*** นี่เป็นกระทู้แรกของ จขกท ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ***
สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาา



พอดีว่า จขกท เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีค่ะ ยังหางานทำไม่ได้ เลยตัดสินใจขอเที่ยวยาวๆก่อนเลยแล้วกัน
แต่ทริปครั้งนี้ยาวไม่มาก เที่ยวไม่ไกล วันเดียวจบ ว่างก็เลยแอบหนีที่บ้านไปเที่ยวซะหน่อย เหงาๆ
พอไปเที่ยวก็มีรูปเยอะ เลยหาที่ระบายรูปค่ะ ถ่ายมาก็อยากให้มีคนดู ลงรูปเยอะ
เด๋วเพื่อนรำคาญ เลยมาเขียนลงพันทิปซะเลยแล้วกัน
(**รูปทุกรูปที่ลงไม่ผ่านการแต่งรูปใดๆ กล้องถ่ายมายังไงก็ลงอย่างนั้น แล้วก็ไม่ได้เป็นมืออาชีพอะไร
ถ้าไม่สวยถูกใจต้องขอโทษด้วยค่ะ**)
เหตุเกิดจาก อยากไปเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหนดี เขาว่ากันว่า " คนไปทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก "
โดยปกติ จขกท ชอบแอบขับรถหนีไปนั่งเล่นที่ชายหาดที่บางแสนไม่ก็พัทยาอยู่แล้วค่ะ มันใกล้ดี ไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีใครรู้
ทริปนี้เราเลยไม่ไปทะเลแล้วค่ะ เบื่อแล้ว ไปบ่อย เปลี่ยนที่บ้างดีกว่า
ก็เลยทำการหาข้อมูล หา หา หา แล้วก็หา ว่าจะไปเที่ยวไหนดี
แล้วก็ไปเจอว่า ช่วงหน้าฝนต้องเที่ยวน้ำตก ไม่ก็ภูเขา มันจะเขียว สวยดี
ก็เลยหาข้อมูลต่อ แล้วก็เจอที่ใกล้ๆ ที่เดินทางสบายก็น้ำตกที่เราจะไปกันนี่ละค่ะ
แต่ดั๊นนนนนน... จขกท เห็นคนรีวิวน้ำตกที่นี่เยอะแล้วอะ เลยไม่อยากไปซ้ำอะจ่ะ
ก็เลยหาว่า จังหวัดที่เราจะไปเนี่ยมีไรน่าเที่ยวบ้าง มีที่เที่ยวอะไรแปลกๆบ้าง
แล้วก็ไปเจอ ที่ที่ จขกท เพิ่งไปมาจริงๆ และกำลังจะพาทุกคนไปดู Unseen Thailand (ในความคิดของ จขกท เนี่ยละค่ะ)
ตามหัวเรื่องค่ะ เราต้องหนีไปเที่ยวแบบไม่ให้ที่บ้านรู้ตัว
แต่ว่ามาเขียนกระทู้นี้ อาจจะโดนจับได้แล้ว 55555
การผจญภัยของเราครั้งนี้ เดินทางโดยรถยนต์ ขับไปเองคนเดียวค่ะ เป็นคนชอบขับรถ

เราไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ สบายๆ ไม่รีบค่ะ ไม่ต้องแหกตาตื่นเช้าเพื่อออกเดินทาง
ออกสายๆก็เที่ยวได้ จขกท ออกจากบ้านบ่ายโมงค่ะ กลับถึงบ้านประมาณทุ่มนึง
เริ่มเข้าเรื่องกันดีกว่า


เมื่อวันก่อน ในวันที่ฟ้าครึ้มเมฆก่อตัวหนาแน่น ฝนทำท่าจะตาแหล่ไม่ตกแหล่
ลมแรงเย็นสบาย แดดไม่ค่อยจะมี อากาศเหมือนจะดี
เหมาะแก่การออกไปเที่ยวสุดๆ ได้ฤกษ์ออกเดินทาง
หลังจากวางแผนมานาน แต่ก็ไม่ได้ไปซะที ในที่สุดก็ได้ไปตามใจหวัง
จังหวัดผู้โชคดีที่เราจะไปเยือน คือ ...

