ดิฉันเป็นลูกสาวคนโต อยู่บ้านแต่ทุกวันจะกลับมาถึงบ้านดึก เพราะเลิกงานช้าและที่ทำงานอยู่ไกล กลับมาก็จะเห็นพ่อกับแม่นอนแล้ว
น้องชายอยู่ปี4 ไม่ช่วยรับผิดชอบอะไรในบ้าน รวมทั้งไม่รับผิดชอบตัวเองด้วย น้องชายเป็นเหมือนเด็กมีปัญหา ด้วยความที่พ่อกับแม่เลี้ยงมาเหมือนเพื่อน เล่นกับลูก เพื่อใกล้ชิดกับลูก เพราะกลัวช่วงวัยรุ่นลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา
ด้วยความที่เล่นกับลูกจนลูกไม่มีความเคารพ เล่นจนลูกไม่เรียกพ่อว่าพ่อ เรียกด้วยชื่อเล่นเปล่าๆหรือไม่ก็มี ไอ้ นำหน้าชื่อเล่นเสมอ เวลาทะเลาะกันอาจจะมีคำหยาบคายแทนตัวนู้นตัวนี้ตามด้วยชื่อพ่อเสมอ หลายครั้งที่น้องชายมีปากเสียงกับพ่อ จะมีอยู่หลายเหตุการณ์ ประจำเลยก็คือ
..พ่อปลุกให้ไปอาบน้ำเพื่อไปมหาลัย แต่ด้วยตัวเองกลับบ้านตี3 ก็ด่าพ่อ พ่อได้แต่ปลุกยอมโดนด่าเพื่อให้ลูกไปมหาลัย พอลูกตื่นก็ไปเอาชุดนักศึกษามารีดให้ลูก..
..พ่อทำกับข้าวจัดอาหารให้มันและแฟนมัน (น้องชายเอาแฟนมาอยู่บ้าน) กินโดยที่น้องและแฟนไม่ช่วยตระเตรียมอะไรเลย มานั่งกิน เสร็จก็วางจานไว้อย่างนั้น..
..เพื่อนและรุ่นพี่มาบ้าน ยกมือไหว้ ต้อนรับ เฮฮา นับถือรุ่นพี่ แต่เรียกพ่อตัวเองว่าไอ้..ทำอันนั้นอันนี้ให้หน่อยดิ๊..เป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้มากที่สุด อิพวกรุ่นพี่นั่นไม่ได้มีความน่านับถืออะไรเลย เรียนจบจะขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เรียกพ่อว่าไอ้..ต่อหน้าเพื่อนและรุ่นพี่..
นี่เป็นเหตุการณ์ส่วนหนึ่ง หากถามว่าทำไมไม่มีใครเตือนน้อง ตัวดิฉันเคยเตือนน้องดีๆด้วยทั้งคำพูด และไลน์(ในเหตุการ์ณเพื่อนมาบ้านไม่อยากให้น้องเสียหน้า) แล้ว แต่น้องก็ไม่สนใจแถมด่าชั้นอย่างหยาบคายที่สุด พอจนหลังสุดนี้เตือนด้วยคำพูดดีๆ แต่ได้รับคำด่าหยาบคายมา จึงกลายเป็นทะเลาะกัน น้องชายเป็นคนที่ทะเลาะกันด้วยปาก อารมณ์ และเหตุผลไม่ได้ จะต้องใช้กำลัง ซึ่งดิฉันก็สู้แน่นอนเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คับแค้นใจมาก พ่อกับแม่ก็คอยมากำบัง (พ่อกับแม่ยอมน้องมาตลอดเพราะรักและกลัวน้องเสียคน) เราสู้ พ่อกับแม่ก็มากั้นจนพ่อลื่นหัวฟาดพื้นไป น้องก็ออกไป พ่อกับแม่ก็ตำหนิเรา บอกให้เราหยุดพูด (ทั้งที่พูดเพื่อเตือนน้องในเรื่องที่ถูกที่ควร) เราก็ทำได้แค่ไประบายเรื่องนี้ให้คุณยายฟัง เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะน้องชายจะชอบใช้กำลัง จนอยากหาซื้อปืนมาป้องกันตัวเลยค่ะ คุณยายก็เข้าใจทุกอย่าง (คุณยายต้องล้างจานให้น้องชายกับแฟนบ่อยครั้ง) แต่ถึงเข้าใจ คุณยายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะคุณยายเคยเตือนคุณแม่ครั้งหนึ่งแล้วคุณแม่โกรธมากที่ไปว่าลูกชายเขา พาลไม่คุยกับคุณยายเกือบครึ่งปี (ปกติคุณแม่คือธนาคารหลักของน้องชาย ส่วนคุณพ่อคือคนรับใช้นั่นเอง)
ดิฉันทราบนะคะว่าไม่ควรเอาเรื่องครอบครัวมาโพสต์ แต่คิดว่าพันทิพย์ก็น่าจะดีกว่าช่องทางอื่นแล้ว อยากทราบความเห็นจริงๆค่ะ ทนเห็นพ่อแม่ที่เรารักและยกย่อง อยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ
เมื่อพ่อแม่เราต้องเป็นเบ๊ให้ลูกชายกับชะนีของมัน เป็นคุณคุณทำยังไงคะ?
