ว่าด้วยอีก1เดือนกว่าๆก็จะถึงวันเเม่เเล้วเนอะ (กระทู้นี้เป็นกระทู้เเรกถ้าผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยค่ะ) ปล.เรื่องอาจจะยาวนิดนึง
อยากขอพื้นที่ระบายเเละขอความเห็นกันหน่อย เข้าเรื่องเลยดีกว่า ใครมีเเม่ที่ตามใจบ้าง รักเเละเป็นห่วงเรา พูดหวานใส่ อยากเรียนเรียนก็
เลือกตามที่ชอบ? อ่ะ ที่ว่ามาเรามีครบเเต่มันก็มีหลายเรื่องที่เราเครียดเเละไม่อยากจะอยู่กับเเม่ในบางครั้งอย่างเช่นเรื่องเมื่อตอนเมื่อตอนม.1
เราสมัครสอบที่ร.ร.(เอกชน)ในเมืองของจังหวัดที่เราเรียนเเล้วพอเช้าก่อนวันสอบป้าของเราก็บอกเเม่ว่าไม่ไปเรียนที่เดียวกับพี่สาวหรอ
จะได้อยู่ด้วยกัน(อยู่ต่างจังหวัดค่ะไม่ไกลมาก นั่งรถกลับประมาณ2ชม.) ทีนี้ล่ะเเม่เราก็โทรไปถามคนนู้นคนนี้ว่าไปดีไม่ไปดี
เราก็มึนๆงงๆเเต่ใจเราอยากไปเรียนที่ร.ร.ที่เราสมัครสอบไว้มากกว่าเเล้วเเม่ก็ขับรถไปที่ร.ร.ที่พี่เราเรียนเลยค่ะวันต่อมาคือวันสอบ
เราก็สอบได้ค่ะตอนเเรกเค้าพิมพ์ชื่อตกไปด้วย เราหาชื่อตัวเองไม่เจอเลย เราก็เเบบทำไงดีสอบก็ไม่ได้ เเล้วจะไปเรียนที่ไหน คำถามทุกอย่าง
เริ่มไหลเข้ามา เพราะเค้าสอบพร้อมกันหมดทุกโรงเลยค่ะ เเต่พอไปถามครู ครูก้บอกว่าคนนี้ได้นี่ก็ซื้อเสื้อพละ สมุด กระเป๋าเเล้วก็จ่ายค่ามัดจำ
ของหอ2000บาท คือนึกว่าจะได้เรียนที่นั่นเเล้วอ่ะพอใกล้เปิดเทอมค่ะ เเม่เราก็บอกว่าต้องทำงานในเมืองของจังหวัดที่เราอยุ่เรานี้เเบบสตั๊นเลย
ทำไมเเม่ชอบทำให้มันเป็นเรื่องยุ่งเหยิงทุกทีทั้งที่คควาจริงมันก็ดีอยู่เเล้ว เเม่เราก็ปรึกษาพี่ก่อนเเล้วก็มาคุยกับเราเเต่เเม่บอกว่าเเล้วเเต่นะ
เราก็ถามว่าเเล้วถ้ามาเรียนจะอยู่ร.ร.อะไร เเม่เราก็บอกร.ร.เทศบาล
อ้ะ เท่าที่เราคิดได้มันก็คงจะไม่เเย่หรอกนะ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมด้วยเเล้วก็จะได้อยู่กับเเม่(ส่วนของที่ซื้อจากร.ร.นั้นเราก็ยกให้พี่)เเต่ก็นะร.ร.เค้า
ก็จะเปิดเเล้วเรามาสมัครก่อนวันปรับพื้นฐานได้ไม่กี่วันเอง เราไม่เคยเรียนร.ร.ของรัฐเลย เเต่เราก็เป็นได้เเค่เด็กฝากที่ไม่ต้องสอบหรืออะไรเลย
เเถมต้องตัดผมสั้นด้วยนอกจากเด็กนาฏศิลป์ถึงจะไว้ได้(ตอนนั้นเค้ายังไม่ให้ไว้ยาว)
เราเเบบอายมากก ไม่ได้คิดเรื่องผมเลยย เราตัดผมสั้นเเล้วไม่เหมาะเหมือนเด็กเอ๋อๆ เเล้วก็เเทบไม่ถ่ายรูปเลยจากที่ชอบถ่ายรูปเกือบทุกวัน
เหมือนกับไม่มีความมั่นใจ5555 อันนั้นไม่เป็นไร เเต่พอมาเรียนล่ะเราไม่ได้อยู่ห้องคิงส์นะเพราะฉนั้นเด็กส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยตั้งใจเรียน จนถึง
ตอนนี้ถ้าไม่คุยกันก็หลับถ้าไม่หลับก็เดินไปทั่วอ่ะ=-= ในห้องเรามีผู้ชายประมาณ30ผู้หญิงประมาณ10คน ซึ่งเป็นเรื่องยากในการหาเพื่อน...
