ผู้กำกับ กราบ นมัสการหลวงตาเจ้าค่ะ ใน ๕ วันนี้ขณะนั่งสมาธิ เมื่อรู้สึกตัวหายและเวทนาหายไปเหลือแต่จิตล้วนๆ ก็ได้ปรากฏภาพให้เห็นเหมือนดูทีวี เป็นภาพผู้ชายผู้หญิงตกอยู่ในกระทะมีไฟร้อนๆ บางคนก็เดินบนเถ้าถ่านร้อนๆ มีกระจกโรยอยู่ด้วย บางคนก็ถูกตัดนิ้วตัดมือ ถูกสับตามมือ บางคนถูกตัดลิ้น ถูกตัดหัวทิ้ง บางคนถูกควักลูกตา บางคนถูกเหล็กแหลมแทงเข้าไปในตัว ถูกกรรไกรตัดตามร่างกาย บางคนถูกลากตัว ถูกแซ่โบยตีตามตัว ผู้คุมคล้ายคนแต่ไม่เหมือน คือมีผิวหนังเลี่ยน ไม่มีขนตามร่างกาย บางคนมีหาง ตาไม่มีหนังตา มีเขี้ยว ถือสามง่ามคอยทิ่มแทง ภาพทั้งหมดที่เห็นในตอนแรกจะกลัว แต่ภายหลังเกิดความสงสารขึ้นมาแทน เพราะบางคนที่เห็นยังมีชีวิตอยู่ และได้ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดแห่งนี้ด้วย หนูรู้จักด้วย แต่ทำไมจึงมีภาพไปปรากฏในนรก หนูจึงอยากให้หลวงตาช่วยอธิบายด้วยว่า ทำไมเขายังไม่ตาย แต่กลับมีภาพไปปรากฏอยู่ในนรกด้วย
หลวงตา เรา ยังไม่อธิบายอย่างอื่นนะ เราอธิบายว่าถ้าอยากให้ภาพปรากฏชัดๆ ก็ให้สร้างความชั่วให้มากๆ แล้วจะชัดขึ้นๆ ในตัวของเราเองนี้แล้วกระจายไปถึงแดนนรก สายทางของความชั่วนี้จะลงนั่นละไม่ไปอื่น สายทางความดีนี้จะขึ้นเป็นภาพแบบเดียวกัน
ผู้กำกับ ต่อ นะครับ บางภาพที่เห็นเป็นสถานที่และผู้คนดูสวยงามมาก ไม่เคยเห็นมาก่อน รู้สึกเหมือนตนเองออกไปยืนอยู่นอกโลก และมองมาที่โลกที่เราอยู่คล้ายๆ โลกใบอื่นๆ อีกมากมาย เหมือนเห็นทั่วจักรวาล ภาพที่เห็นทั้งหมดเหมือนนั่งดูทีวี และกดรีโมทภาพเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เป็นร้อยๆ ภาพให้เห็น โดยที่หนูไม่สามารถจะบังคับจิต รั้งจิตไว้ได้ มันเห็นของมันเองโดยอัตโนมัติ จึงปล่อยให้จิตได้ทำงานของมันไปอย่างอิสระ แต่ก็มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา หนูทำอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ เพราะจะเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เจ้าค่ะ
หลวงตา ถูกต้อง ใช้ตามเวลา แต่ถ้าไปเพลินอย่างนั้นอย่างเดียวก็ผิด ให้เข้ามาดูจิตเจ้าของ แก้จิตเจ้าของ อันนั้นเป็นสิ่งภายนอกนอกไปจากจิต ตัวจิตเองจะเป็นผู้รับทุกสิ่งทุกอย่างในนี้ ให้ดูตัวนี้ให้รอบคอบ อันนั้นเป็นอาการเป็นเงาของจิต หรือเป็นเรื่องที่จิตได้รู้ได้เห็นสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งนั้นๆ ต่างหาก ไม่ใช่เรา ให้ปรับปรุงเราให้ดีเข้าไปยิ่งกว่านั้น แล้วสิ่งเหล่านี้จะเป็นครูสอนเรา เป็นครูสอนโลก ดังที่พูดเวลานี้สอนด้วยกันทุกคน ให้นำไปพินิจพิจารณา ใครบกพร่องตรงไหนให้นำไปแก้ไขเสีย เวลายังไม่ตายยังมีผู้บอกเล่าอย่างนี้ก็ยังดี
