[CR] เที่ยวญี่ปุ่น 12 วัน 10 คืน จาก Kansai ถึง Kanto 19-30 April,2015#4: Nara Day Trip เมืองแห่งกวางน้อย

**23 April,2015: Nara Day Trip วันนี้เที่ยวที่ นารา เมืองแห่งกวางน้อย นะคะ
จังหวัดนะระ (ญี่ปุ่น: 奈良県 Nara-ken) เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ในภาคคันไซ มีเมืองหลวงจังหวัดในชื่อเดียวกันคือ นะระ ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 1,300 ปีก่อน ในเมืองนะระมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายอาทิ เช่น พระพุทธรูปไดบุตสึซึ่งเป็นพระพุทธหล่อองค์ใหญ่ที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง]ถูกสร้างเมื่อ 1,200 ปีก่อน และยังมีวัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิ (http://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดนะระ)
*เป้าหมายวันนี้อยู่ที่ Todaiji Temple(東大寺)และ Botanical Garden ค่ะ เพราะมีเวล่เที่ยวแค่ช่วงกลางวัน ตอนเย็นต้องเดินทางต่อไปโตเกียวด้วยไนท์บัสที่จองเอาไว้ค่ะ
*นัดเจอกับเพื่อนที่สถานนี Kintetsu Nara...ก่อนออกเดินทางเราเอาสัมภาระทั้งหมดไปฝากไว้ที่ Coin Locker ที่ OCAT ที่ขึ้นบัส ที่อยู่ติดกับ JR Namba ก่อนค่ะ เพื่อลดความกังวลเรื่องหอบสัมภาระและเที่ยวแบบตัวเบาๆค่ะ ส่วนการเดินทางจากที่พักคือโรงแรม Dai-ni Sunny Stone Hotelประหลาดใจsaka ไปที่ OCAT ได้เขียนไว้ในกระทู้ http://pantip.com/topic/33732517 นี้อยู่ด้านล่างๆของรีวิวนะคะ...ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเดินทางกันเลยค่ะ จากความเดิมที่เอากระเป๋ามาฝากไว้ที่ OCAT แล้วเราจะเริ่มเดินทางจากที่นี่นะคะ อ้อ!!ลืมบอกว่าวันนี้คณะลูกทัวร์ของอ้อเหลือแค่ 3 คนค่ะ เพราะเด็กๆวัยรุ่นอีก 5 สาวเค้าอยากตะลอนทัวร์ในเมืองกันต่อ ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราก็ขอเข้าวัดเข้าวา หาธรรมชาติกันค่ะ อิอิ...ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มาเที่ยวนารา ดังนั้นวันนี้ก็แค่พาสมาชิกเที่ยวแบบสบายๆ ถ่ายรูปให้ฉ่ำใจไปเลยค่ะ....ออกจากสถานีนารา เราก็มุ่งหน้าไป Information Center เพื่อขอแผนที่ท่องเที่ยวของเมืองนาราค่ะ ถ้ามีแผนที่เราจะสะดวกมากเวลาอยากเดินเที่ยวเพราะลดเรื่องการเสียเวลาเดินหา หรือย้อนกลับไปกลับมาค่ะ...ขอแผนที่บัสด้วยนะคะเผื่อเวลารีบๆก็ใช้บัสได้ เพราะนาราสามารถเดินเล่นโดยไม่ต้องขึ้นรถได้ค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ไม่ห่างกันมาก ในกรณีที่เรามีเวลาเดินทั้งวันแบบไม่เร่งรีบก็เดินชมให้ทั่วได้ค่ะ แต่ถ้ามีเวลาจำกัดก็วางแผนขึ้นรถบัสได้สะดวกอีกเช่นกันค่ะ
มาถึงแล้วก็เก็บรูปเป็นหลักฐานสิคะ^^


ออกจากสถานีนารา เราก็มุ่งหน้าไป Information Center เพื่อขอแผนที่ท่องเที่ยวของเมืองนาราค่ะ ถ้ามีแผนที่เราจะสะดวกมากเวลาอยากเดินเที่ยวเพราะลดเรื่องการเสียเวลาเดินหา หรือย้อนกลับไปกลับมาค่ะ...ขอแผนที่บัสด้วยนะคะเผื่อเวลารีบๆก็ใช้บัสได้ เพราะนาราสามารถเดินเล่นโดยไม่ต้องขึ้นรถได้ค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ไม่ห่างกันมาก ในกรณีที่เรามีเวลาเดินทั้งวันแบบไม่เร่งรีบก็เดินชมให้ทั่วได้ค่ะ แต่ถ้ามีเวลาจำกัดก็วางแผนขึ้นรถบัสได้สะดวกอีกเช่นกันค่ะ
*ว่าแล้วน้องปรางค์คนสวยของเราก็จัดเต็มกับการโพสต์ท่าถ่ายรูปแบบมีความสุขจนล้นออกทางสายตาเลยค่ะ...วันนี้นางแบบสุดสวยมาในชุดสาวแขกเขียวแดงแจ่มแจ๋ เล่นเอาชาวญี่ปุ่นมองหันหลังขวับทุกรายค่ะ ฮ่าๆ สวยสดใสไปเลยน้องสาว

ภาพนี้สังเกตเบาะที่นั่งว่างๆนะคะ ถ้าขยายภาพดูจะเห็นว่าเบาะเป็นรูปลายสัญลักษณ์ของผู้พิการค่ะ ....ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดโดยเฉพาะกับส่วนรวมด้วยแล้ว...มองแล้วประทับใจมากๆค่ะ...

