สวัสดีทุกคนค่ะ เราไม่ได้ล็อคอินเข้ามานานมาก และนี่เป็นกระทู้ที่สองในชีวิต เนื่องจากมีเรื่องราวอยากแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ ขอเริ่มเลยนะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็น ผญ วัยเลขสามต้นๆ ทำงานอยู่ กทม. หน้าตาเรียกว่าไม่ใช่คนสวย รุปร่างท้วม เคยมีความรักแบบแอบรักมาแล้วครั้งหนึ่งกับ ผช อายุมากกว่าเยอะมาก ซึ่งครั้งนั้นเราเป็นฝ่ายตัดใจเพราะรู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้ว และเค้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเรา
และเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เรากำลังตัดใจจากคนแรกอยู่นั้น ก็มี ผช อีกคนก้าวเข้ามาในชีวิต เราเจอเค้าตอนไปทำงานที่ ตจว ชายทะเลแห่งหนึ่ง เค้าทำงานอยู่องค์กรเดียวกับเรา แต่อยู่คนละจังหวัด รูปร่างหน้าตาของเค้าก็โอเคในระดับนึง อายุมากกว่าเรา เป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี (ดีเกินไปด้วยซ้ำ) คารมดี เพื่อนเยอะ โดยเฉพาะเพื่อน ผญ
เค้าก้าวเข้ามาในชีวิตเราแบบไม่รู้จะเรียกว่าจงใจหรือความบังเอิญ ในเวลานั้น เราต้องทำงานร่วมกับเค้าสี่วัน ซึ่งตลอดทริปนั้นเค้าดูแลเราดีมาก ตอนกลางวันก็ช่วยถ่ายรูปให้เราตลอด ตอนกลางคืนก็ดื่มอะไรกันเล็กน้อย และเค้าก็เดินไปส่งเราที่ห้อง พอเช้ามาก็จะไลน์มา good morning พอขึ้นรถตู้ เค้านั่งข้างคนขับ เรานั่งข้างหลังสุด เค้าก็จะคอยส่งไลน์มาคุยกับเราตลอด
เมื่อจบทริปนั้น เรากลับ กทม. เค้าก็ส่งไลน์มาขอเบอร์โทรเรา บอกว่าเอาไว้โทรติดต่องานกัน (คือ ตอนที่ออกทริปนั้นเราแลกไลน์ แลกเฟสบุ๊ค แต่ไม่ได้ให้เบอร์โทรเค้า) ซึ่งเราก็ได้ให้ไปสองเบอร์ หลังจากนั้นมา เค้าก็โทรคุยกับเราวันละหลายครั้ง ครั้งละนานๆ ยิ่งตอนกลางคืน จะคุยกับเป็นชั่วโมง และมีส่งไลน์หาเราบ่อย คุยโต้ตอบกันไปมา จนเพื่อนๆที่ทำงานเราซึ่งรู้จักกับเค้ามาก่อน แต่ไม่ถึงกับสนิทกัน ก็แซวเราว่าจีบกันหรือเปล่า
บอกตรงๆว่าช่วงนั้นเรามีความสุขมาก เค้าปฏิบัติกับเราเหมือนคนเป็นแฟนกันทุกอย่าง ตื่นเช้ามาต้องไลน์ทักกัน ทานข้าวกลางวันต้องส่งรูปให้ดู ตอนเย็นเลิกงานต้องรายงานตัวว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เล่นเฟสก็แท็กเพลงหากัน บางทีเค้าก็โทรมาร้องเพลงให้เราฟัง มีฝากของกินมาให้โดยฝากแม่เค้ามาให้เรา (แม่เค้าขึ้นมา กทม. พอดี) หรือฝากเพื่อนเค้าที่เรารู้จักเอามาให้ บางทีก็เป็นของฝากจากต่างประเทศ แล้วบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง และเป็นของขวัญวาเลนไทน์ล่วงหน้าด้วย (เราเกิด ม.ค.)
