เขียนผิด เขียนงง อ่านยาก ขออภัยนะค่ะ เหตุการณ์ที่เล่า มันก็ผ่านมา 3-4 วันละเนาะ
บทสนทนาเดิม เป็นภาษเกาหลี คนเกาหลีหมดนะค่ะ

ตอนนี้ ตี 3 แล้ว
พิมไม่จบนะค่ะ เพราะเล่าสดใหม่ หาที่ระบายเป็นตัวหนังสือ อย่าจิกด่ากันนะค่ะ
ตอนนี้มีเรื่องเครียดมากมาย รักพันทิปค่ะ
วันเสาร์ ที่ 13 เดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ตอนเช้า ตื่นมา ก็พารุ่นพี่ที่มาจากเกาหลี ไปจตุจักร
ซึ่งเค้าจะกลับเกาหลีตอน 23.10 นาที ของคืนนั้น <ณ ตอนนี้ ไม่มีความคิดหนีเลยซักนิด>
แต่เหตุการณ์ก่อนไปเจเจ.. เมื่อ 3 อาทิตย์เห็นจะได้ วันที่ 21 เดือนพฤษภาคม เรากับแฟน ได้ทำงานเป็นล่ามให้นักเลงเกาหลีกลุ่มนึง
ซึ่งกลุ่มนี้ รู้จักผ่านคุณพ่อของเราเอง เราเป็นล่ามให้คนๆนี้บ่อยอยู่ ค่าจ้างก็คิดถูกกว่ารายอื่นๆ เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักของพ่อ
ซึ่งครั้งล่าสุด มียอดรวม 7 พันบาท ทีนี้เสร็จงานเค้าก็ยังไม่จ่าย ติดไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าเร็วก็คืนนี้ ช้าก็พรุ่งนี้เช้าจะโอนเข้าบัญชีให้
ก็รอเป็นอาทิตย์ 3 วันแรก เราโทรจนกว่าเค้าจะรับ เค้าก็บอกจะโอนให้ เมื่อคืนกินเหล้าหนักเมาค้าง ก็รอๆ โทรหรือส่งแชทไปก็ไม่อ่านไม่ตอบ
จนแม่ของแฟนเราโทร เค้าก็รับและบอกจะโอนให้หลังกลับจากฟิลิปิน สรุป มันก็ไป ตปท จนรอๆ จนมันกลับมาก็ไม่ยอมโอน
เราเลยไปบอกคุณพ่อ พอเค้าก็บอกเดี๋ยวเค้าคงให้ ก็รอ.. จนสุดท้าย เออ ไม่เอาเงินมุงล่ะ แฟนเราก็ส่งแชทไป อย่าได้ติดต่อมาอีก
เงินส่วนนั้นถือว่าทำบุญให้หมา แต่ทางนั้นไม่จบ ก็ส่งรูปเงินแบงค์พันปึกๆมา บอกเนี่ย มีเงิน แต่ไม่อยากให้ เรากะแฟนก็เออ เรื่องของมุง
ไม่อยากได้เงินมันละ ทีนี้ ผ่านมาอาทิตย์กว่า มันก็ติดต่อมาวันที่ 10 กว่า มันโทรมา แฟนเราก็ไม่รับ ก็โทรมาอีก แฟนกำลังทำงานอยู่
ก็ตัดรำคานรองรับดู โทรมาบอกขอโทษที่ไม่โอนเงิน แล้วให้แปลนู่นนี่ทางโทรศัพท์ให้หน่อย แฟนก็ด้วยความใจอ่อนทำให้
ทางนั้นก็เลยบอกจะโอนเงินให้ ขอเลขที่บัญชี ก็ให้ไปและรอ สุดท้าย .. ก็เหมือนเดิม ไม่โอนมา รออีกสองวัน แฟนก็ส่งแชทไป
ไม่อ่านไม่รับ จนสุดท้าย ก็ส่งแบบคำหยาบไป และบล็อค.. เกือบเที่ยงครึ่งเห็นจะได้ ก็มีสายมาจากพ่อเรา
(เรากับแฟน ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวกัน) แฟนขับรถ เรารับ ส่วนพี่เกาหลี ก็นั่งอยู่เบาะหลัง กำลังจะไปเจเจ ทันทีที่รับ
