เราได้เริ่มคบกับ ผช คนหนึ่งคะเอาเป็นว่าชื่อ ก. ละกันนะคะ คือเรารู้จักกันพูดคุยกันมานานแล้ว..แต่เพิ่งมาคบกันเป็นแฟนเมื่อเราไปหาเค้าที่อเมริกาคะ จึงตัดสินใจไปเที่ยวหาเค้าหลังจากที่คุยกันบ้างไม่คุยกันบ้างเป็นระยะเวลานาน 3-4 ปีคะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 14 วันที่เมกา.......
ขอเล่าย้อนนิดนะคะคือสาเหตุที่เราตัดสินใจไปหาเค้าส่วนนึงคือเราก็อยาก เปิดโอกาสมีแฟน หลังจากที่เราไม่เคยคบคัยมานานห้าปีแล้วก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรถ้าเราจะลองคบกับคนที่เรารู้จักอยู่แล้ว ( เค้าเคยจีบเราก่อนหน้านั้นสมัยอยู่ที่ไทยคะแต่เราไม่สนใจ หลังจากนั้นเค้าก็ไปเรียนที่อเมริกาคะ) และจากที่เราได้คุยกับเค้าแบบเพื่อนในระยะเวลาที่ผ่านมาก็รู้สึกประทับใจนิสัยเค้าบ้างนะ่คะ หลังจากที่เค้าชวนเราไปเที่ยวเมกาเราเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วก็ไปคะ
ก่อนไปเราบอกเค้าว่าเราไม่มีเงินไปมากนะ เค้าก็เสนอมาว่าเราเลี้ยงเองค่าใช้จ่ายเวลาที่มาอยู่ที่เมกา ทำให้เราสนใจคะเสนอมาแบบนี้ แต่ข้อแม้คือเราจ้องเข้าร่วมสัมนากับเค้าที่ DC เป็นเวลาสองวันคะ ... อ้าววคืออะไรเราก็งงคะ แต่ที่ตกลงไปก็เพราะเค้าออกค่าตั๋วและค่า รร ให้ เพระาเค้าอยู่ CA คะต้องบินไป DC เพื่อนสัมมาแล้วก็พาเราเที่ยวด้วย มันก็น่าไปอะคะชอบเลยได้เที่ยว จากแคลิฟอเนียไปวอชิงตัน มันน่าสนใจและก็ฟรี .. แต่ท้ายสุดแล้วเราก็ช่วยเค้าออกค่า รร คะ เพราะมันแพงมากถือว่าช่วยๆกันไป ....ซึ่งเรื่องสัมนานั้นเพิ่งมารู้ที่หลังคะว่าเป็น Amway !!! Amway ภายใต้แผน BUZZsolute เอาจิงๆเราเนียไม่ชอบขายตรงเอาซะเลยคะ แต่ให้เข้าไปฟังสองวันมันก็จะน่าเบื่อมั้ย....แรกๆก็คิดแบบนั้นแต่ว่าก็ไม่เป็นไร เราถือว่าเราได้เข้าไปเปิดรับสิ่งที่เราไม่คิดจะรับมาโดยตลอด ก็อันใหนเป็นสิ่งดีก็รับคะ อันใหนไม่ชอบเราก็ขอเฉยๆ ตอนนั้นคิดแบบนั้น ..... เราขออกตัวกับแฟนเราก่อนเลยนะคะว่าเราไปได้ แต่อย่าคาดหวังว่าเราจะทำ เพราะเรายังไม่พร้อม เค้าก็โอเครนะคะ.....