เราเอง เริ่มเปิดใจให้เค้ามากขึ้น มีเรื่องอะไรก็เล่าสู่กันฟังแทบทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัว และเราก็ตรวจสอบดีแล้วว่าเค้ายังโสด (เคยมีแฟนเก่า แต่เลิกกันแล้ว) เราเลยรู้สึกดีกับเค้ามากขึ้นทุกวัน
อ่านที่เราเล่าแล้ว เหมือนน่าจะแฮปปี้เอนดิ้งใช่มั้ยค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ความรักมันไม่ง่ายอย่างนั้นค่ะ
ความดราม่าในชีวิตรักของเรา มันเริ่มขึ้นช่วงวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันหยุดพอดี เราตั้งใจจะไปหาเค้าที่ต่างจังหวัด จะเอาของขวัญไปให้ และไปช่วยเค้าขายของในวันหยุด ซึ่งเราเคยเกริ่นกับเค้าแล้ว ว่าจะไปหานะ แต่เกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยคะ .... คืนวันที่ 13 ก.พ. เราไลน์ถามเค้าว่าตอนเช้าจะเจอกันยังไง จะให้เราไปหาหรือจะรอรับเราตรงไหน เค้าก็ไม่ตอบ ไม่อ่านไลน์เราทั้งคืน เราโทรหาก็ไม่รับสาย พอตอนเช้ามา เราเตรียมแต่งตัวแต่เช้า ในใจตอนนั้นคิดว่าถึงเค้าไม่ตอบไลน์ก็ไม่เป็นไร เราไปเซอร์ไพร้ส์เองก็ได้ แต่ปรากฏว่า เค้าไลน์มาหาเราก่อนออกจากห้อง ว่าเค้าคิดว่าเราพูดเล่นว่าจะไปหาเค้า และเค้าก็จะไม่อยู่ด้วย ต้องไปธุระกับแม่
นี่ล่ะค่ะ จุดเริ่มต้นของความดราม่า
หลังจากนั้นมา เค้าก็เริ่มหายไป เดี๋ยวคุยเดี๋ยวหาย และเราไม่ได้โทรคุยกันเหมือนเดิมเป็นเวลา 4-5 เดือนแล้ว เราโทรไปก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ คุยกันแต่ไลน์ตลอด ซึ่งบางวันเค้าก็ไม่ไลน์หาเราด้วย พอเราคุยเรื่องนี้กับเค้า เค้าก็บอกว่ายุ่งมาก ทั้งเรื่องงานทั้งภาระที่บ้าน และก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เราเข้าใจ เค้าบอกว่าเราชอบงอนเค้าเรื่องนี้ บางทีเค้าเหนื่อยมาก็ไม่อยากทะเลาะกับเรา ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่เราร้องไห้ทุกวัน เพราะความห่างเหินของเค้า บางวันกินเหล้าเมาร้องไห้กับเพื่อนก็เคยมาแล้ว เพื่อนสนิทเราก็ถามกันทุกคนว่าตกลงเป็นแฟนกันหรือยัง ซึ่งเราก็ตอบใครไม่ได้ เพราะเคยถามเค้า เค้าไม่ตอบเราสักทีว่าคบกับเราแบบไหน
และแล้วดราม่าหนักหน่วงก็เกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง เมื่อเค้าต้องมาอบรมที่ กทม สองอาทิตย์ และตรงกับวันเกิดเค้าพอดี เราก็พยายามนัดแนะกับเค้าก่อนเค้าจะมา ว่าเดี่ยวจะชวนไปทำบุญโลงศพตอนเย็น ไปทานข้าว ดูหนัง ซึ่งเค้ารับปากเรา แต่พอถึงเวลาจริงๆ เค้าไปทำบุญโลงศพกับเพื่อนเค้าตอนเช้าวันศุกร์ เราเองเห็นจากเฟสเค้า ก็เลยถามว่าทำไมไม่รอเรา วันจันทร์ก็เจอกันแล้ว เค้าบอกว่าอาจารย์ท่านนึงแนะนำให้รีบทำ .... ยังไม่พอค่ะ ยังดราม่าได้อีก ..... ช่วงเวลาที่เค้ามาอบรมนั้น เราไม่ได้เจอกันเลย