เหตุใดเด็กจบใหม่ (หลายคน) ถึงเลือกงานให้เหมาะกับตัวเองไม่เป็น?
พอจบมหาลัยออกมาถ้าใครไม่ได้เรียนสายเฉพาะทางอย่างวิศวะ, สถาปัตย์, ศิลปกรรม, แพทย์ บัญชี ก็จะเริ่มหลงๆ กันบ้างว่าเราจะสมัครงานตำแหน่งไหนดี บางคนจบมายังเปลี่ยนสายเลย ผมว่าสิ่งที่เป็นปัญหาคือตั้งแต่เรียนประถมแล้ว หากเราตั้งใจเรียนทุกวิชา ทำการบ้านด้วยตัวเอง ทำถูกบ้าง ผิดบ้างตามความเข้าใจที่ได้เรียนมา พอเราจบมัธยมเราจะเริ่มประเมินคร่าวๆ ได้ว่าเราถนัดอะไรจริงๆ
(มีน้องๆ ที่มาสมัครงานหลายคน พอผมถามว่าถนัดอะไร ชอบอะไร ตอบไม่ได้เยอะมากนะครับ)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บางคนโดนพ่อแม่กดดัน หลายคนต้องคอยแข่งขัน วิชาไหนอ่อนก็ไปเรียนพิเศษเพิ่มเพื่อให้ได้เกรดสูงสุดทุกวิชา บางคนขี้เกียจก็รอลอกการบ้าน ลอกข้อสอบเพื่อนเพื่อให้ได้ผ่านวิชานั้นๆ ผลการเรียนที่ออกมาจึงไม่มีความเถรตรง ไม่สามารถบอกได้ว่าเราถนัดอะไรจริงๆ เพราะเราไม่ได้ทำด้วยตัวเอง วิชานี้เราให้ติวเตอร์สอนอัดเข้าไป วิชานี้เราลอกเพื่อนตลอด วิชานี้เราจ้างคนอื่นทำให้ พอจะเข้ามหาลัยก็เลยเดาเอาว่าวิชานี้เคยได้คะแนนสูงเข้าคณะนี้น่าจะดีกว่า สรุปจบออกมาตอบตัวเองไม่ได้ว่าถนัดอะไร พ่อแม่ก็คาดหวังอย่างนู้นอย่างนี้เพราะดูจากเกรดลูก บางคนจบวิศวะออกมาทำบริษัทอีเวนท์รุ่งไปเลย บางคนจบมนุษย์-Eng ไปทำงานเป็นแอดมิน มีเพื่อนผมหลายคนไม่รู้ถนัดอะไรชอบการ์ตูนมังงะมากก็เลยมาเข้าคณะคอมพิวเตอร์อาร์ต สรุปวาดรูปก็ไม่ดี เรื่องสีก็ไม่เข้าใจ จบมาก็ทำงานไม่รุ่ง กว่าจะรู้ตัวไปทำตัดต่อวีดีโอรุ่งไปเลย
ดังนั้นแล้วเริ่มพยายามตั้งแต่เด็ก ลองทำการบ้านให้ได้ด้วยตนเองก่อน ไม่เข้าใจก็ลองอ่านทบทวนดู สุดท้ายแล้วไม่เข้าใจจริงๆ ก็ลองดูปีต่อๆ ไป ถ้าไม่ได้ก็จะได้รู้ว่าตัวเองว่าไม่ถนัด กิจกรรมชมรม ค่ายต่างๆ ก็ลองไปร่วมดู จะได้รู้ทักษะการทำงานกับผู้อื่น (หลายคนฉายแววผู้นำ/เลขา/แอดมินก็ตอนนี้แหล่ะ) ผมอยากให้ทุกคนจบมาทำงานแล้วสนุกกับงานที่ทำนะครับ
(ปัจจัยเรื่องพ่อแม่ผมถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกนะครับ ผมอยากให้น้องๆ ทุกคนรู้จักปัจจัยภายใน คือรู้จักตัวเราเองก่อน ถึงจบมาเพราะถูกบังคับให้เรียน แต่ถ้าเรารู้ว่าเราเก่งอะไร เราก็ไปทำงานด้านที่ถนัดหารายได้เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ พ่อแม่ก็คงไม่ว่าอะไรแล้วครับ)
(บางคนมีธุรกิจครอบครัว จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ก็ต้องทำเพราะครอบครัวเราก็คือสิ่งสำคัญครับ ส่วนพอทำจนอยู่ตัวแล้วค่อยไปทำงานที่ถนัดที่รักเพิ่มเติมก็ไม่สายครับ - บางคนรักแสงสีและดนตรีงานอดิเรกเป็นดีเจสุดฮิพแต่ที่บ้านทำธุรกิจเครื่องเขียนก็ยังมี ชื่อ พี่สุหฤท คุ้นๆ มั๊ยครับ
สู้ๆ นะครับทุกคน
เหตุใดเด็กจบใหม่ถึงเลือกงานไม่เป็น?
