เมื่อพ่อแก่ตัวลง แล้ววัยกลับ ควรทำยังไงดีคะ ดราม่าพอควร

พ่อเรา จากที่เคยเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่อง การแต่งตัวอะไรเท่าไหร่ คือเป็นผู้ชายทั่ว ๆ ไปค่ะ ใส่เสื้อผ้า ธรรมดา ๆ ไม่เคยคิดเรื่องผู้หญิง ถือเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทำให้เราค่อนข้างภูมิใจมากว่า พ่อเป็นคนที่หาได้ยากมาก เหล้า เบียร์ ผู้หญิง เพื่อน นี่ไม่มีเลย ให้เวลาทุกอย่างกับครอบครัวทั้งหมด พ่อเป็นคนเรียบร้อยค่ะ อารมณ์ดี ใจดีกับลูก ๆ แม้จะปากร้ายแต่ก็จะมาง้อทีหลังเสมอ

แต่พอมาพักหลัง ๆ เอาเป็นว่าสัก 3-4 ปีที่ผ่านมานี่ ด้วยความที่พ่อมีโรคประจำตัว เลยทำให้พ่อขยันออกกำลังกาย จนรูปร่างผอม ( ผอมกว่าลูก ) อดข้าวอดขนม จนผอม ง่าย ๆ ว่า หุ่นดีเลยค่ะ จากคนอ้วน ๆ สุขภาพก็ดีขึ้น
และหลังจากนั้น ดราม่าก็บังเกิด เริ่มแรกคือ แยกห้องกับแม่ ด้วยเหตุผลที่ว่า แม่นอนกรน พ่อรับไม่ได้ เลยแยกห้องกันนอน ต่อมา เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ

เรื่องแรก ความผอม กับ การแต่งตัว
- เริ่มแต่งตัวหนักขึ้น กางเกงยีนส์ก็อยากใส่แบบเดฟ ๆ ( วัย 60 ปี ) ต้องแพง ๆ ด้วยนะคะ ที่บ้านไม่ได้ว่าอะไร เสื้อผ้าจะแพง ก็ไม่ว่า แล้วก็ลดน้ำหนักตัวเองไปเรื่อย ๆ เพื่อให้คนอื่นทักว่าผอม พ่อจะยิ่งดีใจแบบออกนอกหน้า ยิ่งโม้ยาวเลยค่ะ ว่าตัวเองผอม หุ่นดี เพราะออกกำลังกาย แล้วมากดดันที่ลูก ๆ ด่าอ้วนเหมือนแรด เหมือนช้างบ้าง ไม่ใช่ด่าธรรมดานะคะ ด่าแบบให้ร้องไห้กันตรงหน้าเลยค่ะ

- เสื้อผ้าก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ลดไป 1 โล ก็จะซื้อเสื้อผ้าใหม่ทุกครั้ง ถ้าเอาจริง ๆ เสื้อผ้าพ่ออย่างเดียว หมดไปเป็นแสนแน่นอน แต่ที่บ้านก็ปล่อยค่ะ ถือว่าทำงานมาหนัก ปล่อยให้พ่อใช้เงินไป แต่ที่เป็นห่วงคือ พ่อออกกำลังกายจนผอมมาก ผอมจนเหี่ยวอ่ะค่ะ คนแก่ถ้ามีน้ำมีนวลหน่อยจะดูดีกว่า แต่นี่จะเอาให้ผอมกว่านี้อีก อดทั้งข้าว แถมหักโหมออกกำลังกาย ใครพูดก็ไม่ฟัง

2. เริ่มหลงตัวเอง เข้าขั้นมากถึงมากที่สุด
- พอผอม คนอื่น ๆ ทักว่า ไปทำอะไรมาถึงผอมมากมายขนาดนี้ บางคนทักแบบยอ ๆ ว่าหล่อขึ้น หนุ่มขึ้น  พ่อก็ออกอาการดี๊ด๊าค่ะ คือคนอื่นเขาทัก เพราะเป็นห่วงนึกว่าพ่อไม่สบาย แต่พ่อจะคิดไปว่า เขาอิจฉาที่พ่อผอม ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนัก

