[CR] [Review]*+*แบกเป้เที่ยวกระบี่ 4 วัน 3 คืน หน้ามรสุม Fin or Fail เดี๋ยวรู้เลย*+*

กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวแรกของเรา ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ อมยิ้ม17

*หมายเหตุ รูปถ่าย nofilter จากมือถือ lg g2 ไม่สวยเท่ากล้องใหญ่ก็ต้องขออภัยอีกซักรอบระคะ อมยิ้ม22
ทริปนี้มีจุดเริ่มต้นจากที่คุณแฟนไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อนในชีวิต และเราก็ไม่เคยดำน้ำมาก่อนในชีวิตเช่นกัน จากนั้นสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นราคาโปรโมชั่นของพี่สิงโต แต่ทว่าวันที่มีโปรนี้นั้นเป็นช่วงที่เข้าหน้ามรสุมแล้ว(เดือนพ.ค.เป็นต้นมา)อยากเที่ยวฤดูนี้ก็ต้องเผื่อใจ แต่ด้วยความอยากเที่ยวก็จัดสิคะ รออะไร อมยิ้ม15  โดยตั๋วราคาคนละ 800 กว่าบาท เมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินแล้วเราก็แพลนการเก็บเงินล่วงหน้า(กดจองตั๋วแต่เดือน ก.พ.) จากนั้นจึงลงมือหาที่พัก ซึ่งที่พักนั้นเราได้อาศัยเว็บ booking.com เป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์มาก เนื่องจากเราต้องการประหยัดค่ากินอยู่ เพื่อไปลงค่าทริปเที่ยวเกาะ เงื่อนไขคือที่พัก 3 คืน หารกับคุณแฟนแล้วต้องไม่เกิน 1,000 บาท และบวกกับไฟล์บินเที่ยวกลับเป็นไฟล์เช้า ดังนั้นคืนสุดท้ายจึงต้องนอนในตัวเมือง

สองคืนแรกเราจองที่พักที่อ่าวนาง โรงแรมชื่อ อ่าวนาง เมาเท่น วิว โฮเทล ราคาโปรโมชั่นที่กดได้จากเว็บคือคืนละ 700 บาท กดไป 2 คืน ที่โรงแรมมีสระน้ำ ห้องกว้าง แต่ข้อเสียคือไกลจากอ่าวนางมาก(ประมาณ 2 กม.) และไกลจากถนนใหญ่ประมาณ 800 ม. ส่วนคืนที่สามนอนรีสอร์ทในเมืองชื่อ ไดม่อนโฮม รีสอร์ท ราคาคืนละ 490 บาท ห้องแอร์ มีสระว่ายน้ำ และรถรับส่งสนามบิน(คิดค่าธรรมเนียม) อยู่แถวๆสำนักงานเทศบาลจังหวัดกระบี่

และแล้ว วันเวลาเดินทางก็มาถึง
21 พ.ค. 2558 06.00 น. ณ สนามบินดอนเมือง
คุณแฟนมารอแล้ว ส่วนเรา คุณแม่มาส่งแต่ช้าเพราะคุณแม่ไม่ได้มาดอนเมืองนาน เข้ามาส่งผิดอาคาร!!!!! วนรถกันใหม่เอาฤกษ์เอาชัย 1 รอบ
มาถึงหน้าเคาท์เตอร์ปุ๊บ ยื่น boarding pass ที่ปริ้นท์มาจากบ้าน พร้อมบัตรปชช. รับตั๋วเรียบร้อยก็ไปหาอะไรกินใน gate และก็ได้เสียตังให้กับของแพง Subway  เหลือบดูตั๋วก็เห็นเวลา on time 06.15 น.ก็ต้องวิ่งไปกินที่ gate สิคะ แล้วก็ไกลเอาเรื่อง(gate 46)  

ขึ้นเครื่องแล้วค่าาา  ขอซักรูป


เม้าท์กับคุณแฟนแป๊บเดียวถึงกระบี่แล้ว


จากนั้นก็นั่งรถบัสสนามบินไปที่โรงแรมที่เราจองไว้ ตั๋วรถมีขายอยู่ในสนามบิน ราคาคนละ 150 บาท จนถึงโรงแรมที่พักเลยค่ะ โรงแรมอยู่บนเนินเขา ติดหน้าผาเลยค่ะ


