บางคนเป็นคนลาวพอสื่อสารกันได้เพราะเราเป็นคนอีสาน แต่บางคนก็เป็นคนเวียดนามพูดไม่รู้เรื่องเลย แต่เค้าก็จะมีนามบัตรมาให้ดูว่านี่นะไปเวียดนาม และแล้วเราก็เลยตามเค้าไป ถ้าเอาไปขายคงไม่รอด 555
นี่คือจุดขึ้นรถ ระยะเวลาของเที่ยวรถประมาณ 18.00-20.00 รถเต็มเมื่อไหร่ออกทันที ก่อนไปก็แชะซะหน่อย เก็บทุกเม็ด
อ้อ! อย่าลืมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เตรียมเสบียงอาหาร น้ำ ด้วย เพราะว่า บนรถไม่มีห้องน้ำจ้า เราต้องใช้เวลา กินนอนบนรถประมาณ 2 วัน ฟังไม่ผิดนะคะ ใช้เวลา 2 วัน ฮ่าๆๆ พอคนเต็มเราก็ได้เวลาเดินทางแล้วจ้า คนส่วนใหญ่จะเป็นคนเวียดนามที่ทำงานที่ลาวและไทย วันนั้นมีคนไทยในรถทั้งหมด 9 คน ตอนแรกๆ ก็จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะได้นั่งรถนอนเป็นครั้งแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ก็จะเริ่มเบื่อ นั่งๆนอนๆบนรถทั้งคืน
ตอนนี้มีเรื่องเล่า!! ระหว่างทางมีคนเวียดนาม 2 คนเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย อยู่เบาะข้างหน้า(เบาะนอนปกติ จะมีติดกันเป็นคู่ๆ และก็มีเบาะเดี่ยวใครมาก่อนก็ได้จองก่อน) แต่พวกเราจำได้ว่า 2 คนนี้ไม่ได้มาด้วยกัน ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เห็นเค้าคุยกันปกติ แต่เมื่อเริ่มดึก ผู้ชายก็เริ่มลวนลามผู้หญิง เริ่มจับโน่นนี่นั่น แต่ผู้หญิงก็ไม่พูดหรือโวยวายอะไร เราก็นั่งดูอยู่ข้างหลัง แล้วหันหน้าไปหาเพื่อนในกลุ่ม ว่าจะเอาไงดี จะช่วยผู้หญิงคนนั้นยังไง สักพักโชคเข้าข้าง ไอ้ผู้ชายคนนั้นเกิดปวดฉี่ขึ้นมา เค้าเลยให้รถจอดแล้วก็ลงไป พวกเราได้ทีก็เรียบเรียกผู้หญิงคนนั้นให้เปลี่ยนที่นอน สักพักผู้ชายก็ขึ้นมาบนรถแล้วก็ไม่เจอผู้หญิง ตามหาใหญ่พวกเราก็ทำเป็นหลับ ฮ่าๆๆ เนียนๆ พักนึงเค้าก็หาเจอและบอกให้ผู้หญิงไปนอนที่เดิม แต่ผู้หญิงไม่ยอมไป แล้วพวกเราก็แกล้งหลับต่อ ^^ คิดอยู่ในใจว่าถ้าเกิดมีเรื่องจะทำไงดีเนี่ย เค้าจะเอาเราไปฆ่าทิ้งป่าวนะ แต่ก็รอดมาได้ 55….เดินทางต่อ ยาวไปๆ
เวลาประมาณเที่ยงคืน เค้าจอดให้ลงไปกินข้าวจ้า จะเป็นร้านอาหารที่อยู่ข้างทางคงจะเป็นจุดพักรถ จอดที่เดียวครั้งเดียวนะใครจะเข้าห้องน้ำก็รีบจัด มาพูดเรื่องอาหารต่อ ^^ อาหารจะใส่ในจานหลุ่ม มีข้าวและกับข้าวอีกประมาณ 3 อย่าง ราคาถาดละ 100 บาท ถาดนึงกินได้ประมาณ 2 คน เพราะมันเยอะมาก กินข้าวเสร็จเขาจะมีบริการฟรี น้ำชา รสชาติขมมากๆ ต้องลองชิมดู (ที่นี่ไม่มีน้ำเปล่าให้) หลังทำธุระเสร็จก็เดินทางกันต่อ ......ติดตามตอนที่2 นะคะ