วิชาพุทธศาสนาในปัจจุบันเราเรียนอะไรกันอยู่ น่าแปลกที่เราเรียนกันมากมายแต่ดูเหมือนว่าสังคมเราเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้ ไม่ดีขึ้นเลย จะแย่ลงด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆในที่นี้เรียนอะไรกันมาบ้างนะครับ แต่จะขอเล่าความรู้สึกของตัวเองและประสบการณ์เล็กๆน้อยที่เกิดขึ้นนะครับ
ส่วนตัวผมจำได้ว่าเรียนประวัติพระพุทธเจ้า วันสำคัญต่างๆซ้ำไปมา สวดมนต์ ท่องอริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 มงคล 38 อะไรพวกนี้ ถือว่าเยอะทีเดียว
ตอนเรียนก็ทำคะแนนเจ้าวิชานี้ได้น้อยนิดจนเพื่อนๆตกใจ เพราะทุกคนมองว่าตัวผมค่อนข้างเก่ง สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดีๆได้ เข้าค่ายแข่งขันต่างๆ
มองย้อนกลับไปก็ไม่เแปลกใจเลย เพราะตอนนั้นไม่เข้าใจว่าเรียนไปทำไม ก็อ่านๆท่องๆหน้าห้องสอบ วิชาอื่นเรียนเก่งแล้วเท่ห์ ก็เลยอ่านเยอะกว่า
เพื่อนผมหลายคนที่เก่ง สามารถทำคะแนนวิชาพุทธศาสนาออกมายอดเยี่ยม แต่ปัจจุบันเพื่อนๆเหล่านั้นก็แตกกันไปอยู่หลายที่ พอได้เจออีกครั้งก็อดตกใจไม่ได้ แต่ละคนชอบพูดคำหยาบ ไปกับกลุ่มเพื่อกินเหล้าเป็นประจำ ติดบุหรี่ เที่ยวผู้หญิง ซึ่งต่างกับผมมากจนแทบคุยในกลุ่มไม่ได้เลย เลยห่างกัน
เพื่อนในกลุ่มปัจจุบันเป็นพวกฉลาดและขยัน เรียนเก่งเช่นกัน ดีกว่าที่กลุ่มนี้ไม่ทำเรื่องที่ไม่ดี แต่ทัศนคติต่อศาสนาน่าสนใจมาก
บางคนมองว่าพุทธศาสนาคือเครื่องมือเพื่อให้เรียนเก่ง บางคนมองว่าเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ บางคนมองว่าเป็นแค่ความเชื่อใช้หลอกตัวเองให้พ้นทุกข์
ผมเห็นแล้วก็สงสาร มีโอกาสก็พูดอ้อมๆคอยปรับความคิดให้เสมอ เพื่อนกันนี่ มีโอกาสต้องช่วยอยู่แล้ว *o*
ครั้งหนึ่งตอนมัธยมปลาย หลังเลิกเรียนผมฉุกคิดว่าถ้ากฎแห่งกรรมมีจริง ตายแล้วเกิด การกระทำต่างๆของทุกคนคงต้องคิดกันให้รอบคอบกว่านี้ แต่ทำไมไม่มีใครสนใจการกระทำของตัวเองเลยหละ หรือเราคิดมากไปเอง ก็เลยพยายามพิสูจน์ เอาแต่นั่งคิดๆๆเป็นวันๆ ตลกดีนะ 555 ต่อมาผมก็ลืมไปนาน มีโอกาสได้ศึกษาจริงจังมา 2 ปีเต็ม แม้ไม่มีอาจารย์แต่ก็หมั่นหาข้อมูลศึกษาอยู่ตลอด ต้องยอมรับเลยว่ามันเหมือนง่าย จริงๆแล้วยากนะ แม้ตอนนี้จะเรียนอยู่ กำลังจะจบแล้ว เรียนหนัก งานเยอะมาก แต่ก็แบ่งเวลามาคิดและปฏิบัติอยู่เสมอ ต้องใช้ทั้งปัญญาและการปฏิบัติควบคู่กันไป ซึ่งดีมากๆ หลงทางก็มีบ้างนะ แต่ถ้าเห็นทางแล้วและตั้งมั่นก็ไม่มีปัญหา
ระหว่างพิมพ์อยู่ก็คิดถึงเรื่องหนึ่ง เมื่อวันพระใหญ่ที่ผ่านมา มีโอกาสไปไหว้พระพุทธรูปแห่งหนึ่ง ปรากฎว่ามีกลุ่มคนด้านหลังนุ่งห่มขาว
กำลังคุยกันเรื่องหวยงวดนี้จะออกอะไร แล้วก็บอกว่าได้เลขเด็ดมาจากคนโน้นนี้แลกเปลี่ยนกัน ก็อดแปลกใจไม่ได้
กลับมาการศึกษาดีกว่า ผมมองกลับไปที่รุ่นน้องของผม แม้จะเรียนต่างโรงเรียนกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือเพื่อนๆของน้องทุกคนเกลียดศาสนาพุทธมาก !!!
