13
รถคันใหญ่ค่อยๆ จอดเกือบติดฟุตบาทหน้าร้านมินิมาร์ทในปั๊ม ฉันสังเกตเห็นทุกคนมีเครื่องพรางหน้ากันทั้งหมดเลยอ่ะ ฉันมองพี่แชลที่หยิบแว่นกันแดดสีดำอันเขื่องออกมาสวม พี่โฮมก็หยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมปิดปากอย่างกับคนเป็นโรค = =;; ส่วนพี่บริงค์...ก็หยิบแว่นตากรอบหนาสีแดงขึ้นมาสวมทำให้เหมือนเด็กเรียนขึ้นมาหน่อย ทุกคนดูเปลี่ยนไปนิดๆ แต่ไม่ถึงกับมาก
“ป่ะ ไปซื้อเสบียงมาตุนกัน ” พี่บริงค์หันมาบอกทุกๆ คน
“เอิ้ว! (^0^)/” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงและต่างคนต่างลงไปจากรถ โดยที่บางครั้งอาจต้องก้มหน้าหลบเพราะมีสาวๆ มองอย่างสนใจ ยกเว้นฉัน - -^ ที่ไม่มีใครสนใจฉันเลย =0=
หมับ!
“หือ? O_O” ฉันสะดุ้งเมื่อเดินอยู่ดีๆ พี่บริงค์ก็เข้ามาโอบไหล่ฉันซะงั้น ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งพอพี่แกก้มหน้ามามองฉันแล้วยักคิ้วหนึ่งที ฉันยิ่งเอ๋อใหญ่ =O+?
“อะไรของเขาวะ? =O=lll” ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนจะผงะนิดนึงเมื่อความเย็นของแอร์มันวูบเข้าหน้าเต็มๆ
พี่บริงค์เดินเข้าไปเปิดประตูให้ แล้วรอให้ฉันเดินเข้าไปก่อนเขาถึงจะปล่อยมือ
“อยากกินอะไรก็ซื้อได้เลยนะ ส่วนเรื่องตังค์น่ะ...เดี๋ยวป๋าบริงค์จัดการให้เอง ^^”
“อื้อ ^^” ฉันหัวเราะ แล้วเดินแยกออกมาจากป๋าบริงค์เพื่อมุ่งหน้าไปหยิบตะกร้ามาหนึ่งใบแล้วเดินดูขนมไปเรื่อยๆ
ตุ้บๆๆๆ
ฉันเบิกตามองขนมนับสิบถุงที่โยนๆๆ ใส่ลงมาในตะกร้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพบกับลักยิ้มติดแก้มทั้งสองข้างของพี่แชล
“มีป๋าเลี้ยงยัง?”
“มีแล้วค่ะ ^^”
“พี่บริงค์อีกแล้วสินะ

เซ็ง” พี่แชลยื่นปากก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าไปที่ตู้เครื่องดื่ม ฉันมองเขาอย่างงงๆ แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ คนในวงนี้แปลกพิกลกันทุกคนเลยสินะ เฮ้อ =]
“ว่าไง ได้อะไรสักอย่างยังนิกิม ^_^” ฉันเงยหน้าอีกครั้งแล้วพบกับพี่โฮมที่แสดงอาการยิ้มทางดวงตามาแต่ไกล เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ฉันแล้วใส่ขนมทั้งหมดไม่กี่อย่างลงมาในตะกร้า จนตอนนี้ฉันว่าสมควรแล้วที่จะต้องไปเอาตะกร้ามาเพิ่มอีกหนึ่งใบ
พี่โฮมยิ้มจนตาหยีก่อนจะขอตัวไปที่โซนไส้กรอก ฉันเกาหัวแกรกๆ อย่างสับสนในชีวิต แล้วเดินดูขนมต่อไป กินอะไรดีวะเนี่ย - -?
อืมมมม...?