-มีเซลฟี่ด้วยนะคะ (มันผิดปกติสำหรับครอบครัวเราค่ะ ) บางทีร้องเพลงแล้วอัดลงมือถือ นอนฟังเสียงเพลงที่ตัวเองร้อง เป็นร้อย ๆ เพลง หลงว่าตัวเองเสียงเพราะมาก

- ประเด็นนี้ค่ะที่เครียดมาก พอพ่อผอม เริ่มแต่งตัวแบบหนุ่ม ๆ พอใครมามองหน้า ไม่ว่าเป็นสาวแก่ สาวน้อย สาวใหญ่ หรือใครที่บังเอิญไปสบตากับพ่อเข้า พ่อจะคิดเข้าข้างตัวเองหมดเลยค่ะ ว่าตัวเองมีเสน่ห์ สาว ๆ คอยแอบมองพ่อ บางทีพูดต่อหน้าแม่ เช่น นั่งกินข้าวกันอยู่ พอออกจากร้าน พ่อจะถามแม่ว่ารู้จักผู้หญิงที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ไหม รู้จักกันหรือเปล่า พอแม่บอกไม่รู้จัก พ่อจะบอกทันทีว่า สงสัยเขาแอบมองพ่ออีกแน่ ๆเลย แล้วก็เดินยิ้ม ๆ คือสีหน้า ภูมิใจมากที่มีคนมาสนใจพ่อ
      คือเราก็คอยสังเกตนะคะ จะบอกว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้นค่ะ ไม่มีอะไรสปาร์ค ทั้งนั้น ผู้หญิงที่พ่อบอกว่าแอบมองพ่อนั้นน่ะ เหมือนมองผ่าน ๆ มากกว่า หรือไม่ก็มองแบบคิดว่า เคยเห็นหน้าที่ไหนมากกว่า ไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้มใด ๆ ออกจากปากผู้หญิงเลย คือเหมือนกับว่า มองแล้วก็หันไปกินข้าวต่อก็แค่นั้น แต่พ่อกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาคงแอบชอบพ่อแน่ๆ  พอเห็นลูกมาด้วยเลยกลบเกลื่อน ไม่ได้มีแค่คนเดียวนะคะ ผู้หญิงที่ผ่านมาแล้วบังเอิญสบตากับพ่อเข้า พ่อคิดหมดค่ะ แล้วพูดให้ลูกเมียฟังด้วย

- เรื่องแค่นี้ไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับที่ว่า ชอบว่าแม่ ไม่ยอมให้แม่ไปไหนมาไหนด้วย เพราะเหตุผลคือ พ่ออายไม่อยากให้ใครรู้ว่าแม่เป็นเมีย เพราะแม่ไม่แต่งตัว ไม่แต่งหน้า ชอบว่าแม่ปล่อยตัวให้โทรม แก่ แม่ที่เคยสวย ๆ ไม่มีในโลกนี้อีกแล้ว ซึ่งคำ ๆ นี้แม่เราไม่รู้นะคะ ไม่พูดให้แม่ฟังด้วย แต่เราสงสารแม่มาก ผู้ชายที่เคยเป็นไอดอลรักลูกและเมียมาก กลายเป็นคนที่ปากร้าย ทำร้ายจิตใจกันที่สุด เราก็ปฏิวัติแม่ พาแม่แต่งตัว ทำโน่นนี่ แต่ถึงกระนั้น พ่อก็ชอบมาว่าแม่ กับเราบ่อย ๆ แต่ละคำทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงที่สุดค่ะ

- วันนึงเราใส่ขาสั้น พ่อก็ใส่ขาสั้นมานั่งข้างกัน เรามานั่งเทียบขากัน แล้วบอกว่า ทำไมพ่อขาเล็กกว่าลูกอีกล่ะ (แต่ไม่ได้พูดต่อว่า เหี่ยวมากเลยเหมือนคนแก่ 80 ) แค่นั้นล่ะค่ะ เอาไปพูดกับน้องสาวว่า เราอิจฉาว่าพ่อขาเล็กว่า