พ่อก็ตะคอกด่ารัวเลย ว่าไอ้เด็กไร้มารยาท หมายถึงแฟนเรา ว่าไปด่าอะไร น้า ม. (หมายถึงอีนักเลง) เราก็พยายามจะอธิบาย
แต่พ่อก็ไม่ฟัง ก็ตะโกนด่าๆ แล้วให้เราเลิกกับแฟน เราก็เริ่มมีน้ำตา ก็สวนพ่อฉอดๆ เถียงไม่ตกฟาก จนพ่อหาว่าบ้าผู้ชาย
แล้วบอกให้กลับมารอที่บ้านก่อน 3 ทุ่ม จะตีให้ตาย(ความหมายการตีของพ่อคือ กะเอาปางตายจริงๆ เกิดมาเคยโดน 1 ครั้ง
ตัวมีแต่รอยจนไม่กล้าออกบ้านเลยครั้งนั้น) เราก็รู้สึกเกลียดพ่อขึ้นมา ก็โทรไปหา อีนักเลง เราเป็นคนคุย อ้อ ลืมบอก
ตอนพ่อคุยกะเรา มีบอกด้วย ว่าอีนักเลงจะมาดักรอ ตีแฟนเราให้ตาย ให้เราเลิก ทีนี้ พอโทรไป อีน้า ม ก็ไม่รับ ก็มีอีกคนรับ
แล้วคนนั้น ก็ขอสายแฟนเรา เราก็สวนกลับไป นี่ใช่น้า ม มั้ย เค้าบอกเปล่า เราบอกขอสายน้า ม ทางนั้นบอก ขอสายแฟนเรา
เราเลยบอก ทำไม อีน้า ม มันกลัวจนไม่กล้ารับสายเลยหรือไง ทันทีที่พูดจบ เค้าก็มารับสาย เรานี่โมโหด้วย ช็อคด้วย
ถามอีน้า ม ว่า เป็นอะไร มีปันหาอะไรกะพวกหนู ทำไมคนสกปรกอย่างน้า ถึงมาทำชีวิตหนูพัง พูดแบบตะโกน+กลิ้ด คือ
สุดเสียงอะ ร้องไห้ไปด้วย กลิ้ดไปตะโกนพูดจนลั่นรถ แฟนกะพี่เกาหลีก็บอกใจเย็นๆ เราก็ด่าๆน้า ม ว่าทำไมบอกพ่อหนูแบบนี้
รู้มั้ยว่าเค้าให้หนูเลิกกัน เค้าก็บอกขอสายแฟนเรา (คือเค้ารู้ความสัมพันธ์เรากะแฟน ว่ารักกันมากแค่ไหน) ทีนี้ทางนั้นก็แบบ
พยายามพูดจาดีกะเรา เค้าไม่กล้าทำอะไรเรา เพราะเกรงใจพ่อเรา ทีนี้ น้า ม ก็ขอสายแฟน แฟนบอกไม่เป็นไร ก็ให้ไป
ระหว่างแฟนรับโทรศัพท์ ด้วยความโกรธ ความแค้น เราควบคุมสติไม่ได้ มือไม้สั่น กลิ้ดยาวๆอีกครั้งแล้วตีขาตัวเอง จนโอเค
แฟนก็กดวางสายพอดีกับบล็อคเบอร์ ใจความที่มันคุยคือ พอแฟนรับ มันก็ไม่คุยเอง ส่งให้ไอ้นักเลงคนแรกคุย คนแรกมันก็ขู่
ว่ามันรู้บ้านแฟนเรา มันบอก มันรู้จักกับ คนชื่อ ด ซึ่ง คนชื่อ ด เป็นรุ่นพี่แฟนเรา 1 ปี เป็นพวกชอบตีรุ่นน้อง มันก็ขู่ ว่าจะมาหาที่บ้าน
ทำร้ายร่างกาย แอบซ้อมเงียบๆแล้วไปฝัง เรากะแฟน ก็รู้แหล่ะ ว่ามันทำไม่ได้จริงหรอก แฟนก็โทรไปหาแม่ แล้วบอกว่า
ให้โทรหาอีนักเลง ว่าอย่าโทรมาอีก แต่แม่แฟนเค้าเหมือนไม่สนใจ
(อาจจะเพราะกำหลับนอนอยู่ ก็เลยเหมือนพูดจาห้วนๆใส่แฟนเรา) แฟนก็เกิดรู้สึกหงุดหงิดกับแม่
และเราก็รู้สึกน้อยใจโกรธพ่อ ที่พ่อเห็นแก่เงิน มากกว่าเรา ไม่ฟังเหตุผลเรา..
