"เอไอเอส" เร่งจบข้อพิพาท "ทีโอที" หลังเจรจายุติศึกไม่ได้นาน หวั่นธุรกิจเสียโอกาสหารายได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้ทำหนังสือถึงนายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และพลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อขอให้สนับสนุนและเร่งรัดการเจรจายุติข้อพิพาทตามสัญญาสัมปทาน รวมถึงจัดตั้งบริษัท เทเลคอม ทาวเวอร์ จำกัด ร่วมกันระหว่างไอเอเอสกับทีโอทีโดยเร็ว เพราะนอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังส่งเสริมและและสนับหนุนโครงการดิจิตอลของรัฐบาลด้วย โดยการเจรจาดังกล่าว ต้องยึดหลักความเสมอภาคและได้ประโยชน์สูงสุด หากการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายล่าช้าอาจส่งผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและกระทบต่อกิจการโทรคมนาคมในภาพรวมด้วย

ทั้งนี้ นายพรชัยได้มอบหมายให้ทีโอทีเร่งเจรจากับเอไอเอสมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพราะสัญญาสัปทานใกล้สิ้นสุดแล้ว ขณะนี้เหลืออีกเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่ยังไม่มีข้อสรุป เพราะทีโอทีไม่ตัดสินใจดำเนินการใดๆ มีแต่การตั้งคณะกรรมการเจรจาและรอผลจากบริษัทปรึกษามาศึกษาวิเคราะห์การหาพันธมิตร ซึ่งจะส่งผลการศึกษามาให้ทีโอทีภายในเดือน ก.ค.นี้ ทำให้ทีโอทีสูญเสียโอกาสในการทำธุรกิจและสร้างรายได้อย่างมากสำหรับสิ่งที่นายพรชัยได้กำชับให้บอร์ดทีฑโอทีและผู้บริหารดำเนินการหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น โครงการไฟเบอร์ ทู เดอะ โฮม (เอฟทีทีเอ็กซ์) 2 ล้าน พอร์ต วงเงินลงทุน 30,000 ล้านบาท ที่นายพรชัยสั่งให้ทีโอทีจัดทำแผนการตลาดกลับมาเสนอใหม่ เพราะยังไม่ชัดเจน แต่ใช้เงินลงทุนสูงมาก และใช้เงินกู้เป็นหลัก จึงกังวลจะก่อให้เกิดปัญหาหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจเช่นเดียวกับโครงการ 3 จี ที่ทุ่มเงินลงทุนกว่า 17,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถสร้างรายได้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างภายในทีโอทียังมีปัญหามากจนต้องเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถบริหารจัดการได้ ทำให้นายพรชัย สั่งการให้บอร์ดทีโอทีเร่งปรับโครงสร้างโดยเร็ว เพื่อให้ขับเคลื่อนองค์กร สร้างรายได้ และลดการขาดทุนซึ่งปีนี้จะขาดทุน 12,000 ล้านบาท ปี 59 คาดขาดทุน 20,000 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา บอร์ดทีโอทีได้อนุมัติให้นายมนต์ชัย หนูสง เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอทีคนใหม่ โดยจะนำชื่อเสนอคณะกรรมการเจรจาค่าตอบแทน คาดว่าจะเสนอเงินเดือนในอัตราเดือนละ 400,000-500,000 บาท มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด อนุมัติต่อไป

ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่