ภารกิจพิชิตดอย ^__^ กับหน้าที่ของหมอนอก รพ.

สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปทุกท่าน จขกท.ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นหมอแต่ชาวบ้านก็เรียกหมอ เอาเป็นว่า จขกท.ทำงานตำแหน่งหนึ่งใน รพ. ก็เล่วกัน ในกระทู้นี้เราจะแทนทีมงานทุกคนว่าหมอ เพราะ ส่วนใหญ่เป็น จนท.รพ. จนท. รพสต. และมีแพทย์ใหญ่1ท่าน เอาเป็นว่าเรียกรวมหมดว่า หมอ (ของดดราม่าเรื่องวิชาชีพ)
เนื่องด้วยวันที่ 26-27 พค. 2558 ทางคพสอ.เราได้มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในเขตพื้นที่กันดารและยากต่อการให้บริการทางการแพทย์ ของอำเภอ ทำให้เราต้องออกเดินทางเพื่อให้การรักษาชาวบ้านบนดอยสูง แต่โดยปกติแล้วจะมี จนท.ของ รพสต. ออกพื้นที่ทุกๆ1 เดือนบ้าง 3 เดือนบ้าง แต่ในกรณีนี้มี รพ.ของเราร่วมด้วย ซึ่งเราได้ประสานงานกับหมออนามัยที่อยู่บนดอย และคุณครูว่าทางทีมเราจะขึ้นออกทำการตรวจรักษา นำทีมโดย ผอ.รพ. แพทย์ใหญ่ ทันตแพทย์ และวิชาชีพอื่นอีกกว่า10ชีวิต  (การออกหน่วยแพทย์ของเราจะมีหลายครั้ง เช่น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอสว. หน่วนแพทย์เคลื่อนที่อำเภอยิ้ม หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของคพสอ. (รพ.+สสอ.)  ) ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกภารกิจหน้าที่หนึ่งในสายงายของเรา
ตาม รพ.ที่อยู่ในเขตพื้นที่กันดารหรือมีประชากรที่เป็นชาวเขา ทุกที่ ก็จะมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินทางไปให้การรักษาคนไข้ โดยถือ คติว่า เราต้องไปหาเขาไม่ใช่นั่งรอให้เขามาหา โดยการออกหน่วยก็จะแบ่งตามความยากง่ายก็แล้วแต่บริบทของแต่ละพื้นที่ ไปกันทีก็7วัน 14 วันบ้าง บางพื้นที่รถยนต์หรือ มอไซค์ไปได้ก็ดีหน่อย บางพื้นที่ต้องเดินเท้า ข้ามเขากันไป  แต่ทุกคนก็ไปด้วยหัวใจของความเป็นหมอ พวกเราพัก นอน ก็หายเหนื่อยแต่คนป่วย นอน พัก เค้าไม่หาย ถ้าเค้าไม่ได้รับการดูแลรักษาและวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเจ็บป่วย
ต่อไปนี้จะเริ่มเล่าประสบการณ์ของ จขกท เอง ที่มีโอกาสได้ไปออกหน่วยครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานของ จขกท เอง ทำงานมา7ปี เพิ่งจะมีโอกาสได้ไป เพราะทุกครั้งจะเป็นพี่ที่ทำตำแหน่งเดียวกันแต่เป็น ผช ไป พอพี่เค้าย้าย เราก็เลยขออาสาไปแทน ตอนที่รุ้ว่าจะได้ไป ตื่นเต้นมาก จริงๆ
--->ก่อนวันเดินทาง 3วัน
พวกเราก็ได้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์สำหรับการออกหน่วยครั้งนี้ โดยให้หมอใหญ่ของเราดูรายการยาว่าต้องการยารายการไหนบ้างโดยมีรายการยาเดิมที่ออกหน่วยพื้นราบบ้างอยู่แล้ว แต่คราวนี้ไปดอย เราอาจจะเจอโรคแปลกๆหรือต้องใช้ยาที่แรงขึ้น ก็เลยต้องให้คุณหมอรีวิวยาอีกครั้ง
(กล่องยาส่วนหนึ่งของที่จัดไปทั้งหมด)
