คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน??? 2538-2558

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากได้อ่านกระทู้เรื่องราวต่างๆของหลายๆท่านมามากมาย วันนี้ผมเลยอยากจะขอเล่าเรื่องราวของตัวผมเองบ้าง อาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่ถือว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังสนุกๆละกันครับ

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ ไมไ่ด้อยู่กับพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็กเนื่องจากอยู่กับป้ามาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ผมรวมถึงน้องสาวจะอยู่ที่กรุงเทพครับ จะมีโอกาสได้เจอครอบครัวพ่อแม่ลูกเฉพาะปิดเทอมครับ จนกระท่งผมเรียนจบมัธยมต้น ผมเลยได้มีโอกาสมาลองสอบเรียนระดับมัธยมปลายที่กรุงเทพ ลองสอบดูครับแต่เผอิญว่าติด เลยได้มาอยู่ที่กรุงเทพ พอเปิดเทอมเท่านั้นเองครับ ผมแทบคลั่ง สังคมมันต่างกันเพียงนี้เชียวหรือผมอยู่ชายล้วนมาตลอด แต่ว่าผมเป็นตุ๊ดนะครับ555 เพียงแต่ไม่มีคนทราบนอกจากเพื่อนที่ต่างจังหวัด ยิ่งพอมาอยู่สังคมใหม่ๆในกรุงเทพ ผมเลยทำตัวไม่ถูกคิดแค่ว่าจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเราเป็นตุ๊ด แต่ถึงยังไงก็ไม่ค่อยมีคนมองว่าผมเป็นตุ๊ดหรอกครับเพราะผมไม่มีท่าทางอะไรแบบนั้นเลย แต่เพราะความหวาดระเเวงต่างๆ ระแวงว่าคนอื่นจะรู้ ระแวงสังคมเพื่อนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ เลยทำให้ผมไม่กล้าคุยกับใครเลยเกือบ 1 ปี จากคนเรียนเก่งในมัธยมต้นกลายเป็นคนเรียนไม่รู้เรื่อง เกรดตกต่ำ จนกระทั่งวันสอบปลายภาคเทอมสองของ ม4 เรื่องก็เกิดขึ้น

ผมจำได้ว่าสอบวิชาฟิสิกส์หรืออะไรสักอย่าง ยังทำข้อสอบไม่เสร็จเลยครับ อาจารย์เรียกตัวไปและกล่าวหาว่าผมทุจริตการสอบ ผมตกใจมาก นึกในใจ คุยหนูยังแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนเลย แล้วหนูจะทุจริตยังไง หลักฐานอะไรก็ไม่มี แต่ปรากฎว่า อาจารย์โชว์เศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ในนั้นเขียนว่า   " ลอกได้เลย คำตอบลอกมาจาก(ชื่อผม)ทุกข้อ ถูกชัวร์"   ผมเลยมองไปยังเพื่อนอีก5 คนที่อาจารย์เรียกมายืนอยู่ก่อนหน้าผมจะเข้ามา ผมเลยเข้าใจเลยครับว่า ผมถูกเพื่อนลอกข้อสอบ เลยโดนครับ ปรับตก ต้องมานั่งซ่อม ผมโกรธมาก แต่ในวิกฤตินั้น ผมได้สังเกตว่า หนึ่งในเหล่าทรชนเพื่อนกลุ่มนี้ที่ทำให้ผมต้องถูกตราหน้าว่าทุจริต " น่ารักมาก"555

หลังจากนั้น เพื่อนๆทุกคนในกลุ่มทุจริตการสอบก็ขอโทษขอโพย ทำนั่นทำนี่เลี้ยงขนมนมเนยผมสารพัดเพื่อเป็นการขอโทษจนทำให้ผมได้กลายเป็นสมาชิกของกลุ่มๆนั้น ซึ่งเป็นสมาชิกระดับหัวด้วยนะครับ 555 ทุกคนรัก แทบจะเคารพ และให้เกียรติผมมาก สุดท้ายพวกเราก็สนิทกัน ผมมีเพื่อนแล้วครับเย่ๆๆๆๆๆๆ

