สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
มายกมือจ้ะ
ก่อนอื่นขอให้กำลังใจ จขกท. นะคะ ทุกปัญหามีทางออก อยู่ที่ใจเราทั้งนั้น
เรานี่แหละ สมัยเก็บเงินได้ล้านแรก ทุน 1.2 ล้าน ปี 53 เลือกหุ้นดีอยู่นะ แต่เข้าผิดจังหวะ
ต่อมาตลาดแย่มากๆ มูลค่าในพอร์ตเหลือ 4 แสนกว่าๆ ก็หายไปเกือบ 8 แสนนะ
แน่นอนว่า จะมีช่วงจิตตก หงุดหงิด ผิดหวัง
ใช้เวลา 10.00 - 16.30 นั่งจ้องจอ แล้วหงุดหงิด
งานประจำไม่ตั้งใจทำ ทำพอส่งๆ
กลับบ้านเจอหน้าสามี ก็เงียบๆ ไม่พูดไม่คุย ถามคำตอบคำ
ถามมากๆเข้า ก็ตวาดแว๊ด คือมันเครียดไง ไม่มีอารมณ์สนใจใครทั้งนั้น
ทั้งๆที่เค้าถามด้วยความเป็นห่วง แบบกินข้าวหรือยัง งานเยอะไหม พอร์ตดีขึ้นยัง อยากไปกินอะไรนอกบ้านไหม ฯลฯ
แต่แล้วเราก็คิดได้ ว่า แปดแสนแล้วไง วันๆ ไม่ได้ใช้เงินถึงแปดแสนสักหน่อย
ต่อให้ดินเนอร์หรูนอกบ้านก็ไม่ถึงสองพัน
ยิ่งวันไหนไปทำงานเฉยๆ กินข้าว+กินกาแฟแถวออฟฟิส ทั้งวันก็ใช้ไม่ถึงสองร้อย
นึกถึงสมัยยังไม่เทรด กลับบ้านยังได้ยิ้ม หัวเราะ กอดสามี ว่างๆก็ออกไปดินเนอร์กัน ออกจะมีความสุข
พอคิดได้เราเลยกลับตัวกลับใจ
เอาเวลาที่เคยจ้องจอ หันไปศึกษาหุ้นตัวเอง
อ่านงบย้อนหลังหลายปี + ข่าว + แผนงานในอดีต + ธรรมมาภิบาลผู้บริหาร + แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมของหุ้นนั้น
จนเรามั่นใจ ว่าเลือกไม่ผิดแน่ๆ แค่ราคามันลงตามตลาดรวม
พอมั่นใจ เราก็นิ่งๆไปเลย หยุดเทรด แวะเข้าพอร์ตบ้าง ดูบ้างถึงไหนแล้ว
กลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ตั้งใจทำงาน
มีเงินก็เก็บออม เงินออมนี่แหละ สำคัญที่สุด
"ออมให้มาก อย่าสร้างหนี้"
มีเวลาก็ดูแลสามี ดูแลแม่ ดูแลลูก เลิกหงุดหงิดจิตตกให้คนรอบข้าง
ว่างๆก็หาข้อมูลเรื่องการลงทุนเพิ่ม หาหุ้นที่น่าสนใจแล่วศึกษามันมากๆๆๆๆ
พอตลาดเริ่มดี ราคาเริ่มมา (ผ่านไปเกือบ 2 ปีกว่าๆแน่ะ)
เราก็ขายหุ้นที่เคยดอยเอามาเป็นทุน กระนั้นก็ได้กลับมาแค่ 7 แสน (จาก 1.2 ล้าน) คิดซะว่าจ่ายค่าเทอม 5 แสนสำหรับ 2 ปี
แต่จากเจ็ดแสนนั้น เราเทรดอย่างมีสติมากขึ้น คัดหุ้นเข้าพอร์ตหลายตัวขึ้น กระจายความเสี่ยง
ใจเย็นรอราคาให้เป็นตอนจะซื้อ และนิ่งพอที่จะไม่ตระหนกหากพอร์ตแดง
จากเจ็ดแสนนั้น ผ่านไป 2 ปีครึ่ง พอร์ตโตเป็น 2.5 ล้านจ้ะ (เคยพีคสุดปลายปีที่แล้วสามล้านกว่า)
เคยมีเพื่อนในพันทิบนี่แหละ บอกว่า คนเคยหาได้ล้าน ต่อให้เจ๊งหมดตัว ก็หาล้านใหม่ได้อีก เพราะรู้วิธีหาเงิน (ขอโทษที่จำไม้ได้ว่าท่านไหนนะคะ)
เราเห็นด้วยที่สุด เพราะเราทำมาแล้ว
ตอนนี้เรามีอยู่ 2.5 ล้าน ตั้งเป้าว่าจะทำให้มันเติบโตต่อไป และต้องลงทุนอย่างมีความสุข จะไม่สร้างบรรยากาศแย่ๆในครอบครัวอีก
เพราะทุกคนคือคนที่รักเรา เราจะนำความหงุดหงิดอื่นๆไปลงที่พวกเค้าได้ยังไง จริงไหม
จขกท. สู้ๆนะ
