(เตือนภัย) เมื่อเราสมัครบัตรเครดิตทางโทรศัพท์ แต่เซลล์กลับเอาเอกสารไปสมัครสินเชื่อ (ภาคภูมิใจ) ให้เราซะงั้น!!!

(เตือนภัย) เมื่อเราสมัครบัตรเครดิตทางโทรศัพท์ แต่เซลล์กลับเอาเอกสารไปสมัครสินเชื่อ (ภาคภูมิใจ) ให้เราซะงั้น!!!

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน วันนี้จะขอตั้งกระทู้ เตือน (เกือบจะเป็น) ภัย ของการสมัครบัตรเครดิต ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ดีๆก็เกือบกลายเป็นลูกหนี้ อันสุดจะแสนภาคภูมิใจ ให้ธนาคารซะอย่างนั้น



เรื่องมีอยู่ว่าเราสมัครบัตรเครดิต Master card กับธนาคารแห่งหนึ่ง ผ่านทางเซลล์ที่โทรมาชักชวนให้เป็นสมาชิก หลังจากตกลงกับทางเซลล์เรียบร้อย เซลล์ก็ส่งฟอร์มสมัครบัตรเครดิต กับฟอร์มสมัครสินเชื่ออันสุดจะแสนภาคภูมิใจให้เราทางเมลล์

เราจึงสมัครบัตรเครดิตไป โดยเซ็นใบสมัครบัตรเครดิต และส่งฟอร์มเปล่าของบัตรสินเชื่อกลับไปทางเซลล์ พร้อมกับแนบเอกสารประกอบการสมัคร โดยมีสำเนาบัตรประชาชนขีดทับและเซ็นกำกับว่า”สำหรับสมัครบัตรเครดิตธนาคาร xxx  เท่านั้น” และสำเนา สลิปเงินเดือน แนบไปในไฟล์เดียวกันไปค่ะ


จนเกือบ 1 อาทิตย์ถัดมา ทางธนาคารโทรมาสอบถามที่อยู่การจัดส่งบัตรเครดิตและบัตรอนุมัติสินเชื่อ(บอกทางเจ้าหน้าที่ว่าตอนนี้อยู่ข้างนอกไม่สะดวกคุยเพราะอยู่บนรถเมล์แต่ก็ทวนแค่ที่อยู่เฉยๆ)
ถัดไปสามวันก็ มี SMS มาว่า

*** .....อนุมัติสินเชื่อพร้อมใช้ 60000 บ. และจะโอนยอด 20000 บ. เข้าบัญชีที่แจ้ง*** ช่วงเช้าประมาณ 8 โมง (แต่ไม่ได้เปิดอ่านค่ะ เพราะคิดว่าเป็น sms ขยะทั่วๆไป)


พอตกช่วงบ่าย เราได้ไปธนาคาร B (คนละเจ้ากับที่สมัครบัตรเครดิต) เพื่อทำธุระอย่างอื่น พร้อมกับอัพสมุดเงินฝาก ก็พบว่ามีเงินโอนเข้ามา 20,000 บาท โดยที่ก็งงว่าใครโอนมา โดยทางธนาคาร B ก็ตรวจสอบที่มาของเงินให้ไม่ได้ เพราะ code โชว์ว่าเป็นการโอนอัตโนมัติ

จากนั้นเราก็ทำงานเลิกงานกลับมาบ้านค่ะ ก็พบว่า มีการส่งบัตรเครดิต และบัตรสินเชื่ออันสุดจะแสนภาคภูมิใจ มาให้ จึงถึงกับบางอ้อว่าเงิน 20,000 มาจากนี่นี่เอง (เค้าคงอยากจะให้เราภาคภูมิใจมากที่ได้ใช้เงินฟรีค่ะ) เราจึงรีบโทรไป call center เพื่อสอบถาม ทาง call center ก็ยืนยันว่า เรามีการเซ็นเอกสารสมัครบัตร VISA  และสินเชื่ออันสุดจะแสนภาคภูมิใจไป ซึ่งในนั้นมีระบุว่าจะมีการโอนเงินก้อนแรกให้ในใบสมัครชัดเจน (ระบุตรงไหนไม่แน่ใจ แต่น่าจะแทรกอยู่ในข้อความที่ยาวเป็นพรืดๆค่ะ)  ให้ 5000 -20000 บาท ทันทีที่บัตรอนุมัติ

โดยทางเราสามารถคืนเงินได้ไม่เสียดอกเบี้ย หากโอนภายในวันนี้ (ซึ่งตอนนั้น 2ทุ่มกว่าแล้ว) ซึ่งต้องโอนเป็นจำนวนเงิน 20,042 บาท (42 บาท คือค่าตรวจสอบเครดิตบูโร สำหรับการใช้สินเชื่อค่ะ)

ซึ่งตอนนั้นทางเราก็ยังงงๆค่ะว่า เอ๊ะ หรือชั้นพลาดเซ็นสมัครสินเชื่อไป ตามกลอุบาย (ไม่ได้เรียกว่าโกงนะ ธนาคารเค้าบอก) แต่นึกขึ้นมาได้ว่ามีอีเมลล์หลักฐานจึงเปิดขึ้นมาดู ก็เถียงกลับ call center ทันทีค่ะว่า เราเซ็นไปใบเดียวนะ เรามีหลักฐาน

สืบไปสืบมาพบว่า ทางเซลล์ค่ะได้เอาเอกสารบางส่วนของเราไปสมัครสินเชื่อ เนื่องจากทางเราไม่ได้มีการเซ็นเอกสารกำกับไว้ และลายเซ็นเป็นลักษณะตัวเขียนจึงสามารถปลอมแปลงได้ค่ะ