พวกเราก็สนิทสนมกันเรื่อยมา ตัวผมเองก็กลายเป็นคนที่คุยเก่งตามกมลสันดานเดิม เพื่อนมีทั้งระดับเลยครับทีนี้ สนุกสนาน เลิกเรียนบ้านช่องไม่กลับ ทุกวันอังคารต้องไปนั่งร้านพิซซ่า ฮัทกินบุปเฟต์ 59 บาท ตลอด แต่ผมจะสนิทกับเพื่อนคนนึงที่ผมระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าน่ารักอ่ะครับ สนิทกันมาก ใจผมอ่ะรู้แล้วล่ะว่า ผมรักเขา 555 แต่ก็ทำเนียนๆ บางทีมันก็เหมือนรู้นะ แต่ผมจะคิดว่าไม่ใช่ๆตลอด เดี๋ยวเสียเพื่อน มันเองสาวชอบเยอะ เดินในโรงเรียนใครก็แซว ผมก็แอบฟึดฟัดกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว เป็นแบบนี้มาจนใกล้จบ ม6 ครับ แต่แล้ววันนั้น วันที่ทุกอย่างระเบิดคือ การติวหน้งสือ ก็จะมีการค้างอ้างแรมเกิดขึ้น ผมก็เอาเลย มาๆมาค้างบ้านเรา แรกๆก็มากันทั้งฝูง หลังๆ หายไปทีละคนสองคน จนเหลือแค่ มันคนเดียวกะผม สองต่อสอง

ผมเริ่มครับ เพราะอดจิตอดใจไม่ไหว เริ่มเพราะมันหลับครับ ก็ละเลงเลยครับ แต่ปรากฎว่ามันตื่น ตายแล้วๆ ผมสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยครับ ไงดี ๆ แต่พอเพื่อนพูดว่า "ไม่ทำต่ออ่ะ" ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่เอาละครับ คืนนั้นก็ผ่านไป และเราก็ติวหนังสือแบบนั้นกันจนถึงวันสอบ 5555 ไม่เคยสอบถามอะไรในใจกันเลยนะครับ แต่พอสอบเสร็จ มันก็หายไป ไม่คุย ไม่ติดต่อ เพจไปก็ไม่ตอบรับ ผมนี่เศร้าเลย ....

ตั้งแต่สอบเสร็จ จนสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ ประกาศผล ผมก็ไมไ่ด้รับการติดต่อใดๆจากมันอีกเลย ทำใจครับ มันคงจะจบ คิดไปต่างๆนานา ได้ข่าวมันว่าติดที่นั่นที่นี่จากเพื่อนๆมาบ้าง ก็พอได้ข่าวก็ยังดี มันคงไม่อยากคบผมแล้ว ก็จนเรียนมหาวิทยาลัยก็ไมไ่ด้เจอกันจนกระทั่งเรียนจบก็ไมไ่ด้เจอ จนทำงานได้ สองสามปี มีเพื่อนชวนไปงานแต่งไอ้นี่ อืม ผมก็ไปครับ แวบเเรกที่มันเห็นผม ผมเดาว่ามันน่าจะตกใจ ปนดีใจนะ แต่ก็ไม่ได้คุยกันในงาน แล้วมันก็ผ่านไปครับ กระทั่งวันหนึ่ง ในยุคที่เฟซบุ้กเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิต มีคนแอดผมมาครับ มันนั่นเอง จะรออะไรอ่ะ ผมกดยอมรับเพื่อนทันที ก็เลยได้ทราบว่า เป็นคุณพ่อลูกสองแล้ว แต่ภรรยาหนีไปครับ พ่อหม้ายนั่นเอง คือมันโสด เราก็คุยกันเหมือนสมัยก่อนเลยนะครับ เพื่อนกันมันคงจูนกันง่ายมั้งครับต่อให้ไม่ได้เจอกันเป็นสิบๆปี

จนปัจจุบัน เรากลายเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันครับ มีพ่อสองคน และลูกอีกสองคน คงไม่งงนะครับ เราเจอกันครั้งแรก 2538 ครับ และอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ 2552 ครับ  จนตอนนี้ 2558 เราก็ใช้ชีวิตเพื่อนสนิทกันมาตลอด เพียงแต่ในคำว่าเพื่อนของเราสองคนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เพื่อนเขาไม่ทำกันแต่เราทำครับ 555 ถามว่ามีความสุขมั้ย ผมตอบไม่ถูกนะ แต่รู้สึกว่ามันเต็ม ชีวิตผมมันเต็ม ต่างคนต่างมีความสุขกายสบายใจซึ่งกันและกัน ผมเลยมานั่งคิดนะครับว่าที่เค้าว่ากันว่า คู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกมันจะสามารถใช้กับผมสองคนได้หรือเปล่า ขอบคุณทุกท่านที่เสียเวลาอ่านนะครับ ถือว่าผมขอระบายประสบการณ์ชีวิตละกัน

ผมเรียนมัธยมปลายแถวปิ่นเกล้าครับ 555...สวัสดีครับทุกท่าน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่