สระว่ายน้ำมีสองสระ เล็กกับกลาง



เช็คอินเรียบแล้วได้เวลาสำรวจห้องพักแล้วววว  พอเปิดมาปุ๊บตกใจเลยยย เฮ้ยมีครัวด้วยยย อมยิ้ม10


ถัดมาเป็นตู้เย็น ทีวีจอแบน ชั้นวางของ โต๊ะเครื่องแป้ง


หันมาที่เตียง ร้องว้าววววว เตียงใหญ่มาก ห้องกว้าง มีโซฟาด้วย คือตอนที่เห็นรูปในเว็บก็ไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้นะ ในราคาเท่านี้ได้ห้องขนาดนี้ อมยิ้ม10


นอนซัก 6 คนยังได้


มองออกไปนอกระเบียง


รูปห้องเยอะไปหมดแต่ดันลืมถ่ายรูปห้องน้ำ ห้องน้ำใหญ่ใช้ได้เลย เสียอย่างเดียวน้ำระบายลงช้าไปนิด wifi สัญญาณแรงดี หลังจากที่สำรวจห้องพักจนหนำใจแล้วก็ได้เวลาสำรวจความสบายของเตียงประมาณ 2 ชม. คร่อกฟี้  ตื่นมาก็บ่ายแล้วเราก็ออกไปหารถเช่า ราคาที่เราเช่ามาได้คือ 200 บาทต่อวัน ประกันอีก 2,000 บาท จัดไป 2 วัน จากนั้นเราก็ไปทำการสำรวจสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่อ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา สุสานหอย

บนเขาสุสานหอย กลับจากสุสานหอยก็ลงทดสอบสระว่ายน้ำของโรงแรมซักหน่อย พอแดดหมดค่อยออกหากิน


วันนี้ไม่มีอะไรมาก มื้อค่ำฝากท้องไว้ที่นี่ ริมหาดนพรัตน์ธารา ราคามื้อนี้หมดไปเกือบ 400 บาท กับข้าว 4 อย่าง อาหารทะเลสดใช้ได้เลย


อิ่มแล้วก็กลับที่พัก เตรียมตัวเที่ยวเกาะในวันพรุ่งนี้ เม่าบัลเล่ต์

ศ. 22 พ.ค. 2558 08.00 น.
ตื่นแต่เช้าเพื่อมาจองทัวร์ไปเกาะพีพี แต่มัวโอ้เอ้กับเตียงนอนซะนี่ ถึงได้รู้ว่าเรือไปเกาะหมดแล้ว จากการสอบถามทัวร์หน้าอ่าวนาง จองวันนี้ถึงจะได้ไปพรุ่งนี้ วันนี้เลยซื้อทริปดำน้ำเกาะไก่ + ดินเนอร์มื้อค่ำที่ทะเลแหวก ราคาคนละ 700 บาท และจองทัวร์พีพีสำหรับพรุ่งนี้เลย ราคาคนละ 950 บาท สำหรับทัวร์ดำน้ำวันนี้เป็นช่วงบ่าย รถจะมารับที่โรงแรมประมาณบ่ายโมง จากนั้นก็ไปขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวน้ำเมา

ระหว่างรอรถมีเจ้าถิ่นแวะมาทักทายอย่างเป็นกันเอง


จากที่ดูพยากรณ์อากาศ วันนี้คลื่นลมค่อนข้างแรงและมีฝน อมยิ้ม09 แต่คนมันจะเที่ยวอะ ฝนก็ฝนสิ อมยิ้ม06