         ***ในระหว่างทางครูอ้อก็เจอขบวนเด็กๆมาทัศนศึกษาอีกแล้ว มีตั้งแต่วัยอนุบาลจน ม.ปลายเลยค่ะวันนี้ เราเข้าไปทักทายด้วยภาษาอังกฤษเค้าก็พากันแย่งกันตอบใหญ่เลย แล้วยิ่งบอกว่าเป็นเซนเซด้วยแล้วล่ะก็ เสียงใสแจ๋วคุยจ้อเลยล่ะค่ะ...แล้วเราก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นสนทนากับเค้า เด็กๆตื่นเต้นกันใหญ่ว่าเราพูดญี่ปุ่นได้ด้วย ฮ่าๆ เลยกระซิบบอกไปว่า เราสอนภาษาญี่ปุ่นอยู่ด้วย ยิ่งพากันกรูเข้ามาคุยเลยค่ะ...น่ารักมากๆ เลยทำเนียนเดินไปกับเด็กๆด้วยเลย เพราะเป้าหมายของเราคือที่เดียวกันค่ะ เราเดินมุ่งหน้าไปทาง Nara Park ด้วยกันเลยค่ะ
        ***เดินมาถึงสถานี Kintetsu Nara ก็เลยโบกมือซาโยนาระ กับเด็กๆก่อน เพราะนัดกับเจอกับเพื่อนแก๊งค์ขาเที่ยวคนรักญี่ปุ่นเหมือนกันอีกกลุ่มที่มาเที่ยวเหมือนกันที่สถานีค่ะ

         ***เจอกันครบแล้ว อดีตนักเรียนเกรียน Shinki (新規)ของ Japan Foundation Bangkok รุ่น 12, 13 และ 14 โคจรมาพบกันที่ นารา “ฝนตกขี้หมูไหล...คนอะไรมาพบกันคะ?” อิอิ ...เมื่อเจอกันแล้ว เราก็เลิกทำหน้าที่ Navigator ณ บัดนาว ปล่อยให้วรุตม์ ผู้คร่ำหวอดในวงการเที่ยว มาทำหน้าที่แทน อิอิ ...จากนั้นก็ข้ามฝั่งจากหน้าสถานี Kintetsu Nara ไปฝั่งตรงข้ามค่ะ มีที่ขาย Bus Pass ให้นักท่องเที่ยวด้วย และเราก็ให้วรุตม์จัดการให้เสร็จสรรพแล้วขึ้นบัสไปที่ นาราพาร์คเลยค่ะ

ต้องขอบคุณจี้ซังมากๆนะคะที่ตัดสินใจซื้อเลนส์ Wide มาถ่ายรูปให้พวกเราในทริปนี้...รูปสวยมากจนอยากลงทุกรูปเลยค่ะ ^^

* ถ่ายรูปกับน้องกวางหน้าสวนแล้วก็เข้ามาเจอต้นซากุระที่กำลังบานสะพรั่งอวดโฉมในวันที่แดดสดใสวันนี้ เราก็จัดการละเลียดถ่ายรูปงามๆให้สมใจอยากค่ะ...นึกว่าจะไม่ได้เห็นซากุระทางใต้นี้แล้ว เพราะเค้าบานและโรยกันหมดแล้วค่ะ...แต่โชคดีมากๆที่ยังมีเหลือให้นักท่องเที่ยวได้ชมอยู่บ้าง...ครั้งที่มาที่นี่ครั้งแรก มีเจอช่วงพีคของซากุระบานพอดี...บอกได้คำเดียวค่ะว่างดงามเหมือนอยู่ในโลกของความฝันเลย...ประทับใจทุกฤดูที่มาค่ะ...
***ตามเข้ามาชมบรรยากาศของวันนี้กันเลยนะคะ...ภาพต่อไปนี้ถ่ายด้วยกล้องมือถือ กล้อง Nikon และ Cannon และวันนี้ใช้เลนส์ Wide มาถ่ายวิวของวัดโดยเฉพาะค่ะ ส่วนการปรับตั้งค่าของกล้องนั้น ไม่สามารถบอกได้ค่ะ เพราะไม่ได้ถ่ายเอง คุณผู้ชายเป็นคนตั้งค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ว่าแล้วก็ลุยกันเลยค่า^^

มาเที่ยวนี้โชคดีเหมือนได้มาเกือบทุกฤดูค่ะ ได้เจอทั้งซากุระที่บานให้เห็นความงามของเค้า..ทั้งๆที่หมดเวลาบานไปหลายวันแล้ว...เจอทั้งใบเมเปิ้ลสีแดงสดใส สีเขียวที่ดูแล้วสวยงาม สดชื่น จนแทบไม่อยากไปไหนเลยค่ะและวันนี้ยกให้น้องปรางค์คนสวยเป็นนางเอกของทริปวันนี้เลยค่ะ เพรานางสวยมาก พร็อพนางก็เริ่ดเข้ากับธรรมชาติที่นี่อย่างลงตัว...แฮ็ปปี้สุดๆเลยจ้า...
ชื่อสินค้า:   Nara, Todaiji Temple(東大寺), Botanical Garden
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่