“ฮ้า~ >O< เจอแล้วววว เจอแล้วๆๆ” ฉันตาวาวทันทีที่เห็นเยลลี่ตรามังกร เอ่อ...จริงๆ มันตราดราก้อนแต่ฉันชอบเรียกว่าตรามังกร ฮ่าๆ >O< ดีใจจัง ขนมนี่ในอีกสี่ปีก็จะไม่มีขายแล้วล่ะ ฮี่ๆ ฉันรีบคว้ามันมาตั้งเยอะแล้วกำลังจะใส่ตะกร้า แต่ทว่า...เต็ม! =[]=lll
“เอามาใส่นี่บ้างก็ได้” ฉันอ้าปากค้างเมื่อขนมในมือถูกแย่งเอาไปใส่อีกตะกร้าหนึ่ง ฉันหันหน้าไปมองอย่างงงๆ ก่อนจะพบกับอีกคนที่ยิ้มให้อย่างทะเล้นเช่นเคย
“ซื้อเยอะๆ หน่อยก็ได้ มันไม่อ้วนมากไปกว่านี้แล้วล่ะ” ฉันขมวดคิ้วทันที พี่บริงค์หัวเราะชอบใจที่เห็นฉันโมโหจนหน้าหงิก >
“ล้อเล่นๆ

ก็แหม...เห็นตั้งนานแล้วได้แค่เนี้ย ชอบกินเหรอ?” ฉันคลายโบดำได้เมื่อเขาถามถึงความชอบเยลลี่ตรามังกร
“ชอบมากกก >_< และอีกสี่ปีข้างหน้าก็หาซื้อไม่ได้แล้วนะ เขาเลิกทำแล้ว T^T”
“อีกสี่ปีข้างหน้า? = =^”
“Yes!”
พี่บริงค์เผยอปากเหมือนกับกำลังว่าฉันบ้าทางอ้อม ฉันจึงได้ยื่นหน้าเข้าไปแล้วจ้องตาเขาเขม็ง
“นี่ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามาจากไหนอ่ะ?” อย่าบอกนะว่าลืมจริงๆ -0-
“เปล่า แต่มันเชื่อยากนี่นา = =lll”
“เฮ้อ ก็แหงล่ะ ใครจะไปเชื่อเรื่องนี้กัน” ฉันเบะปาก แล้วเปลี่ยนความสนใจไปที่ขนมบนชั้นแทน ย่อตัวดูเจ้าขนมน่ารักๆ แล้วหยิบมาใส่ตะกร้าที่พี่บริงค์ถืออยู่ เดินไปเรื่อยๆ แล้วก็หยิบช็อกโกแลตลูกหินมาหนึ่งถุง แบบขมอีกหนึ่งแท่ง แพงช่างมัน...ป๋าเลี้ยง ขนมที่ฉันเลือกได้ก็มีแค่นี้แหละ จากนั้นก็เดินไปที่โซนมาม่า อืมมม?
“ดูทำไมเนี่ยมาม่า ยังไงเย็นนี้ก็ต้องจัดปาร์ตี้กันอยู่แล้ว ไม่อดตายหรอก” ฉันหันไปมองค้อนไอ้คนที่เดินตามหลัง ก่อนจะกระแทกตะกร้าใส่หน้าท้องเขาเต็มๆ
“โอ๊ย!” พี่บริงค์หน้าแหย กุมท้องตัวงอเลย เหอะ! สมน้ำหน้า
“อ่ะ เอาไปถือเลยไป...ข้อหาที่พูดจาไม่เข้าหู แล้วเราจะอยากกินอะไรมันก็เรื่องของเรา รู้ตัวไว้ซะด้วยว่ามีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว” ฉันจัดยาว
“คร้าบบบ T_T” พี่แกเบะหน้าเหมือนจะร้องไห้ ฉันยิ้มเชิด แล้วเดินเลือกมาม่าต่อไป อ๊า! >O< รสนี้ไม่มีขายแล้ว รีบซื้อๆ รสนี้อ่ะนะ...เวลากินเปล่าๆ แบบไม่ต้มอ่ะ โคตะระอร่อยเลย ฮ่า ฮ่า
“อย่างกับไม่เคยกิน ( -_-)”
“บ่นอะไรพี่บริงค์ - -*” ฉันค้อน พี่แกสะดุ้งรีบแก้ตัวใหญ่
“เปล๊า~ >_< ไม่ได้บ่น เชิญเลือกซื้ออาหารหายากต่อไปเถอะครับคุณนาย ^^” พี่บริงค์ผายมือ แล้วขอตัวไปที่โซนไส้กรอกอีกคน
“เออใช่! ไส้กรอก อยากกินรสกะเพรา~ >O<” ฉันเกิดอยากกินขึ้นมากะเขาบ้าง จึงวิ่งถลาตามก้นพี่บริงค์ไปติดๆ
เราสี่คนที่เล่นหยอกล้อกันอยู่บริเวณนั้น ดูสนิทกันจนสาวๆ ในร้านและนอกร้านมองกันอย่างสนใจและสงสัยเป็นที่สุด แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอกนะ เพราะเชื่อว่าคนนอกคงไม่สังเกตขนาดนั้นหรอกว่าพวกเราเป็นใครกัน
นายคนถือตะกร้าวางของที่หน้าแคชเชียร์ พอถึงเวลาจ่ายเงินพวกพี่สามคนก็แชร์กันออก ไม่มีใครเกี่ยงกันหรือโบ้ยให้คนๆ หนึ่ง จ่ายเงินจ่ายอะไรเรียบร้อยเสร็จแล้วต่างก็ยื่นมือเข้าไปหยิบถุงมาถือไว้ แล้วพยักหน้าเรียกฉันเป็นเชิงบอกว่ากลับรถ
ปึง! ปึง! ปึง!! ปึง!!!