พอไปถึงเมกาเราก็ใช้เวลาเที่ยวที่แคลิฟิเนียคะจากนั้นก็บินไปวอชิงตัน ก่อนที่งานจะเริ่มเพื่อไปเที่ยวก่อนตามเพลน ทุกอย่างก็ราบรื่นดีคะมีความสุขตามประสาคู่รัก เค้าก็ดูแลเราดีคะ พอถึงวันเข้าสัมนาเค้าก็เป็นห่วงเรามากกัวว่าเราจะเบื่อคะ วันแรกในงานเปิดด้วยการเล่นเกมส์และแนะนำตัวผู้ทำธุรกิจแอมเวทุกคนเลยนะคะ มันเป็นการรวมตัวของคนไทยและคนลาวที่อยู่ในเมกา ที่ทำธุรกิจนี้คะมาเป็นร้อยอยู่นะคะ งานวันแรกก็โอเคร นะคะ
วันที่สองจะเป็นการแนะนำสินค้าและตั้งเป้าหมาย ทั้งสองวันจะมีนักธุรกิจแอมเวย์มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังคะว่าทำสำเร็จได้อย่างไรแล้วทำไมมาทำแอมเวย์ งานสองวันนี้มันเหมือนเป็นงานที่เค้ามาร่วมสนุกกัน จุดพลังให้กับคนที่มาทำใหม่มีแรง มีไฟที่จะทำมากขึ้นนั่นเองละคะ
หลังจากงานสองวันนี้แฟนเราก็เริ่มชวนเราใช้สินค้าคะ อย่างเช่นให้ลองใช้ครีมหรือลองมาร์คหน้าคะ รวมถึงเราก็ได้มีโอกาสฟังแผนการตลาดด้วย บอกตามตรงนะคะ หลังจากที่เราไปงานฟังแผนแล้วเราว่าการจะทำให้สำเร็จแบบที่เค้าว่ามันไม่ยากเลยคะ แต่มันต้องทำจิงๆนะคะต้องเอาจิง
แต่แอเวย์ที่เค้าทำมันเป็นแบบที่ทำในเมกานะคะ ของหลากหลายและคุณภาพดีกว่าในไทยคะ อันนี้คือจุดดี..... จิงๆแล้วเราแค่อยากที่จะรู้คะว่ามันเป็นยังไง ไม่ได้คิดว่าจะทำในตอนนั้น..... บอกตามตรงว่าบางครั้งเราก็รู้สึกเบื่อนะที่ต้องมาฟังอะไรในแบบที่เราไม่ชอบบ่อยๆ เพราะเราก็ไม่ได้เปิดใจมากในตอนนั้น ความคิดส่วนตัวเรานะ คือเราว่ามันเหมือนลัทธินึงเลยนะ ทำให้คนมีแรงจูงใจที่จะทำ บอกว่าไม่ต้องขายของแค่หาคน แล้วก็บอกว่ารักกันดูแลกันแบบครอบครัว ... เราเนียคิดค้านทุกเรื่องที่ว่ามาเลยคะ
- ชวนคนมาทำแต่ไม่ให้ขายของได้ไง ในเมื่อคนที่มาทำก็ต้องซื้อกินใช้ของอะ ใหนจะแนะนำสินค้า การตลาดที่ใหนมันไม่ต้องขายสินค้าบ้างคะ
- รักเหมือนครอบครัวสิ ดูแลสิ เพราะลูกข่ายดาวลายมันก็ต้องให้เค้าทำๆๆ หากสำเร็กอัปลายก็ได้เงิน มันก็เพราะมีประโยน์ร่วมกันใช่มั้ยคะ
แต่เราไม่เถียงเรื่องคุณภาพสินค้านะคะอย่าง นูทรีไลท์ นี่ดีมาก และก็อย่างอื่น แต่สินค้าแบรนเดียวมันไม่มีอะไรดีซะทุกอย่างจิงมั้ย
มันก็คือการตลาดอย่างนึงอะนะ ที่ Amway พยาามจะทำ
หลังจากกลับมาไทยเราก็ยังติดต่อกันคะ เค้าโทรหาเราทุกวันทั้งๆที่เค้าก็ทำงานยุ่ง เค้าทำงานเจ็ดวันเลยคะ ทำงานร้านอาหาร แล้วก็ยังหุ้นกับเพื่อนทำร้านอาหารไทยที่เมกาด้วยคะ ก. เป็นคนทะเยอทะยานสูงมากคะ มีความฝันมีจุดหมายที่ชัดเจน คือ ถ้าไม่รวยไม่กลับไทย เค้าว่างั้นนะคะ ทำงานหนักอยากมีเงินมาก เพื่อทำให้พ่อแม่และน้อง สบายคะ นิสัยเค้าเป็นคนน่ารักนะคะ ใจเย็น และยิ้มกับปัญหาได้ทุกครั้ง
