( อ่านไปมาเจอเนื้อหานี้เมื่อปี 2554 มังครับ อ่านสนุกเห็นภาพเลยอยากให้แฟน ๆ วันนี้อ่านกันทวนความจำนิสสส )
**
**
แฟนหมัดมวยเมื่อสักเกือบ 20 ปีที่แล้วคงยังจำกันได้แม่น กับลีลาแม่ไม้มวยไทย "ลูกถีบ" ของ สามารถ พยัคฆ์อรุณ
ที่ถีบพนมทวนเล็ก ห้าพลังยอดมวยยุคนั้นอีกคน เด้งเชือกไปมา เป็นไฟต์แห่งความทรงจำของคอกีฬา
หาก ธีราทร บุญมาทัน ปราการหลังทีมชาติไทยและบุรีรัมย์ พีอีเอ เลือกที่จะเป็นนักมวย
"อาวุธ" ของเขาคงสร้างชื่อได้ไม่น้อย แต่เมื่อเป็นนักฟุตบอลแล้วออกอาวุธถีบตูดคู่ต่อสู้ แทนที่จะได้เสียงเชียร์
กลับต้องโดนลงทัณฑ์ด้วยใบแดง เสียหายทั้งตัวเองและประเทศชาติ
นักฟุตบอลพรสวรรค์นี่ดูกันไม่ยากนะครับ คนที่ดูบอลมาหลายๆปี เห็นเด็กคนหนึ่งเล่นฟุตบอล
ดูการจับบอล จ่ายบอล สายตาที่ดูเพื่อนก็พอจะมองออกว่านักเตะคนนั้นจะไปได้ไกลขนาดไหน
ผมเคยเห็น "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน เล่นให้กับอัสสัมชัญธนบุรีตั้งแต่อายุ 12-13 ผมมองเด็กคนนี้
เหมือนกับที่เห็นแววจาก ธีรศิลป์ แดงดา, กวิน ธรรมสัจจานันท์ ฯลฯ ว่าหมอนี่รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี
อีกไม่กี่ปีติดทีมชาติแน่ๆ นักเตะเท้าซ้าย ไอคิวฟุตบอลน้องๆอัจฉริยะ รุ่นเดียวกันในประเทศไทยมีไม่กี่คน
แต่พอคุยกับบรรดาโค้ช, ผู้ปกครอง คนใกล้ชิด "เจ้าอุ้ม" ร้อยละ 90 พูดเหมือนนัดกันมาว่า
เด็กคนนี้มีดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวเกเร หากตั้งใจเล่นฟุตบอลจริงๆ ใครก็กินเขาลำบาก
ในระดับฟุตบอลนักเรียน ดาวเตะรายนี้ก็ขยันมีเรื่องมีราวประเภท เล่น 2 นัดพักซะ 1 นัด
มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ โค้ช-ครู แม้จะอิดหนาระอาใจที่พูดยังไงก็ไม่ฟัง อยากจะตัด จะดัดนิสัยบ้าง
ก็จำเป็นต้องใช้งานเพราะพรสวรรค์ในตัวเขามีเยอะเหลือเกิน
แม้กระทั่งในเกมระดับชาติอย่างเยาวชน 16 ปีชิงแชมป์เอเชีย เล่นคู่คี่สูสีอยู่ดีๆ
พออารมณ์เสียขึ้นมา ก็ไปถ่มน้ำลายรดหน้าคู่ต่อสู้ซะอย่างงั้น โดนทั้งใบแดง โค้ชก็ด่า นักข่าวก็สวด
นึกว่าจะเป็นบทเรียนให้ปรับปรุงนิสัยใจคอให้ดีขึ้น
เผลอแผล็บเดียวนักเตะหุ่นสำอางหน้าใสก็ก้าวพรวดๆ ผ่านฟุตบอลนักเรียน
โผล่ทะยานขึ้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีกให้กับการไฟฟ้าฯ ก่อนจะทำผลงานแซงรุ่นพี่ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่
เกมไทยพรีเมียร์ลีก ธีราทรก็ยังเป็นธีราทรคนเดิมเหมือนกับสมัยเด็กๆจำได้ไหมครับ
เกมระหว่าง ทหารบกกับบุรีรัมย์ พีอีเอ คนที่ ธาตรี สีหา เหนี่ยวคอเสื้อขึ้นมาตบหน้า
จนตามมาด้วยเหตุการณ์ตะลุมบอนก็เจ้าอุ้มนี่แหละ
ไม่ใช่แค่ในสนามอย่างเดียว นอกสนามเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วก็มีข่าวว่านักเตะรูปหล่อรายนี้ขับรถไล่ชนแฟนสาว
จนมีเรื่องแจ้งความขึ้นโรงพัก โชคดีที่ได้ลูกพี่เป็นแบ็กอัพ คอยเคลียร์ให้
ทำให้ข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ค่อยปรากฏ
อดีตก็คืออดีต ไม่ค่อยมีใครอยากจะจำหรอกครับ ถ้าไม่เกิดเหตุถีบตูดนักเตะซาอุฯแล้ววิ่งหนีจนโดนใบแดง
ตามมาด้วยใบแดงอีกใบในซีเกมส์ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งใบหลังแม้ว่าจะไม่ได้เกกมะเหรกเกเร
