ถูกตั้งประเด็นจับตามาตลอดถึงผลการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ภายใต้สถานการณ์เงินบาทผันผวนจากนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่ทำแตกต่างกันไป
ซึ่งนับเป็นความท้าทายของ ธปท.ในการดูแลฐานะการเงิน
"ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าการ ธปท.เคยกล่าวว่า ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นหลายครั้งเป็นผลจากการตีค่าของสินทรัพย์ที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งมีหลายสกุลเงิน ดังนั้นในยามที่เงินบาทแข็งค่า ธปท.ก็จำต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
แต่อีกด้านการที่เงินบาทแข็งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยดี ต่างชาตินิยมเข้ามาลงทุน ส่วนอีกด้าน ในยามที่ ธปท.มีผลดำเนินงานดีขึ้นหรือมีกำไร เงินบาทอ่อนค่า อาจสะท้อนเช่นกันว่า ธุรกิจและประชาชนกำลังเดือดร้อน เศรษฐกิจไทยอาจไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นเรื่องการตีค่าแต่สิ่งสำคัญคือสินทรัพย์ทุกอย่างที่ ธปท.ดูแลยังอยู่ครบ
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าสนใจเมื่อดูงบดุล ธปท.ประจำงวดปี 2557 ที่เผยแพร่ออกมาล่าสุด พบว่า ธปท.ขาดทุนสุทธิประจำงวด 61,569 ล้านบาท ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่เมื่อรวมกับผลขาดทุนสะสมอีก 572,901 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมมีผลดำเนินงานขาดทุน 634,471 ล้านบาท ย้ำเตือนว่า "ธปท.ยังมีผลขาดทุนทางบัญชีต่อเนื่อง" แม้ปีที่ผ่านมา ธปท.ขาดทุนสุทธิลดลงและต่ำกว่าระดับ 1 แสนล้านบาท ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้ ธปท.ขาดทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มา ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้รับที่เพิ่มขึ้นเป็น 59,415 ล้านบาท ในปี 2557 จากปีก่อนมีรายได้ 52,529 ล้านบาท
ส่วนด้านค่าใช้จ่าย ธปท.มีรายจ่ายอยู่ที่ 120,985 ล้านบาท นับว่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเคยสูงสุดเกือบแตะ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่ลดลงจึงสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น จากการวางแผนการลงทุนของ ธปท. ในปีที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะด้านการลงทุนผ่านตราสารหนี้ที่มีการกระจายความเสี่ยงไปสู่การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับผลตอบแทนต่ำจากการลงทุนพันธบัตรประเทศเศรษฐกิจหลัก
ทั้งนี้ ในรายงานงบดุล ธปท.งวดปี 2557 ชี้แจงถึงผลขาดทุนที่ปรากฏว่ามาจาก 2 ส่วน ได้แก่ ผลขาดทุนจากการตีราคา เนื่องจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่ ธปท.ดูแลรักษานั้นประกอบด้วยเงินตราสกุลหลักหลายสกุล และในจำนวนนี้มีเงินยูโรและเงินเยนที่ปัจจุบันอ่อนค่ามากรวมอยู่ด้วย และเมื่อตีราคา 2 สกุลนี้เป็นดอลลาร์สหรัฐจึงมีผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์สหรัฐน้อยลง ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้นในทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย เมื่อตีราคาเป็นเงินบาทมีมูลค่าลดลงด้วย
อีกด้านผลขาดทุนเกิดจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งในปี 2557 ที่ผ่านมาการขาดทุนส่วนนี้ลดลงจาก 4 ปีก่อนหน้า เนื่องจากสินทรัพย์ในเงินสำรองระหว่างประเทศได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นจากการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ "ดอกเบี้ยจ่าย" ออกไปสำหรับการดูแลดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินไทย "ลดลง" ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในรายงานคำอธิบายประกอบการเผยแพร่งบดุลปี 2557 ของ ธปท.ระบุว่า ธปท.ตระหนักในภาระการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยได้มีการวางแนวทางลดการขาดทุนและขอให้มั่นใจว่า ธปท.ได้ดำเนินการตามหลักการและมาตรฐานในการดำเนินงานของธนาคารกลางที่เป็นที่ยอมรับตามหลักสากล ด้วยการยึดมั่นต่อพันธกิจตามกฎหมายในการดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจการเงินต่อไป
อีกทั้งฐานะการเงินงวดปี 2557 ของ ธปท. ยังเป็นการ "ปิดจ็อบ" ที่สวยงามสำหรับผู้ว่าการคนที่ 22 แห่งวังบางขุนพรหม "ดร.ประสาร" ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งในเดือน ก.ย.ปีนี้ หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมาถูกกระทุ้งจากฟากการเมืองว่าดึงดัน "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" แล้วปล่อยให้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนพร้อม ๆ กับปล่อยให้ดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าดอกเบี้ยรับ (Negative Carry) จน ธปท.มีผลขาดทุนสุทธิแตะแสนล้านบาทติดต่อกันหลายปี
Link :
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1434863815
▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ กางงบดุลแบงก์ชาติ ปี′57 ขาดทุนสุทธิต่ำแสนล้าน ก่อน "ประสาร" ปิดจ็อบ █ ▇ ▆ ▅ ▄ ▃ ▂
ถูกตั้งประเด็นจับตามาตลอดถึงผลการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
ภายใต้สถานการณ์เงินบาทผันผวนจากนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่ทำแตกต่างกันไป
ซึ่งนับเป็นความท้าทายของ ธปท.ในการดูแลฐานะการเงิน
"ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ผู้ว่าการ ธปท.เคยกล่าวว่า ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นหลายครั้งเป็นผลจากการตีค่าของสินทรัพย์ที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งมีหลายสกุลเงิน ดังนั้นในยามที่เงินบาทแข็งค่า ธปท.ก็จำต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
แต่อีกด้านการที่เงินบาทแข็งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยดี ต่างชาตินิยมเข้ามาลงทุน ส่วนอีกด้าน ในยามที่ ธปท.มีผลดำเนินงานดีขึ้นหรือมีกำไร เงินบาทอ่อนค่า อาจสะท้อนเช่นกันว่า ธุรกิจและประชาชนกำลังเดือดร้อน เศรษฐกิจไทยอาจไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นเรื่องการตีค่าแต่สิ่งสำคัญคือสินทรัพย์ทุกอย่างที่ ธปท.ดูแลยังอยู่ครบ
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าสนใจเมื่อดูงบดุล ธปท.ประจำงวดปี 2557 ที่เผยแพร่ออกมาล่าสุด พบว่า ธปท.ขาดทุนสุทธิประจำงวด 61,569 ล้านบาท ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่เมื่อรวมกับผลขาดทุนสะสมอีก 572,901 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมมีผลดำเนินงานขาดทุน 634,471 ล้านบาท ย้ำเตือนว่า "ธปท.ยังมีผลขาดทุนทางบัญชีต่อเนื่อง" แม้ปีที่ผ่านมา ธปท.ขาดทุนสุทธิลดลงและต่ำกว่าระดับ 1 แสนล้านบาท ก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้ ธปท.ขาดทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มา ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้รับที่เพิ่มขึ้นเป็น 59,415 ล้านบาท ในปี 2557 จากปีก่อนมีรายได้ 52,529 ล้านบาท
ส่วนด้านค่าใช้จ่าย ธปท.มีรายจ่ายอยู่ที่ 120,985 ล้านบาท นับว่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเคยสูงสุดเกือบแตะ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่ลดลงจึงสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น จากการวางแผนการลงทุนของ ธปท. ในปีที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะด้านการลงทุนผ่านตราสารหนี้ที่มีการกระจายความเสี่ยงไปสู่การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับผลตอบแทนต่ำจากการลงทุนพันธบัตรประเทศเศรษฐกิจหลัก
ทั้งนี้ ในรายงานงบดุล ธปท.งวดปี 2557 ชี้แจงถึงผลขาดทุนที่ปรากฏว่ามาจาก 2 ส่วน ได้แก่ ผลขาดทุนจากการตีราคา เนื่องจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่ ธปท.ดูแลรักษานั้นประกอบด้วยเงินตราสกุลหลักหลายสกุล และในจำนวนนี้มีเงินยูโรและเงินเยนที่ปัจจุบันอ่อนค่ามากรวมอยู่ด้วย และเมื่อตีราคา 2 สกุลนี้เป็นดอลลาร์สหรัฐจึงมีผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์สหรัฐน้อยลง ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ทั้งสิ้นในทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย เมื่อตีราคาเป็นเงินบาทมีมูลค่าลดลงด้วย
อีกด้านผลขาดทุนเกิดจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งในปี 2557 ที่ผ่านมาการขาดทุนส่วนนี้ลดลงจาก 4 ปีก่อนหน้า เนื่องจากสินทรัพย์ในเงินสำรองระหว่างประเทศได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นจากการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ "ดอกเบี้ยจ่าย" ออกไปสำหรับการดูแลดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินไทย "ลดลง" ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในรายงานคำอธิบายประกอบการเผยแพร่งบดุลปี 2557 ของ ธปท.ระบุว่า ธปท.ตระหนักในภาระการขาดทุนจากการดำเนินงาน โดยได้มีการวางแนวทางลดการขาดทุนและขอให้มั่นใจว่า ธปท.ได้ดำเนินการตามหลักการและมาตรฐานในการดำเนินงานของธนาคารกลางที่เป็นที่ยอมรับตามหลักสากล ด้วยการยึดมั่นต่อพันธกิจตามกฎหมายในการดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจการเงินต่อไป
อีกทั้งฐานะการเงินงวดปี 2557 ของ ธปท. ยังเป็นการ "ปิดจ็อบ" ที่สวยงามสำหรับผู้ว่าการคนที่ 22 แห่งวังบางขุนพรหม "ดร.ประสาร" ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งในเดือน ก.ย.ปีนี้ หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมาถูกกระทุ้งจากฟากการเมืองว่าดึงดัน "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" แล้วปล่อยให้ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนพร้อม ๆ กับปล่อยให้ดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าดอกเบี้ยรับ (Negative Carry) จน ธปท.มีผลขาดทุนสุทธิแตะแสนล้านบาทติดต่อกันหลายปี
Link : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1434863815