คือ จังหวัดนครนายก นั่นเองค่ะ ใกล้สุดๆเลยใช่มั้ย
หลังจากขับรถออกจากบ้านในกรุงเทพ ตอนบ่ายโมง
เราก็ถึงจุดหมายที่ตั้งใจจะไปประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง
แอบหลงทาง หาทางเข้าไม่เจอ ไปตามแมพ
ปลายทางไปโผล่เจอเป็นซากโบสดูเหมือนยังสร้างไม่เสร็จ
สตั๊นไปนานอยู่ว่าจะไปยังไงต่อดี ดูๆแล้ว ที่นี่คือวัดที่เรามาตามหาแน่ๆ
แต่ไหงที่เรามาตามหากลับไม่มี .. งง เอ๋อแดรกกันไปเลย
ดูไปดูมาสงสัยนี่จะเป็นหลังวัด ทางเข้าอาจจะอยู่อีกฝั่งนึง
สุดท้ายตัดสินใจถอยรถออกมา แล้วเลี้ยวตรงเข้าซอยเพื่อไปหาอีกฝั่งหนึ่งของวัด
แล้วในที่สุดเราก็ถึง เจอแล้วค่ะ อุโมงค์ต้นไผ่/ป่าไผ่ ที่เราตามหา ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี
ภาพนี้แสงมาพอดี ได้ฟิลแบบอบอุ่นมากๆ

ภาพนี้แสงหาย ก็สวยไปอีกแบบ ดูเงียบสงบดี

ภาพนี้มุมต่ำจากกล้องอีกตัวนึง
สวยใช่ม๊าาาาาาาาาาาาา~ สวยมากจริงๆ เพื่อนเห็นรูป เพื่อนบอกสวยกว่าที่ญี่ปุ่นอีก อิอิ
ตอนเห็นรีวิวของคนอื่นรู้สึกว่าต้องไปให้ได้ แล้วในที่สุดก็ได้ไป Check in
ปักหมุด ปักธง สร้างแลนด์มาร์ค เป็นที่เรียบร้อย
โอ๊ะ ลืมบอก เรามาเที่ยวกันที่ "วัดจุฬาภรณ์วราราม" ค่ะ
เชื่อยังว่า Unseen Thailand จริงๆค่ะ นอกจากจะสถานที่จะสวย น่ามาเที่ยว น่ามาถ่ายรูป
ยังหายากสุดๆไปเลยค่ะ ป้ายบอกทางก็ไม่มี แค่ป้ายชื่อวัดยังไม่มีเลยค่ะ
ทางเข้าจากถนนใหญ่ มีป้ายวัด แต่เป็นอีกวัดนึงไม่ใช่วัดนี้
ระหว่างทางในซอยก็ชวนให้รู้สึกว่ามาผิดทางมากๆ
แมพก็พาไปโผล่หลังวัด ยังดีที่ทางเข้าอุโมงค์ไผ่มีป้ายวัดตั้งอยู่ข้างหน้า
มันมาไม่ง่ายเท่าไหร่เลยจริงๆ
แต่ว่าคุ้มกับที่พยายามจนเจอ เกือบถอดใจวนกลับแล้วตอนแรก
ชอบมาก เป็นที่ที่สงบมาก (แถมถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องอายใคร ไม่มีใครกวนด้วย)
แค่ตรงนี้ ที่ที่ไม่มีอะไรเลย อยู่ไปประมาณชั่วโมงนึงได้ ตั้งกล้องถ่ายรูปคนเดียวอย่างเมามันส์
มีหลวงพี่กวาดวัดอยู่ด้านหลัง หลวงพี่คงคิดว่า แม่นางผู้นี้มาทำอะไรที่นี้
รูปเมื่อกี้อาจจะยังเห็นความสวยของมันไม่พอ เพิ่ม จขกท เข้าไปด้วย อาจจะทำให้วิวสวยขึ้น

ภาพเบลอๆ เพราะโฟกัสผิดก็สวยดีนะ

อันนี้ตอนตั้งกล้องไม่เห็นว่าติดกระโปรงรถ

ภาพมุมต่ำก็โอเคน้าาาาาา
หลังจากถ่ายรูปจนจุใจ ก็ขับเข้าไปข้างในจะไปไหว้พระ

มีน้องหมามาต้อนรับด้วยค่ะ มันเห่าอะ กลัวหมาเลยไม่กล้าลงจากรถ
ในรูปมีตัวเดียว จริงๆมีเยอะมาก
หลวงพี่ที่กวาดวัดอยู่เดินมาไล่น้องหมาให้ ก็เลยถือโอกาสถามซะเลยว่าโบสอยู่ตรงไหน แบบว่ามองไปทางไหนก็หาไม่เจอ
และแล้วก็ได้รู้ความจริงว่า ไม่มีโบสจ้าาาา โบสวัดกำลังสร้างอยู่ ยังสร้างไม่เสร็จ ถ้าอยากจะกราบพระให้ไปที่ศาลา
(ก็ว่าอยู่ ตอนหาข้อมูลก็ไม่มีพูดที่โบส ไหว้พระ อะไรเลย ทุกคนมาถ่ายรูปกับอุโมงค์ไผ่ แล้วก็จบกัน)
ได้เรื่องแล้ว เราก็เลยขับกลับมาทางตอนกลางของอุโมงค์ไผ่ (หนีน้องหมาด้วยเลย)
จะเจอศาลาสีเขียวๆ หน้าตาแบบนี้