3. ชอบยุแยงให้ลูกสองคน ต้องอิจฉากันเอง
คือจะชอบเปรียบเทียบลูกคนนั้นคนนี้ดี คนนี้เก่ง แล้วมาด่าอีกคนให้ช้ำใจ บางทีพี่น้องก็มาทะเลาะกันเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรให้กันเลย มีแต่พ่อมโนไปต่าง ๆนานา แล้วมาพูดยุให้ลูกตีกัน แรก ๆ ก็ทะเลาะกันค่ะ จนมาเข้าใจกันทีหลังว่าไม่มีใครหักหลังกันเอง เลยต้องโทรหากันเคลียร์กันบ่อย ๆ ว่ามีใครทำอะไรอย่างที่พ่อพูดมั้ย

4. เริ่มก้าวร้าว
มาเป็นหนักมากที่สุดเลยค่ะ พอไม่อยากขายของ ก็ไล่ลูกค้าเลยค่ะ บอกไม่ขาย ไม่มี ไปซื้อร้านอื่น รวยแล้ว จนแม่ต้องมาเคลียร์บ่อย ๆ จนลูกค้าหลายคนเริ่มขยาด หากพ่อนั่งหน้าบ้าน ลูกค้าจะไม่มาซื้อของเลยค่ะ บางทีลูกค้ามาซื้อของ แต่ต้องการคุยกับแม่ แม่ไปเข้าห้องน้ำ หรือ กินข้าวแป๊ปเดียว พ่อจะพูดว่า แม่เห็นแก่ตัว ด่าแม่เสีย ๆหายๆ ให้ลูกค้าฟัง จนเราทนไม่ได้ต้องเดินหนีออกมา รับไม่ได้กับคำหยาบ ๆ คาย ๆ ที่พ่นออกมา

5. เอาแต่ใจตัวเองเข้าขั้น Max.
บางวันบ่นอยากฆ่าตัวตาย บ่นทำงานเยอะ งานเหนื่อยมาก ( จริงๆแล้วพ่อแทบไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ วันวันนึง ) จนลูก ๆ ตกลงกันว่า ห้ามเข้าข้างพ่อ ห้ามเอ่ยคำว่าเห็นใจ หากใครเข้าข้างพ่อแม้แต่ครั้งเดียว พ่อจะเอามาพูดอีกซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าทำอะไรไม่ได้อย่างใจ เช่นใครขัดใจ จะพูดทันทีเลย ไม่เอาก็ได้ กรุรวย ไปซื้อที่อื่นก็ได้

ทุกคนในบ้านเอือมระอา กับคำที่ พ่ออวยตัวเองมากที่สุดเลยค่ะ หนุ่ม หล่อ รวย เลิศ  ( แซยิดแล้วนะ )

เราเคยจะพาพ่อไปหาหมอ ปรึกษาเรื่องวัยทอง พ่อไม่ไป เพราะอาจต้องกินฮอร์โมน ด้วยความที่พ่อดื้อรั้น ไปหาหนังสือมาอ่านเอง และรู้ดีกว่าหมอ
ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมกินเพราะกลัวโรคร้ายจะแฝงมากับฮอร์โมน  ไม่ยอมไปหาหมอด้วย รักษาตัวเอง ออกกำลังกาย ควบคุมการกินตัวเอง อย่างสม่ำเสมอ

รับมือกับพ่อยังไงดีคะ เพราะดูแล้วจะหนักกว่านี้มาก จะพาไปหาหมอ พ่อด่าเราซะเสียหมาเลย แถมร่ายยาว ขุดเรื่องเก่า ๆ มาด่าต่อได้อีก บางเรื่องด่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าพ่อเรียกอบรมนี่ 3 ชั่วโมงขั้นต่ำค่ะ  จนบางทีคนอยากผูกคอตายเป็นลูกๆกับเมียค่ะ

มีหมอที่ไหนให้ปรึกษา โดยไม่ต้องพาเจ้าตัวไปบ้างคะ เพราะพ่อจะฉลาดมาก และยืนยันเด็ดขาดว่าจะไม่ไปหาหมอ เพราะพ่อไม่สามารถใช้เหตุผลใด ๆ ในโลกนี้มาโน้มน้าวพ่อได้เลยค่ะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาล พยาบาลก็บอกแต่ว่า ควรพาคนไข้มาดีกว่าค่ะ เพราะหมอก็ไม่สามารถตอบอะไรได้

เครียดกันทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่