ที่มาของทริปนี้เริ่มด้วยตัวผมเป็นคนชอบอะไรแปลกจากคนอื่นซักหน่อยตรงที่คนอื่นๆ อาจจะชอบไปเที่ยวแนวธรรมชาติ ทะเล ภูเขา ทุ่งหญ้าอะไรก็ว่ากันไป แต่ผมเป็นคนที่ชอบเมืองที่มีตึกสูงๆ เยอะๆ ชอบสิ่งปลูกสร้างอลังการแปลกใหม่ ดังนั้นประเทศแรกเลยที่สามารถไปได้ไม่ยากและเป็นไปตามโจทย์ที่ผมอยากไปเห็นก็คงเป็นประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านเรานั่นเอง เอาล่ะ ไปเตรียมตัวออกเดินทางไปหาเจ้าเมอร์ไลออนกันดีกว่า
Chapter I เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
- ตั๋วเครื่องบิน
ก่อนอื่นเลย ผมมีความตั้งใจจะไปเที่ยวมาเลเซียด้วยเลยพร้อมกันในทริปเดียว แต่เนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวยจึงอดไป ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นมีโปรสายการบินไปสิงคโปร์มาพอดี แบกแพ็กเกอร์อย่างเราจึงไม่รอช้า จองโปรขาไป Scoot บริษัทสายการบินลูกของ Singapore Airlines และขากลับด้วย Jet Star ไปได้ด้วยที่ราคา 3,0XX บาท (ค่าตัดบัตรแพงมากกกก) ซึ่งจองล่วงหน้า 2 เดือนก่อนออกเดินทาง แต่ก็นั่นแหละฮะท่านผู้ชม พอถึงช่วงใกล้เดินทาง Nok Scoot ก็เปิดตัวมาหักหลังเราด้วยราคา 2,XXX เท่านั้นแถมเวลายังดีกว่าอีก =_= แต่เราถือคติมองโลกในแง่บวกซะว่าได้นั่งเครื่อง Dreamliner ลำใหญ่ แถมขากลับยังได้แวะสุวรรณภูมิอีก (ว่าไปนั่น ไม่มีตังซื้อของใน Duty Free อยู่ดี 55)
- ที่พัก
สำหรับแบกแพกเกอร์อย่างพวกเรา ประเด็นในการเลือกที่พักคือราคาไม่แพงจนเกินไปและอยู่ในทำเลที่ดี ดังนั้นตัวเลือกของพวกเราแน่นอนว่าต้องเป็น Hostel หลังจากหาข้อมูลและดูรีวิวอยู่นาน ผมจึงตัดสินใจเลือกพักที่ 5footway inn Project Boat Quay ในราคาคืนละ 6XX (จองผ่านเว็ปโดยตรงถูกกว่า Agoda/Booking ครับ) ที่พักนี้อยู่ในทำเลดีมาก เดินจาก MRT ไม่ไกล สามารถเลือกลง MRT ได้ 2 สถานีคือ สถานี Clark Quay และสถานี Raffle Places ซึ่งสถานีหลังผมคิดว่าเดินใกล้กว่า ตอนเช้ามีพวก ซีเรียล นม ขนมปังปิ้ง ให้รับประทานที่ห้องครัวชั้นบนสุด แต่ต้องทำกินเองและหลังจากกินเสร็จก็ต้องล้างภาชนะเองนะครับ ซึ่งที่ชั้นบนนี่แหละวิวดีมากๆ สามารถมองเห็นตึก Marina Bay Sand ได้เลยแถมอยู่ติดริมแม่น้ำและ Clark Quay บรรยากาศตอนเช้าดีมากๆ สามารถเดินชิลๆ ริมน้ำไปถึง Merlion ได้ด้วยประมาณ 10 นาทีไม่ไกลมาก พนักงานก็บริการดีมาก แถมผมยังได้อัพเกรดเป็นห้อง private room ในคืนที่ 2 ที่พักด้วย (ซึ่งความจริงเราอยากนอนแบบดอร์มมากกว่าเพราะอยากเจอเพื่อนๆ ประเทศอื่นบ้าง =.=) (ห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำรวมครับ แยกชาย-หญิง และแยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำ ซึ่งมีเพียงพอครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะต่อคิวนานแต่อย่างไร)