ชื่อศาลาธรรมวราจารย์
กราบพระเสร็จก็แอบสำรวจรอบๆนิดหน่อย มองออกไป เจอน้องหมาที่เห่าเราเมื่อกี้ กำลังลงไปเล่นน้ำพอดี
ได้พูดคุยกับหลวงพี่นิดหน่อย หลวงพี่ถามว่ามาจากที่ไหน บอกไปว่ามาจากกรุงเทพ
หลวงพี่อึ้งไปนิดนึง แล้วบอกว่ามาไกลนะเนี่ย แล้วก็ลากลับ เพราะน้องหมามันเริ่มมาแล้ว >,<"
รู้ตัวอีกทีตอนกำลังจะออกจากวัด ก็ 3 โมงจะ 4 โมงแล้วค่าาาาา โอ้ววววววว เวลาเดินเร็วจริงๆ ~
ในซอยระหว่างทางกลับไปถนนใหญ่ อย่างที่บอกค่ะ ถนนชวนให้นึกว่าหลงแบบสุดๆ
แผนที่ๆ ตามแมพเลยค่ะ ถ้ามาจากเส้น สุวรรณศร เลี้ยวเข้าซอยตรงเข้ามาจนเจอป้ายวัดเลยค่ะ ก็จะเจออุโมงค์ไผ่
ไม่ต้องเลี้ยวอีกรอบตามแมพนะ ไม่งั้นจะเจอหลังวัดแบบ จขกท ค่ะ 5555555555
หลังจากออกมาแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปกันต่อที่จุดหมายต่อไปกันเลยค่ะ
หนีไปเที่ยวคนเดียว แบบไม่ให้ที่บ้านรู้ตัว (One day trip)
สวัสดีค่าาาาาาาาาาาาา
พอดีว่า จขกท เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีค่ะ ยังหางานทำไม่ได้ เลยตัดสินใจขอเที่ยวยาวๆก่อนเลยแล้วกัน
แต่ทริปครั้งนี้ยาวไม่มาก เที่ยวไม่ไกล วันเดียวจบ ว่างก็เลยแอบหนีที่บ้านไปเที่ยวซะหน่อย เหงาๆ
พอไปเที่ยวก็มีรูปเยอะ เลยหาที่ระบายรูปค่ะ ถ่ายมาก็อยากให้มีคนดู ลงรูปเยอะ
เด๋วเพื่อนรำคาญ เลยมาเขียนลงพันทิปซะเลยแล้วกัน
(**รูปทุกรูปที่ลงไม่ผ่านการแต่งรูปใดๆ กล้องถ่ายมายังไงก็ลงอย่างนั้น แล้วก็ไม่ได้เป็นมืออาชีพอะไร
ถ้าไม่สวยถูกใจต้องขอโทษด้วยค่ะ**)
เหตุเกิดจาก อยากไปเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหนดี เขาว่ากันว่า " คนไปทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก "
โดยปกติ จขกท ชอบแอบขับรถหนีไปนั่งเล่นที่ชายหาดที่บางแสนไม่ก็พัทยาอยู่แล้วค่ะ มันใกล้ดี ไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีใครรู้
ทริปนี้เราเลยไม่ไปทะเลแล้วค่ะ เบื่อแล้ว ไปบ่อย เปลี่ยนที่บ้างดีกว่า
ก็เลยทำการหาข้อมูล หา หา หา แล้วก็หา ว่าจะไปเที่ยวไหนดี
แล้วก็ไปเจอว่า ช่วงหน้าฝนต้องเที่ยวน้ำตก ไม่ก็ภูเขา มันจะเขียว สวยดี
ก็เลยหาข้อมูลต่อ แล้วก็เจอที่ใกล้ๆ ที่เดินทางสบายก็น้ำตกที่เราจะไปกันนี่ละค่ะ
แต่ดั๊นนนนนน... จขกท เห็นคนรีวิวน้ำตกที่นี่เยอะแล้วอะ เลยไม่อยากไปซ้ำอะจ่ะ
