เหตุเกิดจากกองเชียร์ เอายังไงกับความสัมพันธ์นี้ดีคะ

กระทู้คำถาม
คือเรามีเรื่องจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังค่ะ แต่อาจจะยาวหน่อยนะคะ ถือเป็นการระบายความรู้สึกด้วย 5555 แล้วก็อยากขอความเห็นจากเพื่อนๆทุกคนด้วย ทนอ่านกันนิดนึงนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
เราชื่อมิ้นต์นะ เรียนอยู่รร.สหศึกษาแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เราแอบชอบเพื่อนในห้องคนนึงมาได้2ปีกว่าๆเกือบ3ปีแล้วค่ะ(อักษรย่อT) คือในช่วงม.ปลายรร.เราจะไม่มีการเปลี่ยนห้อง เพราะจะได้ง่ายต่อการทำคณะสี ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดอะไรกับเค้านะคะ พอขึ้นม.5 เราได้ทำเชียร์สีร่วมกัน ถือว่าเป็นหัวหลักของเชียร์คณะสีเราเลยก็ว่าได้ เราสองคนสนิทกันเร็วมาก เร็วถึงขั้นที่เรากล้าที่จะปรึกษา เล่าเรื่องราวความลับของเราให้เค้าฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็คุยไลน์กันมาเรื่อยๆ เราคุยกันในทุกๆเรื่อง จนเรารู้สึกดีกับเค้า เพราะเค้าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่คอยถามเราว่าเป็นอะไร เหนื่อยมั้ย โกรธอะไรเค้ารึป่าว มีอะไรเล่าให้เค้าฟังได้นะ พักผ่อนบ้างนะ แล้วเวลาที่เค้าเห็นเราเครียดๆ เค้าก็จะเดินเข้ามาหาแล้วบอกกับเราเสมอว่าอย่าเครียด ยิ้มหน่อยสิ มันดูไม่ใช่แกเลย อะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ อยากจะบอกว่าช่วงเวลานั้นมันมีความสุขมากเลยนะ มีความถึงขั้นแบบว่า ถ้าวันนึงมันหายไปเราจะรู้สึกยังไง เราจะอยู่ยังไงต่อไป แต่ตอนนั้นเรายังไม่กล้ายอมรับความรู้สึกเรานะว่าเรารักเค้า เรากลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไป แล้วมันก็เปลี่ยนไปจริงๆ เริ่มจากเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกับเรามันเริ่มแซวว่าเราชอบเค้า จนเราเริ่มคิด หรือว่าเราจะชอบเค้าจริงๆ ควรซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองได้แล้ว หลังจากวันนั้นการคุยไลน์ของเราก็เริ่มเปลี่ยนไปทันที จากที่คุยกันดีๆ เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น เราเรียกร้องจากเค้ามากขึ้น ระแวงเรื่องของเค้ากับคนอื่นๆมากขึ้น(อย่างกับเป็นแฟนเค้า555) จนเราสองคนเริ่มคุยกันน้อยลงเรื่อยๆ จากที่เค้าจะเป็นฝ่ายทักมาก่อนก็ไม่ทัก แต่เรายังทำงานเชียร์ด้วยกันนะเพราะว่างานเชียร์ต้องทำทั้งปีการศึกษา(คณะสีและกีฬาจังหวัด) พอขึ้นม.6 เราไม่ต้องทำเชียร์แล้ว เราก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย เพราะเราอยู่คนละกลุ่มกัน เหมือนที่เราสนิทกันตอนนั้นเพราะได้ทำงานร่วมกัน และความรู้สึกที่เราเคยมีให้กันมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ประกอบกับเราได้เข้ามามีส่วนร่วมกับคณะกรรมการนักเรียน(ด้านที่ปรึกษางานกิจกรรม) ยิ่งทำให้เราเจอกัน คุยกันน้อยลงไปอีก สิ่งที่เค้าเคยถาม เคยพูด มันก็เริ่มน้อยลงๆ จนถึงขั้นตอนนี้คำถามเหล่านั้นเค้าไม่ถามเราเลย ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะสิ่งที่เรากลัวมันได้เกิดขึ้นจริงๆแล้ว คือเราก็ยอมรับนะว่าเราคงจะเรียกร้องจากเค้ามากเกินไป จากที่เค้าคุยกับเราแล้วสบายใจมันกลับทุกข์ใจ เลยถอยออกมาดีกว่า เราทำตัวเราเองทั้งนั้น แต่เราก็ไม่คิดที่จะบอกความรู้สึกกับเค้านะคะว่าเรารู้สึกยังไง และเรื่องที่ค้างคาใจเราก็ปล่อยให้มันคาราคาซังมาเรื่อยๆ จนตอนนี้พวกเราจบม.6แล้ว แต่ก็ยังมีนัดกับเพื่อนๆในห้องไปเที่ยว กลับไปเยี่ยมรร.บ้าง เราก็ยังได้เจอกันตรงนี้อยู่ แต่อยู่มาวันนึงอยู่ดีๆเค้าทักไลน์มาถามว่า "เพ้อถึงใครอ่ะ" (คือปกติเราจะเพ้อในทวิตทุกวันอยู่แล้ว 5555) เราก็บอกว่าป่าว เราก็เพ้อทุกวันอยู่แล้วหนิ แล้วเค้าก็เริ่มดึงเข้าประเด็นว่า เค้ารู้อยู่แล้วนะว่าเราชอบเค้า แต่ไม่อยากจะบอกกลัวเราจะเปลี่ยนไป แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเค้าคนนึง เค้าเสียดายเวลาที่เคยเราอยู่ด้วยกัน แต่ยังไงก็แล้วแต่ เค้ายังเหมือนเดิมนะ เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม คือตอนนั้นน้ำตาถึงขั้นไหลออกมาเลย คือแบบเราไม่น่าเปลี่ยนความรู้สึกต่อเค้าไปเลย ถ้าเรายังคิดกับเค้าแค่เพื่อน เราสองคนอาจจะเป็นคนที่สนิทกันมาก สนิทกันเหมือนเดิม สิ่งที่เรากลัวมันก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องยอมรับมันสิ ตอนนี้เราสองคนก็กำลังจะแยกย้ายไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของตนเอง เค้าแอดติดในกทม. ส่วนเรายังไม่แน่ใจว่าจะเรียนที่ไหนเพราะเราติดรับตรงอยู่ตัวนึงในภาคอีสาน แล้วก็แอดได้ในกทม. แต่เราคงจะไม่ได้เจอกันแล้วแหละ เราควรจะทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ดีคะ เพราะจากที่เราคิดว่าจะไม่บอกเค้า แต่เค้ากับรู้เรื่องราวมาโดยตลอด มันมีคำถามเกิดขึ้นในหัวเรามากมายที่อยากจะถามเค้ามาก เราจะปล่อยให้มันค้างคาแบบนี้ต่อไปดีมั้ย ไม่ต้องรื้อฟื้นความรู้สึกนั้นอีก จะได้ทำใจได้เร็วขึ้น หรือเราจะไปคุยกับเค้าตรงๆแล้วจบความรู้สึกแบบนี้ซะ แล้วกลับไปเป็นเพื่อนเค้าเหมือนเดิม แต่เราก็ยังกลัวอยู่ดีแหละว่าถ้าเรากลับเข้าไปมันจะเหมือนเดิมจริงมั้ย มันจะสนิทใจกันเหมือนเดิมอย่างที่เค้าว่ารึป่าวว คือเราสับสนมาก ไม่รู้จะเอายังไงกับรักครั้งนี้ดี
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่