- ปลั๊กไฟ
ประเทศสิงคโปร์จะใช้ปลั๊กแบบ เหลี่ยม 3 รู ซึ่งเราต้องซื้อหัวแปลงไปด้วยนะครับ บางโรงแรมอาจจะมีให้ยืม แต่ผมว่าถ้าเป็นคนเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็ซื้อปลั๊กแบบ Universal พกติดตัวไปเลยสะดวกกว่าครับ หาซื้อไม่ยากตาม 7-11 และชั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้างทั่วไป สนนราคาประมาณ 159 บาทครับ
-เงิน
ที่ประเทศสิงคโปร์จะใช้เงินสกุล Singapore Dollar (SGD) ครับ มีหน่วยย่อยเป็น Cent โดยที่ 100 Cent = 1SGD ครับ ก่อนไปผมแลกเงินที่ร้าน Super rich สีเขียวตรงประตูน้ำครับ ข้ามสะพานลอยจาก Central World มาเดินตรงมาอีกนิดจะเจอซอย เดินเข้าไปมองเห็นได้ไม่ยากครับ ตอนผมไปเป็นช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าพอดีเรทอยู่ที่ 25.10 Baht/ 1 SGD ครับ ผมแลกไปทั้งหมด 400$ สำหรับทริปในครั้งนี้ครับ ซึ่งพอดีเป๊ะๆ เหลือกลับมา 10$ เท่านั้น 5555
- ภาษา
ที่นี่จะใช้ภาษากันหลักๆ 3 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนและภาษามาเลย์ โดยป้ายในสถานีรถไฟฟ้าจะมีทั้ง 3 ภาษาเขียนกำกับเลย ผู้คนทั่วไปพูดอังกฤษได้ดี แต่สำเนียงก็ตามที่เคยได้ยินกันมาล่ะครับ จะมีคำว่า lah lah ลงท้ายประโยค และชอบกระดกลิ้นรัวๆ เวลาพูด ผมซึ่งสกิลการฟังต่ำเตี้ยอยู่แล้ว ต้องขอให้พูดซ้ำอีกรอบตลอด แต่ไม่ต้องห่วงไปครับ ที่นี่ต่อให้สกิลภาษาอังกฤษเราต่ำขนาดไหน คนที่นี่ก็จะพยายามเข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเราตลอดครับ เราสามรถพูดเป็นคำๆ ไปเค้าก็เข้าใจครับ Check in, Check out please สั่งอาหารก็ชี้ๆ This one ครับ ใครว่าคนสิงคโปร์ไม่มีน้ำใจ เท่าที่ผมได้เจอส่วนใหญ่เวลาถามทางก็ตอบให้ด้วยความเต็มใจนะครับ บางคนนี่เดินพาไปส่งถึงที่เลย ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปครับหากภาษาเราไม่ได้ เพราะผมยังผ่านมาแล้วเลย 5555
-การเดินทาง