แต่วันเกิดเค้า เราก็ยังดั้นด้นไปหาซื้อเค๊กมาเซอไพร้ส์ แล้วแกล้งบอกให้เค้าไปดื่มฉลองกับเพื่อนๆกลุ่มเราซึ่งก็รู้จักกับเค้า ให้ไปกินกันที่โรงแรมที่เค้าพักกัน โดยบอกเค้าว่าเราไม่ว่าง ไม่ได้เจอนะ เค้าก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปกินกับเพื่อนๆแล้วจะส่งรูปมาให้ดู ..... เราก็แอบไปรอเค้า แล้วเค้าก็มาจริงๆค่ะ มาที่ห้องเพื่อนเรา แต่มาแล้วรีบไป ไปกินกับเพื่อนเค้าซึ่งเราไม่รู้จัก ..... พอเค้าเห็นเราเอาเค๊กมาเซอไพร้ส ก็ขอบคุณ แล้วถามว่า ต้องกินด้วยเหรอ ... เราฟังแล้วอึ้งค่ะ แต่เพื่อนๆเราพยายามกู้สถานการณ์บอกให้เค้าตัดเค๊ก เค้าก็ตัดและชิมไปหนึ่งคำ แล้วก็รีบไป ทิ้งเราไว้กับเพื่อนๆ
จากเหตุการณ์นี้ เราเสียใจมาก แต่พยายามอดทนมาตลอด เพราะไม่อยากเสียเค้าไป และเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้ว เราก็ทะเลาะกับเค้าค่อนข้างหนัก (คุยทางไลน์ เพราะไม่ได้โทรคุยกันนานแล้ว) ด้วยเรื่องเดิมๆที่เค้าห่างเหินและไม่บอกกับเราสักทีว่าคิดยังไงกับเรากันแน่ ซึ่งเค้าก็บอกเราแต่เพียงว่า เค้ายุ่งมากจริงๆ และเค้าไม่อยากอธิบายอะไร เพราะเราไม่เข้าใจเค้า กลัวจะทะเลาะกัน เค้าบอกว่าเค้าเองก็รู้สึกดีกับเรา แต่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เค้าพยายามบอกเราแต่เพียงว่าอย่าคิดมาก และเค้าก็ขอโทษเรา
ฟังๆดูแล้ว เหมือนเราไม่มีความอดทนใช่มั้ยคะ เหมือนเราไม่เข้าใจเค้า เราไม่มีเหตุผล ...... แต่ เดี๋ยวก่อนค่ะ ถ้าทุกคนเป็นเรา จะเข้าใจเรามากขึ้นนะคะ คือ ในขณะที่เรารอเค้าคุยกับเราเนี่ย เราเปิดเฟสดู เห็นอะไรรู้มั้ยคะ .... เราเห็นเค้าอัพรูปไปทานข้าว ไปทำนู่นนี่นั่น ลงเฟสเค้า เห็นเค้าไปกดไลค์ให้ใครต่อใครตั้งเยอะแยะ ......... และในไลน์กลุ่มเพื่อนเรา ซึ่งมีเค้าเป็นสมาชิกอยู่ เราเห็นเค้าคุยในไลน์กลุ่มกับเพื่อนๆเรา แต่ไม่คุยกับเราที่รออยู่
ยังไงก็ตาม จากวันนั้นมา เราก็พยายามให้โอกาสเค้า เค้าทักไลน์มาก็คุยด้วยดีๆ พยายามไม่โวยวาย และอดทนกับความไม่ชัดเจนของเค้ามาตลอด ทั้งที่พอถึงตอนนี้เพื่อนทุกคนยุให้เลิก ยุให้บล็อคไลน์ บล็อคเฟสไปเลย แต่เราก็ยังอดทน เพราะรู้ใจตัวเองว่ารักเค้าแล้ว ก็ได้แต่นอนร้องไห้ทุกคืน
และ ณ วันที่เราตั้งกระทู้นี้ เราไม่ได้คุยไลน์กับเค้ามาสี่วันแล้ว อยู่ดีๆเค้าก็เงียบหายไป ไม่ทักมา เราก็ไม่กล้าทักไปก่อน เพราะกลัวเค้ารำคาญ ไม่อยากกวนใจเค้า ..... แต่ทุกวัน เราเห็นเค้าอัพรูปลงเฟส และคุยกับใครต่อใครในเฟส
เรารู้สึกว่าเราโง่และใจง่ายมาก ที่ให้ความรักกับเค้า รักเค้ามากขึ้นทุกวัน แต่เค้ากลับเปลี่ยนไป และไม่เคยชัดเจนในความสัมพันธ์กับเราเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราคงคิดไปเองฝ่ายเอง มโนเองมาตลอดว่าเป็นแฟนกัน