ก็เลยหาว่า จังหวัดที่เราจะไปเนี่ยมีไรน่าเที่ยวบ้าง มีที่เที่ยวอะไรแปลกๆบ้าง
แล้วก็ไปเจอ ที่ที่ จขกท เพิ่งไปมาจริงๆ และกำลังจะพาทุกคนไปดู Unseen Thailand (ในความคิดของ จขกท เนี่ยละค่ะ)
ตามหัวเรื่องค่ะ เราต้องหนีไปเที่ยวแบบไม่ให้ที่บ้านรู้ตัว
แต่ว่ามาเขียนกระทู้นี้ อาจจะโดนจับได้แล้ว 55555
การผจญภัยของเราครั้งนี้ เดินทางโดยรถยนต์ ขับไปเองคนเดียวค่ะ เป็นคนชอบขับรถ
เราไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ สบายๆ ไม่รีบค่ะ ไม่ต้องแหกตาตื่นเช้าเพื่อออกเดินทาง
ออกสายๆก็เที่ยวได้ จขกท ออกจากบ้านบ่ายโมงค่ะ กลับถึงบ้านประมาณทุ่มนึง
เริ่มเข้าเรื่องกันดีกว่า
เมื่อวันก่อน ในวันที่ฟ้าครึ้มเมฆก่อตัวหนาแน่น ฝนทำท่าจะตาแหล่ไม่ตกแหล่
ลมแรงเย็นสบาย แดดไม่ค่อยจะมี อากาศเหมือนจะดี
เหมาะแก่การออกไปเที่ยวสุดๆ ได้ฤกษ์ออกเดินทาง
หลังจากวางแผนมานาน แต่ก็ไม่ได้ไปซะที ในที่สุดก็ได้ไปตามใจหวัง
จังหวัดผู้โชคดีที่เราจะไปเยือน คือ ...
คือ จังหวัดนครนายก นั่นเองค่ะ ใกล้สุดๆเลยใช่มั้ย
เราก็ถึงจุดหมายที่ตั้งใจจะไปประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง
แอบหลงทาง หาทางเข้าไม่เจอ ไปตามแมพ
ปลายทางไปโผล่เจอเป็นซากโบสดูเหมือนยังสร้างไม่เสร็จ
สตั๊นไปนานอยู่ว่าจะไปยังไงต่อดี ดูๆแล้ว ที่นี่คือวัดที่เรามาตามหาแน่ๆ
แต่ไหงที่เรามาตามหากลับไม่มี .. งง เอ๋อแดรกกันไปเลย
ดูไปดูมาสงสัยนี่จะเป็นหลังวัด ทางเข้าอาจจะอยู่อีกฝั่งนึง
สุดท้ายตัดสินใจถอยรถออกมา แล้วเลี้ยวตรงเข้าซอยเพื่อไปหาอีกฝั่งหนึ่งของวัด
แล้วในที่สุดเราก็ถึง เจอแล้วค่ะ อุโมงค์ต้นไผ่/ป่าไผ่ ที่เราตามหา ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี
ภาพนี้แสงมาพอดี ได้ฟิลแบบอบอุ่นมากๆ
ภาพนี้แสงหาย ก็สวยไปอีกแบบ ดูเงียบสงบดี
ภาพนี้มุมต่ำจากกล้องอีกตัวนึง
สวยใช่ม๊าาาาาาาาาาาาา~ สวยมากจริงๆ เพื่อนเห็นรูป เพื่อนบอกสวยกว่าที่ญี่ปุ่นอีก อิอิ
ตอนเห็นรีวิวของคนอื่นรู้สึกว่าต้องไปให้ได้ แล้วในที่สุดก็ได้ไป Check in
ปักหมุด ปักธง สร้างแลนด์มาร์ค เป็นที่เรียบร้อย
โอ๊ะ ลืมบอก เรามาเที่ยวกันที่ "วัดจุฬาภรณ์วราราม" ค่ะ
เชื่อยังว่า Unseen Thailand จริงๆค่ะ นอกจากจะสถานที่จะสวย น่ามาเที่ยว น่ามาถ่ายรูป
ยังหายากสุดๆไปเลยค่ะ ป้ายบอกทางก็ไม่มี แค่ป้ายชื่อวัดยังไม่มีเลยค่ะ