การเดินทางในประเทศสิงคโปร์หลักๆ มีด้วยกัน 3 ช่องทางซึ่งสะดวกสบายมากมาย 1) รถไฟฟ้า sMRT ซึ่งเชื่อมต่อกับสนามบินชางงีและครอบคลุมสถานที่สำคัญๆ เกือบทั้งเมือง วิธีขึ้นไม่ยากเลยครับ เหมือนกับขึ้นรถไฟฟ้าที่บ้านเราเลย มองหาสถานีที่ต้องการไปและดูปลายทางว่าคือสถานีอะไรเท่านี้เองครับ 2) รถเมล์ที่แสนสะดวกสะบาย ขึ้นง่ายมากๆ ทุกป้ายรถเมล์จะมีข้อมูลบอกทั้งหมดว่าสายนี้ผ่านที่ไหนบ้าง และบางป้ายจะมีเวลาบอกไว้ด้วยว่าอีกกี่นาทีถึงจะมาถึง และ 3) Taxi ซึ่งผมไม่ได้ใช้บริการเท่าไรเพราะราคาค่อนข้างโหดเอาเรื่องเหมือนกัน สตาร์ทเริ่มต้นที่ 3.20$ เพียงแค่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถเมล์ก็ครอบคลุมที่ที่ไปหมดแล้ว โดยบัตรโดยสารที่แนะนำให้ซื้อนะครับ ก็คงหนีไม่พ้นเจ้า EZ Link Card ครับ ซื้อได้ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีเลยครับ ราคาบัตรเริ่มต้น 12$ ครับ แบ่งเป็น 5$ ค่าบัตรซึ่งเราจะไม่ได้คืนกับมูลค่าในบัตร 7$ ครับ เติมไปอีกซัก 10$ ก็พอสำหรับการเดินทาง 4 วัน 3 คืนครับ โดยก่อนกลับถ้าเงินในบัตรยังเหลือเราสามารถเอาบัตรไปขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟฟ้าครับ โดยบัตร EZ link card จะใช้ได้ทั้ง MRT และรถเมล์เลยครับ โดยรถเมล์เวลาขึ้นก็เอาบัตรแตะประตูหน้าและก่อนลงก็แตะบัตรที่ประตูหลังนะครับ แต่เท่าที่ลองไปใช้กับ 7-11 กับแท็กซี่หลายๆ ที่ไม่รับนะครับ ไม่มีเครื่องอ่าน รับชำระแต่เงินสดอย่างเดียว


- โทรศัพท์
เนื่องจากเวลาเดินทางในประเทศผมก็หลงจะแย่แล้ว หากยิ่งไปต่างบ้านต่างเมืองยิ่งแล้วครับ ผมจึงต้องหา Internet มาใช้หาข้อมูล เปิด Google map ดูแผนที่ ดังนั้นผมเลือกใช้ Sim ของ Singtel ครับ หาซื้อได้ที่สนามบินและตาม 7-11 ทั่วไปครับ ผมซื้อมาจาก 7-11 ในราคา 15$ ซึ่งจะได้มูลค่าในซิมเท่ากับ 18$ ผมไปอยู่ 4 วัน ดังนั้นจึงเลือกสมัครแพ็กเกจ 7 วัน 7$ 1 Gb ครับ ซึ่งใช้ทำทุกอย่างแล้วก็ยังใช้ไม่หมดซักที 5555 เลยเอามูลค่าที่เหลือโทรกลับไทยเล่นๆ ไปให้หมดครับ 5555 วิธีการสมัครไม่อยากเลยครับ สามารถขอเข็มจิ้มซิมจากพนักงานได้ ใส่ซิมเสร็จกด *100# โทรออกครับ แล้วจะขึ้นให้กดหมายเลข 1 2 3 4 ... แล้วแต่หัวข้อเราจะเลือกครับ กด Reply ตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ไม่ยากครับ อ้อที่สิงคโปร์นี่สัญญาณ 3G ครอบคลุมแทบทุกจุดในเมืองครับ ความเร็วก็ทั่วๆ ไปสามารถใช้งานได้ แต่ไม่ได้เร็วมากมายอะไรครับ และที่นี่ 2G (Edge) ไม่ค่อยมีนะครับ จะเป็น GPRS ไปเลย
- เกร็ดข้อมูลเรื่องทั่วๆ ไป