และนี่ก็คือเหตุผลที่เราแชร์เรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันค่ะ เผื่อใครจะมีคำแนะนำดีๆให้เรา หรืออยากแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเราก็ยินดีนะคะ
รักก็ไม่รัก ทิ้งก็ไม่ทิ้ง จะเจ็บมากไปแล้ว
เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็น ผญ วัยเลขสามต้นๆ ทำงานอยู่ กทม. หน้าตาเรียกว่าไม่ใช่คนสวย รุปร่างท้วม เคยมีความรักแบบแอบรักมาแล้วครั้งหนึ่งกับ ผช อายุมากกว่าเยอะมาก ซึ่งครั้งนั้นเราเป็นฝ่ายตัดใจเพราะรู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้ว และเค้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเรา
และเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เรากำลังตัดใจจากคนแรกอยู่นั้น ก็มี ผช อีกคนก้าวเข้ามาในชีวิต เราเจอเค้าตอนไปทำงานที่ ตจว ชายทะเลแห่งหนึ่ง เค้าทำงานอยู่องค์กรเดียวกับเรา แต่อยู่คนละจังหวัด รูปร่างหน้าตาของเค้าก็โอเคในระดับนึง อายุมากกว่าเรา เป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี (ดีเกินไปด้วยซ้ำ) คารมดี เพื่อนเยอะ โดยเฉพาะเพื่อน ผญ
เค้าก้าวเข้ามาในชีวิตเราแบบไม่รู้จะเรียกว่าจงใจหรือความบังเอิญ ในเวลานั้น เราต้องทำงานร่วมกับเค้าสี่วัน ซึ่งตลอดทริปนั้นเค้าดูแลเราดีมาก ตอนกลางวันก็ช่วยถ่ายรูปให้เราตลอด ตอนกลางคืนก็ดื่มอะไรกันเล็กน้อย และเค้าก็เดินไปส่งเราที่ห้อง พอเช้ามาก็จะไลน์มา good morning พอขึ้นรถตู้ เค้านั่งข้างคนขับ เรานั่งข้างหลังสุด เค้าก็จะคอยส่งไลน์มาคุยกับเราตลอด
เมื่อจบทริปนั้น เรากลับ กทม. เค้าก็ส่งไลน์มาขอเบอร์โทรเรา บอกว่าเอาไว้โทรติดต่องานกัน (คือ ตอนที่ออกทริปนั้นเราแลกไลน์ แลกเฟสบุ๊ค แต่ไม่ได้ให้เบอร์โทรเค้า) ซึ่งเราก็ได้ให้ไปสองเบอร์ หลังจากนั้นมา เค้าก็โทรคุยกับเราวันละหลายครั้ง ครั้งละนานๆ ยิ่งตอนกลางคืน จะคุยกับเป็นชั่วโมง และมีส่งไลน์หาเราบ่อย คุยโต้ตอบกันไปมา จนเพื่อนๆที่ทำงานเราซึ่งรู้จักกับเค้ามาก่อน แต่ไม่ถึงกับสนิทกัน ก็แซวเราว่าจีบกันหรือเปล่า
บอกตรงๆว่าช่วงนั้นเรามีความสุขมาก เค้าปฏิบัติกับเราเหมือนคนเป็นแฟนกันทุกอย่าง ตื่นเช้ามาต้องไลน์ทักกัน ทานข้าวกลางวันต้องส่งรูปให้ดู ตอนเย็นเลิกงานต้องรายงานตัวว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เล่นเฟสก็แท็กเพลงหากัน บางทีเค้าก็โทรมาร้องเพลงให้เราฟัง มีฝากของกินมาให้โดยฝากแม่เค้ามาให้เรา (แม่เค้าขึ้นมา กทม. พอดี) หรือฝากเพื่อนเค้าที่เรารู้จักเอามาให้ บางทีก็เป็นของฝากจากต่างประเทศ แล้วบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง และเป็นของขวัญวาเลนไทน์ล่วงหน้าด้วย (เราเกิด ม.ค.)