จึงตกลงกับ call center เรื่องการโอนเงินเจ้าปัญหาคืน จำนวน 20,042 บาท ***ซึ่งตอนแรกทาง call center  พยายามแจ้งว่าหากไม่โอนคืนภายใน3ทุ่มครึ่งจะมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมา ****

ทั้งนี้เรา ไม่ได้มีการสมัครทำธุรกรรมผ่านทางอินเตอร์เน็ต/ มือถือ จึงไม่สามารถโอนให้ได้ทันที (จริงๆแล้วตอนนั้นเสียงแข็งกับ call center ด้วยค่ะว่าจะไม่โอนคืนให้ ในเมื่อเป็นความผิดคุณ ก็หาทางดึงเงินจากบัญชีเองละกัน เราเริ่มโวยวายละค่ะ ทาง call center ก็พยายามอธิบายค่ะด้วยนโยบายของแบงค์ทำไม่ได้)  และเงิน 20,000 เราโอนเงินคืนไม่มีปัญหา แต่ 42 บาทในเมื่อไม่ใช่ความผิดลูกค้า ทำไมลูกค้าต้องเป็นคนออก

สุดท้ายก็สงสาร call center ค่ะ ที่เค้าแค่ทำตามหน้าที่ ไม่ใช่ความผิดเค้า เลยตกลงว่าจะโอนเงินคืนให้ในวันรุ่งขึ้นแค่จำนวน 20,000 บาทเท่านั้น โดยทางธนาคารต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่เกิดขึ้น (42 บาท และค่าภาษีอากรต่างๆที่เกิดขึ้น) โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะรีบทำเรื่องด่วนที่สุด....คืนนั้นก็แยกย้ายกันไปค่ะ
บ่ายวันรุ่งขึ้นหัวหน้าเซลล์และหัวหน้าของหัวหน้าเซลล์(แจ้งมาแบบนี้)โทรมาขอโทษขอโพยค่ะ โดยที่ก็ไม่สามารถตอบคำถามเราได้ว่า ทำไมธนาคารถึงอนุมัติให้เรา ทั้งๆที่เราไม่มีการเซ็นสมัครบัตร พร้อมกับบอกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับทางธนาคาร หัวหน้าเซลล์จะเป็นผู้รับผิดชอบเองค่ะ( 42 บาทนั่นแหละค่ะ บวกกับ 15 บาทค่าภาษีอากร) และจะทำการลงโทษทางเซลล์ต่อไป

ทั้งนี้เรื่องของเรากับธนาคารก็จบไปเท่านี้ค่ะ บทลงโทษของทางเซลล์ก็ให้ทางธนาคารไปจัดการกันเอง เราคงไม่เข้าไปติดตาม (ทุกวันนี้งานยุ่งพอแล้วค่ะ T_T)  ที่ตั้งกระทู้ก็ไม่ได้ขอให้ทางธนาคารต้องมารับผิดชอบใดๆเพิ่มเติม แค่อยากเตือนภัย และเป็นอุทธาหรณ์ให้พี่น้องชาว pantip

พร้อมกับ ..

1.       โทรไป แจ้งแบงก์ชาติ ให้เค้าเก็บเป็นเคสไว้ค่ะ เพราะครั้งนี้ถือว่าเราโชคดีที่เรารู้ตัวเร็ว แต่หากเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ได้ตรวจ สอบบัญชีเงินเช้า-ออกบ่อยๆ หรือตาสีตาสาที่เผลอใช้เงินไป ก็คงตามเคลียร์หนี้ (ที่ขึ้นเร็วอย่างกับดอกเห็ด) กับธนาคารเป็นเรื่องยาวค่ะ (นี่แค่ 42 บาท +15 บาท ยังเหนื่อยเลยค่ะ กว่าจะเถียง call center กว่าจะรอธนาคารตรวจสอบแล้วโทรมา (โดยใช้เวลาเกือบ ครึ่งวัน))

2.       เตือนเพื่อน ๆ พี่ๆ จะสมัครบัตรเครดิตหรือให้เอกสารใดๆ แกผู้อื่น โปรดเซ็นกำกับทุกเอกสารนะคะ ว่าใช้สำหรับทำอะไรเท่านั้น ทุกหน้า ย้ำว่าทุกหน้าค่ะ ป้องกันผู้อื่นนำเอกสารไปใช้ทำผิดวัตถุประสงค์

3.       ลาขาดกับธนาคารที่อยากจะให้เราเป็นลูกค้าสุดแสนจะภาคภูมิใจค่ะ ทุกบัตรที่เคยเปิด ทุกบัญชีที่เคยฝาก ในเมื่อทางคุณหละหลวมมาก สามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีการตรวจสอบ (กระทั่งเอกสารและลายเซ็นลูกค้า) เซลล์ก็ดี๊ดีค่ะ เอาเอกสารลูกค้าไปทำโดยพลการ (สมัครบัตรผิดประเภทด้วยนะคะ เราสมัคร master card แต่ในระบบขึ้นว่าเป็น Visa)  ทำอย่างนี้เราก็ไม่ภาคภูมิใจค่ะที่ได้เป็นลูกค้าคุณ

4.       สำหรับผู้สมัครบัตรเครดิตค่ะ หมั่นตรวจสอบบัญชีเป็นประจำให้ดีค่ะ ว่ามียอดเงินใดๆแปลกโอนมารึเปล่า ช่วงระหว่างการรออนุมัติบัตร เพราะหากมีอะไรผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ทันค่ะ

ปล. ขอไม่กล่าวเอ่ยชื่อธนาคารนะคะ เพราะเรื่องของเราจบกันไปแล้ว แต่หากใครอยากรู้ลองดูคำที่เรา hi-light ดีๆค่ะ ;)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่