ประเทศสิงคโปร์ทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นประเทศที่กฏระเบียบเข้มงวดมาก ดังนั้นเราควรที่จะทราบกฏพื้นฐานทั่วๆ ไปของประเทศสิงคโปร์และธรรเนียมปฏิบัติไว้บ้าง จะได้ไม่ทำตัวแปลกแยกไปครับ
= ที่นี่กฏหมายเกี่ยวกับยาเสพย์ติดแรงมาก มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว ดังนั้นหากเตรียมกุญแจล็อกกระเป๋าเดินทางเราไปได้ด้วยก็ดี เพื่อความปลอดภัยและสบายใจครับ
= ตม. ที่นี่ไม่โหดเหมือนที่อ่านรีวิวไปเลยครับ ตอนอ่านไปก็แอบกลัว เพราะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกพาสปอร์ตขาวจั๊วะ พอไปถึงยิ้มให้เจ้าหน้าที่ 1 ที เจ้าหน้าที่ก็ปั๊มแล้วก็บอก Welcome ไม่ถงไม่ถาม ไม่ขอดูอะไรซักอย่าง ไอ้เราก็อุตส่าเตรียมไปตั้งเยอะ 555 (แอบหยิบลูกอมมาด้วย 5 เม็ด อร่อยจริงๆ)
= บันไดเลื่อน ยืนชิดซ้าย เดินฝั่งขวา สลับกับบ้านเรานะครับ ที่ประเทศนี้จริงจังนะครับถ้าเรายืนขวางผิดทาง คนที่นี่จะมองจิกแล้วบอกขอทางเลยครับ แต่ผมยังไม่เจอใครชนนะ 5555
= ทิ้งขยะลงถนนโดนปรับ 1,000$ นะครับ เค้ามีกล้องวงจรปิดทั่วเมือง ประเทศนี้บ้านเมืองเค้าสะอาดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จริงๆ ไม่ได้เวอร์ เดินตามบ้านเมืองแทบไม่เจอขยะเลย เจอก็น้อยมากๆ ขนาดไปย่านแบบ China Town, Little India แล้วยังสะอาดมากๆ ครับ ห้ามทิ้งอะไรมั่วซั่วเด็ดขาด
= คนที่นี่เป็นสิงห์อมควันกันเลยล่ะครับ สูบบุหรี่กันเยอะมากจริงๆ สูบกันในที่สาธารณะนี่แหละครับ ตามตรอก ซอยต่างๆ ควันบุหรี่เยอะมากๆ ใครแพ้ก็อย่าลืมหาผ้าปิดจมูกติดไปเผื่อก็ดีครับ
= สนามบินสามารถนอนได้หลังจากผ่าน ตม. ออกมาแล้วครับ มีคนมานอนเยอะเหมือนกัน แต่ไม่สบายนักหรอกครับ นอนบนเก้าอี้ก็ปวดหลัง นอนพื้นก็เย็นหลังมากๆ และถึงแม้จะมีทหารคอยเดินตรวจความเรียบร้อยไปมา แต่ผมก็นอนไม่ค่อยหลับจริงๆ ต้องคอยพะวงว่าของจะหายมั้ยตลอดเวลา จึงแทบไม่ได้นอนเลยทำให้วันถัดมา ง่วงมากๆ เที่ยวไม่สนุกเลยครับ

ถ้าไม่ลำบากจนเกินไปนอนโรงแรมเถอะครับ มีรถ Shuttle Bus ในสนามบินไปส่ง 24 hr ในราคาแค่ 9$ เท่านั้นหรือถ้าไปกันหลายๆ คนหารค่าแท็กซี่ก็ได้ครับแลกกับความสะดวกสบายหน่อย
= ใครไป Universal ก็เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยก็ดีครับ เพราะมีเครื่องเล่น Jurassic Park ที่จะเปียก แต่ไม่ถึงกับทั้งตัวนะครับ แค่น้ำกระเซ็นเข้ามา อ้อแล้วก็เอาของไปน้อยๆ ก็ดีหรือไม่เอาสัมภาระติดตัวไปเลยก็จะดีครับ เครื่องเล่นบางอย่างต้องไปฝากของที่ลอกเกอร์ก่อนเล่น ซึ่งแพงมากๆ ชั่วโมงละ 4$ ผมลืมไปเอาออก โดนไป 20$ ร้องจ้ากเลย ค่าฝากของ 1/4 ของค่าตั๋วเข้า USS แล้ว