พอประตูรถปิดสนิท สามหนุ่มจึงได้ถอดเครื่องพรางหน้าออกทันที แล้วถอนใจเฮือกพร้อมกัน
“เฮ้อ! =O=lll”
ฉันยิ้มๆ พลางรื้อค้นขนมในถุงอย่างตื่นเต้น
“โล่งอกไปที นึกว่าจะมีใครจำได้ซะอีก” พี่แชลทิ้งตัวพิงเบาะรถอย่างโล่งอก พี่โฮมจึงหันมาสมทบด้วย
“ใช่ เมื่อกี้ก็มีคนทำท่าเหมือนจะจำพวกเราได้ด้วยนะ แต่ดีที่พี่หลบหน้าทันซะก่อน ไม่งั้น...”
“โปรแกรมเที่ยววันนี้ก็ต้องถูกยกเลิก” พี่บริงค์เติมประโยคท้ายให้ เราอีกสามคนจึงได้พยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะ ไหนๆ เรื่องมันก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ทีนี้จะไปต่อกันได้รึยังพวกเรา!?”
“เอิ้ว!!! ^O^/”
ฉันนั่งเกาะหน้าต่างมองวิวนอกรถเวลารถขับผ่านอย่างเพลินตา นานๆ ทีจะเปลี่ยนท่านั่งบ้างถ้าเมื่อย พูดถึง...ในตอนนี้คงมีฉันกับพี่บริงค์เท่านั้นแหละ ที่ยังไม่หลับ นอกนั้น...
“คร่อกกก ZzZ -O-” <<<อย่างที่เห็น ฮึๆ ^^
“นิกิม”
“หืม?” ฉันสะบัดหน้ากลับมาเพราะได้ยินพี่บริงค์เรียก พลางดันหัวของพี่แชลออกไปด้วยเวลาเขาเอนตัวเอาหน้ามาซบไหล่
“มาเที่ยวกับพวกเราอย่างนี้พ่อแม่ไม่ห่วงเหรอ?” ฉันหันกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ดันพี่แชลให้เอาหัวไปพิงกับหน้าต่างฝั่งนั้นแทน
“อ๋อ พ่อกับแม่ไม่รู้หรอก เพราะเวลาที่นั่นกับที่นี่ต่างกันมาก ตอนนี้ร่างเราก็คงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงล่ะ ^^” ฉันตอบหน้าชื่น
“ต่างกันมากเลยเหรอ?”
“อื้ม ใช่ เพราะหนึ่งชั่วโมงผ่านไปของที่นั่นมันเท่ากับสองวันครึ่งของที่นี่ ”
“โห!” พี่บริงค์อดตกใจไม่ได้ ฉันหัวเราะ แล้วพูดต่อ “แต่ว่านะ...เวลามันไม่แน่นอนอ่ะ มันไม่เป๊ะ จะมีแน่นอนอยู่อย่างเดียวก็คือเวลาที่นี่จะเร็วกว่าที่นั่นหลายเท่า” พี่บริงค์พยักหน้า แล้วก็เงียบไป ฉันก็เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จึงหันกลับไปมองวิวข้างนอกอีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าพี่แกจะถามเรื่องนี้ทำไม?
นับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ [ตอนที่ 13]
รถคันใหญ่ค่อยๆ จอดเกือบติดฟุตบาทหน้าร้านมินิมาร์ทในปั๊ม ฉันสังเกตเห็นทุกคนมีเครื่องพรางหน้ากันทั้งหมดเลยอ่ะ ฉันมองพี่แชลที่หยิบแว่นกันแดดสีดำอันเขื่องออกมาสวม พี่โฮมก็หยิบหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมปิดปากอย่างกับคนเป็นโรค = =;; ส่วนพี่บริงค์...ก็หยิบแว่นตากรอบหนาสีแดงขึ้นมาสวมทำให้เหมือนเด็กเรียนขึ้นมาหน่อย ทุกคนดูเปลี่ยนไปนิดๆ แต่ไม่ถึงกับมาก
“ป่ะ ไปซื้อเสบียงมาตุนกัน ” พี่บริงค์หันมาบอกทุกๆ คน
“เอิ้ว! (^0^)/” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงและต่างคนต่างลงไปจากรถ โดยที่บางครั้งอาจต้องก้มหน้าหลบเพราะมีสาวๆ มองอย่างสนใจ ยกเว้นฉัน - -^ ที่ไม่มีใครสนใจฉันเลย =0=
หมับ!
“หือ? O_O” ฉันสะดุ้งเมื่อเดินอยู่ดีๆ พี่บริงค์ก็เข้ามาโอบไหล่ฉันซะงั้น ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งพอพี่แกก้มหน้ามามองฉันแล้วยักคิ้วหนึ่งที ฉันยิ่งเอ๋อใหญ่ =O+?
“อะไรของเขาวะ? =O=lll” ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนจะผงะนิดนึงเมื่อความเย็นของแอร์มันวูบเข้าหน้าเต็มๆ
พี่บริงค์เดินเข้าไปเปิดประตูให้ แล้วรอให้ฉันเดินเข้าไปก่อนเขาถึงจะปล่อยมือ
“อยากกินอะไรก็ซื้อได้เลยนะ ส่วนเรื่องตังค์น่ะ...เดี๋ยวป๋าบริงค์จัดการให้เอง ^^”
“อื้อ ^^” ฉันหัวเราะ แล้วเดินแยกออกมาจากป๋าบริงค์เพื่อมุ่งหน้าไปหยิบตะกร้ามาหนึ่งใบแล้วเดินดูขนมไปเรื่อยๆ
ตุ้บๆๆๆ
ฉันเบิกตามองขนมนับสิบถุงที่โยนๆๆ ใส่ลงมาในตะกร้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพบกับลักยิ้มติดแก้มทั้งสองข้างของพี่แชล
“มีป๋าเลี้ยงยัง?”
“มีแล้วค่ะ ^^”
“พี่บริงค์อีกแล้วสินะ
“ว่าไง ได้อะไรสักอย่างยังนิกิม ^_^” ฉันเงยหน้าอีกครั้งแล้วพบกับพี่โฮมที่แสดงอาการยิ้มทางดวงตามาแต่ไกล เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ฉันแล้วใส่ขนมทั้งหมดไม่กี่อย่างลงมาในตะกร้า จนตอนนี้ฉันว่าสมควรแล้วที่จะต้องไปเอาตะกร้ามาเพิ่มอีกหนึ่งใบ
พี่โฮมยิ้มจนตาหยีก่อนจะขอตัวไปที่โซนไส้กรอก ฉันเกาหัวแกรกๆ อย่างสับสนในชีวิต แล้วเดินดูขนมต่อไป กินอะไรดีวะเนี่ย - -?
อืมมมม...?