เค้าก็อยากไห้เราทำแอมเวย์ด้วยคะพอดีมีพี่ที่เค้าทำแอมเวที่ไทยแล้วมีเครื่อข่ายแอมเวที่เมกาด้วยมาในงานวันนั้น หลังจากที่เรากลับไทยแล้วเค้าก็อยากให้เราได้คุยกับพี่คนนี้.... วันนึง ก. โทรมาบอกเราว่าเค้างานยุ่งมาจนไม่มีเวลาทำแอมเวเลยเดือนนี้ยอดเลยตก เราก็เลยถามว่า ถ้ากลับมาไทย ก. จะทำแอมเวมั้ย เค้าบอกว่าทำสิ... .................................................................................จากนั้นเค้าก็บอกเราว่าเค้าจิงจังกับเรานะ ... เป็นไงคะ ผู้หญิงที่ใหนได้ยินแบบนี้จากแฟนก็ต้องใจฟูมีความสุขใช่มั้ยคะ... เราก็ถามกลับไปว่า จิงจังแล้ว......?? เค้าบอกว่า... ก. ก็อยากให้เทอทำไง
ก. จะช่วยทำ คืออยากให้เราทำแอมเวนั่นเอง เป็นไงคะ..... เราจะได้แฟนเพราะแอมเว จะดีใจมั้ย อยากจิงจังเพราะแอมเว เราคิดแบบนี้ผิดมั้ยคะ ถ้าเป็นคนอ่านคุณจะคิดยังไงถ้าแฟนคุณพูดแบบนี้ เรานี่อยากจะเกลียดแอมเวไปเลย
มันทำให้เราชักไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของคู่เราเลยคะ ว่าเค้ารักเราจิงหรือยังไง มันทำให้เราสงสัยหลายเรื่องเลยที่นี่ เพราะมันมีประเด็นก่อนหน้าคะคือ
ก่อนที่เราแวะเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะเราก็อัพรูปคู่ขึ้นเฟสเราคะ แล้วก็โพสประมาณว่าขอบคุณทุกๆอย่างแล้วแท็คเค้า หลังจากนั้นเค้าบอกเราว่าขอลบแท็คเราออกคะเพราะกลัวคนที่ร้านจะรู้ว่าลางานพาแฟนไปเที่ยวมา ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรคะ........ แต่พอเรามาเปิดเฟสเค้าดูคะเราเจอว่าตลอดเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกันเค้าก็โพสและเช็คอินในเฟสนี่หว่า เพื่อนเค้าก็ต้องรู้ปะว่ามันมาเที่ยวแล้วทำไมเราแท็คถึงไม่ได้ กัวใครจะรู้ ..เราก็สงสัยอะแต่ยังไม่ได้ถามเพราะไม่อยากให้เกิดการทะเลาะกันคะ.....แต่จิงๆแล้วอยากจะรู้อยู่คะ ทั้งเรื่องเฟสบุ๊กและเรื่องที่พูดกับเรื่องเรื่องจิงจัง มันก็ขัดแย้งกันตรงที่ขณะที่เราไปอเมริกาเค้าก็แนะนำเรากับเพื่อนที่นั่นรวมถึงคนที่เค้าทำงานด้วยคะ ว่าเราเป็นแฟน
บอกตามตรงนะคะเจอกัน 14 วัน เราเองก็พูดคำว่ารักได้ไม่เต็มปากว่ารักจิงๆ คนเรารู้จักกันนาน กับการมาเป็นแฟนกัน จะรักกันมันต้องใช้เวลาจิงมั้ยคะ
ตอนนี้เราก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจอยู่เลยนะ เพราะเราก็ไม่อยากจะเสียใจซ้ำอีกคะ อายุก็สามสิบไปแล้ว... แล้วยังมาเจอว่าถ้าจะต้องคบแล้วมาทำแอมเว...