(เราไม่รู้ว่าพ่อยืมเงินพวกมันหรือ มีความสัมพันธ์กันยังไง รู้แค่ว่า น้า ม รู้จักกะพ่อมา 2-3 ปี
เมื่อก่อนพี่ชายเราช่วยแปลให้มัน มันก็ให้เงินกินหนมพี่เราบ่อยๆแค่นั้น แต่ตอนนี้พี่เราทำงานพาร์ทไทม์อยู่เกาหลีนะ
ทำมาได้ 3-4 เดือน ก่อนหน้านี้ไปทหารมา 21 เดือน คนเกาหลีต้องเป็นทหารทุกคน )
จนมาถึงเจเจ ก็เดินเจเจกัน เดินไป คุยไป ปลอบกันไป จนหิว ก็ไปนั่งทานข้าว ที่ตึกเจเจมอลว์ กินไปคิดไป เห็นพร้องกัน ว่าหนีออกจากบ้าน กินเสร็จ เดินดูของ ขึ้นรถ แฟนก็ขับรถไป หาตั๋วไปเกาหลี โทรไปหลายสนามบิน สุดท้าย ราคา 8 พันทุกที่ พร้อมเปิดให้เดินทาง วันจันทร์ แต่เรากับแฟน ร้อนใจ อยากไปเลย จนจองตั๋วเครื่องบินเดียวกะพี่คนเกาหลี แต่ปัญหาคือ 1. ต้องจองที่สนามบิน ก่อนเครื่องออก 4 ชั่วโมง 2. เงินไม่พอ.. เรา ไม่มีเงินซักบาท เพราะปกติ ใช้กิน ใช้ทุกอย่าง กระเป๋าเงินแฟน สรุป มี 1 หมื่นบาท กับอีก 1 พัน แต่ 1 พัน ใช้เติมน้ำมันรถ ที่แฟนใช้ขับ เป็นรถเช่า ของบริษัทให้เช่า ก็เติมให้เต็ม แล้วเอาไปคืน ก่อนคืน ก็รีบไปบ้าน เก็บของ แฟนกะเรา บ้านคนละตึก แต่ละแวกเดียวกัน ทีนี้ตอนเก็บของ เหมือนเรารีบและตื่นเต้น จู่ๆหายใจไม่ออก ปวดหลังรุนแรง หายใจเข้าออกก็ปวด ก็ทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้น ก็พอดีกับที่แฟนมา แฟนจึงช่วยเก็บของต่อ ส่วนพี่เกาหลีก็รออยู่ที่รถ กับของของพี่เค้า ที่เอาใส่รถไว้ตั้งแต่เช็คเอาท์โรงแรมตอนก่อนไปเจเจ ตอนเรากะแฟนเก็บของ แมวของเราที่เลี้ยงไว้ ก็เหมือนจะรู้นะ แอบคิดเข้าข้างตัวเอง มันมานอนทับกระเป๋า จับออกก็มานอนอีก อยู่สองสามครั้งก็จับออกนอกห้อง เพราะรีบมาก ส่วนน้องหมาของแฟนพ่อ ก็มาเจ้าะแจ้ะกับขาเรา ตอนนั้น ที่บ้าน แฟนใหม่พ่อไม่รู้ไปไหน ส่วนพ่อยังไม่เสร็จงาน มีแต่คุณปู่ ทีนี้ แฟนเราก็ลากกระเป๋าออกไป ใส่รองเท้า ของๆเรา มีกระเป๋าลาก 2 ใบใหญ่กับ เป๋าถือ 1 กับสะพายหลัง 1 รวมเป็น 4 พอจะออกไป เราเห็นผ้าตาก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกะประตูออกพอดี ก็เดินไปหยิบมาใส่เป๋า