ประสบการ์ณสยองขวัญ

กระทู้คำถาม
เป็นกระทู้เล่าเรื่องนะ ไม่ได้ยืนยันตัวตน ตั้งได้แต่แบบนี้


ช่วงนี้ตามอ่านเรื่องสยองขวัญในพันทิป ไม่รู้เรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง แต่ก็หลอนๆดี
อ่านของคนอื่นมาเยอะเราก็อยากเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง
มันคือประสบการ์ณสยองขวัญของเรา ตั้งแต่เด็ก ยัน โต ย้ำว่าตั้งแต่เด็ก
ไอดีนี้สมัครเพื่อเล่าเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เพราะถ้าใช้ไอดีที่ใช้ประจำคนรู้จักเราจะรู้หมด
เพราะเราเคยเล่าเรื่องที่เราเคยเจอให้เพื่อนๆฟังมาเยอะแล้ว
เข้าเรื่องเลยแล้วกัน


ไม่รู้ว่าเรื่องที่เจอเป็นเรื่องจริงหรือเราคิดไปเองนะ
โดยส่วนตัวเชื่อเรื่องผีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรมาก แค่ของหลอนตัวเองไปเรื่อย

เจอครั้งแรกรึป่าวไม่รู้)
ตอนที่เจอผีครั้งแรก เรายังอยู่อนุบาลอยู่เลย จำไม่ได้ว่าอายุเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ 22 แล้วนะ
ตอนนั้นแม่เราทำงานต่างจังหวัด พ่อเราเป็นช่างไฟฟ้า+นักจัดรายการวิทยุ พ่อจะต้องมาเข้าเวร เปิดสถานีวิทยุ(ของรัฐ)
ตั้งแต่ตีสี่ แน่นอนว่าพ่อคงไม่ทิ้งให้เรานอนอยู่บ้านคนเดียวทั้งๆที่ยังเด็กแบบนั้นหรอก
ตอนพ่ออกมาที่ทำงานพ่อก็จะอุ้มเราที่ยังหลับอยู่ไว้ที่แคปหลังของรถกระบะ
พ่อก็จะจอดไว้หน้าตึก เปิดกระจกให้ด้วย เราก็หลับแบบนั้นแหละจนตอนเช้าพ่อมาปลุก พาไปอาบน้ำไปโรงเรียน
พ่อจะเข้าเวรแบบนี้วันเว้นสามวันมั้ง(นานแล้วจำไม่ได้)
ปกติเราก็จะหลับบนรถแบบนั้นแหละ จนคืนนึง เราตื่นขึ้นมาหลังจากที่พ่อมาถึงที่ทำงาน
พ่อก็ลงไปเปิดเครื่องส่งวิทยุอะไร เราก็นั่งตรงแคปหลังนัานแหละ
แต่....เรามองไปที่โรงรถของสถานี ปกติจะมีรถจอดอยู่สองคัน
เป็นรถกระบะสี่ประตูใส่หลังคาเสริม
จากจุดที่รถพ่อเราจอดอยู่กับโรงรถห่างกันประมาณร้อยหรือสองร้อยเมตร
เรามองไปที่โรงจอดรถ เราเห็นอะไรสักอย่างคล้ายกับผู้หญิงผมยาวสีดำ
ไม่เห็นหน้า แต่ที่จำได้คือเขาใส่ชุดสีขาว เป็นสีขาวที่สว่างมาก เหมือนใครเอาไฟนีออนไปเปิดตรงนั้น
ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรมาก เราคิดว่าอาจจะเป็นกระถางต้นไม้หรืออะไรสักอย่างที่เป็นสีขาว แต่ไม่ใช่รถแน่ๆ
ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าเป็นผีไง ก็แค่จ้องๆ แล้วก็นอนต่อ
เราตื่นขึ้นมาเห็นแบบนี้อีกหลายคืน
จนวันนึงตอนเย็นแล้วแหละ เราต้องรอพ่อปิดเครื่องส่งอีก แต่ไม่ค่ำมาก
เราก็เดินไปที่โรงรถ ว่าจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่ที่เราเห็นทุกคืน
ปรากฎว่าตรงนั้นไม่มีอะไรเลย เป็นที่ว่างให้รถจอด กระถางต้นไม้อะไรก็ไม่มี
ตอนนั้นรู้แล้วแหละว่าที่เราเห็นทุกคืนคืออะไร
หลังจากวันนั้น พ่อเราก็ปล่อยให้เรานอนบนรถเหมือนเดิม เราก็ตื่นขึ้นมา
มองไปที่โรงรถ เจออีกแล้ว...คราวนี้รู้แล้วไง ว่าต้องเป็นผีแน่ๆ ลงจากรถไปหาพ่อบนตึกเลย
ไม่อยู่ดูแล้ว เราเล่าให้พ่อฟังด้วยนะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นพ่อเชื่อรึป่าว
แต่เพิ่งมารู้ตอนโตว่าพ่อเชื่อที่เราเล่า เพราะตอนสร้างป้อมยามหน้าสถานีวิทยุ
เคยขุดเจอหัวกระโหลกคนสองหัว แถมด้านหลังสถานีเป็นสุสานจีนอีกต่างหาก
ถึงตอนนั้นเราเชื่อว่าผี น่าจะ มีจริง แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรมาก

เจออีกครั้งตอนประถม
ตอนประถมนี่เจอแบบธรรมดามาก
เจอในโรงเรียน ตอนนั้นเรียนซัมเมอร์ของโรงเรียน ตอนพักเที่ยงเรากับเพื่อนอีกเจ็ดแปดคนได้
ก็ชวนกันเล่นซ่อนหา พวกเราก็วิ่งไปหาที่หลบตรงทางเชื่อมไปห้องน้ำชาย
มันจะติดกับด้านข้างของห้องเรียนที่ปิดอยู่ ก็ปิดเทอมนี่นา
ตอนผ่านห้องเรียนเราได้ยินเสียงเหมือนหมาขู่ดังมาจากในห้อง
ห้องมันปิดอยู่จะเป็นเสียงของอะไรล่ะ

อีกครั้งนึงเป็นตอนเปิดเทอม เป็นเวลาพักช่วงบ่าย
เราก็เดินมาดูของดูบอร์ดหลังห้อง เพื่อนๆเต็มห้องเลย เรายืนหน้าเข้าผนัง
แล้วเรารู้สึกเหมือนมีคนดึงผทเปียเรา เหมือนกระตุกอะ เราก็หันไปทันทีเลยนะ
ข้างหลังเราไม่มีใคร มี่แต่เพื่อนๆที่ห่างไป ซึ่งถ้าเราหันไปทันทีแบบนั้นคงหนีไม่ทัน
เรารู้เลยว่าใช่แน่ๆ

ตอนมัธยมเราไม่เจอเลย

เจอกันอีกทีตอนมหาลัย
เราแอดติดมหาลัยในกรุงเทพ อยู่หอในของมหาลัยแต่เป็นหอใหม่ที่อยู่ข้างนอก
มีรถของมหาลัยรับส่ง ถึงตอนนี้คนรู้จักเราคงรู้ละ เรื่องนี้เล่าหลายรอบมาก
เข้าปี 1ก็มีรับน้องเป็นปกติ เรามีเพื่อนผู้หญิงที่อยู่หอตรงนี้ด้วยกันสองคนแต่อยู่คนละตึก
แล้วก็เพื่อนผู้ชายที่อยู่หอนอกแต่อยู่ในซอยเดียวกัน ที่เดินมาขึ้นรถของมหาลัยที่หอเรา
เราจะนัดกันเจอหน้าตึกจะได้ไปถึงคณะพร้อมกัน ตอนเย็นก็นั่งรถกลับพร้อมกันบ้าง
ทำแบบนี้เป็นกิจวัตรของปี 1 เลย
มีวันนึงอยู่ๆรูมเมดเราก็ถามว่า "ผู้ชายที่มาส่ง__ทุกวันเป็นใครหรอ" เราก็งงสิ ใครมากับเรา
เราก็ถามไปว่าใส่ชุดนิสิตรึป่าว เมดบอกไม่ใช่ แต่ใส่เสื้อสีขาว
shiftหายแล้วสิ ผู้ชายใส่เสื้อขาวมาส่งเราที่หอทุกวัน ปกติเราก็กลับพร้อมเพื่อน บางวันก็กลับคนเดียว
แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรมาก ก็โทรคุยกับแม่ เล่าให้แม่ฟัง แต่ก็บอกไม่ต้องคิดอะไรมาก
เขาอาจมาดีมาเฝ้ามาคอยดูแลรักษาเราก็ไม่คิดอะไรมาก

บอกก่อนเลยว่าเราเป็นคนไม่ชอบทำบุญ แต่จะทำบ้างแล้วแต่โอกาสเช่นทำบุญของมหาลัย
เราไม่ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่บ้านเราชอบทำบุญกับสัตว์ เช่นเอาเศษอาหารมาไวเหน้าบ้านเผื่อหมาจรจัด หรือหมาวัดมากินแบบนี้มากกว่า

ต่อนะ
จากครั้งนั้นที่รูมเมดทักเราก็ไม่เคยอะไรอีกจนอยู่ปี 2 เรากลับเข้าหอตอนบ่าย
ปกติห้องเราจะเปิดแอร์แค่ตอนกลางคืนตอนจะนอน แต่เราเข้ามาแอร์เปิดอยู่
แต่ไม่มีใครอยู่ เราก็คิดว่าไฟคงดับแล้วแอร์มันเลยเปิดเอง(อันนี้ขัดข้องทางเทคนิกเข้าใจ)
เราก็จะเดินมาหยิบรีโมตแอร์กดปิด ยังไม่ทันจะแตะรีโมตแอร์ แอร์ปิดเอง (อันนี้เราไม่เข้าใจ)
แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก(อีกละ)