เเต่ไม่เป็นไรตอนนี้เราก็คบเเต่เพื่อนที่เค้าดีๆถึงจะมีน้อยเเต่เค้าก็คอยช่อยเหลือเราตลอด ปัจจุบันนี้เราก็ไม่เสียใจหรอกเเต่เสียดายนิดหน่อย
ที่พลาดเเละไม่เข้าร.ร.ที่เลือกไว้เเต่เเรกเพราะข้างร.ร.มีเซเว่น(เกี่ยวกันมั๊ย555555555555)
ปปล.เราไม่ได้ดูถูกหรือว่าร.ร.ว่าไม่ดีนะเพราะขึ้นอยู่กับเด็กมากกว่าว่าจะตามเพื่อนรึป่าว
เรื่องที่สองเเม่เราเป็นคนที่พูดเพราะ(ถ้าไม่ฟิวส์ขาด)กับคนอื่นก็บอกว่าเเม่พูดเพราะเเล้วก็พูดเยอะเพราะต้องคุยโทรศัพท์ตลอด
เกือบทั้งวัน เมื่อก่อนเราจะทำหน้าบึ้งตลอดเเม่เราก็ชอบว่า ว่าตั้งเเต่เรื่องเล็กไปจนเรื่องใหญ่ถ้าเพราะก็จะพูดคะขา เเต่พอว่าทีก็ม-ก เลยค่ะ
เเม่เราจะขึ้นเสียงใส่เราเลยพอด่าเสร็จก็ทำดีด้วยเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นบ่อยมากเกือบทุกเดือน เราจะเเอบร้องไห้ในห้องน้ำหรือตอนที่
ไม่มีใครเห็น เเม่จะมารับเราเเต่มารับช้าทุกวันเคยมีเเบบเราอยู่ร.ร.คนเดียวไม่มีใครเลยเเม้เเต่เเมวสักตัว เราอยากรู้ว่างานเเม่ยุ่งขนาดนั้นเลยหรอ
มันไม่ได้เป้นครั้งเดียวเราต้องนั่งอยู่คนเดียวไม่ได้คุย ไม่ได้เล่นกับใครพออยู่บ้านก้ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว เราจะเป็นคนไม่ค่อยพูดเพราะมีเเต่คน
ว่าเรายิ่งเมื่อก่อนนะเราโดนทุกอย่าง ล่าสุดตอนปิดเทอมใหญ่ปีที่เเล้วพี่เราขับรถไปชนตุ๊กๆเเล้วข้างหน้านี่ยับเลยตอนนั้นเราไม่ได้ไปด้วย
ถ้าเป็นเรานี้โดนเต็มๆเเต่กับพี่มีน้อยมากกกกกก1เปอร์เซ็นต์ได้มั้งที่จะว่า เค้าจะตะคอกใส่ก็ไม่ว่าไร ทั้งที่เราไม่เคยทำด้วยซำ้
(เถียงอย่างเดียว=^=เเต่ตอนนี้ต้องยุติลง) ส่วนเรื่องอยากเรียนไรอ่ะหรอปีหน้าเราก็ขึ้นม.4เเล้วเรากบอกว่า
อยากเรียนศิลป์-jp
เเต่ก็นะเเม่เราก็ไม่ได้ว่าไรอีกเเต่เราอยากไปเรียนที่กทม. เราต้องทำให้ได้เเละจะไม่ลังเลอีกไม่งั้นจะเสียดาย....นี่ก็เป็นเรื่องเล่าส่วนหนึ่งของ
ชีวิตเราในช่วง2-3ปีนี้ค่ะ สุดท้ายนี้อยากขอความเห็นหน่อยค่ะว่าจะทำยังไงให้เเม่ไม่ขึ้นเสียงใสเพราะทุกครั้งที่เเม่ขึ้นเสียงเราจะเก็บเอาไปคิด
เเละร้องทุกครั้งเลย จนบางครั้งก็คิดว่าเป็นโรคซึมเศร้าเเล้วขอคำเเนะนำหน่อยค่าาา
เเม่ชอบว่าเเละขึ้นเสียงใส่ เราไม่ชอบมากก ทำไงดี?