ปู่ก็ทักว่า เอาอะไรไปเยอะแยะ ยังกะหนีออกจากบ้าน ด้วยที่เรา ชอบไปนอนข้างนอกบ่อย ก็บอกไปว่า จะไปบ้านเพื่อน อาทิตย์นึง ก็บอกลา แล้วออกมา ก็มาขึ้นรถ เอารถไปคืนที่ให้เช่า เป็นศูนย์บีเอ็มแห่งนึง ทีนี้ก็พากันขนของนั่งแท็คซี่ไปห้าง เอาโน้ตบุ้ค สมัยที่เรากะแฟนทะเลาะแล้วปาทิ้ง ทำพัง กับอีกอันที่เล่นกันแล้วล้มเอาข่าวเจาะหน้าจอแตกอีกอัน ไปขาย เพราะ ณ ตอนนั้น เงินค่าตั๋วยังไม่พอ เรานึกว่า สองอันรวมกัน น่าจะได้ 2-3 พัน เค้าให้ 500 ก็ขอเค้าอยู่นาน 700.. 600 เค้าก็บอกได้แค่ 500 ก็เอาวะ กลับมาแท็คซี่ มิเตอร์ปาไป 150 ละ ไป สนามบินเลย พอไปถึงค่อยโทรหยิบยืมคนอื่นเอา เพราะทีแรก นึกว่าเอารถคืน จะได้ประกันอุบัติเหตุ 2 หมื่นบาทคืนทันที แต่ไม่ใช่ ต้องรออาทิตย์สองอาทิตย์ ก็โทรคนนู้นคนนี้ ทุกคนก็เดือดร้อนเงินทอง จนมาขอจากคนๆนึง เค้าเคยเป็นรองผู้จัดการบริษัทที่เราเคยทำ ได้มา 7 พัน และได้จากพี่เกาหลีมา 4 พัน และมีเศษอีกนิดหน่อย รวมค่าตั๋ว ขาไปสองคน ถ้าจำไม่ผิด 23000 เศษๆ ก็ควักนับเหรียญจ่ายด้วยนะ ทีนี้เราสามคน ก็เช็คอินทันทีที่เคาท์เตอร์เปิด เพราะว่าพ่อเราทำงานเกี่ยวข้องกะสนามบินบ่อยๆ ก็กลัวเจอพ่อเนาะ พอเข้าไป.. ท้องก็ร้องสิ เพราะทั้งวัน กินไปตอนอยู่เจเจมื้อเดียว ทีนี้ เราก็พยายามยืมคนอื่น พี่เกาหลีก็หายืมคนอื่น มีคนส่งมา 5 หมื่นวอน ก็เอานั่งกินข้าว ดูราคา ดูเมนู ดูแล้วดูอีก ครั้งแรกในชีวิต ที่เห็นความสำคัญของเงินกับอาหาร เพราะปกติ เรากะแฟน ชอบไปกินตามห้าง หรือร้านปกติ ก็สั่งมาเต็มโต๊ะ ถ่ายรูปลงเฟส ทีนี้ซักแปป พี่ที่เรารู้จักก็ให้ยืมมาอีก จนได้มา 3 พัน พอจะกดเห๊ย ในนั้นมันกดได้แค่ 50$ 100$ 3000พอดี ก็คงกดได้ 50$ เอง ก็เลยคิดจะไปกดที่เกาหลี (แต่สุดท้ายกดไม่ออกนะ -.- เดี๋ยวคงต้องกดตอนแฟนกลับไปเอาเหล็กฟันออกครั้งหน้าที่ไทย) ก็จนขึ้นเครื่อง หาหนังดู เราก็ร้องไห้ แฟนก็ปลอบไปมา ก็ร้องไห้ตาม กอดคอร้องไห้กันอยู่ซักแปป ก็ครื้มหลับไป ตื่นมากินข้าว เตรียมลงจากเครื่อง.. ขอหน้ากากอนามัยมาใส่ เพราะเกาหลี ไวรัสกำลังระบาด..