นั่นไง เมฆเยอะแล้ว


*+*+* มีเรื่องตื่นเต้นจะเล่า เห็นพี่ใหญ่คนข้างๆคุณแฟนเรามั้ย ตอนแรกเราเห็นแล้วก็ภาวนาในใจว่าคงไม่ได้ขึ้นเรือหัวโทงลำเดียวกับเรานะ เพราะมีหวังเรือได้ล่มแน่ๆ และนั่นละฮะทั่นผู้ชม!!! ลำเดียวกันครับ เม่าแพนิค คือคุณผู้อ่านลองนึกดูนะว่าเรือหัวโทงท้ายมันก็ต่ำอยู่แล้ว แล้วพี่ใหญ่คนนี้ก็มานั่งท้ายเรือฝั่งซ้าย เราหันหลังไปนี่เห็นน้ำปริ่มๆกาบเรือกันเลยทีเดียว ยิ่งเวลาเลี้ยวซ้ายนะคุณเอ๊ยยยยยยยย  คนที่นั่งแถบซ้ายนี้เอี้ยวตัวมากลางเรือเพื่อรักษาบาลานซ์กันสุดฤทธิ์ ตอนนั้นคิดในใจถ้าทั้งทริปนั่งแต่เรือหัวโทงไป อิชั้นคงต้องเริ่มสวดมนต์กันเดี๋ยวนี้แล้ว  แต่ยังไม่ทันจะเริ่มสวดก็มีเสียงจากเด็กเรือว่าต่อเรือใหญ่.... โอ้สวรรค์ ข้ารอดตายแล้วววว เม่าเริงร่า แต่ก็อีกแหละ ขนาดขึ้นมาเรือใหญ่ พี่เขานั่งตรง เรือเอียงตรงนั้น *+*+*

พี่ใหญ่คนนี้นี่แหละ


สภาพเรือใหญ่ พี่เขานั่งตรงไหน ก็เอียงตรงนั้น


จุดแรกที่มาถึงคือหาดไร่เลย์ มาหาดนี้ระวังเจ้าถิ่นด้วยนะ เจ้าถิ่นเขี้ยวยาวใช้ได้ ถ้าโดนกัดรับรองเนื้อหลุดแน่
คนไม่เยอะ

สบายเชียวนะพี่

ระวังเจ้าถิ่นด้วยนะ


จากไร่เลย์ จุดหมายต่อไปคือเกาะปอดะ แตาพอดีฝนมาเลยต้องเปลี่ยนตารางไปดำน้ำที่เกาะไก่ก่อน ฝนไปแล้วจึงค่อยมาเกาะปอดะ
เมฆทะมึน แต่ฝนไม่ตกนะ


*+*+* ด้วยความที่ทริปนี้เป็นครั้งแรกในขีวิตที่เราจะได้ดำน้ำ และเราก็ว่ายน้ำไม่แข็ง หรือเอาง่ายๆตีซะว่าว่ายไม่เป็นเลยละกัน คือสมัยม.ต้นเราก็เรียนว่ายน้ำจนว่ายเป็นนะ แต่มาตอนนี้มันไม่เป็นแล้วอะ ได้แค่พอลอยตัว สติหลุดเมื่อไหร่ก็จมเมื่อนั้นอะ ส่วนคุณแฟนขานั้นเขาระดับผู้ช่วยครูสอน scuba อยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย เรานี่พอถึงจุดดำน้ำก็เริ่มใจหวิวๆขาสั่นๆ คุณแฟนก็กดดันอย่างหนักว่ายังไงแกก็ต้องลงน้ำ กว่าจะใส่ชูชีพ กว่าจะใส่สน็อกเกิ้ลใช้เวลาทำใจกันพักใหญ่ สุดท้ายลงน้ำจนได้ พอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วก็ปล่อยตามสบายไม่ต้องพะวงกันมากแล้ว   ครั้งแรกที่ได้เห็นโลกใต้น้ำ มันสวยมากสำหรับเรานะ เราเคยเห็นโลกใต้น้ำแค่ในพิพิธภันฑ์ แต่นี้มันของจริง ตัวเปียกๆ คลื่นแรงๆจริงๆ มันตื่นเต้นมาก ดำได้ซัก 20 นาที ก็ย้ายไปดำอีกจุดซึ่งน้ำลึกกว่าจุดแรก แต่ก็ยังกล้าๆกลัวๆอยู่ พยายามขุดความรู้ที่เคยเรียนว่ายน้ำมาใช้ พอเหนื่อยหมดแรงก็กวักมือเรียกคุณแฟนให้มาช่วยลากจูง ส่วนเราก็ดูโลกใต้น้ำแบบไม่ต้องว่ายน้ำ(สบายยย) *+*+*