พอจบมหาลัยออกมาถ้าใครไม่ได้เรียนสายเฉพาะทางอย่างวิศวะ, สถาปัตย์, ศิลปกรรม, แพทย์ บัญชี ก็จะเริ่มหลงๆ กันบ้างว่าเราจะสมัครงานตำแหน่งไหนดี บางคนจบมายังเปลี่ยนสายเลย ผมว่าสิ่งที่เป็นปัญหาคือตั้งแต่เรียนประถมแล้ว หากเราตั้งใจเรียนทุกวิชา ทำการบ้านด้วยตัวเอง ทำถูกบ้าง ผิดบ้างตามความเข้าใจที่ได้เรียนมา พอเราจบมัธยมเราจะเริ่มประเมินคร่าวๆ ได้ว่าเราถนัดอะไรจริงๆ
(มีน้องๆ ที่มาสมัครงานหลายคน พอผมถามว่าถนัดอะไร ชอบอะไร ตอบไม่ได้เยอะมากนะครับ)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บางคนโดนพ่อแม่กดดัน หลายคนต้องคอยแข่งขัน วิชาไหนอ่อนก็ไปเรียนพิเศษเพิ่มเพื่อให้ได้เกรดสูงสุดทุกวิชา บางคนขี้เกียจก็รอลอกการบ้าน ลอกข้อสอบเพื่อนเพื่อให้ได้ผ่านวิชานั้นๆ ผลการเรียนที่ออกมาจึงไม่มีความเถรตรง ไม่สามารถบอกได้ว่าเราถนัดอะไรจริงๆ เพราะเราไม่ได้ทำด้วยตัวเอง วิชานี้เราให้ติวเตอร์สอนอัดเข้าไป วิชานี้เราลอกเพื่อนตลอด วิชานี้เราจ้างคนอื่นทำให้ พอจะเข้ามหาลัยก็เลยเดาเอาว่าวิชานี้เคยได้คะแนนสูงเข้าคณะนี้น่าจะดีกว่า สรุปจบออกมาตอบตัวเองไม่ได้ว่าถนัดอะไร พ่อแม่ก็คาดหวังอย่างนู้นอย่างนี้เพราะดูจากเกรดลูก บางคนจบวิศวะออกมาทำบริษัทอีเวนท์รุ่งไปเลย บางคนจบมนุษย์-Eng ไปทำงานเป็นแอดมิน มีเพื่อนผมหลายคนไม่รู้ถนัดอะไรชอบการ์ตูนมังงะมากก็เลยมาเข้าคณะคอมพิวเตอร์อาร์ต สรุปวาดรูปก็ไม่ดี เรื่องสีก็ไม่เข้าใจ จบมาก็ทำงานไม่รุ่ง กว่าจะรู้ตัวไปทำตัดต่อวีดีโอรุ่งไปเลย
ดังนั้นแล้วเริ่มพยายามตั้งแต่เด็ก ลองทำการบ้านให้ได้ด้วยตนเองก่อน ไม่เข้าใจก็ลองอ่านทบทวนดู สุดท้ายแล้วไม่เข้าใจจริงๆ ก็ลองดูปีต่อๆ ไป ถ้าไม่ได้ก็จะได้รู้ว่าตัวเองว่าไม่ถนัด กิจกรรมชมรม ค่ายต่างๆ ก็ลองไปร่วมดู จะได้รู้ทักษะการทำงานกับผู้อื่น (หลายคนฉายแววผู้นำ/เลขา/แอดมินก็ตอนนี้แหล่ะ) ผมอยากให้ทุกคนจบมาทำงานแล้วสนุกกับงานที่ทำนะครับ
(ปัจจัยเรื่องพ่อแม่ผมถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกนะครับ ผมอยากให้น้องๆ ทุกคนรู้จักปัจจัยภายใน คือรู้จักตัวเราเองก่อน ถึงจบมาเพราะถูกบังคับให้เรียน แต่ถ้าเรารู้ว่าเราเก่งอะไร เราก็ไปทำงานด้านที่ถนัดหารายได้เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ พ่อแม่ก็คงไม่ว่าอะไรแล้วครับ)
(บางคนมีธุรกิจครอบครัว จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ก็ต้องทำเพราะครอบครัวเราก็คือสิ่งสำคัญครับ ส่วนพอทำจนอยู่ตัวแล้วค่อยไปทำงานที่ถนัดที่รักเพิ่มเติมก็ไม่สายครับ - บางคนรักแสงสีและดนตรีงานอดิเรกเป็นดีเจสุดฮิพแต่ที่บ้านทำธุรกิจเครื่องเขียนก็ยังมี ชื่อ พี่สุหฤท คุ้นๆ มั๊ยครับ
สู้ๆ นะครับทุกคน