ก่อนอื่นขอให้กำลังใจ จขกท. นะคะ ทุกปัญหามีทางออก อยู่ที่ใจเราทั้งนั้น
เรานี่แหละ สมัยเก็บเงินได้ล้านแรก ทุน 1.2 ล้าน ปี 53 เลือกหุ้นดีอยู่นะ แต่เข้าผิดจังหวะ
ต่อมาตลาดแย่มากๆ มูลค่าในพอร์ตเหลือ 4 แสนกว่าๆ ก็หายไปเกือบ 8 แสนนะ
แน่นอนว่า จะมีช่วงจิตตก หงุดหงิด ผิดหวัง
ใช้เวลา 10.00 - 16.30 นั่งจ้องจอ แล้วหงุดหงิด
งานประจำไม่ตั้งใจทำ ทำพอส่งๆ
กลับบ้านเจอหน้าสามี ก็เงียบๆ ไม่พูดไม่คุย ถามคำตอบคำ
ถามมากๆเข้า ก็ตวาดแว๊ด คือมันเครียดไง ไม่มีอารมณ์สนใจใครทั้งนั้น
ทั้งๆที่เค้าถามด้วยความเป็นห่วง แบบกินข้าวหรือยัง งานเยอะไหม พอร์ตดีขึ้นยัง อยากไปกินอะไรนอกบ้านไหม ฯลฯ
แต่แล้วเราก็คิดได้ ว่า แปดแสนแล้วไง วันๆ ไม่ได้ใช้เงินถึงแปดแสนสักหน่อย
ต่อให้ดินเนอร์หรูนอกบ้านก็ไม่ถึงสองพัน
ยิ่งวันไหนไปทำงานเฉยๆ กินข้าว+กินกาแฟแถวออฟฟิส ทั้งวันก็ใช้ไม่ถึงสองร้อย
นึกถึงสมัยยังไม่เทรด กลับบ้านยังได้ยิ้ม หัวเราะ กอดสามี ว่างๆก็ออกไปดินเนอร์กัน ออกจะมีความสุข
พอคิดได้เราเลยกลับตัวกลับใจ
เอาเวลาที่เคยจ้องจอ หันไปศึกษาหุ้นตัวเอง
อ่านงบย้อนหลังหลายปี + ข่าว + แผนงานในอดีต + ธรรมมาภิบาลผู้บริหาร + แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมของหุ้นนั้น
จนเรามั่นใจ ว่าเลือกไม่ผิดแน่ๆ แค่ราคามันลงตามตลาดรวม
พอมั่นใจ เราก็นิ่งๆไปเลย หยุดเทรด แวะเข้าพอร์ตบ้าง ดูบ้างถึงไหนแล้ว
กลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ตั้งใจทำงาน
มีเงินก็เก็บออม เงินออมนี่แหละ สำคัญที่สุด
"ออมให้มาก อย่าสร้างหนี้"
มีเวลาก็ดูแลสามี ดูแลแม่ ดูแลลูก เลิกหงุดหงิดจิตตกให้คนรอบข้าง
ว่างๆก็หาข้อมูลเรื่องการลงทุนเพิ่ม หาหุ้นที่น่าสนใจแล่วศึกษามันมากๆๆๆๆ
พอตลาดเริ่มดี ราคาเริ่มมา (ผ่านไปเกือบ 2 ปีกว่าๆแน่ะ)
เราก็ขายหุ้นที่เคยดอยเอามาเป็นทุน กระนั้นก็ได้กลับมาแค่ 7 แสน (จาก 1.2 ล้าน) คิดซะว่าจ่ายค่าเทอม 5 แสนสำหรับ 2 ปี
แต่จากเจ็ดแสนนั้น เราเทรดอย่างมีสติมากขึ้น คัดหุ้นเข้าพอร์ตหลายตัวขึ้น กระจายความเสี่ยง
ใจเย็นรอราคาให้เป็นตอนจะซื้อ และนิ่งพอที่จะไม่ตระหนกหากพอร์ตแดง
จากเจ็ดแสนนั้น ผ่านไป 2 ปีครึ่ง พอร์ตโตเป็น 2.5 ล้านจ้ะ (เคยพีคสุดปลายปีที่แล้วสามล้านกว่า)
เคยมีเพื่อนในพันทิบนี่แหละ บอกว่า คนเคยหาได้ล้าน ต่อให้เจ๊งหมดตัว ก็หาล้านใหม่ได้อีก เพราะรู้วิธีหาเงิน (ขอโทษที่จำไม้ได้ว่าท่านไหนนะคะ)
เราเห็นด้วยที่สุด เพราะเราทำมาแล้ว
ตอนนี้เรามีอยู่ 2.5 ล้าน ตั้งเป้าว่าจะทำให้มันเติบโตต่อไป และต้องลงทุนอย่างมีความสุข จะไม่สร้างบรรยากาศแย่ๆในครอบครัวอีก
เพราะทุกคนคือคนที่รักเรา เราจะนำความหงุดหงิดอื่นๆไปลงที่พวกเค้าได้ยังไง จริงไหม
จขกท. สู้ๆนะ
แสดงความคิดเห็น
ใครเคยขาดทุนหุ้นเป็นหลักล่าน แล้วกลับมากำไรบ้างครับ ท่านมีแนวคิดอย่างไรที่มีกำลังใจให้ไปต่อ