หนีออกจากบ้าน มาใช้ชีวิตที่เกาหลี ตั้งแต่วันที่ 13
บทสนทนาเดิม เป็นภาษเกาหลี คนเกาหลีหมดนะค่ะ
พิมไม่จบนะค่ะ เพราะเล่าสดใหม่ หาที่ระบายเป็นตัวหนังสือ อย่าจิกด่ากันนะค่ะ
ตอนนี้มีเรื่องเครียดมากมาย รักพันทิปค่ะ
วันเสาร์ ที่ 13 เดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ตอนเช้า ตื่นมา ก็พารุ่นพี่ที่มาจากเกาหลี ไปจตุจักร
ซึ่งเค้าจะกลับเกาหลีตอน 23.10 นาที ของคืนนั้น <ณ ตอนนี้ ไม่มีความคิดหนีเลยซักนิด>
แต่เหตุการณ์ก่อนไปเจเจ.. เมื่อ 3 อาทิตย์เห็นจะได้ วันที่ 21 เดือนพฤษภาคม เรากับแฟน ได้ทำงานเป็นล่ามให้นักเลงเกาหลีกลุ่มนึง
ซึ่งกลุ่มนี้ รู้จักผ่านคุณพ่อของเราเอง เราเป็นล่ามให้คนๆนี้บ่อยอยู่ ค่าจ้างก็คิดถูกกว่ารายอื่นๆ เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักของพ่อ
ซึ่งครั้งล่าสุด มียอดรวม 7 พันบาท ทีนี้เสร็จงานเค้าก็ยังไม่จ่าย ติดไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าเร็วก็คืนนี้ ช้าก็พรุ่งนี้เช้าจะโอนเข้าบัญชีให้
ก็รอเป็นอาทิตย์ 3 วันแรก เราโทรจนกว่าเค้าจะรับ เค้าก็บอกจะโอนให้ เมื่อคืนกินเหล้าหนักเมาค้าง ก็รอๆ โทรหรือส่งแชทไปก็ไม่อ่านไม่ตอบ
จนแม่ของแฟนเราโทร เค้าก็รับและบอกจะโอนให้หลังกลับจากฟิลิปิน สรุป มันก็ไป ตปท จนรอๆ จนมันกลับมาก็ไม่ยอมโอน
เราเลยไปบอกคุณพ่อ พอเค้าก็บอกเดี๋ยวเค้าคงให้ ก็รอ.. จนสุดท้าย เออ ไม่เอาเงินมุงล่ะ แฟนเราก็ส่งแชทไป อย่าได้ติดต่อมาอีก
เงินส่วนนั้นถือว่าทำบุญให้หมา แต่ทางนั้นไม่จบ ก็ส่งรูปเงินแบงค์พันปึกๆมา บอกเนี่ย มีเงิน แต่ไม่อยากให้ เรากะแฟนก็เออ เรื่องของมุง
ไม่อยากได้เงินมันละ ทีนี้ ผ่านมาอาทิตย์กว่า มันก็ติดต่อมาวันที่ 10 กว่า มันโทรมา แฟนเราก็ไม่รับ ก็โทรมาอีก แฟนกำลังทำงานอยู่
ก็ตัดรำคานรองรับดู โทรมาบอกขอโทษที่ไม่โอนเงิน แล้วให้แปลนู่นนี่ทางโทรศัพท์ให้หน่อย แฟนก็ด้วยความใจอ่อนทำให้
ทางนั้นก็เลยบอกจะโอนเงินให้ ขอเลขที่บัญชี ก็ให้ไปและรอ สุดท้าย .. ก็เหมือนเดิม ไม่โอนมา รออีกสองวัน แฟนก็ส่งแชทไป
ไม่อ่านไม่รับ จนสุดท้าย ก็ส่งแบบคำหยาบไป และบล็อค.. เกือบเที่ยงครึ่งเห็นจะได้ ก็มีสายมาจากพ่อเรา
(เรากับแฟน ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวกัน) แฟนขับรถ เรารับ ส่วนพี่เกาหลี ก็นั่งอยู่เบาะหลัง กำลังจะไปเจเจ ทันทีที่รับ