พอเมฆฝนผ่านไปเราก็ไปพักผ่อนที่เกาะปอดะ    

ลมแรงมากๆ

แสงจะหมดแล้ว ท้องก็เริ่มร้องแล้ว


มื้อค่ำเรามาจัดกันที่ทะเลแหวก อาหารที่ทางทัวร์จัดก็ถือว่าพอใช้ได้เป็นบุฟเฟต์ มีสเต็กไก่(ไก่ย่างนั่นแหละ) กุ้งเผา หมึกย่าง ใครไม่อิ่มเติมได้


แสงสุดท้ายของวันนี้


เมื่อทานกันเสร็จแล้วก็ขึ้นเรือกลับฝั่ง แต่ก่อนกลับทัวร์แวะจุดสุดท้ายให้ลงเล่นน้ำตอนไม่มีแสงเพราะว่าที่เกาะนั้นมีแพลงตอนเรืองแสง เวลาที่เราวักน้ำพุ้ยน้ำจะเห็นเป็นแสงสีฟ้าๆในน้ำระยิบระยับสวยงามมาก เต็มอิ่มกับทัวร์วันนี้จริง หลังจากขึ้นบก รถก็กลับมาส่งที่โรงแรมโดยสวัสดิภาพ อาบน้ำนอนหลับเป็นตาย ชาร์จแรงเอาไว้สำหรับพีพีในวันพรุ่งนี้

23 พ.ค. 2558 08.00 น.
เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อรีบเอารถไปคืนแล้วก็รีบกลับมาโรงแรมเพื่อรอรถของทัวร์มารับ ปรากฎว่าตอนเดินกลับ ฝนดันตก เม่าฝนตก วิ่งสิคะ วิ่งกลับโรงแรม ตัวเปียกโชกเลย แถมระหว่างที่เราเอารถไปคืน รถของทัวร์ก็มาที่โรงแรมแล้ว แล้วก็ไม่เจอเรา แล้วก็ไปแล้วววว เม่าตกใจ ต้องโทรตามเอเจนซี่ให้ตามรถให้หน่อย พอรถวนกลับมาอีกทีคนขับบ่นใหญ่เลยว่าหายไปไหนมา หนูขอโทษษษ เม่าโศก พอออกจาโรงแรมปุ๊บ ฝนหยุดปั๊บเลยนะครับแหม่! ช่างรู้ใจคนจะไปทัวร์จริงๆ คือจริงๆเพิ่งมาคิดได้ทีหลังว่าตอนเย็นรถก็มาส่งที่โรงแรมแล้วก็ค่อยคืนรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้นี่หว่า จะเดินให้เมื่อยตุ้มเมื่อยติ่งทำไมแว้  (อย่างว่าแหละค่ะ โง่ต้องมาก่อนฉลาด)   ถึงหน้าหาดนพรัตน์ธาราก็จะมีโต๊ะไกด์มายืนเรียกให้ลงชื่อและโรงแรมที่พัก รับป้ายสติกเกอร์ทัวร์ว่ามากับเจ้าไหน จากนั้นก็ไปลงเรือกันเลยยยยเม่าบัลเล่ต์  

เรือที่เราไปเป็นสปีดโบ้ทสองเครื่องยนต์ 500 แรงม้า เห็นแดดดีๆแบบนี้นั่งหน้าสิคะ จะรออะไร โอกาสที่จะได้ผิวแทนเหมือนฝรั่งมาแล้วค่ะ ครีมเคริมอะไรก็ต้องไม่ทา แว่นกันแดดก็ไม่ต้องใส่ แล้วจะบอกให้ว่านั่งหัวเรือสปีดโบ้ทนี่สนุกมากเพราะเรือกระแทกคลื่น โต้คลื่น หวิวท้อง จุกท้อง คอย่น มาหมดค่ะ  ยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นที่ดรีมเวิด์ลอีกนะคะคุณ

อยากผิวแทน มาหน้าเรือเลยน้อง


จุดแรกที่ทัวร์พาแวะคือเกาะไม้ไผ่ น้ำใสมาก อย่างกับน้ำในสระน้ำ


*+*+*+* เดี๋ยวมาต่อนะคะ *+*+*+*
ชื่อสินค้า:   กระบี่, เกาะพีพี
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่