--->เช้าวันออกเดินทาง
ทีมเรานัดกันตอน9โมงเช้า ที่นัดกันสายเพราะว่า วันนั้นเป็นวันอังคารซึ่งมีผู้ป่วยเบาหวานมาตามนัดที่ รพ. หมอของเราที่ไปออกหน่วยด้วยต้องช่วยตรวจคนไข้เบาหวานก่อน เราและคนอื่นๆก็ต้องช่วยงานในฝ่ายก่อน ก่อนที่จะออกเดินทาง โดยมีรถ รพ.1คัน ขนยาและอุปกรณ์ทันตกรรม และรถยนต์อีกคันซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก อบต. อีกคัน ส่วน หมอ อนามัยก็ขับรถมอไซค์ขึ้นดอยกัน ถึงเวลาทีมพร้อม เราก็เริ่มออกเดินทางกัน มาจนถึงล่องแม่น้ำ ซึ่งเราจะต้องนำรถของเราข้ามน้ำกัน ถ้าเราออกหน่วยในช่วงที่น้ำเต็มเขื่อน เราต้องนั่งเรือนี้ประมาน 1 ชม. แต่ช่วงนี้น้ำน้อย เลยได้นั่งข้ามกันแค่ 5นาที  แล้วก็ขับรถขึ้นดอยกันต่อไปอีก2 ชม. กว่าจะถึงหมุ่บ้านที่มีสถานีอนามัยของเราตั้งอยู่  เราไปถึงก็ได้กินข้าวเที่ยงกันพอดี ระหว่างทางก็จะเจอน้ำตก เจอ สัตว์ ต้นไม้แปลก พี่ๆหมออนามัยบางคนที่คุ้นทางก็จอดรถมอไซค์เล่วแวะเก็บเห็ดถอบ เก็บต้นบุก กันไป เจอชาวเขาเดินหาของป่าบ้าง เดินกลับบ้านบ้าง ก็ชวนกันขึ้นรถแต่ชาวเขาก็ไม่ไป เค้าบอกว่า เค้าเดินไปเก็บของป่าไป เป็นชีวิตที่น่าอิจฉาจริงๆ ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องตามใคร อยู่แบบวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีเงินมาเป็นเป้าหมายในชีวิต ช่างดีจริงๆ หลังจากที่พวกเราถึงอนามัยและกินข้าวกลางวัน เก็บของเสร็จ เราและพี่ๆหมออนามัยก็ขับรถมอไซค์กัน เข้าป่าไปหาเห็ดถอบนำทีมโดยหมออนามัยซึ่งเป็นคนในพื้นที่ พากันเดินลงดอยขึ้นดอยกันอยู่2-3ดอยเพื่อหาเห็ดกัน ก็ไปกันเกือบ10คน แต่ได้มา1ลิตรเอง ช่างหายากเหลือเกิน แต่ก็เพียงพอต่อการเป็นอาหารเย็นได้ 5555 กลับมาจากป่าก็ทำกับข้าวกัน ส่วนหน่วยทันตกรรมก็กำลังทำฟันให้ นักเรียนก่อน เพื่อพรุ่งนี้จะได้ทำให้ผู้ใหญ่ ส่วนหน่วยรักษาของเราก็อยู่ที่อนามัย แต่ยังไม่ได้เปิดหน่วยรักษา แค่ถ้าใครเจ็บป่วยจะมารักษาก็มาก่อนได้ หลังจากแยกย้ายกันกินข้าวเย็นเสร็จก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย เราก็ขับรถไปอีกหมู่บ้านหนึ่งห่างกันประมาน 2ดอย ซึ่งหมู่บ้านนั้นกำลังจะมีงานแต่งงานในวันรุ่งขึ้น เราก็ไปบอกชาวบ้านว่าหมอมา ใครเจ็บป่วยก็มาน่ะ แต่จริงๆก่อนหน้านี้ หมอบนดอยเค้าก็ประชาสัมพันธ์ บอกชาวบ้านอยู่แล้ว ชาวบ้านรุ้ว่าหมอมาก็ดีใจ ออกมาหากันบ้าง ระหว่างเดินในหมู่บ้านก็แวะทักทายชาวบ้านบ้าง ชาวบ้านที่รุ้จักหมอคนอื่นก็เดินเข้ามาหามาทักทาย นั่งคุยกัน จนมืดก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
--->เช้าวันทำภารกิจ