****** เดี๋ยวมาต่อในส่วนของการเดินทางนะครับ ข้อมูลบางส่วนตรงไหนถ้าจำผิดไปก็ขออภัยนะครับ
****** ใครชอบก็ช่วยกดบวก กดถูกใจเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค้าบบบ (55555 ขอกันดื้อๆ)
**** SINGAPORE IN MY MEMORY (4 วัน 3 คืน นอนสนามบิน แบกเป้เที่ยวเอง หลงเอง ข้อมูลละเอียดยิบ) ****
Chapter I เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
- ตั๋วเครื่องบิน
ก่อนอื่นเลย ผมมีความตั้งใจจะไปเที่ยวมาเลเซียด้วยเลยพร้อมกันในทริปเดียว แต่เนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวยจึงอดไป ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นมีโปรสายการบินไปสิงคโปร์มาพอดี แบกแพ็กเกอร์อย่างเราจึงไม่รอช้า จองโปรขาไป Scoot บริษัทสายการบินลูกของ Singapore Airlines และขากลับด้วย Jet Star ไปได้ด้วยที่ราคา 3,0XX บาท (ค่าตัดบัตรแพงมากกกก) ซึ่งจองล่วงหน้า 2 เดือนก่อนออกเดินทาง แต่ก็นั่นแหละฮะท่านผู้ชม พอถึงช่วงใกล้เดินทาง Nok Scoot ก็เปิดตัวมาหักหลังเราด้วยราคา 2,XXX เท่านั้นแถมเวลายังดีกว่าอีก =_= แต่เราถือคติมองโลกในแง่บวกซะว่าได้นั่งเครื่อง Dreamliner ลำใหญ่ แถมขากลับยังได้แวะสุวรรณภูมิอีก (ว่าไปนั่น ไม่มีตังซื้อของใน Duty Free อยู่ดี 55)
- ที่พัก
สำหรับแบกแพกเกอร์อย่างพวกเรา ประเด็นในการเลือกที่พักคือราคาไม่แพงจนเกินไปและอยู่ในทำเลที่ดี ดังนั้นตัวเลือกของพวกเราแน่นอนว่าต้องเป็น Hostel หลังจากหาข้อมูลและดูรีวิวอยู่นาน ผมจึงตัดสินใจเลือกพักที่ 5footway inn Project Boat Quay ในราคาคืนละ 6XX (จองผ่านเว็ปโดยตรงถูกกว่า Agoda/Booking ครับ) ที่พักนี้อยู่ในทำเลดีมาก เดินจาก MRT ไม่ไกล สามารถเลือกลง MRT ได้ 2 สถานีคือ สถานี Clark Quay และสถานี Raffle Places ซึ่งสถานีหลังผมคิดว่าเดินใกล้กว่า ตอนเช้ามีพวก ซีเรียล นม ขนมปังปิ้ง ให้รับประทานที่ห้องครัวชั้นบนสุด แต่ต้องทำกินเองและหลังจากกินเสร็จก็ต้องล้างภาชนะเองนะครับ ซึ่งที่ชั้นบนนี่แหละวิวดีมากๆ สามารถมองเห็นตึก Marina Bay Sand ได้เลยแถมอยู่ติดริมแม่น้ำและ Clark Quay บรรยากาศตอนเช้าดีมากๆ สามารถเดินชิลๆ ริมน้ำไปถึง Merlion ได้ด้วยประมาณ 10 นาทีไม่ไกลมาก พนักงานก็บริการดีมาก แถมผมยังได้อัพเกรดเป็นห้อง private room ในคืนที่ 2 ที่พักด้วย (ซึ่งความจริงเราอยากนอนแบบดอร์มมากกว่าเพราะอยากเจอเพื่อนๆ ประเทศอื่นบ้าง =.=) (ห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำรวมครับ แยกชาย-หญิง และแยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำ ซึ่งมีเพียงพอครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะต่อคิวนานแต่อย่างไร)