เจออีกครั้ง(รึป่าว)
ตอนนั้นเพื่อนผู้ชายที่ผู้หอซอยเดียวกันเจอเรื่องสยองในหอตัวเองมาเหมือนกัน
อยู่ๆเตียงในห้องมันก็สั่น สั่นเหมือนมีคนโยกอะ เราก็ชอบแกล้งมันบอกเมดรึป่าว
แซวขำๆ แต่วันนี้ไม่ขำ เรากะเพื่อนๆนั่งคุยกันที่ศาลาที่คณะ เรานั่งหันหน้าไปทางถนน
แซวๆเพื่อนได้สักพัก เราเห็นอะไรสีเทาๆวูบผ่านหลังเพื่อนไป ตอนนั้นคิดว่าคงเป็นรถขับย้อนศร(ถนนตรงนั้นเป็นวันเวย์)
เราก็มองตาม มันวูบจากด้านซ้ายของเพื่อนมาทางด้านขวา(เพราะเรานั่งตรงข้ามเราหันหลังให้ถนน)
มันมีแค่วูบไป แต่ไม่วูบออกมาทางขวา รู้เลย เราเลิกล้อเพื่อนทันที
แล้วเล่าให้เพื่อนฟังทีหลังว่าเราเห็นอะไร เพื่อนบอก ก็ว่าทำไมอยู่ๆก็เงียบไปเลย


เจออีกครั้งเป็นตัว
ปกติเราจะนอนเที่ยงคืนกว่า อยู่ห้องกะเมดสองคน บางวันเมดเราก็ไปนอนบ้านญาติบ้าง หอเพื่อนบ้าง
วันนั้นเที่ยงคืนกว่าละ เมดเราก็ยังไม่กลับหอ เราก็คิดว่าคงไปนอนบ้านญาติ เราก็นอนในห้องคนเดียว
ตอนเช้าแปดโมง แม่โทรมา เรายังไม่ตื่นนะ ก็งัวเงียมารับโทรศัพท์
ตอนลูกมารับเราเห็นขาคนโผล่มาจากผ้าห่มบนเตียงเมด(เตียงเรากับเมดอยู่ตรงข้ามกัน)
เราก็คิดว่าคงเป็นเมดเราแหละ แต่มาตอนไหนกัน เพราะตอนเราเข้านอนก็เที่ยงคืนกว่าละ
พอคุยกับแม่เสร็จเราก็นอนต่อ ตื่นอีกทีเก้าโมง มองไปที่เตียงเมด เมดไม่อยู่แล้ว
คอนนั้นคิดว่าเมดคงออกไปละ เราไปอาบน้ำพื้นห้องน้ำก็แห้ง
นึกในใจ เมดตรูไม่อาบน้ำหรอเนี่ย
เย็นวันนั้นเมดกลับเข้าห้อง เราก็ถามว่าเมื่อคือเธอกลับมานอนที่หอรึป่าว
เมดบอกเมื่อคืนนอนหอเพื่อน
จ่ะ แล้วขาที่โผล่มาขาใคร
อย่างที่บอกว่าเราเชื่อแต่ไม่ได้กลัวมาก เราก็โทรเล่าให้แม่ฟัง
แม่ก็ถามว่าทำบุญบ้างป่าว เขาอยากได้ส่วนบุญรึป่าว
เราจะทำบุญประมาณเทอมละครั้ง ตอนที่เจอเป็นเทอมสอง เรายังไม่ได้ทำบุญเลย
เราก็คุยกับแม่ว่าคงใช่ เทอมนี้ยังไม่ได้ทำบุญเลย เรากลับไปทำบุญสวายสังขทาน

จากตอนนั้นถึงตอนนี้เรายังไม่เจออีก แต่เราก็คิดว่าเขาอาจจะอยู่ใกล้เรานี่แหละ
เราไม่ชอบห้อยพระแต่จะเอาสร้อยพระห้อยไว้ที่โคมไฟหัวเตียง
ก่อนจะกลับบ้านแบบกลับนานๆ ก่อนออกห้องเราก็จะพนมมือไหว้ฝากห้องกับอะไรที่อยู่ในห้อง

เพื่อนๆก็ถามว่าเจอขนาดนี้ทำไมไม่ย้ายหอ
เราก็บอกไปว่าเขาไม่ได้มาหลอกซะหน่อย ไม่เห็นต้องกลัวเลย แค่ทำบุญบ้างก็พอ

ขอจบการเล่าประสบการ์ณสยองขวัญแค่นี้นะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่