“ฮ้า~ >O< เจอแล้วววว เจอแล้วๆๆ” ฉันตาวาวทันทีที่เห็นเยลลี่ตรามังกร เอ่อ...จริงๆ มันตราดราก้อนแต่ฉันชอบเรียกว่าตรามังกร ฮ่าๆ >O< ดีใจจัง ขนมนี่ในอีกสี่ปีก็จะไม่มีขายแล้วล่ะ ฮี่ๆ ฉันรีบคว้ามันมาตั้งเยอะแล้วกำลังจะใส่ตะกร้า แต่ทว่า...เต็ม! =[]=lll
“เอามาใส่นี่บ้างก็ได้” ฉันอ้าปากค้างเมื่อขนมในมือถูกแย่งเอาไปใส่อีกตะกร้าหนึ่ง ฉันหันหน้าไปมองอย่างงงๆ ก่อนจะพบกับอีกคนที่ยิ้มให้อย่างทะเล้นเช่นเคย
“ซื้อเยอะๆ หน่อยก็ได้ มันไม่อ้วนมากไปกว่านี้แล้วล่ะ” ฉันขมวดคิ้วทันที พี่บริงค์หัวเราะชอบใจที่เห็นฉันโมโหจนหน้าหงิก >
“ล้อเล่นๆ
“ชอบมากกก >_< และอีกสี่ปีข้างหน้าก็หาซื้อไม่ได้แล้วนะ เขาเลิกทำแล้ว T^T”
“อีกสี่ปีข้างหน้า? = =^”
“Yes!”
พี่บริงค์เผยอปากเหมือนกับกำลังว่าฉันบ้าทางอ้อม ฉันจึงได้ยื่นหน้าเข้าไปแล้วจ้องตาเขาเขม็ง
“นี่ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามาจากไหนอ่ะ?” อย่าบอกนะว่าลืมจริงๆ -0-
“เปล่า แต่มันเชื่อยากนี่นา = =lll”
“เฮ้อ ก็แหงล่ะ ใครจะไปเชื่อเรื่องนี้กัน” ฉันเบะปาก แล้วเปลี่ยนความสนใจไปที่ขนมบนชั้นแทน ย่อตัวดูเจ้าขนมน่ารักๆ แล้วหยิบมาใส่ตะกร้าที่พี่บริงค์ถืออยู่ เดินไปเรื่อยๆ แล้วก็หยิบช็อกโกแลตลูกหินมาหนึ่งถุง แบบขมอีกหนึ่งแท่ง แพงช่างมัน...ป๋าเลี้ยง ขนมที่ฉันเลือกได้ก็มีแค่นี้แหละ จากนั้นก็เดินไปที่โซนมาม่า อืมมม?
“ดูทำไมเนี่ยมาม่า ยังไงเย็นนี้ก็ต้องจัดปาร์ตี้กันอยู่แล้ว ไม่อดตายหรอก” ฉันหันไปมองค้อนไอ้คนที่เดินตามหลัง ก่อนจะกระแทกตะกร้าใส่หน้าท้องเขาเต็มๆ
“โอ๊ย!” พี่บริงค์หน้าแหย กุมท้องตัวงอเลย เหอะ! สมน้ำหน้า
“อ่ะ เอาไปถือเลยไป...ข้อหาที่พูดจาไม่เข้าหู แล้วเราจะอยากกินอะไรมันก็เรื่องของเรา รู้ตัวไว้ซะด้วยว่ามีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว” ฉันจัดยาว
“คร้าบบบ T_T” พี่แกเบะหน้าเหมือนจะร้องไห้ ฉันยิ้มเชิด แล้วเดินเลือกมาม่าต่อไป อ๊า! >O< รสนี้ไม่มีขายแล้ว รีบซื้อๆ รสนี้อ่ะนะ...เวลากินเปล่าๆ แบบไม่ต้มอ่ะ โคตะระอร่อยเลย ฮ่า ฮ่า
“อย่างกับไม่เคยกิน ( -_-)”
“บ่นอะไรพี่บริงค์ - -*” ฉันค้อน พี่แกสะดุ้งรีบแก้ตัวใหญ่
“เปล๊า~ >_< ไม่ได้บ่น เชิญเลือกซื้ออาหารหายากต่อไปเถอะครับคุณนาย ^^” พี่บริงค์ผายมือ แล้วขอตัวไปที่โซนไส้กรอกอีกคน
“เออใช่! ไส้กรอก อยากกินรสกะเพรา~ >O<” ฉันเกิดอยากกินขึ้นมากะเขาบ้าง จึงวิ่งถลาตามก้นพี่บริงค์ไปติดๆ
เราสี่คนที่เล่นหยอกล้อกันอยู่บริเวณนั้น ดูสนิทกันจนสาวๆ ในร้านและนอกร้านมองกันอย่างสนใจและสงสัยเป็นที่สุด แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอกนะ เพราะเชื่อว่าคนนอกคงไม่สังเกตขนาดนั้นหรอกว่าพวกเราเป็นใครกัน
นายคนถือตะกร้าวางของที่หน้าแคชเชียร์ พอถึงเวลาจ่ายเงินพวกพี่สามคนก็แชร์กันออก ไม่มีใครเกี่ยงกันหรือโบ้ยให้คนๆ หนึ่ง จ่ายเงินจ่ายอะไรเรียบร้อยเสร็จแล้วต่างก็ยื่นมือเข้าไปหยิบถุงมาถือไว้ แล้วพยักหน้าเรียกฉันเป็นเชิงบอกว่ากลับรถ
ปึง! ปึง! ปึง!! ปึง!!!