พอ พูดอย่างนี้แล้วเราก็ยังไม่เคยพูด ได้ ๕๕ ปีนี้ สิ่งเหล่านี้นะ เราไม่เคยพูดเพราะเห็นว่าจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย พูดไปก็เท่านั้นแหละๆ ไม่ค่อยเกิดประโยชน์นัก วันนี้มีเหตุการณ์ที่จะพูดบ้างก็เอามาพูด เวลาพิจารณาลงไปนี้ กำหนดพิจารณา เอา ฟาดแดนนรกขึ้นมาอยู่กับมนุษย์นี้เลยให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไฟแดนนรกเผาไหม้สัตว์ทั้งหลายที่เป็นบาปเป็นกรรมมากๆ นั้นให้เห็นต่อหน้าต่อตา นี่คือแดนนรก เอาขึ้นมาแสดงในเมืองมนุษย์เรานี้ แต่เมืองมนุษย์ไม่มีนะเวลานั้น จะมีแต่อันนี้ละแสดงออกเต็มเหนี่ยวๆ ภาพนรกภาพนี้ผ่านไป ภาพนั้นผ่านมา แสดงเรื่องราวของสัตว์โลกที่ทำกรรมชั่วช้าลามกแล้วไปตกนรก เรื่องของนรกเรื่องสัตว์นรกที่ตกนั้น ขึ้นมาแสดงในหัวใจ พูดง่ายๆ จังก้าอยู่นี้เลยให้ดูอย่างชัดเจนในแดนมนุษย์เรา
ก็ เราอยู่แดนมนุษย์ นั่งอยู่ก็คือมนุษย์นั่ง พิจารณาก็มนุษย์พิจารณา แต่แดนนรกขึ้นมาจ้าๆ อยู่นี้ให้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าธรรมดาเรียกว่าสลบไสลนั่นละ มองดูแล้วจะดูไม่ได้ แต่นี้ดูอย่างสบาย เห็นอย่างสบาย ไม่ว่าแดนนรก แดนสวรรค์ แดนอะไรจะออกมาแสดงให้เห็นอยู่ที่ใจนี้หมด เพราะฉะนั้นใจจึงเป็นของเลิศเลอมากถ้าทำให้ดี ถ้าทำไม่ดีก็เลวมาก ไปอยู่ในแดนนรกก็คือใจดวงนี้ ให้พากันจำเอา ที่พูดมานี้มันรู้มาพอแล้ว แต่ไม่เป็นสิ่งที่จะพูดอะไรก็ไม่พูด วันนี้มีเรื่องมาสัมผัสจึงพูดเสียบ้าง แดนนรก แดนไหนๆ ขึ้นมาจ้าอยู่ในนี้ มาแสดงให้เห็นเต็มเหนี่ยวๆ แล้วผ่านไป แดนนี้ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนๆ จากนี้ก็แดนสวรรค์ พรหมโลก แสดงให้เห็นชัดเจนจากหัวใจดวงนี้
หัวใจ ดวงนี้เข้าถึงได้หมด แดนนิพพานไม่พูดเพราะหมดสมมุติไปแล้ว เหล่านี้อยู่ในแดนสมมุติทั้งนั้น นรกไม่ว่าหลุมใดๆ เป็นแดนสมมุติทั้งนั้น ส่วนนิพพานพูดไม่ได้เลยเพราะไม่ใช่แดนสมมุติ พูดก็พูดได้แต่ว่านิพพานเฉยๆ อะไรก็เอามาพูดไม่ได้มันไม่เหมือนเลย พากันพิจารณานะ ที่พูดนี้ก็เป็นสักขีพยานอันหนึ่ง วันนี้เรามาพูด นี้ปรากฏยิ่งมากกว่านี้อีกเป็นไหนๆ ฟังซิ แดนนรกขึ้นมาให้เห็น มาเผามาอะไรกันอยู่นี้ทุกสิ่งทุกอย่าง โอ๋ย พูดไม่ถูก เห็นอย่างชัดเจนหายสงสัยๆ แต่เวลาจะเอามาพูดพูดไม่ถูก พูดได้เพียงเท่านี้ ที่มันละเอียดลออทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยรู้เคยเห็น ได้มาปรากฏขึ้นในจิตใจตามความจริงที่แสดงนั้น เห็นประจักษ์อย่างไม่สงสัยเลย วันนี้นี้มาพูดเราก็เอาออกมาพูดบ้าง เอาละพอ พูดมากไปมันจะเป็นบ้าทั้งเขาทั้งเราไปละ