น้องชายอยู่ปี4 ไม่ช่วยรับผิดชอบอะไรในบ้าน รวมทั้งไม่รับผิดชอบตัวเองด้วย น้องชายเป็นเหมือนเด็กมีปัญหา ด้วยความที่พ่อกับแม่เลี้ยงมาเหมือนเพื่อน เล่นกับลูก เพื่อใกล้ชิดกับลูก เพราะกลัวช่วงวัยรุ่นลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา
ด้วยความที่เล่นกับลูกจนลูกไม่มีความเคารพ เล่นจนลูกไม่เรียกพ่อว่าพ่อ เรียกด้วยชื่อเล่นเปล่าๆหรือไม่ก็มี ไอ้ นำหน้าชื่อเล่นเสมอ เวลาทะเลาะกันอาจจะมีคำหยาบคายแทนตัวนู้นตัวนี้ตามด้วยชื่อพ่อเสมอ หลายครั้งที่น้องชายมีปากเสียงกับพ่อ จะมีอยู่หลายเหตุการณ์ ประจำเลยก็คือ
..พ่อปลุกให้ไปอาบน้ำเพื่อไปมหาลัย แต่ด้วยตัวเองกลับบ้านตี3 ก็ด่าพ่อ พ่อได้แต่ปลุกยอมโดนด่าเพื่อให้ลูกไปมหาลัย พอลูกตื่นก็ไปเอาชุดนักศึกษามารีดให้ลูก..
..พ่อทำกับข้าวจัดอาหารให้มันและแฟนมัน (น้องชายเอาแฟนมาอยู่บ้าน) กินโดยที่น้องและแฟนไม่ช่วยตระเตรียมอะไรเลย มานั่งกิน เสร็จก็วางจานไว้อย่างนั้น..
..เพื่อนและรุ่นพี่มาบ้าน ยกมือไหว้ ต้อนรับ เฮฮา นับถือรุ่นพี่ แต่เรียกพ่อตัวเองว่าไอ้..ทำอันนั้นอันนี้ให้หน่อยดิ๊..เป็นเหตุการณ์ที่รับไม่ได้มากที่สุด อิพวกรุ่นพี่นั่นไม่ได้มีความน่านับถืออะไรเลย เรียนจบจะขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เรียกพ่อว่าไอ้..ต่อหน้าเพื่อนและรุ่นพี่..
นี่เป็นเหตุการณ์ส่วนหนึ่ง หากถามว่าทำไมไม่มีใครเตือนน้อง ตัวดิฉันเคยเตือนน้องดีๆด้วยทั้งคำพูด และไลน์(ในเหตุการ์ณเพื่อนมาบ้านไม่อยากให้น้องเสียหน้า) แล้ว แต่น้องก็ไม่สนใจแถมด่าชั้นอย่างหยาบคายที่สุด พอจนหลังสุดนี้เตือนด้วยคำพูดดีๆ แต่ได้รับคำด่าหยาบคายมา จึงกลายเป็นทะเลาะกัน น้องชายเป็นคนที่ทะเลาะกันด้วยปาก อารมณ์ และเหตุผลไม่ได้ จะต้องใช้กำลัง ซึ่งดิฉันก็สู้แน่นอนเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คับแค้นใจมาก พ่อกับแม่ก็คอยมากำบัง (พ่อกับแม่ยอมน้องมาตลอดเพราะรักและกลัวน้องเสียคน) เราสู้ พ่อกับแม่ก็มากั้นจนพ่อลื่นหัวฟาดพื้นไป น้องก็ออกไป พ่อกับแม่ก็ตำหนิเรา บอกให้เราหยุดพูด (ทั้งที่พูดเพื่อเตือนน้องในเรื่องที่ถูกที่ควร) เราก็ทำได้แค่ไประบายเรื่องนี้ให้คุณยายฟัง เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะน้องชายจะชอบใช้กำลัง จนอยากหาซื้อปืนมาป้องกันตัวเลยค่ะ คุณยายก็เข้าใจทุกอย่าง (คุณยายต้องล้างจานให้น้องชายกับแฟนบ่อยครั้ง) แต่ถึงเข้าใจ คุณยายก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะคุณยายเคยเตือนคุณแม่ครั้งหนึ่งแล้วคุณแม่โกรธมากที่ไปว่าลูกชายเขา พาลไม่คุยกับคุณยายเกือบครึ่งปี (ปกติคุณแม่คือธนาคารหลักของน้องชาย ส่วนคุณพ่อคือคนรับใช้นั่นเอง)
ดิฉันทราบนะคะว่าไม่ควรเอาเรื่องครอบครัวมาโพสต์ แต่คิดว่าพันทิพย์ก็น่าจะดีกว่าช่องทางอื่นแล้ว อยากทราบความเห็นจริงๆค่ะ ทนเห็นพ่อแม่ที่เรารักและยกย่อง อยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