แต่การเตะบอลทิ้งก็ไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำ
ใบแดง...อารมณ์ร้อน...เกเร นี่คือปัญหาสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยล้มเหลวมาโดยตลอด
ถ้ายังจำกันได้ นักเตะอย่าง ไกรเกียรติ เบียดตะคุ ที่เตะเอวคู่ต่อสู้จากตะวันออกกลาง
ก็ทำให้ทีมชาติไทยตกรอบปรีโอลิมปิกเมื่อหลายปีก่อน, ศิวะเมต ธนูศร ก็เคยหวดไม่ยั้งในฟุตบอลปรีโอลิมปิกจนโดนใบแดง,
ณรงค์ชัย วชิรบาล โดนใบแดงจากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดไทยกับญี่ปุ่นก็ทำทีมไทยพัง ฯลฯ
นักฟุตบอลไทยหลายคนเก่งนะครับ แต่ฝีเท้ากับความรับผิดชอบ คนละเรื่องกัน
การโดนใบแดงแบบไม่สมควรโดนถือว่าเป็นความสำนึกและความรับผิดชอบที่เราต้องเร่งปลุก
ให้นักเตะรู้ถึงผลเสียหายที่จะตามมาต่อทีม ต่อประเทศชาติ บางทีมต้องรอความหวังกัน 4 ปีกว่าจะได้แข่งขันบอลโลก
หมดเงินเตรียมทีมไม่รู้กี่สิบล้าน ทั้งคัด ทั้งเฟ้น จนได้คุณมาเป็น 1 ใน 11 ตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ
แต่เวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย
ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สนับสนุนก็มีส่วนครับ อย่างรายของธีราทรโชคดีที่มี กรุณา ชิดชอบ,เนวิน ชิดชอบ
เป็นเหมือนพ่อแม่คนที่สองรักเหมือนลูก ซ้อมกับทีมชาติก็ตามไปดู โอ๋กันเต็มเหนี่ยวเพราะความเก่ง
ทั้งสองท่านต้องสอนวิธีคิด สอนให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ รับผิดชอบต่อสังคมให้กับนักเตะรายนี้และคนอื่นๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
***** ปูเป้ ( ผู้เขียน )
***** ผมอ่านแล้วเห็นภาพดี เลยก๊อบมาวาง ฮี่ๆๆ
บทเรียนจาก ธีราทร พยัคฆ์อรุณ คอลัมน์ : คลุกวงในบอลไทย โดย.. ปูเป้
**
**
แฟนหมัดมวยเมื่อสักเกือบ 20 ปีที่แล้วคงยังจำกันได้แม่น กับลีลาแม่ไม้มวยไทย "ลูกถีบ" ของ สามารถ พยัคฆ์อรุณ
ที่ถีบพนมทวนเล็ก ห้าพลังยอดมวยยุคนั้นอีกคน เด้งเชือกไปมา เป็นไฟต์แห่งความทรงจำของคอกีฬา
หาก ธีราทร บุญมาทัน ปราการหลังทีมชาติไทยและบุรีรัมย์ พีอีเอ เลือกที่จะเป็นนักมวย
"อาวุธ" ของเขาคงสร้างชื่อได้ไม่น้อย แต่เมื่อเป็นนักฟุตบอลแล้วออกอาวุธถีบตูดคู่ต่อสู้ แทนที่จะได้เสียงเชียร์
กลับต้องโดนลงทัณฑ์ด้วยใบแดง เสียหายทั้งตัวเองและประเทศชาติ
นักฟุตบอลพรสวรรค์นี่ดูกันไม่ยากนะครับ คนที่ดูบอลมาหลายๆปี เห็นเด็กคนหนึ่งเล่นฟุตบอล
ดูการจับบอล จ่ายบอล สายตาที่ดูเพื่อนก็พอจะมองออกว่านักเตะคนนั้นจะไปได้ไกลขนาดไหน
ผมเคยเห็น "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน เล่นให้กับอัสสัมชัญธนบุรีตั้งแต่อายุ 12-13 ผมมองเด็กคนนี้
เหมือนกับที่เห็นแววจาก ธีรศิลป์ แดงดา, กวิน ธรรมสัจจานันท์ ฯลฯ ว่าหมอนี่รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี
อีกไม่กี่ปีติดทีมชาติแน่ๆ นักเตะเท้าซ้าย ไอคิวฟุตบอลน้องๆอัจฉริยะ รุ่นเดียวกันในประเทศไทยมีไม่กี่คน
แต่พอคุยกับบรรดาโค้ช, ผู้ปกครอง คนใกล้ชิด "เจ้าอุ้ม" ร้อยละ 90 พูดเหมือนนัดกันมาว่า
เด็กคนนี้มีดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวเกเร หากตั้งใจเล่นฟุตบอลจริงๆ ใครก็กินเขาลำบาก
ในระดับฟุตบอลนักเรียน ดาวเตะรายนี้ก็ขยันมีเรื่องมีราวประเภท เล่น 2 นัดพักซะ 1 นัด
มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ โค้ช-ครู แม้จะอิดหนาระอาใจที่พูดยังไงก็ไม่ฟัง อยากจะตัด จะดัดนิสัยบ้าง
ก็จำเป็นต้องใช้งานเพราะพรสวรรค์ในตัวเขามีเยอะเหลือเกิน
แม้กระทั่งในเกมระดับชาติอย่างเยาวชน 16 ปีชิงแชมป์เอเชีย เล่นคู่คี่สูสีอยู่ดีๆ
พออารมณ์เสียขึ้นมา ก็ไปถ่มน้ำลายรดหน้าคู่ต่อสู้ซะอย่างงั้น โดนทั้งใบแดง โค้ชก็ด่า นักข่าวก็สวด
นึกว่าจะเป็นบทเรียนให้ปรับปรุงนิสัยใจคอให้ดีขึ้น
เผลอแผล็บเดียวนักเตะหุ่นสำอางหน้าใสก็ก้าวพรวดๆ ผ่านฟุตบอลนักเรียน
โผล่ทะยานขึ้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีกให้กับการไฟฟ้าฯ ก่อนจะทำผลงานแซงรุ่นพี่ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่
เกมไทยพรีเมียร์ลีก ธีราทรก็ยังเป็นธีราทรคนเดิมเหมือนกับสมัยเด็กๆจำได้ไหมครับ
เกมระหว่าง ทหารบกกับบุรีรัมย์ พีอีเอ คนที่ ธาตรี สีหา เหนี่ยวคอเสื้อขึ้นมาตบหน้า
จนตามมาด้วยเหตุการณ์ตะลุมบอนก็เจ้าอุ้มนี่แหละ
ไม่ใช่แค่ในสนามอย่างเดียว นอกสนามเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วก็มีข่าวว่านักเตะรูปหล่อรายนี้ขับรถไล่ชนแฟนสาว
จนมีเรื่องแจ้งความขึ้นโรงพัก โชคดีที่ได้ลูกพี่เป็นแบ็กอัพ คอยเคลียร์ให้
ทำให้ข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ค่อยปรากฏ
อดีตก็คืออดีต ไม่ค่อยมีใครอยากจะจำหรอกครับ ถ้าไม่เกิดเหตุถีบตูดนักเตะซาอุฯแล้ววิ่งหนีจนโดนใบแดง
ตามมาด้วยใบแดงอีกใบในซีเกมส์ภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งใบหลังแม้ว่าจะไม่ได้เกกมะเหรกเกเร
แต่การเตะบอลทิ้งก็ไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำ
ใบแดง...อารมณ์ร้อน...เกเร นี่คือปัญหาสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยล้มเหลวมาโดยตลอด
ถ้ายังจำกันได้ นักเตะอย่าง ไกรเกียรติ เบียดตะคุ ที่เตะเอวคู่ต่อสู้จากตะวันออกกลาง
ก็ทำให้ทีมชาติไทยตกรอบปรีโอลิมปิกเมื่อหลายปีก่อน, ศิวะเมต ธนูศร ก็เคยหวดไม่ยั้งในฟุตบอลปรีโอลิมปิกจนโดนใบแดง,
ณรงค์ชัย วชิรบาล โดนใบแดงจากฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดไทยกับญี่ปุ่นก็ทำทีมไทยพัง ฯลฯ
นักฟุตบอลไทยหลายคนเก่งนะครับ แต่ฝีเท้ากับความรับผิดชอบ คนละเรื่องกัน
การโดนใบแดงแบบไม่สมควรโดนถือว่าเป็นความสำนึกและความรับผิดชอบที่เราต้องเร่งปลุก
ให้นักเตะรู้ถึงผลเสียหายที่จะตามมาต่อทีม ต่อประเทศชาติ บางทีมต้องรอความหวังกัน 4 ปีกว่าจะได้แข่งขันบอลโลก
หมดเงินเตรียมทีมไม่รู้กี่สิบล้าน ทั้งคัด ทั้งเฟ้น จนได้คุณมาเป็น 1 ใน 11 ตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ
แต่เวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย
ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สนับสนุนก็มีส่วนครับ อย่างรายของธีราทรโชคดีที่มี กรุณา ชิดชอบ,เนวิน ชิดชอบ
เป็นเหมือนพ่อแม่คนที่สองรักเหมือนลูก ซ้อมกับทีมชาติก็ตามไปดู โอ๋กันเต็มเหนี่ยวเพราะความเก่ง
ทั้งสองท่านต้องสอนวิธีคิด สอนให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ รับผิดชอบต่อสังคมให้กับนักเตะรายนี้และคนอื่นๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
***** ปูเป้ ( ผู้เขียน )
***** ผมอ่านแล้วเห็นภาพดี เลยก๊อบมาวาง ฮี่ๆๆ