- ปลั๊กไฟ
ประเทศสิงคโปร์จะใช้ปลั๊กแบบ เหลี่ยม 3 รู ซึ่งเราต้องซื้อหัวแปลงไปด้วยนะครับ บางโรงแรมอาจจะมีให้ยืม แต่ผมว่าถ้าเป็นคนเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็ซื้อปลั๊กแบบ Universal พกติดตัวไปเลยสะดวกกว่าครับ หาซื้อไม่ยากตาม 7-11 และชั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้างทั่วไป สนนราคาประมาณ 159 บาทครับ
-เงิน
ที่ประเทศสิงคโปร์จะใช้เงินสกุล Singapore Dollar (SGD) ครับ มีหน่วยย่อยเป็น Cent โดยที่ 100 Cent = 1SGD ครับ ก่อนไปผมแลกเงินที่ร้าน Super rich สีเขียวตรงประตูน้ำครับ ข้ามสะพานลอยจาก Central World มาเดินตรงมาอีกนิดจะเจอซอย เดินเข้าไปมองเห็นได้ไม่ยากครับ ตอนผมไปเป็นช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าพอดีเรทอยู่ที่ 25.10 Baht/ 1 SGD ครับ ผมแลกไปทั้งหมด 400$ สำหรับทริปในครั้งนี้ครับ ซึ่งพอดีเป๊ะๆ เหลือกลับมา 10$ เท่านั้น 5555
- ภาษา
ที่นี่จะใช้ภาษากันหลักๆ 3 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนและภาษามาเลย์ โดยป้ายในสถานีรถไฟฟ้าจะมีทั้ง 3 ภาษาเขียนกำกับเลย ผู้คนทั่วไปพูดอังกฤษได้ดี แต่สำเนียงก็ตามที่เคยได้ยินกันมาล่ะครับ จะมีคำว่า lah lah ลงท้ายประโยค และชอบกระดกลิ้นรัวๆ เวลาพูด ผมซึ่งสกิลการฟังต่ำเตี้ยอยู่แล้ว ต้องขอให้พูดซ้ำอีกรอบตลอด แต่ไม่ต้องห่วงไปครับ ที่นี่ต่อให้สกิลภาษาอังกฤษเราต่ำขนาดไหน คนที่นี่ก็จะพยายามเข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเราตลอดครับ เราสามรถพูดเป็นคำๆ ไปเค้าก็เข้าใจครับ Check in, Check out please สั่งอาหารก็ชี้ๆ This one ครับ ใครว่าคนสิงคโปร์ไม่มีน้ำใจ เท่าที่ผมได้เจอส่วนใหญ่เวลาถามทางก็ตอบให้ด้วยความเต็มใจนะครับ บางคนนี่เดินพาไปส่งถึงที่เลย ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปครับหากภาษาเราไม่ได้ เพราะผมยังผ่านมาแล้วเลย 5555
-การเดินทาง