เราเอง เริ่มเปิดใจให้เค้ามากขึ้น มีเรื่องอะไรก็เล่าสู่กันฟังแทบทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัว และเราก็ตรวจสอบดีแล้วว่าเค้ายังโสด (เคยมีแฟนเก่า แต่เลิกกันแล้ว) เราเลยรู้สึกดีกับเค้ามากขึ้นทุกวัน
อ่านที่เราเล่าแล้ว เหมือนน่าจะแฮปปี้เอนดิ้งใช่มั้ยค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ความรักมันไม่ง่ายอย่างนั้นค่ะ
ความดราม่าในชีวิตรักของเรา มันเริ่มขึ้นช่วงวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันหยุดพอดี เราตั้งใจจะไปหาเค้าที่ต่างจังหวัด จะเอาของขวัญไปให้ และไปช่วยเค้าขายของในวันหยุด ซึ่งเราเคยเกริ่นกับเค้าแล้ว ว่าจะไปหานะ แต่เกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยคะ .... คืนวันที่ 13 ก.พ. เราไลน์ถามเค้าว่าตอนเช้าจะเจอกันยังไง จะให้เราไปหาหรือจะรอรับเราตรงไหน เค้าก็ไม่ตอบ ไม่อ่านไลน์เราทั้งคืน เราโทรหาก็ไม่รับสาย พอตอนเช้ามา เราเตรียมแต่งตัวแต่เช้า ในใจตอนนั้นคิดว่าถึงเค้าไม่ตอบไลน์ก็ไม่เป็นไร เราไปเซอร์ไพร้ส์เองก็ได้ แต่ปรากฏว่า เค้าไลน์มาหาเราก่อนออกจากห้อง ว่าเค้าคิดว่าเราพูดเล่นว่าจะไปหาเค้า และเค้าก็จะไม่อยู่ด้วย ต้องไปธุระกับแม่
นี่ล่ะค่ะ จุดเริ่มต้นของความดราม่า
หลังจากนั้นมา เค้าก็เริ่มหายไป เดี๋ยวคุยเดี๋ยวหาย และเราไม่ได้โทรคุยกันเหมือนเดิมเป็นเวลา 4-5 เดือนแล้ว เราโทรไปก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ คุยกันแต่ไลน์ตลอด ซึ่งบางวันเค้าก็ไม่ไลน์หาเราด้วย พอเราคุยเรื่องนี้กับเค้า เค้าก็บอกว่ายุ่งมาก ทั้งเรื่องงานทั้งภาระที่บ้าน และก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เราเข้าใจ เค้าบอกว่าเราชอบงอนเค้าเรื่องนี้ บางทีเค้าเหนื่อยมาก็ไม่อยากทะเลาะกับเรา ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่เราร้องไห้ทุกวัน เพราะความห่างเหินของเค้า บางวันกินเหล้าเมาร้องไห้กับเพื่อนก็เคยมาแล้ว เพื่อนสนิทเราก็ถามกันทุกคนว่าตกลงเป็นแฟนกันหรือยัง ซึ่งเราก็ตอบใครไม่ได้ เพราะเคยถามเค้า เค้าไม่ตอบเราสักทีว่าคบกับเราแบบไหน
และแล้วดราม่าหนักหน่วงก็เกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง เมื่อเค้าต้องมาอบรมที่ กทม สองอาทิตย์ และตรงกับวันเกิดเค้าพอดี เราก็พยายามนัดแนะกับเค้าก่อนเค้าจะมา ว่าเดี่ยวจะชวนไปทำบุญโลงศพตอนเย็น ไปทานข้าว ดูหนัง ซึ่งเค้ารับปากเรา แต่พอถึงเวลาจริงๆ เค้าไปทำบุญโลงศพกับเพื่อนเค้าตอนเช้าวันศุกร์ เราเองเห็นจากเฟสเค้า ก็เลยถามว่าทำไมไม่รอเรา วันจันทร์ก็เจอกันแล้ว เค้าบอกว่าอาจารย์ท่านนึงแนะนำให้รีบทำ .... ยังไม่พอค่ะ ยังดราม่าได้อีก ..... ช่วงเวลาที่เค้ามาอบรมนั้น เราไม่ได้เจอกันเลย แต่วันเกิดเค้า เราก็ยังดั้นด้นไปหาซื้อเค๊กมาเซอไพร้ส์ แล้วแกล้งบอกให้เค้าไปดื่มฉลองกับเพื่อนๆกลุ่มเราซึ่งก็รู้จักกับเค้า