มันดูเป็นวิชาที่ไม่เท่ห์ ล้าหลัง เชยสุดๆ เหมือนสมัยผมเลย แต่เหมือนจะเป็นมากกว่ารุ่นของผมด้วยซ้ำ
ผมเลยมานั่งคิด วิชาพุทธศาสนาไม่ได้ช่วยอะไรเลยในชีวิตเราเลย เป็นอะไรที่สอนให้เบื่อในตอนเรียน ฝังใจและอยากหนีห่างในที่สุด
เหตุผลน่าจะมาจากการศึกษาในปัจจุบัน มีความชัดเจนมากที่เราเร่งเรียนวิชาการกันตั้งแต่ประถม ซึ่งในช่วงอายุนี้เราควรสอนวิชาศาสนาและสังคม
เพราะวัยเด็กยังสอนได้ เป็นวัยใสบริสุทธิ์ พ่อแม่ชวนลูกมานั่งสมาธิกัน สอนว่าทำดีแล้วเป็นอย่างไร ทำไม่ดีแล้วส่งผลอย่างไรบ้าง
สอนสังคมให้ลูกรู้จักการปฏิบัติตัว การพูดคุย เล่าว่าโลกนี้เคยเกิดอะไรมาแล้วบ้าง มีเรื่องน่าสนุกมากมาย หาแรงบันดาลใจว่าจะเข้าที่คณะไหนได้แน่นอน
กล่าวได้ว่าศาสนาเป็นเส้นทางสู่เป้าหมายในใจจริงๆของทุกคน หรือ ความไม่มีทุกข์ และสังคมเป็นการศึกษาอดีต มีแนวทางดีๆและการได้รู้สังคมปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผู้สอนในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์ ก็สำคัญมากๆ ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจพอสมควร มีเมตตา เพราะหากโดนถามคำถามธรรมแปลกๆก็คงตอบได้ไม่ง่ายนัก เด็กแต่ละคนก็ต่างกันไป ดังนั้นต้องมีการเตรียมตัวและจัดแนวทางให้ดี ไม่ใช่นั้นจะผิดแนวทาง และต้องไม่ใช่มาอ่านให้นักเรียนฟังให้จบๆไป
คนที่อ่านตามมาจนถึงตรงนี้คงคิดว่าเป็นไปไม่ได้แน่ ซึ่งผมก็เคยพูดกับคนรู้จัก เค้าบอกว่าให้ปล่อยวาง เราแก้อะไรไม่ได้ ยุคนี้ศาสนาพุทธตกต่ำ ยุครุ่งเรืองได้หมดไปแล้ว มีแต่ตัวอะไรไม่รู้มาเกิด สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
ผมฟังแล้วก็คิดว่าต้องไม่ละเลยไป มีโอกาสก็แบ่งปันกับคนรู้จักไม่มากก็น้อย แม้สมัยนี้จะเน้นความมั่งมีเป็นทุกสิ่งในชีวิต อาจเป็นเรื่องยากในการเข้าใจธรรมะ แต่ก็เชื่อว่าหากคนมีโอกาสได้มองเห็นความจริงจากภาพลวงตาการปรุงแต่ง ก็จะตื่นขึ้นได้เช่นเดียวกับคนในสมัยที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแน่นอน อาจต้องใช้ศิลปะในการพูดมากหน่อย แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนครับ ^_^
วิชาพุทธศาสนาและผลกระทบครั้งใหญ่
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆในที่นี้เรียนอะไรกันมาบ้างนะครับ แต่จะขอเล่าความรู้สึกของตัวเองและประสบการณ์เล็กๆน้อยที่เกิดขึ้นนะครับ
ส่วนตัวผมจำได้ว่าเรียนประวัติพระพุทธเจ้า วันสำคัญต่างๆซ้ำไปมา สวดมนต์ ท่องอริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 มงคล 38 อะไรพวกนี้ ถือว่าเยอะทีเดียว