พ่อก็ตะคอกด่ารัวเลย ว่าไอ้เด็กไร้มารยาท หมายถึงแฟนเรา ว่าไปด่าอะไร น้า ม. (หมายถึงอีนักเลง) เราก็พยายามจะอธิบาย
แต่พ่อก็ไม่ฟัง ก็ตะโกนด่าๆ แล้วให้เราเลิกกับแฟน เราก็เริ่มมีน้ำตา ก็สวนพ่อฉอดๆ เถียงไม่ตกฟาก จนพ่อหาว่าบ้าผู้ชาย
แล้วบอกให้กลับมารอที่บ้านก่อน 3 ทุ่ม จะตีให้ตาย(ความหมายการตีของพ่อคือ กะเอาปางตายจริงๆ เกิดมาเคยโดน 1 ครั้ง
ตัวมีแต่รอยจนไม่กล้าออกบ้านเลยครั้งนั้น) เราก็รู้สึกเกลียดพ่อขึ้นมา ก็โทรไปหา อีนักเลง เราเป็นคนคุย อ้อ ลืมบอก
ตอนพ่อคุยกะเรา มีบอกด้วย ว่าอีนักเลงจะมาดักรอ ตีแฟนเราให้ตาย ให้เราเลิก ทีนี้ พอโทรไป อีน้า ม ก็ไม่รับ ก็มีอีกคนรับ
แล้วคนนั้น ก็ขอสายแฟนเรา เราก็สวนกลับไป นี่ใช่น้า ม มั้ย เค้าบอกเปล่า เราบอกขอสายน้า ม ทางนั้นบอก ขอสายแฟนเรา
เราเลยบอก ทำไม อีน้า ม มันกลัวจนไม่กล้ารับสายเลยหรือไง ทันทีที่พูดจบ เค้าก็มารับสาย เรานี่โมโหด้วย ช็อคด้วย
ถามอีน้า ม ว่า เป็นอะไร มีปันหาอะไรกะพวกหนู ทำไมคนสกปรกอย่างน้า ถึงมาทำชีวิตหนูพัง พูดแบบตะโกน+กลิ้ด คือ
สุดเสียงอะ ร้องไห้ไปด้วย กลิ้ดไปตะโกนพูดจนลั่นรถ แฟนกะพี่เกาหลีก็บอกใจเย็นๆ เราก็ด่าๆน้า ม ว่าทำไมบอกพ่อหนูแบบนี้
รู้มั้ยว่าเค้าให้หนูเลิกกัน เค้าก็บอกขอสายแฟนเรา (คือเค้ารู้ความสัมพันธ์เรากะแฟน ว่ารักกันมากแค่ไหน) ทีนี้ทางนั้นก็แบบ
พยายามพูดจาดีกะเรา เค้าไม่กล้าทำอะไรเรา เพราะเกรงใจพ่อเรา ทีนี้ น้า ม ก็ขอสายแฟน แฟนบอกไม่เป็นไร ก็ให้ไป
ระหว่างแฟนรับโทรศัพท์ ด้วยความโกรธ ความแค้น เราควบคุมสติไม่ได้ มือไม้สั่น กลิ้ดยาวๆอีกครั้งแล้วตีขาตัวเอง จนโอเค
แฟนก็กดวางสายพอดีกับบล็อคเบอร์ ใจความที่มันคุยคือ พอแฟนรับ มันก็ไม่คุยเอง ส่งให้ไอ้นักเลงคนแรกคุย คนแรกมันก็ขู่
ว่ามันรู้บ้านแฟนเรา มันบอก มันรู้จักกับ คนชื่อ ด ซึ่ง คนชื่อ ด เป็นรุ่นพี่แฟนเรา 1 ปี เป็นพวกชอบตีรุ่นน้อง มันก็ขู่ ว่าจะมาหาที่บ้าน
ทำร้ายร่างกาย แอบซ้อมเงียบๆแล้วไปฝัง เรากะแฟน ก็รู้แหล่ะ ว่ามันทำไม่ได้จริงหรอก แฟนก็โทรไปหาแม่ แล้วบอกว่า
ให้โทรหาอีนักเลง ว่าอย่าโทรมาอีก แต่แม่แฟนเค้าเหมือนไม่สนใจ
(อาจจะเพราะกำหลับนอนอยู่ ก็เลยเหมือนพูดจาห้วนๆใส่แฟนเรา) แฟนก็เกิดรู้สึกหงุดหงิดกับแม่
และเราก็รู้สึกน้อยใจโกรธพ่อ ที่พ่อเห็นแก่เงิน มากกว่าเรา ไม่ฟังเหตุผลเรา..