ให้ไปกินกันที่โรงแรมที่เค้าพักกัน โดยบอกเค้าว่าเราไม่ว่าง ไม่ได้เจอนะ เค้าก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปกินกับเพื่อนๆแล้วจะส่งรูปมาให้ดู ..... เราก็แอบไปรอเค้า แล้วเค้าก็มาจริงๆค่ะ มาที่ห้องเพื่อนเรา แต่มาแล้วรีบไป ไปกินกับเพื่อนเค้าซึ่งเราไม่รู้จัก ..... พอเค้าเห็นเราเอาเค๊กมาเซอไพร้ส ก็ขอบคุณ แล้วถามว่า ต้องกินด้วยเหรอ ... เราฟังแล้วอึ้งค่ะ แต่เพื่อนๆเราพยายามกู้สถานการณ์บอกให้เค้าตัดเค๊ก เค้าก็ตัดและชิมไปหนึ่งคำ แล้วก็รีบไป ทิ้งเราไว้กับเพื่อนๆ
จากเหตุการณ์นี้ เราเสียใจมาก แต่พยายามอดทนมาตลอด เพราะไม่อยากเสียเค้าไป และเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้ว เราก็ทะเลาะกับเค้าค่อนข้างหนัก (คุยทางไลน์ เพราะไม่ได้โทรคุยกันนานแล้ว) ด้วยเรื่องเดิมๆที่เค้าห่างเหินและไม่บอกกับเราสักทีว่าคิดยังไงกับเรากันแน่ ซึ่งเค้าก็บอกเราแต่เพียงว่า เค้ายุ่งมากจริงๆ และเค้าไม่อยากอธิบายอะไร เพราะเราไม่เข้าใจเค้า กลัวจะทะเลาะกัน เค้าบอกว่าเค้าเองก็รู้สึกดีกับเรา แต่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน เค้าพยายามบอกเราแต่เพียงว่าอย่าคิดมาก และเค้าก็ขอโทษเรา
ฟังๆดูแล้ว เหมือนเราไม่มีความอดทนใช่มั้ยคะ เหมือนเราไม่เข้าใจเค้า เราไม่มีเหตุผล ...... แต่ เดี๋ยวก่อนค่ะ ถ้าทุกคนเป็นเรา จะเข้าใจเรามากขึ้นนะคะ คือ ในขณะที่เรารอเค้าคุยกับเราเนี่ย เราเปิดเฟสดู เห็นอะไรรู้มั้ยคะ .... เราเห็นเค้าอัพรูปไปทานข้าว ไปทำนู่นนี่นั่น ลงเฟสเค้า เห็นเค้าไปกดไลค์ให้ใครต่อใครตั้งเยอะแยะ ......... และในไลน์กลุ่มเพื่อนเรา ซึ่งมีเค้าเป็นสมาชิกอยู่ เราเห็นเค้าคุยในไลน์กลุ่มกับเพื่อนๆเรา แต่ไม่คุยกับเราที่รออยู่
ยังไงก็ตาม จากวันนั้นมา เราก็พยายามให้โอกาสเค้า เค้าทักไลน์มาก็คุยด้วยดีๆ พยายามไม่โวยวาย และอดทนกับความไม่ชัดเจนของเค้ามาตลอด ทั้งที่พอถึงตอนนี้เพื่อนทุกคนยุให้เลิก ยุให้บล็อคไลน์ บล็อคเฟสไปเลย แต่เราก็ยังอดทน เพราะรู้ใจตัวเองว่ารักเค้าแล้ว ก็ได้แต่นอนร้องไห้ทุกคืน
และ ณ วันที่เราตั้งกระทู้นี้ เราไม่ได้คุยไลน์กับเค้ามาสี่วันแล้ว อยู่ดีๆเค้าก็เงียบหายไป ไม่ทักมา เราก็ไม่กล้าทักไปก่อน เพราะกลัวเค้ารำคาญ ไม่อยากกวนใจเค้า ..... แต่ทุกวัน เราเห็นเค้าอัพรูปลงเฟส และคุยกับใครต่อใครในเฟส
เรารู้สึกว่าเราโง่และใจง่ายมาก ที่ให้ความรักกับเค้า รักเค้ามากขึ้นทุกวัน แต่เค้ากลับเปลี่ยนไป และไม่เคยชัดเจนในความสัมพันธ์กับเราเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราคงคิดไปเองฝ่ายเอง มโนเองมาตลอดว่าเป็นแฟนกัน
และนี่ก็คือเหตุผลที่เราแชร์เรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันค่ะ เผื่อใครจะมีคำแนะนำดีๆให้เรา หรืออยากแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเราก็ยินดีนะคะ