ตอนเรียนก็ทำคะแนนเจ้าวิชานี้ได้น้อยนิดจนเพื่อนๆตกใจ เพราะทุกคนมองว่าตัวผมค่อนข้างเก่ง สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนดีๆได้ เข้าค่ายแข่งขันต่างๆ
มองย้อนกลับไปก็ไม่เแปลกใจเลย เพราะตอนนั้นไม่เข้าใจว่าเรียนไปทำไม ก็อ่านๆท่องๆหน้าห้องสอบ วิชาอื่นเรียนเก่งแล้วเท่ห์ ก็เลยอ่านเยอะกว่า
เพื่อนผมหลายคนที่เก่ง สามารถทำคะแนนวิชาพุทธศาสนาออกมายอดเยี่ยม แต่ปัจจุบันเพื่อนๆเหล่านั้นก็แตกกันไปอยู่หลายที่ พอได้เจออีกครั้งก็อดตกใจไม่ได้ แต่ละคนชอบพูดคำหยาบ ไปกับกลุ่มเพื่อกินเหล้าเป็นประจำ ติดบุหรี่ เที่ยวผู้หญิง ซึ่งต่างกับผมมากจนแทบคุยในกลุ่มไม่ได้เลย เลยห่างกัน
เพื่อนในกลุ่มปัจจุบันเป็นพวกฉลาดและขยัน เรียนเก่งเช่นกัน ดีกว่าที่กลุ่มนี้ไม่ทำเรื่องที่ไม่ดี แต่ทัศนคติต่อศาสนาน่าสนใจมาก
บางคนมองว่าพุทธศาสนาคือเครื่องมือเพื่อให้เรียนเก่ง บางคนมองว่าเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ บางคนมองว่าเป็นแค่ความเชื่อใช้หลอกตัวเองให้พ้นทุกข์
ผมเห็นแล้วก็สงสาร มีโอกาสก็พูดอ้อมๆคอยปรับความคิดให้เสมอ เพื่อนกันนี่ มีโอกาสต้องช่วยอยู่แล้ว *o*
ครั้งหนึ่งตอนมัธยมปลาย หลังเลิกเรียนผมฉุกคิดว่าถ้ากฎแห่งกรรมมีจริง ตายแล้วเกิด การกระทำต่างๆของทุกคนคงต้องคิดกันให้รอบคอบกว่านี้ แต่ทำไมไม่มีใครสนใจการกระทำของตัวเองเลยหละ หรือเราคิดมากไปเอง ก็เลยพยายามพิสูจน์ เอาแต่นั่งคิดๆๆเป็นวันๆ ตลกดีนะ 555 ต่อมาผมก็ลืมไปนาน มีโอกาสได้ศึกษาจริงจังมา 2 ปีเต็ม แม้ไม่มีอาจารย์แต่ก็หมั่นหาข้อมูลศึกษาอยู่ตลอด ต้องยอมรับเลยว่ามันเหมือนง่าย จริงๆแล้วยากนะ แม้ตอนนี้จะเรียนอยู่ กำลังจะจบแล้ว เรียนหนัก งานเยอะมาก แต่ก็แบ่งเวลามาคิดและปฏิบัติอยู่เสมอ ต้องใช้ทั้งปัญญาและการปฏิบัติควบคู่กันไป ซึ่งดีมากๆ หลงทางก็มีบ้างนะ แต่ถ้าเห็นทางแล้วและตั้งมั่นก็ไม่มีปัญหา
ระหว่างพิมพ์อยู่ก็คิดถึงเรื่องหนึ่ง เมื่อวันพระใหญ่ที่ผ่านมา มีโอกาสไปไหว้พระพุทธรูปแห่งหนึ่ง ปรากฎว่ามีกลุ่มคนด้านหลังนุ่งห่มขาว
กำลังคุยกันเรื่องหวยงวดนี้จะออกอะไร แล้วก็บอกว่าได้เลขเด็ดมาจากคนโน้นนี้แลกเปลี่ยนกัน ก็อดแปลกใจไม่ได้
กลับมาการศึกษาดีกว่า ผมมองกลับไปที่รุ่นน้องของผม แม้จะเรียนต่างโรงเรียนกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือเพื่อนๆของน้องทุกคนเกลียดศาสนาพุทธมาก !!!