พอประตูรถปิดสนิท สามหนุ่มจึงได้ถอดเครื่องพรางหน้าออกทันที แล้วถอนใจเฮือกพร้อมกัน
“เฮ้อ! =O=lll”
ฉันยิ้มๆ พลางรื้อค้นขนมในถุงอย่างตื่นเต้น
“โล่งอกไปที นึกว่าจะมีใครจำได้ซะอีก” พี่แชลทิ้งตัวพิงเบาะรถอย่างโล่งอก พี่โฮมจึงหันมาสมทบด้วย
“ใช่ เมื่อกี้ก็มีคนทำท่าเหมือนจะจำพวกเราได้ด้วยนะ แต่ดีที่พี่หลบหน้าทันซะก่อน ไม่งั้น...”
“โปรแกรมเที่ยววันนี้ก็ต้องถูกยกเลิก” พี่บริงค์เติมประโยคท้ายให้ เราอีกสามคนจึงได้พยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะ ไหนๆ เรื่องมันก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ทีนี้จะไปต่อกันได้รึยังพวกเรา!?”
“เอิ้ว!!! ^O^/”
ฉันนั่งเกาะหน้าต่างมองวิวนอกรถเวลารถขับผ่านอย่างเพลินตา นานๆ ทีจะเปลี่ยนท่านั่งบ้างถ้าเมื่อย พูดถึง...ในตอนนี้คงมีฉันกับพี่บริงค์เท่านั้นแหละ ที่ยังไม่หลับ นอกนั้น...
“คร่อกกก ZzZ -O-” <<<อย่างที่เห็น ฮึๆ ^^
“นิกิม”
“หืม?” ฉันสะบัดหน้ากลับมาเพราะได้ยินพี่บริงค์เรียก พลางดันหัวของพี่แชลออกไปด้วยเวลาเขาเอนตัวเอาหน้ามาซบไหล่
“มาเที่ยวกับพวกเราอย่างนี้พ่อแม่ไม่ห่วงเหรอ?” ฉันหันกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ดันพี่แชลให้เอาหัวไปพิงกับหน้าต่างฝั่งนั้นแทน
“อ๋อ พ่อกับแม่ไม่รู้หรอก เพราะเวลาที่นั่นกับที่นี่ต่างกันมาก ตอนนี้ร่างเราก็คงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงล่ะ ^^” ฉันตอบหน้าชื่น
“ต่างกันมากเลยเหรอ?”
“อื้ม ใช่ เพราะหนึ่งชั่วโมงผ่านไปของที่นั่นมันเท่ากับสองวันครึ่งของที่นี่ ”
“โห!” พี่บริงค์อดตกใจไม่ได้ ฉันหัวเราะ แล้วพูดต่อ “แต่ว่านะ...เวลามันไม่แน่นอนอ่ะ มันไม่เป๊ะ จะมีแน่นอนอยู่อย่างเดียวก็คือเวลาที่นี่จะเร็วกว่าที่นั่นหลายเท่า” พี่บริงค์พยักหน้า แล้วก็เงียบไป ฉันก็เงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จึงหันกลับไปมองวิวข้างนอกอีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าพี่แกจะถามเรื่องนี้ทำไม?