มันก็รู้สึกไม่ดีเลยคะ ไม่อยากทำ ถ้าให้แค่เรียนรู้เรายังพอได้จะให้ทำ มันก็จะเกลียดเพราะมีอักขตินี่แหละ
เพื่อนมีความคิดว่าไงกันบ้างคะ เราควรทำไงดีคะ
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบคะ เราก็ไม่สบายใจเลย
จะทำยังไงกับความสัมพันธ์ เมื่อแฟนแนะนำให้ทำ Amway
ขอเล่าย้อนนิดนะคะคือสาเหตุที่เราตัดสินใจไปหาเค้าส่วนนึงคือเราก็อยาก เปิดโอกาสมีแฟน หลังจากที่เราไม่เคยคบคัยมานานห้าปีแล้วก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรถ้าเราจะลองคบกับคนที่เรารู้จักอยู่แล้ว ( เค้าเคยจีบเราก่อนหน้านั้นสมัยอยู่ที่ไทยคะแต่เราไม่สนใจ หลังจากนั้นเค้าก็ไปเรียนที่อเมริกาคะ) และจากที่เราได้คุยกับเค้าแบบเพื่อนในระยะเวลาที่ผ่านมาก็รู้สึกประทับใจนิสัยเค้าบ้างนะ่คะ หลังจากที่เค้าชวนเราไปเที่ยวเมกาเราเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วก็ไปคะ
ก่อนไปเราบอกเค้าว่าเราไม่มีเงินไปมากนะ เค้าก็เสนอมาว่าเราเลี้ยงเองค่าใช้จ่ายเวลาที่มาอยู่ที่เมกา ทำให้เราสนใจคะเสนอมาแบบนี้ แต่ข้อแม้คือเราจ้องเข้าร่วมสัมนากับเค้าที่ DC เป็นเวลาสองวันคะ ... อ้าววคืออะไรเราก็งงคะ แต่ที่ตกลงไปก็เพราะเค้าออกค่าตั๋วและค่า รร ให้ เพระาเค้าอยู่ CA คะต้องบินไป DC เพื่อนสัมมาแล้วก็พาเราเที่ยวด้วย มันก็น่าไปอะคะชอบเลยได้เที่ยว จากแคลิฟอเนียไปวอชิงตัน มันน่าสนใจและก็ฟรี .. แต่ท้ายสุดแล้วเราก็ช่วยเค้าออกค่า รร คะ เพราะมันแพงมากถือว่าช่วยๆกันไป ....ซึ่งเรื่องสัมนานั้นเพิ่งมารู้ที่หลังคะว่าเป็น Amway !!! Amway ภายใต้แผน BUZZsolute เอาจิงๆเราเนียไม่ชอบขายตรงเอาซะเลยคะ แต่ให้เข้าไปฟังสองวันมันก็จะน่าเบื่อมั้ย....แรกๆก็คิดแบบนั้นแต่ว่าก็ไม่เป็นไร เราถือว่าเราได้เข้าไปเปิดรับสิ่งที่เราไม่คิดจะรับมาโดยตลอด ก็อันใหนเป็นสิ่งดีก็รับคะ อันใหนไม่ชอบเราก็ขอเฉยๆ ตอนนั้นคิดแบบนั้น ..... เราขออกตัวกับแฟนเราก่อนเลยนะคะว่าเราไปได้ แต่อย่าคาดหวังว่าเราจะทำ เพราะเรายังไม่พร้อม เค้าก็โอเครนะคะ.....