(เราไม่รู้ว่าพ่อยืมเงินพวกมันหรือ มีความสัมพันธ์กันยังไง รู้แค่ว่า น้า ม รู้จักกะพ่อมา 2-3 ปี
เมื่อก่อนพี่ชายเราช่วยแปลให้มัน มันก็ให้เงินกินหนมพี่เราบ่อยๆแค่นั้น แต่ตอนนี้พี่เราทำงานพาร์ทไทม์อยู่เกาหลีนะ
ทำมาได้ 3-4 เดือน ก่อนหน้านี้ไปทหารมา 21 เดือน คนเกาหลีต้องเป็นทหารทุกคน )
จนมาถึงเจเจ ก็เดินเจเจกัน เดินไป คุยไป ปลอบกันไป จนหิว ก็ไปนั่งทานข้าว ที่ตึกเจเจมอลว์ กินไปคิดไป เห็นพร้องกัน ว่าหนีออกจากบ้าน กินเสร็จ เดินดูของ ขึ้นรถ แฟนก็ขับรถไป หาตั๋วไปเกาหลี โทรไปหลายสนามบิน สุดท้าย ราคา 8 พันทุกที่ พร้อมเปิดให้เดินทาง วันจันทร์ แต่เรากับแฟน ร้อนใจ อยากไปเลย จนจองตั๋วเครื่องบินเดียวกะพี่คนเกาหลี แต่ปัญหาคือ 1. ต้องจองที่สนามบิน ก่อนเครื่องออก 4 ชั่วโมง 2. เงินไม่พอ.. เรา ไม่มีเงินซักบาท เพราะปกติ ใช้กิน ใช้ทุกอย่าง กระเป๋าเงินแฟน สรุป มี 1 หมื่นบาท กับอีก 1 พัน แต่ 1 พัน ใช้เติมน้ำมันรถ ที่แฟนใช้ขับ เป็นรถเช่า ของบริษัทให้เช่า ก็เติมให้เต็ม แล้วเอาไปคืน ก่อนคืน ก็รีบไปบ้าน เก็บของ แฟนกะเรา บ้านคนละตึก แต่ละแวกเดียวกัน ทีนี้ตอนเก็บของ เหมือนเรารีบและตื่นเต้น จู่ๆหายใจไม่ออก ปวดหลังรุนแรง หายใจเข้าออกก็ปวด ก็ทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้น ก็พอดีกับที่แฟนมา แฟนจึงช่วยเก็บของต่อ ส่วนพี่เกาหลีก็รออยู่ที่รถ กับของของพี่เค้า ที่เอาใส่รถไว้ตั้งแต่เช็คเอาท์โรงแรมตอนก่อนไปเจเจ ตอนเรากะแฟนเก็บของ แมวของเราที่เลี้ยงไว้ ก็เหมือนจะรู้นะ แอบคิดเข้าข้างตัวเอง มันมานอนทับกระเป๋า จับออกก็มานอนอีก อยู่สองสามครั้งก็จับออกนอกห้อง เพราะรีบมาก ส่วนน้องหมาของแฟนพ่อ ก็มาเจ้าะแจ้ะกับขาเรา ตอนนั้น ที่บ้าน แฟนใหม่พ่อไม่รู้ไปไหน ส่วนพ่อยังไม่เสร็จงาน มีแต่คุณปู่ ทีนี้ แฟนเราก็ลากกระเป๋าออกไป ใส่รองเท้า ของๆเรา มีกระเป๋าลาก 2 ใบใหญ่กับ เป๋าถือ 1 กับสะพายหลัง 1 รวมเป็น 4 พอจะออกไป เราเห็นผ้าตาก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกะประตูออกพอดี ก็เดินไปหยิบมาใส่เป๋า