สันติ หนูรู้จักเขาที่ตกนรกเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่ช่วยไม่ได้
หลวงตา เพื่อน ไม่เพื่อนก็ช่างเถอะ ทุกข์อยู่กับผู้ทำไม่อยู่กับใคร สุขก็อยู่กับผู้ทำ วันนี้ก็เอาไปฟังเสียนะ วันนี้ได้ออก อันนี้มาเป็นเหตุได้ออก ถ้าไม่มีเหตุนี้ไม่ออก จนกระทั่งวันตายก็ไม่ออก เพราะเป็นวิสัยของจิตที่รู้ที่เห็นตามนิสัยวาสนาของแต่ละรายๆ นี้จะรู้จะเห็นเต็มหัวใจๆ ไม่สงสัยๆ แต่สิ่งที่ควรจะนำมาพูดได้มากน้อยหรือว่าไม่พูดนั้นเป็นเรื่องของผู้พิจารณา ผู้รู้ ผู้เห็นจะนำออกพิจารณาเองพูดเอง ไม่ควรพูดก็ตายไปด้วยกันเลย
นี่ที่ธรรมพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตั้งแต่แดนนรกขึ้นมานี้ กราบสนิทเลย หาที่ค้านไม่ได้เลย จึงเรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ว่านรกมีก็มีอย่างนี้ สวรรค์มีอย่างนี้ๆ บาปบุญเป็นยังไงที่อยู่ในแดนนรกเป็นอย่างนั้น คุณงามความดีที่เป็นบุญเป็นกุศลเป็นยังไง อยู่ในบุคคลผู้เสวยสุขอยู่อย่างนั้นๆ ชัดเจนหมดเลยไม่สงสัย แต่เวลาจะเอามาพูดพูดไม่ได้ พูดไม่ถูก มันมีข้อขัดข้องหลายประการถึงขั้นที่ว่า ๑.พูดไม่ได้ ๒.ไม่ควรพูดเลย เข้าใจ เอา ให้พิจารณาไป
เรื่อง จิตเป็นของสำคัญนะ อย่าเห็นแต่แดนนรกนั้นแดนนรกนี้ แดนนรกอันหนึ่งที่ยังถอนมันไม่ได้ มันเป็นแดนนรกอันหนึ่งอยู่ในใจก็ให้ดูเอา มันละเอียดแดนนรกอันนี้ ถอนออกหมดแล้วจะไม่มีนรกเหลือเลย ถ้ายังมีกิเลสอยู่ในจิตแม้น้อยหนึ่งก็แดนนรกน้อยก็มีอยู่ในนั้น เข้าใจไหม ถ้าเอาออกหมดแล้วนรกไม่มี ถ้ากิเลสยังมีอยู่นั้นแดนนรกน้อยๆ ตัวเท่าไอ้หยองนี้ยังมีนะเข้าใจไหม เอาละพอเท่านั้น พูดเพียงเท่านั้นละวันนี้
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3122&CatID=2
นรกมีก็มีอย่างนี้ สวรรค์มีอย่างนี้
หลวงตา เรา ยังไม่อธิบายอย่างอื่นนะ เราอธิบายว่าถ้าอยากให้ภาพปรากฏชัดๆ ก็ให้สร้างความชั่วให้มากๆ แล้วจะชัดขึ้นๆ ในตัวของเราเองนี้แล้วกระจายไปถึงแดนนรก สายทางของความชั่วนี้จะลงนั่นละไม่ไปอื่น สายทางความดีนี้จะขึ้นเป็นภาพแบบเดียวกัน
ผู้กำกับ ต่อ นะครับ บางภาพที่เห็นเป็นสถานที่และผู้คนดูสวยงามมาก ไม่เคยเห็นมาก่อน รู้สึกเหมือนตนเองออกไปยืนอยู่นอกโลก และมองมาที่โลกที่เราอยู่คล้ายๆ โลกใบอื่นๆ อีกมากมาย เหมือนเห็นทั่วจักรวาล ภาพที่เห็นทั้งหมดเหมือนนั่งดูทีวี และกดรีโมทภาพเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เป็นร้อยๆ ภาพให้เห็น โดยที่หนูไม่สามารถจะบังคับจิต รั้งจิตไว้ได้ มันเห็นของมันเองโดยอัตโนมัติ จึงปล่อยให้จิตได้ทำงานของมันไปอย่างอิสระ แต่ก็มีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา หนูทำอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ เพราะจะเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เจ้าค่ะ