การเดินทางในประเทศสิงคโปร์หลักๆ มีด้วยกัน 3 ช่องทางซึ่งสะดวกสบายมากมาย 1) รถไฟฟ้า sMRT ซึ่งเชื่อมต่อกับสนามบินชางงีและครอบคลุมสถานที่สำคัญๆ เกือบทั้งเมือง วิธีขึ้นไม่ยากเลยครับ เหมือนกับขึ้นรถไฟฟ้าที่บ้านเราเลย มองหาสถานีที่ต้องการไปและดูปลายทางว่าคือสถานีอะไรเท่านี้เองครับ 2) รถเมล์ที่แสนสะดวกสะบาย ขึ้นง่ายมากๆ ทุกป้ายรถเมล์จะมีข้อมูลบอกทั้งหมดว่าสายนี้ผ่านที่ไหนบ้าง และบางป้ายจะมีเวลาบอกไว้ด้วยว่าอีกกี่นาทีถึงจะมาถึง และ 3) Taxi ซึ่งผมไม่ได้ใช้บริการเท่าไรเพราะราคาค่อนข้างโหดเอาเรื่องเหมือนกัน สตาร์ทเริ่มต้นที่ 3.20$ เพียงแค่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถเมล์ก็ครอบคลุมที่ที่ไปหมดแล้ว โดยบัตรโดยสารที่แนะนำให้ซื้อนะครับ ก็คงหนีไม่พ้นเจ้า EZ Link Card ครับ ซื้อได้ที่สถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีเลยครับ ราคาบัตรเริ่มต้น 12$ ครับ แบ่งเป็น 5$ ค่าบัตรซึ่งเราจะไม่ได้คืนกับมูลค่าในบัตร 7$ ครับ เติมไปอีกซัก 10$ ก็พอสำหรับการเดินทาง 4 วัน 3 คืนครับ โดยก่อนกลับถ้าเงินในบัตรยังเหลือเราสามารถเอาบัตรไปขอคืนเงินได้ที่สถานีรถไฟฟ้าครับ โดยบัตร EZ link card จะใช้ได้ทั้ง MRT และรถเมล์เลยครับ โดยรถเมล์เวลาขึ้นก็เอาบัตรแตะประตูหน้าและก่อนลงก็แตะบัตรที่ประตูหลังนะครับ แต่เท่าที่ลองไปใช้กับ 7-11 กับแท็กซี่หลายๆ ที่ไม่รับนะครับ ไม่มีเครื่องอ่าน รับชำระแต่เงินสดอย่างเดียว
- โทรศัพท์
เนื่องจากเวลาเดินทางในประเทศผมก็หลงจะแย่แล้ว หากยิ่งไปต่างบ้านต่างเมืองยิ่งแล้วครับ ผมจึงต้องหา Internet มาใช้หาข้อมูล เปิด Google map ดูแผนที่ ดังนั้นผมเลือกใช้ Sim ของ Singtel ครับ หาซื้อได้ที่สนามบินและตาม 7-11 ทั่วไปครับ ผมซื้อมาจาก 7-11 ในราคา 15$ ซึ่งจะได้มูลค่าในซิมเท่ากับ 18$ ผมไปอยู่ 4 วัน ดังนั้นจึงเลือกสมัครแพ็กเกจ 7 วัน 7$ 1 Gb ครับ ซึ่งใช้ทำทุกอย่างแล้วก็ยังใช้ไม่หมดซักที 5555 เลยเอามูลค่าที่เหลือโทรกลับไทยเล่นๆ ไปให้หมดครับ 5555 วิธีการสมัครไม่อยากเลยครับ สามารถขอเข็มจิ้มซิมจากพนักงานได้ ใส่ซิมเสร็จกด *100# โทรออกครับ แล้วจะขึ้นให้กดหมายเลข 1 2 3 4 ... แล้วแต่หัวข้อเราจะเลือกครับ กด Reply ตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ไม่ยากครับ อ้อที่สิงคโปร์นี่สัญญาณ 3G ครอบคลุมแทบทุกจุดในเมืองครับ ความเร็วก็ทั่วๆ ไปสามารถใช้งานได้ แต่ไม่ได้เร็วมากมายอะไรครับ และที่นี่ 2G (Edge) ไม่ค่อยมีนะครับ จะเป็น GPRS ไปเลย
- เกร็ดข้อมูลเรื่องทั่วๆ ไป
ประเทศสิงคโปร์ทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าเป็นประเทศที่กฏระเบียบเข้มงวดมาก ดังนั้นเราควรที่จะทราบกฏพื้นฐานทั่วๆ ไปของประเทศสิงคโปร์และธรรเนียมปฏิบัติไว้บ้าง จะได้ไม่ทำตัวแปลกแยกไปครับ