อยากขอพื้นที่ระบายเเละขอความเห็นกันหน่อย เข้าเรื่องเลยดีกว่า ใครมีเเม่ที่ตามใจบ้าง รักเเละเป็นห่วงเรา พูดหวานใส่ อยากเรียนเรียนก็
เลือกตามที่ชอบ? อ่ะ ที่ว่ามาเรามีครบเเต่มันก็มีหลายเรื่องที่เราเครียดเเละไม่อยากจะอยู่กับเเม่ในบางครั้งอย่างเช่นเรื่องเมื่อตอนเมื่อตอนม.1
เราสมัครสอบที่ร.ร.(เอกชน)ในเมืองของจังหวัดที่เราเรียนเเล้วพอเช้าก่อนวันสอบป้าของเราก็บอกเเม่ว่าไม่ไปเรียนที่เดียวกับพี่สาวหรอ
จะได้อยู่ด้วยกัน(อยู่ต่างจังหวัดค่ะไม่ไกลมาก นั่งรถกลับประมาณ2ชม.) ทีนี้ล่ะเเม่เราก็โทรไปถามคนนู้นคนนี้ว่าไปดีไม่ไปดี
เราก็มึนๆงงๆเเต่ใจเราอยากไปเรียนที่ร.ร.ที่เราสมัครสอบไว้มากกว่าเเล้วเเม่ก็ขับรถไปที่ร.ร.ที่พี่เราเรียนเลยค่ะวันต่อมาคือวันสอบ
เราก็สอบได้ค่ะตอนเเรกเค้าพิมพ์ชื่อตกไปด้วย เราหาชื่อตัวเองไม่เจอเลย เราก็เเบบทำไงดีสอบก็ไม่ได้ เเล้วจะไปเรียนที่ไหน คำถามทุกอย่าง
เริ่มไหลเข้ามา เพราะเค้าสอบพร้อมกันหมดทุกโรงเลยค่ะ เเต่พอไปถามครู ครูก้บอกว่าคนนี้ได้นี่ก็ซื้อเสื้อพละ สมุด กระเป๋าเเล้วก็จ่ายค่ามัดจำ
ของหอ2000บาท คือนึกว่าจะได้เรียนที่นั่นเเล้วอ่ะพอใกล้เปิดเทอมค่ะ เเม่เราก็บอกว่าต้องทำงานในเมืองของจังหวัดที่เราอยุ่เรานี้เเบบสตั๊นเลย
ทำไมเเม่ชอบทำให้มันเป็นเรื่องยุ่งเหยิงทุกทีทั้งที่คควาจริงมันก็ดีอยู่เเล้ว เเม่เราก็ปรึกษาพี่ก่อนเเล้วก็มาคุยกับเราเเต่เเม่บอกว่าเเล้วเเต่นะ
เราก็ถามว่าเเล้วถ้ามาเรียนจะอยู่ร.ร.อะไร เเม่เราก็บอกร.ร.เทศบาล
อ้ะ เท่าที่เราคิดได้มันก็คงจะไม่เเย่หรอกนะ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมด้วยเเล้วก็จะได้อยู่กับเเม่(ส่วนของที่ซื้อจากร.ร.นั้นเราก็ยกให้พี่)เเต่ก็นะร.ร.เค้า
ก็จะเปิดเเล้วเรามาสมัครก่อนวันปรับพื้นฐานได้ไม่กี่วันเอง เราไม่เคยเรียนร.ร.ของรัฐเลย เเต่เราก็เป็นได้เเค่เด็กฝากที่ไม่ต้องสอบหรืออะไรเลย
เเถมต้องตัดผมสั้นด้วยนอกจากเด็กนาฏศิลป์ถึงจะไว้ได้(ตอนนั้นเค้ายังไม่ให้ไว้ยาว)
เราเเบบอายมากก ไม่ได้คิดเรื่องผมเลยย เราตัดผมสั้นเเล้วไม่เหมาะเหมือนเด็กเอ๋อๆ เเล้วก็เเทบไม่ถ่ายรูปเลยจากที่ชอบถ่ายรูปเกือบทุกวัน
เหมือนกับไม่มีความมั่นใจ5555 อันนั้นไม่เป็นไร เเต่พอมาเรียนล่ะเราไม่ได้อยู่ห้องคิงส์นะเพราะฉนั้นเด็กส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยตั้งใจเรียน จนถึง
ตอนนี้ถ้าไม่คุยกันก็หลับถ้าไม่หลับก็เดินไปทั่วอ่ะ=-= ในห้องเรามีผู้ชายประมาณ30ผู้หญิงประมาณ10คน ซึ่งเป็นเรื่องยากในการหาเพื่อน...