หลวงตา ถูกต้อง ใช้ตามเวลา แต่ถ้าไปเพลินอย่างนั้นอย่างเดียวก็ผิด ให้เข้ามาดูจิตเจ้าของ แก้จิตเจ้าของ อันนั้นเป็นสิ่งภายนอกนอกไปจากจิต ตัวจิตเองจะเป็นผู้รับทุกสิ่งทุกอย่างในนี้ ให้ดูตัวนี้ให้รอบคอบ อันนั้นเป็นอาการเป็นเงาของจิต หรือเป็นเรื่องที่จิตได้รู้ได้เห็นสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งนั้นๆ ต่างหาก ไม่ใช่เรา ให้ปรับปรุงเราให้ดีเข้าไปยิ่งกว่านั้น แล้วสิ่งเหล่านี้จะเป็นครูสอนเรา เป็นครูสอนโลก ดังที่พูดเวลานี้สอนด้วยกันทุกคน ให้นำไปพินิจพิจารณา ใครบกพร่องตรงไหนให้นำไปแก้ไขเสีย เวลายังไม่ตายยังมีผู้บอกเล่าอย่างนี้ก็ยังดี
พอ พูดอย่างนี้แล้วเราก็ยังไม่เคยพูด ได้ ๕๕ ปีนี้ สิ่งเหล่านี้นะ เราไม่เคยพูดเพราะเห็นว่าจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย พูดไปก็เท่านั้นแหละๆ ไม่ค่อยเกิดประโยชน์นัก วันนี้มีเหตุการณ์ที่จะพูดบ้างก็เอามาพูด เวลาพิจารณาลงไปนี้ กำหนดพิจารณา เอา ฟาดแดนนรกขึ้นมาอยู่กับมนุษย์นี้เลยให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ไฟแดนนรกเผาไหม้สัตว์ทั้งหลายที่เป็นบาปเป็นกรรมมากๆ นั้นให้เห็นต่อหน้าต่อตา นี่คือแดนนรก เอาขึ้นมาแสดงในเมืองมนุษย์เรานี้ แต่เมืองมนุษย์ไม่มีนะเวลานั้น จะมีแต่อันนี้ละแสดงออกเต็มเหนี่ยวๆ ภาพนรกภาพนี้ผ่านไป ภาพนั้นผ่านมา แสดงเรื่องราวของสัตว์โลกที่ทำกรรมชั่วช้าลามกแล้วไปตกนรก เรื่องของนรกเรื่องสัตว์นรกที่ตกนั้น ขึ้นมาแสดงในหัวใจ พูดง่ายๆ จังก้าอยู่นี้เลยให้ดูอย่างชัดเจนในแดนมนุษย์เรา
ก็ เราอยู่แดนมนุษย์ นั่งอยู่ก็คือมนุษย์นั่ง พิจารณาก็มนุษย์พิจารณา แต่แดนนรกขึ้นมาจ้าๆ อยู่นี้ให้เห็นอย่างชัดเจน ถ้าธรรมดาเรียกว่าสลบไสลนั่นละ มองดูแล้วจะดูไม่ได้ แต่นี้ดูอย่างสบาย เห็นอย่างสบาย ไม่ว่าแดนนรก แดนสวรรค์ แดนอะไรจะออกมาแสดงให้เห็นอยู่ที่ใจนี้หมด เพราะฉะนั้นใจจึงเป็นของเลิศเลอมากถ้าทำให้ดี ถ้าทำไม่ดีก็เลวมาก ไปอยู่ในแดนนรกก็คือใจดวงนี้ ให้พากันจำเอา ที่พูดมานี้มันรู้มาพอแล้ว แต่ไม่เป็นสิ่งที่จะพูดอะไรก็ไม่พูด วันนี้มีเรื่องมาสัมผัสจึงพูดเสียบ้าง แดนนรก แดนไหนๆ ขึ้นมาจ้าอยู่ในนี้ มาแสดงให้เห็นเต็มเหนี่ยวๆ แล้วผ่านไป แดนนี้ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนๆ จากนี้ก็แดนสวรรค์ พรหมโลก แสดงให้เห็นชัดเจนจากหัวใจดวงนี้