เราตื่นกันตั้งแต่ตี5เนื่องจากลมพัดแรง ประกอบกับบนดอยจะแจ้งเร็วกว่าบนพื้นราบ เลยพากันตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่ลมแรงมาก ถ้าเป็นหน้าหนาวถ้าจะต้องพึ่งกองไฟ พวกเราก็ยืนคุยกัน วางแผนว่าวันนี้จะทำการรักษายังไง ต้องย้ายหน่วยการรักษามั้ย เพราะอย่างที่บอกไปว่า มีงานแต่งงานอีกหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะไปงานแต่งกัน ก็จะไม่ค่อยออกมารับบริการ เลยคุยกันว่าถ้าไม่ค่อยมีคนไข้มาที่หน่วยนี้ เราต้องย้ายหน่วยไปที่งานแต่งแทน คือพวกเราอยากให้ชาวบ้านมารับบริการ อย่างน้อยมาวัดความดัน มาฟังหมอสุขศึกษาก็ยังดี แล้วก็เป็นไปตามคาด คือมีคนไข้มารับบริการที่หน่วยแรกแค่10กว่าคน เราเลยย้ายหน่วยไปงานแต่ง คราวนี้ก็มากันตรึมเลย ตรวจกัน จ่ายยากันสนุกสนาน ชาวบ้านก็มาหาหมอกัน มาวัดความดันบ้าง พาเด็กมาวัดไข้บ้าง แต่ชาวเขา จริงๆแล้วถ้าเค้าไม่เจ็บป่วยจริงๆถ้าเค้าทนได้ เค้าไม่มาหาหมอกัน บอกให้มาตรวจแล้วเอายาไว้กินเวลาเจ็บป่วยเค้าก็ไม่เอา คือเค้าซื่อมาก หลังจากตรวจรักษากันจนเสร็จ เราก็กลับไปยังอนามัยเพื่อหาหน่วยทันตกรรม ซึ่งก็ทำฟันเสร็จพอดี ก็เลยทำกับข้าวเที่ยงและก็เก็บของเตรียมตัวกลับกัน  จริงแล้วทีมเราอยากอยู่รักษาหลายๆวัน แต่ด้วย หมอที่ รพ. เหลือกัน2คน และจะมีการมาประเมินคุณภาพ รพ. พวกเราจึงต้องเดินทางกลับกัน ขากลับ จขกท. ซ้อนท้ายมอไซค์กลับ ซึ่งกก็คนละฟิวกับนั่งรถโฟร์เลย
****จริงๆแล้วในการทำงานในงานสาธารณสุข พวกเราทำงานกันเป็นทีมร่วมกันหลายวิชาชีพ แต่ละวิชาชีพก็มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ในหน้าที่นั่นเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการให้บริการผู้ป่วย ครบทั้ง4ด้าน คือ ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู  และทำด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และสิ่งที่เราอยากได้ตอบแทนจากการทำงานอันหนักหน่วงคือ สุขภาพ ที่ดีของประชาชน
ปล.มี รพ.อีกหลายๆแห่งในประเทศไทย ที่ออกหน่วยในพื้นที่กันดาร ลำบากกว่าของเราอีกมากกมาย แต่พวกเรายอมลำบากเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา มีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า "เราไปหาเค้ายังลำบากน้อยกว่าที่เค้ามาหาเรา"
ปล. 2 ลงรูปไม่ได้ไฟล์ภาพใหญ่ ไม่รุ้วิธีลดขนาดภาพในไอแพด เลยไม่มีรูป ถ้าลงรูปได้จะลงน่ะคะ
ปล. 3 ขอบคุณ ทีมสาธารณสุข ทุกท่านที่ทำให้งานนี้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาแค่1-2วัน แต่ก็ดีกว่าไม่ไป
ปล. 4 อาจจะเล่ารายละเอียดไม่ค่อยเยอะ เพราะเราเขียนไม่เก่ง จริงๆอยากให้ดูภาพ เพราะภาพบอกความรุ้สึกได้โดยไม่ต้องอธิบาย
ปล. 5 ทุกคนในสายงานสาสุข ยอมเอาสุขภาพตนเองเพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีของประชาชนส่วนใหญ่
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ค่ะ อาจจะเขียนวนไปวนมา ไม่ได้เรื่อง นะคะ แต่ใจจริงอยากถ่ายทอดความรู้สึกดีๆให้สังคมได้รับรู้ค่ะ
**ไม่รุ้จะแท๊กอะไรดี
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่