ทางเข้าจากถนนใหญ่ มีป้ายวัด แต่เป็นอีกวัดนึงไม่ใช่วัดนี้
ระหว่างทางในซอยก็ชวนให้รู้สึกว่ามาผิดทางมากๆ
แมพก็พาไปโผล่หลังวัด ยังดีที่ทางเข้าอุโมงค์ไผ่มีป้ายวัดตั้งอยู่ข้างหน้า
มันมาไม่ง่ายเท่าไหร่เลยจริงๆ
แต่ว่าคุ้มกับที่พยายามจนเจอ เกือบถอดใจวนกลับแล้วตอนแรก
ชอบมาก เป็นที่ที่สงบมาก (แถมถ่ายรูปได้แบบไม่ต้องอายใคร ไม่มีใครกวนด้วย)
แค่ตรงนี้ ที่ที่ไม่มีอะไรเลย อยู่ไปประมาณชั่วโมงนึงได้ ตั้งกล้องถ่ายรูปคนเดียวอย่างเมามันส์
มีหลวงพี่กวาดวัดอยู่ด้านหลัง หลวงพี่คงคิดว่า แม่นางผู้นี้มาทำอะไรที่นี้
รูปเมื่อกี้อาจจะยังเห็นความสวยของมันไม่พอ เพิ่ม จขกท เข้าไปด้วย อาจจะทำให้วิวสวยขึ้น
ภาพเบลอๆ เพราะโฟกัสผิดก็สวยดีนะ
อันนี้ตอนตั้งกล้องไม่เห็นว่าติดกระโปรงรถ
ภาพมุมต่ำก็โอเคน้าาาาาา
หลังจากถ่ายรูปจนจุใจ ก็ขับเข้าไปข้างในจะไปไหว้พระ
มีน้องหมามาต้อนรับด้วยค่ะ มันเห่าอะ กลัวหมาเลยไม่กล้าลงจากรถ
ในรูปมีตัวเดียว จริงๆมีเยอะมาก
หลวงพี่ที่กวาดวัดอยู่เดินมาไล่น้องหมาให้ ก็เลยถือโอกาสถามซะเลยว่าโบสอยู่ตรงไหน แบบว่ามองไปทางไหนก็หาไม่เจอ
และแล้วก็ได้รู้ความจริงว่า ไม่มีโบสจ้าาาา โบสวัดกำลังสร้างอยู่ ยังสร้างไม่เสร็จ ถ้าอยากจะกราบพระให้ไปที่ศาลา
(ก็ว่าอยู่ ตอนหาข้อมูลก็ไม่มีพูดที่โบส ไหว้พระ อะไรเลย ทุกคนมาถ่ายรูปกับอุโมงค์ไผ่ แล้วก็จบกัน)
ได้เรื่องแล้ว เราก็เลยขับกลับมาทางตอนกลางของอุโมงค์ไผ่ (หนีน้องหมาด้วยเลย)
จะเจอศาลาสีเขียวๆ หน้าตาแบบนี้
ชื่อศาลาธรรมวราจารย์
กราบพระเสร็จก็แอบสำรวจรอบๆนิดหน่อย มองออกไป เจอน้องหมาที่เห่าเราเมื่อกี้ กำลังลงไปเล่นน้ำพอดี
ได้พูดคุยกับหลวงพี่นิดหน่อย หลวงพี่ถามว่ามาจากที่ไหน บอกไปว่ามาจากกรุงเทพ
หลวงพี่อึ้งไปนิดนึง แล้วบอกว่ามาไกลนะเนี่ย แล้วก็ลากลับ เพราะน้องหมามันเริ่มมาแล้ว >,<"
รู้ตัวอีกทีตอนกำลังจะออกจากวัด ก็ 3 โมงจะ 4 โมงแล้วค่าาาาา โอ้ววววววว เวลาเดินเร็วจริงๆ ~
ในซอยระหว่างทางกลับไปถนนใหญ่ อย่างที่บอกค่ะ ถนนชวนให้นึกว่าหลงแบบสุดๆ
แผนที่ๆ ตามแมพเลยค่ะ ถ้ามาจากเส้น สุวรรณศร เลี้ยวเข้าซอยตรงเข้ามาจนเจอป้ายวัดเลยค่ะ ก็จะเจออุโมงค์ไผ่
ไม่ต้องเลี้ยวอีกรอบตามแมพนะ ไม่งั้นจะเจอหลังวัดแบบ จขกท ค่ะ 5555555555
หลังจากออกมาแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปกันต่อที่จุดหมายต่อไปกันเลยค่ะ