หัวใจ ดวงนี้เข้าถึงได้หมด แดนนิพพานไม่พูดเพราะหมดสมมุติไปแล้ว เหล่านี้อยู่ในแดนสมมุติทั้งนั้น นรกไม่ว่าหลุมใดๆ เป็นแดนสมมุติทั้งนั้น ส่วนนิพพานพูดไม่ได้เลยเพราะไม่ใช่แดนสมมุติ พูดก็พูดได้แต่ว่านิพพานเฉยๆ อะไรก็เอามาพูดไม่ได้มันไม่เหมือนเลย พากันพิจารณานะ ที่พูดนี้ก็เป็นสักขีพยานอันหนึ่ง วันนี้เรามาพูด นี้ปรากฏยิ่งมากกว่านี้อีกเป็นไหนๆ ฟังซิ แดนนรกขึ้นมาให้เห็น มาเผามาอะไรกันอยู่นี้ทุกสิ่งทุกอย่าง โอ๋ย พูดไม่ถูก เห็นอย่างชัดเจนหายสงสัยๆ แต่เวลาจะเอามาพูดพูดไม่ถูก พูดได้เพียงเท่านี้ ที่มันละเอียดลออทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยรู้เคยเห็น ได้มาปรากฏขึ้นในจิตใจตามความจริงที่แสดงนั้น เห็นประจักษ์อย่างไม่สงสัยเลย วันนี้นี้มาพูดเราก็เอาออกมาพูดบ้าง เอาละพอ พูดมากไปมันจะเป็นบ้าทั้งเขาทั้งเราไปละ
สันติ หนูรู้จักเขาที่ตกนรกเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่ช่วยไม่ได้
หลวงตา เพื่อน ไม่เพื่อนก็ช่างเถอะ ทุกข์อยู่กับผู้ทำไม่อยู่กับใคร สุขก็อยู่กับผู้ทำ วันนี้ก็เอาไปฟังเสียนะ วันนี้ได้ออก อันนี้มาเป็นเหตุได้ออก ถ้าไม่มีเหตุนี้ไม่ออก จนกระทั่งวันตายก็ไม่ออก เพราะเป็นวิสัยของจิตที่รู้ที่เห็นตามนิสัยวาสนาของแต่ละรายๆ นี้จะรู้จะเห็นเต็มหัวใจๆ ไม่สงสัยๆ แต่สิ่งที่ควรจะนำมาพูดได้มากน้อยหรือว่าไม่พูดนั้นเป็นเรื่องของผู้พิจารณา ผู้รู้ ผู้เห็นจะนำออกพิจารณาเองพูดเอง ไม่ควรพูดก็ตายไปด้วยกันเลย
นี่ที่ธรรมพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตั้งแต่แดนนรกขึ้นมานี้ กราบสนิทเลย หาที่ค้านไม่ได้เลย จึงเรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ว่านรกมีก็มีอย่างนี้ สวรรค์มีอย่างนี้ๆ บาปบุญเป็นยังไงที่อยู่ในแดนนรกเป็นอย่างนั้น คุณงามความดีที่เป็นบุญเป็นกุศลเป็นยังไง อยู่ในบุคคลผู้เสวยสุขอยู่อย่างนั้นๆ ชัดเจนหมดเลยไม่สงสัย แต่เวลาจะเอามาพูดพูดไม่ได้ พูดไม่ถูก มันมีข้อขัดข้องหลายประการถึงขั้นที่ว่า ๑.พูดไม่ได้ ๒.ไม่ควรพูดเลย เข้าใจ เอา ให้พิจารณาไป
เรื่อง จิตเป็นของสำคัญนะ อย่าเห็นแต่แดนนรกนั้นแดนนรกนี้ แดนนรกอันหนึ่งที่ยังถอนมันไม่ได้ มันเป็นแดนนรกอันหนึ่งอยู่ในใจก็ให้ดูเอา มันละเอียดแดนนรกอันนี้ ถอนออกหมดแล้วจะไม่มีนรกเหลือเลย ถ้ายังมีกิเลสอยู่ในจิตแม้น้อยหนึ่งก็แดนนรกน้อยก็มีอยู่ในนั้น เข้าใจไหม ถ้าเอาออกหมดแล้วนรกไม่มี ถ้ากิเลสยังมีอยู่นั้นแดนนรกน้อยๆ ตัวเท่าไอ้หยองนี้ยังมีนะเข้าใจไหม เอาละพอเท่านั้น พูดเพียงเท่านั้นละวันนี้
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=3122&CatID=2