เเต่ไม่เป็นไรตอนนี้เราก็คบเเต่เพื่อนที่เค้าดีๆถึงจะมีน้อยเเต่เค้าก็คอยช่อยเหลือเราตลอด ปัจจุบันนี้เราก็ไม่เสียใจหรอกเเต่เสียดายนิดหน่อย
ที่พลาดเเละไม่เข้าร.ร.ที่เลือกไว้เเต่เเรกเพราะข้างร.ร.มีเซเว่น(เกี่ยวกันมั๊ย555555555555)
ปปล.เราไม่ได้ดูถูกหรือว่าร.ร.ว่าไม่ดีนะเพราะขึ้นอยู่กับเด็กมากกว่าว่าจะตามเพื่อนรึป่าว
เรื่องที่สองเเม่เราเป็นคนที่พูดเพราะ(ถ้าไม่ฟิวส์ขาด)กับคนอื่นก็บอกว่าเเม่พูดเพราะเเล้วก็พูดเยอะเพราะต้องคุยโทรศัพท์ตลอด
เกือบทั้งวัน เมื่อก่อนเราจะทำหน้าบึ้งตลอดเเม่เราก็ชอบว่า ว่าตั้งเเต่เรื่องเล็กไปจนเรื่องใหญ่ถ้าเพราะก็จะพูดคะขา เเต่พอว่าทีก็ม-ก เลยค่ะ
เเม่เราจะขึ้นเสียงใส่เราเลยพอด่าเสร็จก็ทำดีด้วยเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นบ่อยมากเกือบทุกเดือน เราจะเเอบร้องไห้ในห้องน้ำหรือตอนที่
ไม่มีใครเห็น เเม่จะมารับเราเเต่มารับช้าทุกวันเคยมีเเบบเราอยู่ร.ร.คนเดียวไม่มีใครเลยเเม้เเต่เเมวสักตัว เราอยากรู้ว่างานเเม่ยุ่งขนาดนั้นเลยหรอ
มันไม่ได้เป้นครั้งเดียวเราต้องนั่งอยู่คนเดียวไม่ได้คุย ไม่ได้เล่นกับใครพออยู่บ้านก้ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว เราจะเป็นคนไม่ค่อยพูดเพราะมีเเต่คน
ว่าเรายิ่งเมื่อก่อนนะเราโดนทุกอย่าง ล่าสุดตอนปิดเทอมใหญ่ปีที่เเล้วพี่เราขับรถไปชนตุ๊กๆเเล้วข้างหน้านี่ยับเลยตอนนั้นเราไม่ได้ไปด้วย
ถ้าเป็นเรานี้โดนเต็มๆเเต่กับพี่มีน้อยมากกกกกก1เปอร์เซ็นต์ได้มั้งที่จะว่า เค้าจะตะคอกใส่ก็ไม่ว่าไร ทั้งที่เราไม่เคยทำด้วยซำ้
(เถียงอย่างเดียว=^=เเต่ตอนนี้ต้องยุติลง) ส่วนเรื่องอยากเรียนไรอ่ะหรอปีหน้าเราก็ขึ้นม.4เเล้วเรากบอกว่าอยากเรียนศิลป์-jp
เเต่ก็นะเเม่เราก็ไม่ได้ว่าไรอีกเเต่เราอยากไปเรียนที่กทม. เราต้องทำให้ได้เเละจะไม่ลังเลอีกไม่งั้นจะเสียดาย....นี่ก็เป็นเรื่องเล่าส่วนหนึ่งของ
ชีวิตเราในช่วง2-3ปีนี้ค่ะ สุดท้ายนี้อยากขอความเห็นหน่อยค่ะว่าจะทำยังไงให้เเม่ไม่ขึ้นเสียงใสเพราะทุกครั้งที่เเม่ขึ้นเสียงเราจะเก็บเอาไปคิด
เเละร้องทุกครั้งเลย จนบางครั้งก็คิดว่าเป็นโรคซึมเศร้าเเล้วขอคำเเนะนำหน่อยค่าาา