พอไปถึงเมกาเราก็ใช้เวลาเที่ยวที่แคลิฟิเนียคะจากนั้นก็บินไปวอชิงตัน ก่อนที่งานจะเริ่มเพื่อไปเที่ยวก่อนตามเพลน ทุกอย่างก็ราบรื่นดีคะมีความสุขตามประสาคู่รัก เค้าก็ดูแลเราดีคะ พอถึงวันเข้าสัมนาเค้าก็เป็นห่วงเรามากกัวว่าเราจะเบื่อคะ วันแรกในงานเปิดด้วยการเล่นเกมส์และแนะนำตัวผู้ทำธุรกิจแอมเวทุกคนเลยนะคะ มันเป็นการรวมตัวของคนไทยและคนลาวที่อยู่ในเมกา ที่ทำธุรกิจนี้คะมาเป็นร้อยอยู่นะคะ งานวันแรกก็โอเคร นะคะ
วันที่สองจะเป็นการแนะนำสินค้าและตั้งเป้าหมาย ทั้งสองวันจะมีนักธุรกิจแอมเวย์มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังคะว่าทำสำเร็จได้อย่างไรแล้วทำไมมาทำแอมเวย์ งานสองวันนี้มันเหมือนเป็นงานที่เค้ามาร่วมสนุกกัน จุดพลังให้กับคนที่มาทำใหม่มีแรง มีไฟที่จะทำมากขึ้นนั่นเองละคะ
หลังจากงานสองวันนี้แฟนเราก็เริ่มชวนเราใช้สินค้าคะ อย่างเช่นให้ลองใช้ครีมหรือลองมาร์คหน้าคะ รวมถึงเราก็ได้มีโอกาสฟังแผนการตลาดด้วย บอกตามตรงนะคะ หลังจากที่เราไปงานฟังแผนแล้วเราว่าการจะทำให้สำเร็จแบบที่เค้าว่ามันไม่ยากเลยคะ แต่มันต้องทำจิงๆนะคะต้องเอาจิง
แต่แอเวย์ที่เค้าทำมันเป็นแบบที่ทำในเมกานะคะ ของหลากหลายและคุณภาพดีกว่าในไทยคะ อันนี้คือจุดดี..... จิงๆแล้วเราแค่อยากที่จะรู้คะว่ามันเป็นยังไง ไม่ได้คิดว่าจะทำในตอนนั้น..... บอกตามตรงว่าบางครั้งเราก็รู้สึกเบื่อนะที่ต้องมาฟังอะไรในแบบที่เราไม่ชอบบ่อยๆ เพราะเราก็ไม่ได้เปิดใจมากในตอนนั้น ความคิดส่วนตัวเรานะ คือเราว่ามันเหมือนลัทธินึงเลยนะ ทำให้คนมีแรงจูงใจที่จะทำ บอกว่าไม่ต้องขายของแค่หาคน แล้วก็บอกว่ารักกันดูแลกันแบบครอบครัว ... เราเนียคิดค้านทุกเรื่องที่ว่ามาเลยคะ
- ชวนคนมาทำแต่ไม่ให้ขายของได้ไง ในเมื่อคนที่มาทำก็ต้องซื้อกินใช้ของอะ ใหนจะแนะนำสินค้า การตลาดที่ใหนมันไม่ต้องขายสินค้าบ้างคะ
- รักเหมือนครอบครัวสิ ดูแลสิ เพราะลูกข่ายดาวลายมันก็ต้องให้เค้าทำๆๆ หากสำเร็กอัปลายก็ได้เงิน มันก็เพราะมีประโยน์ร่วมกันใช่มั้ยคะ
แต่เราไม่เถียงเรื่องคุณภาพสินค้านะคะอย่าง นูทรีไลท์ นี่ดีมาก และก็อย่างอื่น แต่สินค้าแบรนเดียวมันไม่มีอะไรดีซะทุกอย่างจิงมั้ย
มันก็คือการตลาดอย่างนึงอะนะ ที่ Amway พยาามจะทำ
หลังจากกลับมาไทยเราก็ยังติดต่อกันคะ เค้าโทรหาเราทุกวันทั้งๆที่เค้าก็ทำงานยุ่ง เค้าทำงานเจ็ดวันเลยคะ ทำงานร้านอาหาร แล้วก็ยังหุ้นกับเพื่อนทำร้านอาหารไทยที่เมกาด้วยคะ ก. เป็นคนทะเยอทะยานสูงมากคะ มีความฝันมีจุดหมายที่ชัดเจน คือ ถ้าไม่รวยไม่กลับไทย เค้าว่างั้นนะคะ ทำงานหนักอยากมีเงินมาก เพื่อทำให้พ่อแม่และน้อง สบายคะ นิสัยเค้าเป็นคนน่ารักนะคะ ใจเย็น และยิ้มกับปัญหาได้ทุกครั้ง