= ที่นี่กฏหมายเกี่ยวกับยาเสพย์ติดแรงมาก มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว ดังนั้นหากเตรียมกุญแจล็อกกระเป๋าเดินทางเราไปได้ด้วยก็ดี เพื่อความปลอดภัยและสบายใจครับ
= ตม. ที่นี่ไม่โหดเหมือนที่อ่านรีวิวไปเลยครับ ตอนอ่านไปก็แอบกลัว เพราะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกพาสปอร์ตขาวจั๊วะ พอไปถึงยิ้มให้เจ้าหน้าที่ 1 ที เจ้าหน้าที่ก็ปั๊มแล้วก็บอก Welcome ไม่ถงไม่ถาม ไม่ขอดูอะไรซักอย่าง ไอ้เราก็อุตส่าเตรียมไปตั้งเยอะ 555 (แอบหยิบลูกอมมาด้วย 5 เม็ด อร่อยจริงๆ)
= บันไดเลื่อน ยืนชิดซ้าย เดินฝั่งขวา สลับกับบ้านเรานะครับ ที่ประเทศนี้จริงจังนะครับถ้าเรายืนขวางผิดทาง คนที่นี่จะมองจิกแล้วบอกขอทางเลยครับ แต่ผมยังไม่เจอใครชนนะ 5555
= ทิ้งขยะลงถนนโดนปรับ 1,000$ นะครับ เค้ามีกล้องวงจรปิดทั่วเมือง ประเทศนี้บ้านเมืองเค้าสะอาดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จริงๆ ไม่ได้เวอร์ เดินตามบ้านเมืองแทบไม่เจอขยะเลย เจอก็น้อยมากๆ ขนาดไปย่านแบบ China Town, Little India แล้วยังสะอาดมากๆ ครับ ห้ามทิ้งอะไรมั่วซั่วเด็ดขาด
= คนที่นี่เป็นสิงห์อมควันกันเลยล่ะครับ สูบบุหรี่กันเยอะมากจริงๆ สูบกันในที่สาธารณะนี่แหละครับ ตามตรอก ซอยต่างๆ ควันบุหรี่เยอะมากๆ ใครแพ้ก็อย่าลืมหาผ้าปิดจมูกติดไปเผื่อก็ดีครับ
= สนามบินสามารถนอนได้หลังจากผ่าน ตม. ออกมาแล้วครับ มีคนมานอนเยอะเหมือนกัน แต่ไม่สบายนักหรอกครับ นอนบนเก้าอี้ก็ปวดหลัง นอนพื้นก็เย็นหลังมากๆ และถึงแม้จะมีทหารคอยเดินตรวจความเรียบร้อยไปมา แต่ผมก็นอนไม่ค่อยหลับจริงๆ ต้องคอยพะวงว่าของจะหายมั้ยตลอดเวลา จึงแทบไม่ได้นอนเลยทำให้วันถัดมา ง่วงมากๆ เที่ยวไม่สนุกเลยครับ
= ใครไป Universal ก็เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยก็ดีครับ เพราะมีเครื่องเล่น Jurassic Park ที่จะเปียก แต่ไม่ถึงกับทั้งตัวนะครับ แค่น้ำกระเซ็นเข้ามา อ้อแล้วก็เอาของไปน้อยๆ ก็ดีหรือไม่เอาสัมภาระติดตัวไปเลยก็จะดีครับ เครื่องเล่นบางอย่างต้องไปฝากของที่ลอกเกอร์ก่อนเล่น ซึ่งแพงมากๆ ชั่วโมงละ 4$ ผมลืมไปเอาออก โดนไป 20$ ร้องจ้ากเลย ค่าฝากของ 1/4 ของค่าตั๋วเข้า USS แล้ว
****** เดี๋ยวมาต่อในส่วนของการเดินทางนะครับ ข้อมูลบางส่วนตรงไหนถ้าจำผิดไปก็ขออภัยนะครับ
****** ใครชอบก็ช่วยกดบวก กดถูกใจเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค้าบบบ (55555 ขอกันดื้อๆ)