ปู่ก็ทักว่า เอาอะไรไปเยอะแยะ ยังกะหนีออกจากบ้าน ด้วยที่เรา ชอบไปนอนข้างนอกบ่อย ก็บอกไปว่า จะไปบ้านเพื่อน อาทิตย์นึง ก็บอกลา แล้วออกมา ก็มาขึ้นรถ เอารถไปคืนที่ให้เช่า เป็นศูนย์บีเอ็มแห่งนึง ทีนี้ก็พากันขนของนั่งแท็คซี่ไปห้าง เอาโน้ตบุ้ค สมัยที่เรากะแฟนทะเลาะแล้วปาทิ้ง ทำพัง กับอีกอันที่เล่นกันแล้วล้มเอาข่าวเจาะหน้าจอแตกอีกอัน ไปขาย เพราะ ณ ตอนนั้น เงินค่าตั๋วยังไม่พอ เรานึกว่า สองอันรวมกัน น่าจะได้ 2-3 พัน เค้าให้ 500 ก็ขอเค้าอยู่นาน 700.. 600 เค้าก็บอกได้แค่ 500 ก็เอาวะ กลับมาแท็คซี่ มิเตอร์ปาไป 150 ละ ไป สนามบินเลย พอไปถึงค่อยโทรหยิบยืมคนอื่นเอา เพราะทีแรก นึกว่าเอารถคืน จะได้ประกันอุบัติเหตุ 2 หมื่นบาทคืนทันที แต่ไม่ใช่ ต้องรออาทิตย์สองอาทิตย์ ก็โทรคนนู้นคนนี้ ทุกคนก็เดือดร้อนเงินทอง จนมาขอจากคนๆนึง เค้าเคยเป็นรองผู้จัดการบริษัทที่เราเคยทำ ได้มา 7 พัน และได้จากพี่เกาหลีมา 4 พัน และมีเศษอีกนิดหน่อย รวมค่าตั๋ว ขาไปสองคน ถ้าจำไม่ผิด 23000 เศษๆ ก็ควักนับเหรียญจ่ายด้วยนะ ทีนี้เราสามคน ก็เช็คอินทันทีที่เคาท์เตอร์เปิด เพราะว่าพ่อเราทำงานเกี่ยวข้องกะสนามบินบ่อยๆ ก็กลัวเจอพ่อเนาะ พอเข้าไป.. ท้องก็ร้องสิ เพราะทั้งวัน กินไปตอนอยู่เจเจมื้อเดียว ทีนี้ เราก็พยายามยืมคนอื่น พี่เกาหลีก็หายืมคนอื่น มีคนส่งมา 5 หมื่นวอน ก็เอานั่งกินข้าว ดูราคา ดูเมนู ดูแล้วดูอีก ครั้งแรกในชีวิต ที่เห็นความสำคัญของเงินกับอาหาร เพราะปกติ เรากะแฟน ชอบไปกินตามห้าง หรือร้านปกติ ก็สั่งมาเต็มโต๊ะ ถ่ายรูปลงเฟส ทีนี้ซักแปป พี่ที่เรารู้จักก็ให้ยืมมาอีก จนได้มา 3 พัน พอจะกดเห๊ย ในนั้นมันกดได้แค่ 50$ 100$ 3000พอดี ก็คงกดได้ 50$ เอง ก็เลยคิดจะไปกดที่เกาหลี (แต่สุดท้ายกดไม่ออกนะ -.- เดี๋ยวคงต้องกดตอนแฟนกลับไปเอาเหล็กฟันออกครั้งหน้าที่ไทย) ก็จนขึ้นเครื่อง หาหนังดู เราก็ร้องไห้ แฟนก็ปลอบไปมา ก็ร้องไห้ตาม กอดคอร้องไห้กันอยู่ซักแปป ก็ครื้มหลับไป ตื่นมากินข้าว เตรียมลงจากเครื่อง.. ขอหน้ากากอนามัยมาใส่ เพราะเกาหลี ไวรัสกำลังระบาด..