เค้าก็อยากไห้เราทำแอมเวย์ด้วยคะพอดีมีพี่ที่เค้าทำแอมเวที่ไทยแล้วมีเครื่อข่ายแอมเวที่เมกาด้วยมาในงานวันนั้น หลังจากที่เรากลับไทยแล้วเค้าก็อยากให้เราได้คุยกับพี่คนนี้.... วันนึง ก. โทรมาบอกเราว่าเค้างานยุ่งมาจนไม่มีเวลาทำแอมเวเลยเดือนนี้ยอดเลยตก เราก็เลยถามว่า ถ้ากลับมาไทย ก. จะทำแอมเวมั้ย เค้าบอกว่าทำสิ... .................................................................................จากนั้นเค้าก็บอกเราว่าเค้าจิงจังกับเรานะ ... เป็นไงคะ ผู้หญิงที่ใหนได้ยินแบบนี้จากแฟนก็ต้องใจฟูมีความสุขใช่มั้ยคะ... เราก็ถามกลับไปว่า จิงจังแล้ว......?? เค้าบอกว่า... ก. ก็อยากให้เทอทำไง
ก. จะช่วยทำ คืออยากให้เราทำแอมเวนั่นเอง เป็นไงคะ..... เราจะได้แฟนเพราะแอมเว จะดีใจมั้ย อยากจิงจังเพราะแอมเว เราคิดแบบนี้ผิดมั้ยคะ ถ้าเป็นคนอ่านคุณจะคิดยังไงถ้าแฟนคุณพูดแบบนี้ เรานี่อยากจะเกลียดแอมเวไปเลย
มันทำให้เราชักไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของคู่เราเลยคะ ว่าเค้ารักเราจิงหรือยังไง มันทำให้เราสงสัยหลายเรื่องเลยที่นี่ เพราะมันมีประเด็นก่อนหน้าคะคือ
ก่อนที่เราแวะเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะเราก็อัพรูปคู่ขึ้นเฟสเราคะ แล้วก็โพสประมาณว่าขอบคุณทุกๆอย่างแล้วแท็คเค้า หลังจากนั้นเค้าบอกเราว่าขอลบแท็คเราออกคะเพราะกลัวคนที่ร้านจะรู้ว่าลางานพาแฟนไปเที่ยวมา ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรคะ........ แต่พอเรามาเปิดเฟสเค้าดูคะเราเจอว่าตลอดเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกันเค้าก็โพสและเช็คอินในเฟสนี่หว่า เพื่อนเค้าก็ต้องรู้ปะว่ามันมาเที่ยวแล้วทำไมเราแท็คถึงไม่ได้ กัวใครจะรู้ ..เราก็สงสัยอะแต่ยังไม่ได้ถามเพราะไม่อยากให้เกิดการทะเลาะกันคะ.....แต่จิงๆแล้วอยากจะรู้อยู่คะ ทั้งเรื่องเฟสบุ๊กและเรื่องที่พูดกับเรื่องเรื่องจิงจัง มันก็ขัดแย้งกันตรงที่ขณะที่เราไปอเมริกาเค้าก็แนะนำเรากับเพื่อนที่นั่นรวมถึงคนที่เค้าทำงานด้วยคะ ว่าเราเป็นแฟน
บอกตามตรงนะคะเจอกัน 14 วัน เราเองก็พูดคำว่ารักได้ไม่เต็มปากว่ารักจิงๆ คนเรารู้จักกันนาน กับการมาเป็นแฟนกัน จะรักกันมันต้องใช้เวลาจิงมั้ยคะ
ตอนนี้เราก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจอยู่เลยนะ เพราะเราก็ไม่อยากจะเสียใจซ้ำอีกคะ อายุก็สามสิบไปแล้ว... แล้วยังมาเจอว่าถ้าจะต้องคบแล้วมาทำแอมเว...
มันก็รู้สึกไม่ดีเลยคะ ไม่อยากทำ ถ้าให้แค่เรียนรู้เรายังพอได้จะให้ทำ มันก็จะเกลียดเพราะมีอักขตินี่แหละ
เพื่อนมีความคิดว่าไงกันบ้างคะ เราควรทำไงดีคะ
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบคะ เราก็ไม่สบายใจเลย