มันดูเป็นวิชาที่ไม่เท่ห์ ล้าหลัง เชยสุดๆ เหมือนสมัยผมเลย แต่เหมือนจะเป็นมากกว่ารุ่นของผมด้วยซ้ำ
ผมเลยมานั่งคิด วิชาพุทธศาสนาไม่ได้ช่วยอะไรเลยในชีวิตเราเลย เป็นอะไรที่สอนให้เบื่อในตอนเรียน ฝังใจและอยากหนีห่างในที่สุด
เหตุผลน่าจะมาจากการศึกษาในปัจจุบัน มีความชัดเจนมากที่เราเร่งเรียนวิชาการกันตั้งแต่ประถม ซึ่งในช่วงอายุนี้เราควรสอนวิชาศาสนาและสังคม
เพราะวัยเด็กยังสอนได้ เป็นวัยใสบริสุทธิ์ พ่อแม่ชวนลูกมานั่งสมาธิกัน สอนว่าทำดีแล้วเป็นอย่างไร ทำไม่ดีแล้วส่งผลอย่างไรบ้าง
สอนสังคมให้ลูกรู้จักการปฏิบัติตัว การพูดคุย เล่าว่าโลกนี้เคยเกิดอะไรมาแล้วบ้าง มีเรื่องน่าสนุกมากมาย หาแรงบันดาลใจว่าจะเข้าที่คณะไหนได้แน่นอน
กล่าวได้ว่าศาสนาเป็นเส้นทางสู่เป้าหมายในใจจริงๆของทุกคน หรือ ความไม่มีทุกข์ และสังคมเป็นการศึกษาอดีต มีแนวทางดีๆและการได้รู้สังคมปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผู้สอนในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์ ก็สำคัญมากๆ ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจพอสมควร มีเมตตา เพราะหากโดนถามคำถามธรรมแปลกๆก็คงตอบได้ไม่ง่ายนัก เด็กแต่ละคนก็ต่างกันไป ดังนั้นต้องมีการเตรียมตัวและจัดแนวทางให้ดี ไม่ใช่นั้นจะผิดแนวทาง และต้องไม่ใช่มาอ่านให้นักเรียนฟังให้จบๆไป
คนที่อ่านตามมาจนถึงตรงนี้คงคิดว่าเป็นไปไม่ได้แน่ ซึ่งผมก็เคยพูดกับคนรู้จัก เค้าบอกว่าให้ปล่อยวาง เราแก้อะไรไม่ได้ ยุคนี้ศาสนาพุทธตกต่ำ ยุครุ่งเรืองได้หมดไปแล้ว มีแต่ตัวอะไรไม่รู้มาเกิด สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
ผมฟังแล้วก็คิดว่าต้องไม่ละเลยไป มีโอกาสก็แบ่งปันกับคนรู้จักไม่มากก็น้อย แม้สมัยนี้จะเน้นความมั่งมีเป็นทุกสิ่งในชีวิต อาจเป็นเรื่องยากในการเข้าใจธรรมะ แต่ก็เชื่อว่าหากคนมีโอกาสได้มองเห็นความจริงจากภาพลวงตาการปรุงแต่ง ก็จะตื่นขึ้นได้เช่นเดียวกับคนในสมัยที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแน่นอน อาจต้องใช้ศิลปะในการพูดมากหน่อย แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนครับ ^_^